รับแอปรับแอป

Method Acting คืออะไร? จากฮอลลีวูดสุดโหดถึงไอซ์ซึใน "สงครามส่งด่วน"

ชยุต ชัยมงคล02-04

เปิดโลก Method Acting จากกองถ่ายไทยสู่ฮอลลีวูด

ในซีรีส์ดราม่าธุรกิจสุดเข้มข้น สงครามส่งด่วน (Mad Unicorn) ที่กำลังสตรีมบน Netflix ตอนนี้ หนึ่งในสิ่งที่ทำให้คนดูพูดถึงไม่หยุด คือการทุ่มเทของ ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ ในบท “สันติ” ซึ่งไม่ได้แค่เล่นเป็นตัวละคร แต่เหมือน “กลายเป็น” สันติจริง ๆ

เขาลดน้ำหนักให้รูปร่างผอมลง ไปอบผิวให้ดูคล้ำไหม้แดดให้สมจริงตามคาแรกเตอร์ของคนทำงานหนักกลางแจ้ง แถมยังไปเรียนภาษาจีนจริง ๆ ศึกษากระบวนการทำงานของบริษัทขนส่ง และลงพื้นที่ไปกับไรเดอร์ตัวจริง เพื่อซึมซับทั้งวิถีชีวิต วิธีคิด และทัศนคติของตัวละครอย่างลึกสุด

นี่ไม่ใช่แค่การแสดงทั่วไป แต่เป็นแนวทางของ Method Acting แบบเต็มตัว

ไอซ์ซึ นักแสดงไทยสาย Method ที่ทุ่มทั้งตัวและใจ

ถ้าย้อนไปดูผลงานของไอซ์ซึ จะเห็นชัดเลยว่าเขาเป็นหนึ่งในนักแสดงไทยที่ใช้แนวทาง Method Acting หนักมากมาหลายบทบาทแล้ว

ตัวอย่างบทบาทเด่น ๆ ที่เขาเคยทุ่มสุดตัว ได้แก่

  • บทเด็กปั๊ม ในหนัง “แก๊สโซฮัก รักเต็มถัง” (2016) ที่เขาขึ้นไปใช้ชีวิตจริงเป็นเด็กปั๊มทางภาคเหนือ เพื่อดูวิถีชีวิต ฟังสำเนียง และซึมความเป็นคนท้องถิ่นเข้ามาในตัว

  • บทนักวาดการ์ตูนที่มีอาการทางจิต ในซีรีส์ “The Collector คนประกอบผี” (2018) ที่เขาลดน้ำหนักถึง 14 กิโลกรัม เพื่อให้รูปร่างและพลังของตัวละครสมจริงที่สุด

  • บทฆาตกรโรคจิตในซีรีส์ “Voice สัมผัสเสียงมรณะ” (2019) ที่เขาไปคลุกคลีกับภาพศพจริง ๆ เพื่อเข้าถึงด้านมืดและความเย็นชาของตัวละคร

  • บทผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายในหนัง “One for the Road” (2021) ที่เขาลดน้ำหนักจนผอมมากและโกนหัวเพื่อให้ภาพผู้ป่วยสมจริง โดยเคยเล่าว่าวิธีลดน้ำหนักคือกินแต่ฝรั่งวันละลูกเท่านั้น

การเปลี่ยนร่างกาย เปลี่ยนพฤติกรรม และเปลี่ยนวิธีคิดแบบนี้ คือหัวใจของการเป็น Method Actor อย่างแท้จริง

Method Actor คืออะไร ทำไมต้องทุ่มขนาดนี้

ในสายงานนักแสดง คนที่ใช้เทคนิคแบบนี้มักถูกเรียกว่า Method Actor หรือ “นักแสดงสาย Method” ซึ่งไม่ได้แค่เปลี่ยนเสื้อผ้า ทำผม แต่งหน้าให้เหมือนตัวละครเท่านั้น

สิ่งที่ Method Acting เน้นคือ

  • เปลี่ยนทั้งจิตใจและร่างกายให้เข้าใกล้ตัวละครที่สุด

  • ศึกษาพฤติกรรม ความคิด ความกลัว ความฝันของตัวละครอย่างละเอียด

  • ใช้ชีวิตแบบตัวละคร (อย่างน้อยในช่วงเวลาหนึ่ง) ทั้งการพูด การเดิน การกิน การแต่งตัว

เป้าหมายคือ ไม่ใช่แค่ “เล่นเป็น” แต่คือ “กลายเป็นตัวละคร” ในแบบที่คนดูรู้สึกว่า ตัวละครนั้นมีชีวิตจริง ๆ

รากฐานของ Method Acting: จาก Stanislavski สู่ฮอลลีวูด

เทคนิค Method Acting มีรากมาจาก Stanislavski System หรือระบบการแสดงของสตานิสลาฟสกี้ ซึ่งถูกพัฒนาต่อในโลกตะวันตก และกลายเป็นแนวทางยอดนิยมในฮอลลีวูด โดยเฉพาะช่วงศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา

หัวใจสำคัญคือการใช้คำถามว่า

  • “ถ้าเราเป็นตัวละครอยู่ในสถานการณ์นั้นจริง ๆ เราจะรู้สึกอย่างไร?”

ต่อให้คนแสดงไม่เคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกับตัวละคร เขาจะใช้จินตนาการขั้นสูง ผสมกับประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง เพื่อสร้างอารมณ์ออกมาให้สมจริงที่สุด บางคนไปไกลถึงขั้นใช้ชีวิตนอกกองถ่ายเหมือนตัวละครจริง ๆ เป็นเดือน ๆ

ตัวอย่างนักแสดงที่ใช้ Method Acting หนักมาก ได้แก่

  • แดเนียล เดย์-ลูวิส ที่ใช้ชีวิตเหมือนคนพิการทั้งในและนอกกอง เพื่อรับบทชายพิการใน My Left Foot

  • ฮีธ เลดเจอร์ ในบท Joker ที่แยกตัวไปอยู่โรงแรมคนเดียวหลายเดือน เพื่อสร้างเสียง หัวเราะ ท่าทาง และจิตวิทยาของโจ๊กเกอร์ขึ้นมาแบบใหม่

  • Lady Gaga ใน House of Gucci ที่เปลี่ยนการพูดเป็นสำเนียงอิตาเลียนทั้งในชีวิตประจำวันและในกองถ่ายอยู่นานหลายเดือน

  • เมอริล สตรีฟ ใน The Iron Lady (2011) ที่ฝึกสำเนียงของมาร์กาเรต แธตเชอร์อย่างเข้มข้น และสวมบทเป็นตัวละครนี้แม้ในเวลานอกกองถ่ายบางช่วง

ใน Sophie’s Choice (1982) เมอริลถึงขั้นไปเรียนทั้งภาษาโปแลนด์และเยอรมัน ลดน้ำหนัก และปรับสำเนียงให้เป๊ะเพื่อรับบทหญิงชาวโปแลนด์ในค่ายกักกันนาซี

พลังและด้านมืดของการทุ่มเทแบบ Method

แม้ Method Acting จะสร้างการแสดงระดับตำนาน และทำให้คนดูอินกับตัวละครแบบลืมไม่ลง แต่มันก็มาพร้อมผลข้างเคียงที่หนักหนา โดยเฉพาะเรื่อง สุขภาพกายและใจ

ผลกระทบที่มักเกิดขึ้น เช่น

  • ลดน้ำหนักหรือเพิ่มน้ำหนักอย่างสุดโต่งในเวลาสั้น ๆ

  • ใช้ชีวิตในสภาพกดดันสูงจนเกิดความเครียดสะสม

  • อินกับบทมากเกินไปจนแยกไม่ออกว่าตัวเองเป็นใครนอกจอ

หนึ่งในนักแสดงที่มักถูกพูดถึงว่าเป็นตัวแทนของ “ความสุดโต่ง” ในสาย Method คือ คริสเตียน เบล (Christian Bale) นักแสดงชาวอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนร่างและเปลี่ยนบุคลิกได้แบบสุดขั้ว

Christian Bale: จากผอมโคตรสู่ฮีโร่ร่างล่ำในเวลาไม่กี่เดือน

คริสเตียน เบล เป็นที่ยอมรับในฮอลลีวูดว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ ทุ่มสุดตัว จนบางครั้งถึงขั้นเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ เขาเคยคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก The Fighter (2010) และโดดเด่นทั้งในบทมหาเศรษฐีฆาตกรโรคจิตจาก American Psycho ไปจนถึงบทซูเปอร์ฮีโร่ใน Batman ของคริสโตเฟอร์ โนแลน

หนึ่งในบทที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ The Machinist (2004) ที่เขารับบทช่างเครื่องผู้เป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังจนร่างกายทรุดโทรม

สิ่งที่เขาทำเพื่อบทนี้คือ

  • ลดน้ำหนักกว่า 27 กิโลกรัม ในเวลาไม่กี่เดือน

  • กินแค่แอปเปิ้ลวันละลูกกับกาแฟ

  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ไม่เข้าสังคม

  • บังคับตัวเองให้นอนไม่พอ เพื่อเข้าใกล้สภาวะหลอนและความทรุดโทรมทางร่างกาย

ผลที่ได้คือร่างกายที่ซูบจนเห็นแต่กระดูก ใบหน้าตอบจนหลายคนคิดว่าต้องใช้ CGI ช่วย แต่ภาพเบื้องหลังยืนยันว่าทั้งหมดคือของจริง จนเกิดคำถามใหญ่เรื่อง ความปลอดภัยของนักแสดง และจุดที่คำว่า “ทุ่มเท” กลายเป็น “ทำร้ายตัวเอง” อยู่ตรงไหน

หลังจากผอมจนแทบเป็นโครงกระดูกใน The Machinist เขาต้องกลับมารับบท บรูซ เวย์น ใน Batman Begins (2005) ซึ่งต้องมีร่างกายแข็งแรง มีกล้ามเนื้อแน่น

ภายในเวลาไม่ถึง 6 เดือน เขาต้อง

  • เพิ่มน้ำหนักกว่า 45 กิโลกรัม

  • กินอาหารวันละราว 5,000 แคลอรี

  • ออกกำลังกายหนักระดับมาราธอนเพื่อสร้างกล้ามใหม่

จากร่างแบบ “มนุษย์ใกล้ตาย” กลายเป็น “นักรบในเงามืด” ภายในปีเดียว นี่คือการเปลี่ยนผ่านที่ทั้งน่าทึ่งและน่าเป็นห่วงไปพร้อมกัน

จากผอมสุดตัว สู่อ้วนลงพุง: การ “แปลงร่าง” ไม่จบแค่เรื่องเดียว

ปี 2010 ใน The Fighter คริสเตียน เบล รับบทอดีตนักมวยที่ติดยา เขาลดน้ำหนักอีกครั้ง และศึกษาพฤติกรรมของผู้เสพติดอย่างละเอียด จนการแสดงสมจริงถึงขั้นคว้าออสการ์มาได้สำเร็จ

ต่อมาใน American Hustle (2013) เขารับบทนักต้มตุ๋นร่างอ้วน พุงยื่นในยุค 70 ซึ่งต้อง

  • เพิ่มน้ำหนักกว่า 18 กิโลกรัม

  • เดินตัวงอ ก้มหัวอยู่ตลอดเวลา

ผลคือกระดูกสันหลังได้รับผลกระทบจนเขาต้องไปทำกายภาพบำบัดหลังจบงาน เพราะการเปลี่ยนบุคลิกทางร่างกายแบบนั้นยาวนานหลายเดือน

ใน Vice (2018) ที่เขารับบท ดิ๊ก เชนีย์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาต้อง

  • เพิ่มน้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม

  • ฝึกท่าทางและกิริยาจนคล้ายต้นฉบับแบบเหลือเชื่อ

  • โกนคิ้ว ย้อมผม และสวมอุปกรณ์เสริมร่างกายในบางฉากเพื่อให้เนียนทุกช่วงวัยของตัวละคร

บทนี้ทำให้เขาได้คำชมถล่มทลาย และเข้าชิงออสการ์อีกครั้ง แต่ผลที่ตามมาคือสุขภาพที่เริ่มส่งสัญญาณเตือนชัดกว่าเดิม

ราคาเบื้องหลัง Method Acting: เมื่อร่างกายเริ่มไม่ไหว

ด้านหนึ่ง Method Acting ช่วยสร้างการแสดงระดับประวัติศาสตร์ แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำให้นักแสดงอย่างคริสเตียน เบล ต้องเผชิญกับความเสี่ยงอย่างหนัก

ผลกระทบที่เขาเจอ ได้แก่

  • ระบบเผาผลาญเริ่มรวนจากการลด-เพิ่มน้ำหนักสุดขั้วบ่อย ๆ

  • ความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว

  • ปัญหาระบบทางเดินอาหาร

เขาเคยเล่าว่าแพทย์เตือนชัดเจนว่า ถ้ายังเล่นกับน้ำหนักตัวแบบหักโหมแบบนี้ต่อไป มีโอกาสถึงตายได้

ระหว่างถ่ายทำ The Machinist เขารู้สึกเหมือนร่างกายเข้าใกล้ขีดจำกัดจริง ๆ ทั้งอ่อนแรง หน้ามืด เคลื่อนไหวลำบาก และกล้ามเนื้อเริ่มฝ่อ ทุกการขยับตัวคือความทรมาน แต่เขาก็ยังเลือกทำเพราะอยากให้บทบาทออกมาสมจริงที่สุด

ช่วงหลัง ๆ เขาจึงเริ่มระมัดระวังมากขึ้น ไม่เล่นสุดทางเหมือนเมื่อก่อน และออกมายอมรับตรง ๆ ว่า

“มันอาจจะดูเท่ในสายตาคนอื่น แต่ร่างกายเราไม่ลืมหรอกว่าเราเคยทรมานมันขนาดไหน”

คำพูดนี้สะท้อนด้านจริงจังและด้านเจ็บปวดของการเป็น Method Actor เพราะบางครั้งการเข้าถึงตัวละครจนลึกเกินไปก็อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจ เช่น กรณีของ ฮีธ เลดเจอร์ ในบท Joker จาก The Dark Knight (2008) ที่หลายคนยังตั้งคำถามอยู่ว่า การทุ่มเทเกินขีดจำกัดอาจมีส่วนผลักเขาไปสู่จุดจบหรือไม่

ไอซ์ซึ กับมุมมองสาย Method ที่มีสติและขอบเขต

ในฝั่งนักแสดงไทยอย่าง ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ แม้เขาจะเป็นอีกหนึ่งคนที่ศึกษาวิธีการแสดงแบบ Method อย่างจริงจังและนำมาใช้กับหลายบทบาทของตัวเอง แต่เขาเคยพูดไว้อย่างชัดเจนว่า

ต่อให้ทุ่มเทกับ Method Acting แค่ไหน ก็ไม่ควรแลกด้วยการทำร้ายร่างกายหรือสภาพจิตใจของตัวเอง

ทัศนคตินี้สะท้อนว่า เขาไม่ได้เดินตามรอยสาย Method แบบสุดโต่งจนหลุดคอนโทรล แต่เลือกใช้เทคนิคนี้อย่างรู้เท่าทัน รู้ขอบเขต และคำนึงถึงสุขภาพระยะยาวของตัวเองด้วย

ในยุคที่เราชอบชื่นชมความ “ทุ่มเทเกินร้อย” ของนักแสดง การที่คนหนึ่งกล้าพูดว่า การแสดงดีได้โดยไม่จำเป็นต้องทำลายตัวเอง ก็อาจเป็นอีกมุมที่ควรถูกพูดถึงมากขึ้นไม่แพ้กัน

บทสรุป: Method Acting จำเป็นต้องสุดโต่งเสมอไปไหม?

Method Acting ทำให้เราได้เห็นการแสดงที่มีพลังจนขนลุก จากฮอลลีวูดไปจนถึงซีรีส์ไทยอย่าง สงครามส่งด่วน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เราเห็นชัดว่า

  • การแสดงที่ดีอาจต้องแลกด้วยทั้งเวลา วินัย และสุขภาพ

  • เส้นแบ่งระหว่าง “ความทุ่มเท” กับ “การทำร้ายตัวเอง” บางทีบางมากจนเผลอข้ามไปง่าย ๆ

ตัวอย่างของคริสเตียน เบล แสดงให้เห็นพลังและราคาของการเป็น Method Actor ส่วนไอซ์ซึคือภาพของนักแสดงรุ่นใหม่ที่ เข้าใจเทคนิคนี้เชิงลึก แต่ก็เลือกใช้มันอย่างมีสติ

สำหรับคนดูอย่างเรา ๆ สิ่งที่อาจทำได้ไม่ใช่แค่ปรบมือให้กับการแสดงสมจริง แต่ยังรวมไปถึงการตระหนักว่า เบื้องหลังฉากที่เราดูแป๊บเดียว บางครั้งคือการต่อสู้กับทั้งร่างกายและจิตใจของนักแสดงที่ยาวนานหลายเดือนหรือหลายปีเลยทีเดียว