รับแอปรับแอป

แกะทีละช็อต! ไทม์ไลน์ชีวิตโปรเม จากตัวอย่างหนังที่คนรักกอล์ฟต้องดู

วศิน สุขสันต์01-30

ย้อนดูเส้นทาง “โปรเม” ผ่านตัวอย่างหนังฉบับเต็ม

ภาพยนตร์ ‘โปรเม อัฉริยะ ต้องสร้าง’ หยิบเรื่องจริงของ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ก้านเหล็กขวัญใจคนไทย มาถ่ายทอดในสไตล์หนังดราม่ากีฬา ที่ไม่ได้เล่าแค่ความสำเร็จบนสนามกอล์ฟ แต่ขุดลงลึกไปถึงครอบครัว น้ำตา ความกดดัน และความฝันระดับโลก

ตัวอย่างฉบับสมบูรณ์ที่ปล่อยออกมา เรียกได้ว่าเป็นการพาเราย้อน ไทม์ไลน์ชีวิตจริงของโปรเม แบบรวบรัดแต่เข้มข้น ก่อนเข้าไปเจอเรื่องเต็มในโรงภาพยนตร์

ทีมนักแสดงที่แบกทั้งครอบครัวจุฑานุกาลไว้ทั้งบ้าน

ในหนังเรื่องนี้ เลือกโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวและเส้นทางการปั้นนักกอล์ฟระดับโลกของบ้านจุฑานุกาล ผ่านทีมนักแสดงหลักที่ต้องรับภาระใหญ่แบบเต็ม ๆ

  • เอก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ รับบท คุณพ่อสมบูรณ์ จุฑานุกาล พ่อที่ตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง เพื่อทุ่มเททุกทรัพยากรในชีวิตให้ลูกสาวกลายเป็นนักกอล์ฟระดับโลก

  • เปิ้ล หัทยา วงษ์กระจ่าง รับบท คุณแม่นฤมล ติวัฒนาสุข แม่ผู้แข็งแกร่ง เป็นทั้งแรงซัพพอร์ตและที่พึ่งทางใจของโปรโมและโปรเมในทุกช่วงเวลา

  • คริสซี่ กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ รับบท โปรเม เอรียา จุฑานุกาล ลูกสาวคนเล็กของบ้านที่ฉายแววตั้งแต่เด็ก ถูกวางตัวให้เป็นโปรระดับโลกตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าสู่วัยรุ่นดี

  • ปริม อัจฉรียา โพธิพิพิธธนากร รับบท โปรโม โมรียา จุฑานุกาล พี่สาวที่เป็นทั้ง “พี่และเพื่อน” อยู่ข้างเมแทบทุกช่วงสำคัญของชีวิต ตั้งแต่สนามซ้อมจนถึงทัวร์ระดับโลก

หนังไม่ได้ขายแค่ตัวโปรเมคนเดียว แต่เล่าให้เห็นว่า ความสำเร็จหนึ่งคน ยืนอยู่บนไหล่ของทั้งครอบครัว จริง ๆ

เปิดตัวด้วยเสียงในแฟร์เวย์ และปริศนาแคดดี้ตัวจริง

ตัวอย่างหนังเปิดมาด้วยภาพ โปรเมเดินบนแฟร์เวย์ ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขัน ล้อมด้วยเสียงพัตต์ เสียงฝีเท้า และเสียงคนดู ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้นว่า

“รู้ใช่มั้ยว่าทำไมตอนนั้นผมตกลงเป็นแคดดี้ให้คุณ เพราะทุกคนในโลกของกอล์ฟสมควรจะรู้จักคุณ”

ประโยคเดียว เล่นเอาคนดูกอล์ฟเริ่มเดากันทันทีว่า แคดดี้ในเรื่องนี้มีต้นแบบมาจากใคร ตามไทม์ไลน์จริงของโปรเม ช่วงปี 2016–2018 คือยุคที่เธอร่วมงานกับ เลส เลิร์ก ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ แดเนียล เทย์เลอร์ ในปี 2019

หนังเลยเหมือนจะตั้งคำถามชวนแฟน ๆ ไปสังเกตต่อในโรง ว่าตัวละครนี้ “ได้แรงบันดาลใจ” มาจากใครกันแน่

อุบัติเหตุที่พลิกชีวิต: จากไหล่พังสู่การเริ่มต้นใหม่

ฉากต่อมา ตัดเข้าภาพโรงพยาบาล โปรเมยืนบนเตียงผู้ป่วย เป็นการอ้างอิงถึงเหตุการณ์จริงปี 2013 ตอนเธออายุแค่ 17 ปี ในรายการ Wegmans LPGA Championship ที่อเมริกา

ในชีวิตจริง โปรเม ลื่นล้มจากแท่นทีออฟ กระดูกเคลื่อน เอ็นฉีกขาด ระหว่างการซ้อมวันแรก ต้องถอนตัวจากเมเจอร์รายการที่สองของปี กลับไทยมาผ่าตัดไหล่ขวาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ และพักยาวกว่า 1 ปี

ผลกระทบชัดมาก: อันดับโลกจากที่เคยอยู่ที่ 18 หล่นลงไปถึง 235

นี่คือหนึ่งในจุดหักเหใหญ่ที่สุดในชีวิตการเล่นของเธอ และตัวอย่างหนังก็เลือกหยิบมาเล่าแบบไม่อ้อมค้อม

เด็ก 9 ขวบที่เก่งกว่าทั้งประเทศ

“ตอน 9 ขวบที่เก่งกว่าเด็กทั้งประเทศ”

หนังพาเราย้อนกลับไปสู่วัยเด็กของโปรเม ที่หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า เธอไม่ได้ดังแบบฟลุค แต่ อยู่ในทีมชาติกอล์ฟเยาวชนตั้งแต่ตอนยังอยู่ประถม

  • เข้าสู่เส้นทางอาชีพในปี 2012

  • กวาดรางวัลนักกอล์ฟเยาวชนหญิงดีเด่นของ AJGA 2 ปีซ้อน (2011–2012)

  • คว้าแชมป์แรกในเลดีส์ยูโรเปียนทัวร์จากรายการ Lalla Meryem Cup ที่โมร็อกโก

  • ทะยานขึ้นติดท็อป 15 ของโลกตั้งแต่ยังวัยรุ่น

แต่สิ่งที่หนังเน้นคือ เบื้องหลังของคำว่า “เก่ง” ที่ไม่ได้สวยหวานเลยแม้แต่นิดเดียว

วินัยโหดตั้งแต่เด็ก: ชีวิตที่มีแต่ซ้อมกอล์ฟ

หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบมาขยาย คือการเลี้ยงลูกสไตล์เข้มงวดของคุณพ่อสมบูรณ์ ที่ทำให้หลายคนทั้งชื่นชมและตั้งคำถาม

ทั้งโปรเมและโปรโมเคยเล่าตรงกันว่า ชีวิตวัยเด็กแทบไม่มีคำว่า “เด็กธรรมดา” อยู่เลย

  • ทุกวันต้องมีเป้าหมายซ้อม

  • ใช้เวลากับกอล์ฟมากกว่าชีวิตวัยรุ่นทั่วไปหลายเท่า

  • การบ้านเสร็จไม่ได้ไปเที่ยวเล่น แต่ต้องไปซ้อมต่อ

โปรเมเคยบอกไว้ว่า เธอรู้สึกเหนื่อยมาก แต่ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา มีเป้าหมายให้เดินไปหาเสมอ และสิ่งที่พาเธอมายืนตรงจุดนี้ได้คือ ครอบครัว ที่เชื่อเสมอว่า “เมทำได้” แม้ในวันที่เธอรู้สึกว่าตัวเองห่วยที่สุดก็ตาม

กิจวัตรโหดในช่วงประถมปลายจนถึงมัธยมปลายก็ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ:

  • ตอนเช้า: ตื่นมาวิ่งก่อนเข้าเรียน

  • กลางวัน: คุณพ่อคุยกับโรงเรียน ขอให้เลิกเที่ยง เพื่อออกไปซ้อมกอล์ฟ

  • เย็นถึงค่ำ: ซ้อมถึงประมาณ 6 โมงเย็น แล้วไปว่ายน้ำกับทีมต่อถึงสามทุ่ม

  • การเรียน: ไม่ได้เรียนพร้อมเพื่อนในห้อง แต่มีครูมาสอนพิเศษให้ตามให้ทัน

นี่คือแพลนชีวิตที่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้ความเป็นเด็กเลย และหนังเองก็เอาจุดนี้มาใช้เป็นแรงดันทางอารมณ์สำคัญของเรื่อง

ครอบครัวบุกอเมริกา: ขายบ้านขายรถ แลกประสบการณ์

“1 สัปดาห์หลังการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2013 ครอบครัว จุฑานุกาล บุกอเมริกา!!!”

หนังพาไปเล่าช่วงที่สองพี่น้องเริ่มบุกทัวร์ใหญ่ตอนอายุ 17–18 ปี โดยต้องแยกกันเดินทาง

  • โปรเม ไปกับพ่อ ลุยเลดีส์ยูโรเปียนทัวร์ก่อน

  • โปรโม ไปกับแม่ เดินสายแข่งในแอลพีจีเอ

  • ปลายปี 2013 โปรเมตัดสินใจเทิร์นโปร เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ LPGA เต็มตัว

เป้าหมายของคุณพ่อชัดมาก: ต้องการให้ “โม–เม” กลายเป็นนักกอล์ฟระดับโลก ไม่ใช่แค่คนที่เคยเล่นทัวร์ใหญ่แล้วจบ

ครอบครัวเคยพาทั้งคู่ไปแข่งที่สหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงอายุ 12–13 ปี เริ่มจากอยู่ทีละครั้ง 2–3 เดือน ขยับเป็น 6 เดือน และเพื่อให้เดินหน้าต่อได้ ครอบครัวตัดสินใจขายบ้านและรถ เพื่อนำเงินราว 20 กว่าล้านบาท ไปใช้เป็นทุนเดินสายแข่ง จ้างโค้ช และดูแลทุกอย่างอย่างใกล้ชิด

ในตัวอย่างหนัง ยังมีฉากที่ตัวละครคนหนึ่งพูดว่า

“กลับไปเขียนสกู๊ปรอได้เลยนะว่าครอบครัว จุฑานุกาลบุกอเมริกา”

เป็นประโยคที่เหมือนจะเชื่อมโลกจริงกับสื่อกีฬาที่เคยผลักดันสองพี่น้องตั้งแต่เด็ก ๆ ให้คนดูคอยไปจับกันเองในโรงว่าตัวละครนั้นอิงจากใคร

ดราม่าหลุม 18: Honda LPGA Thailand 2013 ที่โลกไม่ลืม

ตัวอย่างหนังย้อนกลับไปยังแมตช์ที่หลายคนจำไม่ลืม: Honda LPGA Thailand 2013

“ถ้าลูกนี้พัตต์ลงก็จะเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ LPGA”

น้ำหนักของประโยคนี้ ถูกโยนใส่เด็กอายุ 17 ปีที่ยืนอยู่หลุม 18 พาร์ 5 แบบเต็ม ๆ นั่นคือวันที่ภาพ โปรเมร้องไห้ซบไหล่โปรโม กลายเป็นภาพจำของวงการกอล์ฟไทย

ในวันนั้น:

  • โปรเมนำ ปาร์ค อินบี อยู่ 2 สโตรก ก่อนหลุมสุดท้าย

  • ช็อต 2 หลุดลงบังเกอร์ ลูกจมทราย ต้องยอมดรอปมาตีช็อตที่ 4

  • ช็อต 5 ตีสั้น ช็อต 6 พัตต์ยาวเลยหลุม

  • ช็อต 7 ระยะ 2 ฟุต ลูกสะบัดปากหลุม

  • ต้องซ้ำช็อต 8 กลายเป็น ทริปเปิ้ลโบกี้ พลาดแชมป์อย่างเจ็บปวด

โปรเมเคยเล่าย้อนถึงเหตุการณ์นี้ว่า

ประสบการณ์ตอนนั้นยังไม่เยอะ แต่พอมองกลับไปทำให้รู้ว่า เรามีความสามารถพอจะชนะได้ เพราะฉะนั้นก็แค่ต้องกลับไปแก้ในสิ่งที่ยังไม่ดีให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง

เธอยอมรับว่าหลังจบเหตุการณ์นั้น เศร้าอยู่เกือบปี พอเริ่มดีขึ้นก็มีคนทักเรื่องเดิม ทำให้รู้สึกจมดิ่งซ้ำ ๆ แต่เมื่อโตขึ้น เธอมีวิธีคิดที่นิ่งกว่าเดิม และเปลี่ยนวันนั้นให้กลายเป็นบทเรียนแทนการเป็นบาดแผล

จากเด็ก 11 ขวบสู่หน้าแรกของ LPGA

ชื่อของโปรเมกับ Honda LPGA Thailand ไม่ได้เริ่มในปี 2013 แต่ต้องย้อนไปไกลกว่านั้น

  • ปี 2007 โปรเมในวัย 11 ปี ลงเล่น Honda LPGA Thailand ในฐานะนักกอล์ฟเยาวชน กลายเป็น นักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอทัวร์ ที่ได้ลงแข่งขัน จบอันดับที่ 51

  • ปี 2011 เธอกลับมาอีกครั้งและจบที่อันดับ 8 ร่วม เป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่จบในท็อป 10

  • ปีเดียวกันนั้น ยังได้รางวัลนักกอล์ฟเยาวชนหญิงแห่งปีจากสมาคมกอล์ฟเยาวชนสหรัฐฯ (AJGA)

  • ปี 2012 ลงเล่นรายการนี้ต่อเนื่อง และจบที่อันดับ 12 ร่วม ก่อนตัดสินใจเทิร์นโปรปลายปี

ตัวอย่างหนังหลังจากนี้จะเริ่มหยอดซีนดราม่าหนัก ๆ ที่ขอให้ไปสัมผัสกันเองในโรง เพราะบางช่วงคือจุดแตกหักที่หนังตั้งใจเก็บอารมณ์ไว้ให้เจอแบบสด ๆ

คำสัญญา “มือหนึ่งของโลก” และการล้มอีกครั้ง

ช่วงหนึ่งของตัวอย่าง เราได้ยินโปรเมพูดกับโปรโมอย่างมุ่งมั่นว่า

“ฉันจะไปเอามือหนึ่งของโลกมาให้ได้”

จากนั้นภาพถูกตัดสลับกับฉากการแข่งขันที่คุณแม่เดินตามโปรโมในสนาม และตามมาด้วยอีกหนึ่งฉากล้มลงกลางบังเกอร์ของโปรเม

ฉากนี้ในหนังน่าจะอิงจากอุบัติเหตุใหญ่ในการแข่งขัน Wegmans LPGA Championship ที่เธอลื่นล้มจนไหล่พัง ต้องถอนตัวและกลับมาผ่าตัดในไทย แม้ภาพในหนังจะเปลี่ยนโลเคชันไปเป็นบังเกอร์ แต่สารสำคัญยังเหมือนเดิม คือ ล้มอีกครั้ง แต่คราวนี้จะลุกแบบไหน

ปลดล็อกแชมป์แรก: จุดเริ่มการไต่บัลลังก์มือหนึ่ง

ปี 2016 คือปีที่โปรเม ปลดล็อกแชมป์ LPGA แรก ของตัวเองได้สำเร็จ ในรายการ Yokohama Tire LPGA Classic และนั่นกลายเป็นประตูบานใหญ่สู่โลกของ “เบอร์หนึ่ง” อย่างแท้จริง

หลังจากแชมป์แรก เธอไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่เดินหน้ากวาดแชมป์เพิ่มอีกหลายรายการติด ๆ กัน ได้แก่

  • Kingsmill Championship

  • Volvik Championship

  • RICOH Women’s British Open

  • Canadian Pacific Women’s Open

ผลงานระดับนี้ทำให้โปรเมกลายเป็น

  • นักกอล์ฟหญิงที่ทำเงินรางวัลสูงสุดใน LPGA ปีนั้น

  • คว้ารางวัล Rolex Player Of The Year หรือนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี

  • อันดับโลกจากโซน 20–30 ขยับพุ่งขึ้นมาที่ Top 6 ของโลก

มือหนึ่งของโลก 3 ครั้ง และปีทองที่ไม่มีใครลืม

จุดที่หนังใช้เป็นหมุดไทม์ไลน์สำคัญอีกอย่าง คือการขึ้นเป็น มือหนึ่งของโลก (Rolex Rankings) ของโปรเม ซึ่งไม่ได้เกิดครั้งเดียวแล้วจบ แต่เกิดขึ้นถึง 3 ครั้ง

  • ครั้งที่ 1: มิถุนายน 2017

  • ครั้งที่ 2: กรกฎาคม 2018

  • ครั้งที่ 3: ตุลาคม 2018

ตามมาด้วยไฮไลต์อีกดอก คือการคว้าแชมป์ Race to the CME Globe พร้อมเงินโบนัส 1 ล้านดอลลาร์ ในรายการ CME Group Tour Championship ที่ฟลอริดา พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็น นักกอล์ฟคนแรกในแอลพีจีเอทัวร์ที่กวาดรางวัลสำคัญครบทุกสาขาในซีซั่นเดียว

ในปี 2018 เพียงปีเดียว โปรเมลงแข่ง 29 รายการ และทำได้แบบโหดมาก:

  • แชมป์ 3 รายการ

  • ท็อปเท็น 17 รายการ

  • กวาดรางวัลใหญ่ ๆ
    • 2018 Rolex Annika Major Award (ผลงานเมเจอร์ยอดเยี่ยม)

    • อันดับ 1 Rolex Women’s World Golf Rankings มือหนึ่งของโลก

    • Race to the CME Globe Champion

    • Vare Trophy สกอร์เฉลี่ยดีที่สุด

    • LEADERS Top 10 จบท็อป 10 มากที่สุด (17 รายการ)

    • 2018 Rolex Player of the Year นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี

เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกของการเป็นมือหนึ่งของโลก โปรเมเคยตอบไว้แบบโคตรสวยว่า

“เมว่าการเป็นนักกอล์ฟที่ดี ไม่ได้แปลว่าเรา Ranking เท่าไหร่ แต่คือการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดที่เราจะเป็นได้”

นี่คือประโยคที่สรุปทั้งเรื่องได้ในบรรทัดเดียว และไม่แปลกที่หนังจะหยิบมาเป็นใจกลางของการเล่าเรื่อง

จากตัวอย่างสู่หนังเต็ม: ทำการบ้านก่อนเข้าโรง

จากสิ่งที่ถูกเล่าในตัวอย่างหนัง เราจะเห็นว่า ‘โปรเม อัฉริยะ ต้องสร้าง’ ไม่ใช่แค่หนังชีวประวัตินักกีฬา แต่คือการเอาไทม์ไลน์ชีวิตจริงมาเรียงใหม่ให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่ทั้งบีบหัวใจและชวนลุ้น

ใครที่คิดจะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ ลองเก็บข้อมูลจากไทม์ไลน์เหล่านี้ไปในหัวก่อน แล้วคุณจะสนุกกับการไล่จับรายละเอียดในหนังมากขึ้น:

  • ใครคือแรงบันดาลใจของตัวละครรอบ ๆ โปรเม

  • หนังเลือกเล่าอะไรตรงกับประวัติจริง และเปลี่ยนอะไรเพื่อขยี้อารมณ์

  • จุดล้ม จุดเจ็บ จุดหักมุม ถูกจัดวางแบบไหนบนจอ

เพราะบางครั้ง การรู้เรื่องจริงก่อนเข้าโรง ไม่ได้ทำให้หนังสปอยล์ แต่ทำให้ “ทุกช็อตมีน้ำหนักมากขึ้น” ต่างหาก