รับแอปรับแอป

จากสติ๊กเกอร์ไลน์สู่แฟชั่นวีค: เมื่อ IP ตัวละครไต้หวันบุกเวทีโลก

ชนกนันท์ ทองมี02-01

IP Character ที่แอบอยู่ในชีวิตเราแบบเนียน ๆ

เวลาเปิด LINE ขึ้นมาแล้วกดส่งสติ๊กเกอร์ “เธอไม่เข้าใจสไตล์ของเจ๊หรอก” จากชุด “เหมยเหม่ย (MeiMei)” หรือถือแก้วเครื่องดื่มที่มีแมวฟ้า BUGCAT CAPOO อยู่บนแก้ว คุณอาจไม่ได้รู้สึกเลยว่า ตัวเองกำลังโอบกอดโลกของ IP Character อยู่ทุกวัน

ตัวละครที่มีลิขสิทธิ์เหล่านี้ ไม่ได้มีหน้าที่แค่ “น่ารัก” แต่ยังกลายเป็นภาษาใหม่ในการสื่อสารอารมณ์ ความคิด และตัวตนของเรา ราวกับมีเพื่อนสนิทที่คอยอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลาในรูปแบบภาพตัวการ์ตูน

TAICCA x TCBLA: ทีมผลักดัน IP ไต้หวันสู่เวทีนานาชาติ

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Taiwan Creative Content Agency (TAICCA) จับมือกับ Taiwan Character Brand Licensing Association (TCBLA) พาทีมดีไซเนอร์และเจ้าของ IP จากไต้หวัน บุกงานแสดงสินค้าลิขสิทธิ์ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ยอดดีลธุรกิจที่เพิ่มขึ้น แต่คือการได้เรียนรู้โมเดลจากต่างประเทศ ทั้งการจัดบูธ การเล่าเรื่องแบรนด์ ไปจนถึงการวางภาพลักษณ์ของตัวละครในตลาดสากล

TCBLA อธิบายว่า การคัดเลือก IP ไปออกงานต่างประเทศไม่ใช่แค่ “ใครอยากไปก็ไปได้” แต่มีบอร์ดผู้เชี่ยวชาญนานาชาติมาช่วยประเมินอย่างจริงจัง ทั้งด้าน

  • ศักยภาพทางการตลาด

  • ความนิยมในสไตล์งาน

  • เอกลักษณ์ของตัวละคร

เพื่อให้แต่ละ IP ที่ถูกเลือก สามารถไป “แมตช์” กับตลาดของประเทศนั้น ๆ ได้จริง

IP ไต้หวันหน้าใหม่ที่โลกเริ่มจำชื่อ

Jiu Cang Miao Wo: แมวน้อยที่ไปไกลถึงจอทีวีญี่ปุ่น

แบรนด์ Jiu Cang Miao Wo ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ใช้คาแรกเตอร์แมวน้อยตากลมโตสีขาวมาเล่าเรื่อง ผ่านทั้งเกมออนไลน์และแอนิเมชัน จนกลายเป็นอนิเมะไต้หวันเรื่องแรกที่ได้ออกอากาศในสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 2020 ทางสถานีโทรทัศน์ชิบะ

นี่คือหลักฐานว่า ถ้าสตอรี่แข็งแรงพอ ภาพวาดจากเกาะเล็ก ๆ ก็ไปโผล่ในหน้าจอของผู้ชมต่างประเทศได้เหมือนกัน

Kuroro: เหมียวอวกาศจากเนบิวลาตาแมว

Kuroro คือแมวอวกาศจากดาว NGC6543 (เนบิวลาตาแมว) ที่ถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจบนโลก มุมมองการสำรวจจักรวาลที่สนุกและเป็นมิตร ทำให้สำนักพิมพ์หนังสือเด็กชื่อดังของญี่ปุ่นสนใจ จนต่อยอดเป็นหนังสือภาพชุดพิเศษสำหรับเด็ก

ไม่ใช่แค่การตีพิมพ์หนังสือ สถานี TV Tokyo (TXCOM) ในเครือ TX Network ยังเข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านไลเซนส์ในญี่ปุ่นอีกด้วย สะท้อนให้เห็นว่า แมวตัวเล็ก ๆ ถ้ามีคอนเซ็ปต์ชัด ก็สร้างจักรวาลของตัวเองได้จริง

Tea Girls: ใบชาที่กลายเป็นสาวน้อย

Tea Girls คือตัวละครที่เกิดจากการเอาวัฒนธรรมชาโลก มาผสมกับเสน่ห์ของชาพันธุ์ต่าง ๆ ในไต้หวัน แล้วแปลงร่างทั้งหมดให้กลายเป็น “สาวน้อยใบชา” แต่ละตัวมีบุคลิกและกลิ่นอายเฉพาะตัว

กระแสตอบรับบนโลกออนไลน์แรงจนยอดเข้าชมทะลุ 200 ล้านครั้ง และยังได้เซ็นสัญญาให้บริษัทญี่ปุ่นเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการอีกด้วย

Taiwanimal: เมื่อสัตว์ท้องถิ่นเจอแนวคิดรักษ์โลก

โปรเจกต์ “Taiwanimal (灣A麻吉)” คือ IP ที่หยิบสัตว์เฉพาะถิ่นของไต้หวัน อย่างกวางซิก้า หมีดำไต้หวัน สุนัขภูเขาฟอร์โมซา กบต้นไม้สีเขียว และแมวดาว มาออกแบบเป็นตัวละครน่ารัก พร้อมสอดแทรกแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ทีมสร้างสรรค์เคยผ่านช่วงลองผิดลองถูกมาหลายรอบ ก่อนจะโฟกัสไปที่สินค้าแนวตุ๊กตาของเล่น วางตำแหน่งเป็น “ของเล่นฮีลใจ” ให้ความอบอุ่นและผ่อนคลาย พร้อมพูดเรื่องดูแลโลกเบา ๆ แต่ชัดเจน

การเลือกยืนฝั่ง “รักษ์โลก” ทำให้ Taiwanimal ดึงดูดแบรนด์ที่มีค่านิยมแบบเดียวกันมาร่วมคอลลาบได้อย่างลงตัว เช่น การจับมือกับเกษตรกรชาอาลีซาน เปิดตัวสินค้าร่วมที่ทั้งโปรโมทภูมิประเทศและเพิ่มมูลค่าให้ภาพลักษณ์ของไต้หวันไปพร้อมกัน

ดีเอ็นเอของ IP ไต้หวัน: เสน่ห์ที่เรียบง่ายแต่ไม่ธรรมดา

ตลาดในประเทศของไต้หวันอาจไม่ใหญ่ แต่เป้าหมายของ IP Character กลับมองไปไกลกว่านั้น หลี่อวี่ซาน ผู้บริหาร Jimmy S.P.A. วางแกนหลักของแบรนด์จิมมี่ไว้ที่ “การอ่าน การเดินทาง และชีวิต” โดยเฉพาะคำว่า “ชีวิต” ที่เธอมองว่าเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของไต้หวันได้ดีที่สุด

เธอสรุปชัด ๆ ว่า “สิ่งที่ไต้หวันต้องการอย่างแท้จริงคือ ความเรียบง่ายที่ไม่ธรรมดา”

ในอีกมุมหนึ่ง ศิลปินอย่าง Mr. H.H ก็เลือกใช้ตัวละคร “เหมยเหม่ย” เป็นตัวแทนของความเป็นไต้หวันในแบบบ้าน ๆ ที่จริงใจ ตรงไปตรงมา กระตือรือร้น และไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

Tea Girls เองก็สะท้อนเสน่ห์แบบเดียวกัน คือการหยิบสิ่งธรรมดาในชีวิตประจำวันอย่าง “ชา” มายกระดับเป็นตัวละครที่มีคาแรกเตอร์ชัด และเล่าเรื่องได้ไม่รู้จบ

เหมยเหม่ย: สาวอวบจอมแซะที่กลายเป็นกระบอกเสียงของหลายคน

จากเด็กอ้วนตัวจิ้มลิ้มสู่ไอคอนออนไลน์

“เหมยเหม่ย” เปิดตัวในโลกออนไลน์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2013 ในภาพลักษณ์สาวอวบที่พูดตรง แซะเก่ง ประชดเก่ง และคอยสะท้อนด้านเฟค ๆ ของโลกโซเชียล

สำหรับ Mr. H.H แล้ว เหมยเหม่ยไม่ใช่แค่ตัวละคร แต่เป็นการเอาตัวตนในวัยเด็กของเขามาเล่าใหม่ ทั้งการเป็นเด็กอ้วน ติดวาดรูป ชอบอยู่ในห้องเรียน มีเพื่อนสนิทเป็นผู้หญิง และบุคลิกที่มักโดนคนรอบข้างใช้คำพูดทำร้าย

เขาเล่าว่า ทุกอย่างผ่านไปแล้ว และสิ่งที่เขามีในวันนี้คือความกล้าและความแข็งแรงทางใจ เขาอยากให้เหมยเหม่ยเป็นกระจกสะท้อน ความไม่เท่าเทียมต่อรูปลักษณ์ภายนอก และหวังว่าตัวละครนี้จะปลอบคนที่เคยเจอประสบการณ์คล้ายกันได้บ้าง

ในเรื่องราวของเหมยเหม่ย ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแฟนหนุ่ม (ชายใส่แว่น) เต็มไปด้วยโมเมนต์ชีวิตจริงที่ทั้งบ้าน ๆ และน่ารัก เป็นภาพคู่รักธรรมดาที่ไม่ได้เพอร์เฟ็กต์ แต่จริงใจจนคนดูอิน

เอเจนซีเบื้องหลัง: การปั้น IP ให้ยืนระยะ

เบื้องหลังความดังของเหมยเหม่ย คือทีม IN2 Creation ที่เริ่มดูแลตั้งแต่ช่วงแรก ๆ เลี่ยวเพ่ยหยิน ผู้อำนวยการบริษัทเล่าว่า เพียงปีแรกเพจเฟซบุ๊คของเหมยเหม่ยก็มียอดติดตามทะลุกว่า 1 ล้านคน โดย ไม่ต้องซื้อโฆษณาเลยแม้แต่บาทเดียว ทุกอย่างเกิดจากการแชร์ต่อของแฟนคลับล้วน ๆ

เธออธิบายว่า การดูแล IP ไม่ใช่แค่เรื่องลิขสิทธิ์ แต่ต้องคุมทั้ง

  • เอกลักษณ์ของตัวละคร

  • ความหลากหลายในการใช้และต่อยอด

  • ความต่อเนื่องของการเล่าเรื่อง

เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว วงจรชีวิตของ IP Character มักอยู่ราว ๆ 5 ปี ถ้าอยากให้ยืนระยะได้นานกว่านั้น การสร้างธีมและการพัฒนาเรื่องราวอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญ

ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ทีมงานวางธีมการตลาดให้เหมยเหม่ยเป็นช่วง ๆ ทุกสองปี เช่น

  • ธีมแรก: “การตอบโต้” – เหมยเหม่ยในเวอร์ชันเดือด มั่นใจ พูดตรง เน้นการโต้กลับสังคมที่ตัดสินด้วยรูปลักษณ์

  • ธีมสอง: “ตกหลุมรัก” – โชว์ด้านโรแมนติก ความสัมพันธ์

  • ธีมสาม: “เพื่อน” – โฟกัสมิตรภาพของผู้หญิงและความลับระหว่างเพื่อนซี้

  • ธีมสี่: “ธรรมชาติของมนุษย์” – เหมยเหม่ยพูดถึงการมีแผน การมีกลยุทธ์ ว่าจริง ๆ แล้วทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์

  • ธีมปัจจุบัน: “การออกเดินทาง” – ไม่ว่าเพศไหน จุดสำคัญคือการซื่อสัตย์กับตัวเอง มีความมั่นใจ และไม่ปล่อยให้สายตาคนอื่นมากำหนดชีวิต

จากแค่คอมิกคาแรกเตอร์ เหมยเหม่ยค่อย ๆ ไต่ระดับเข้าสู่วงการแฟชั่น ร่วมงานกับดีไซเนอร์ชื่อดัง และไปปรากฏตัวบนรันเวย์ New York Fashion Week กับแบรนด์ Just In XX พร้อมส่งสารชัด ๆ ว่า “ความสวยงามไม่ได้มีมาตรฐานเดียว”

ในปี ค.ศ. 2021 เธอยังเปลี่ยนลุคใหม่ มัดหางม้าสองข้าง แล้วยังไปคอลลาบกับไอดอลเสมือนจริงชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Miku Hatsune ด้วย

สติ๊กเกอร์ LINE: ภาษาของอารมณ์ยุคดิจิทัล

สติ๊กเกอร์ LINE คือสนามหลักที่เหมยเหม่ยเปล่งพลังได้เต็มที่ ภาพที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน สไตล์การพูดแบบตรง ๆ แซะเก่งแต่ไม่โหดร้าย ทำให้คนจำนวนมากใช้เธอแทนข้อความ

ไม่ว่าจะเป็นการบ่นเหนื่อย ด่าเบา ๆ หรือหยอดความมั่นใจในตัวเอง เหมยเหม่ยกลายเป็นตัวแทนความรู้สึกของคนที่เคยโดนตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกมาแล้วทั้งนั้น

จิมมี่ เลี่ยว: เมื่อหนังสือภาพกลายเป็นเวทีศิลปะระดับโลก

จิมมี่ เลี่ยว คือหนึ่งในศิลปินหนังสือภาพที่คนเชื้อสายจีนทั่วโลกต่างรู้จัก ผลงานของเขาถูกขายลิขสิทธิ์ไปมากกว่า 20 ประเทศ พร้อมใบอนุญาตต่อยอดกว่า 200 โปรเจกต์ ตั้งแต่

  • ละครเพลง

  • ศิลปะการแสดงและละครเวที

  • ภาพยนตร์

  • แอนิเมชัน

  • ศิลปะสาธารณะ

  • โปรเจกต์ร่วมกับเทคโนโลยีอย่าง VR

ทั้งหมดนี้มีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก Jimmy S.P.A. ที่หลี่อวี่ซานเป็นผู้ก่อตั้งและบริหาร

เธออธิบายว่า แม้จะใช้ “ภาพ” เป็นฐานเหมือนกัน แต่ตัวละครของจิมมี่แตกต่างจาก IP ทั่วไป เพราะหนังสือภาพของเขามีทั้งโครงเรื่อง ฉาก และตัวละครจำนวนมาก ทำให้การเป็นเอเจนซีไม่ใช่แค่การขายหน้าตาตัวละคร แต่คือการจัดการ “โลกทั้งใบ” ของเรื่องราว

กลุ่มเป้าหมายหลักของหนังสือภาพจิมมี่คือวัยผู้ใหญ่ 18–35 ปี ดังนั้นผลงานจำนวนมากจึงถูกมองว่าเป็น “เทพนิยายของผู้ใหญ่” มากกว่าจะเป็นนิทานสำหรับเด็ก

เธอเน้นว่า จุดแข็งของแบรนด์นี้คือ “เรื่องราวและจิตวิญญาณที่อยู่เบื้องหลัง” ภาพอาจเป็นสิ่งที่เห็นก่อน แต่สิ่งที่ตรึงใจคนดูจริง ๆ คือเนื้อเรื่องและอารมณ์ที่ตามมา

จากหนังสือภาพ ผลงานของจิมมี่ถูกต่อยอดเป็นสื่อบนหน้าจอ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง Starry Starry Night ที่ได้เข้าชิงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน สาย New Currents และแอนิเมชันสั้น A Fish with a Smile ที่คว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน

ในอนาคต หลี่อวี่ซานมองว่าต้องเร่งเสริม “คอนเทนต์ดิจิทัล” ให้มากขึ้น Jimmy S.P.A. จึงพาผลงานไปออกงาน Japan Licensing ต่อเนื่องสองปี และเลือกใช้ When the Moon Forgot เป็นเรือธงบุกตลาดลิขสิทธิ์ญี่ปุ่นอีกครั้ง

จากหน้าหนังสือสู่พื้นที่จริง: เมื่อฉากในนิทานโผล่กลางสถานีรถไฟ

ปี ค.ศ. 2015 หลี่อวี่ซานตัดสินใจเขียนจดหมายหาคุณโทมิโอะ คิตากาวะ ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของเทศกาล Echigo-Tsumari Art Field ที่จัดขึ้นทุกสามปีในจังหวัดนีงาตะ นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้โลกของจิมมี่หลุดออกจากหน้ากระดาษไปอยู่กลางภูเขาและทุ่งนาในญี่ปุ่น

พื้นที่จัดงานแห่งนี้ใช้ภูมิประเทศจริงเป็นเวทีงานศิลปะ กลายเป็นสะพานเชื่อมผู้คน ธรรมชาติ และผลงานศิลปินเข้าไว้ด้วยกัน ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือภาพ Kiss & Goodbye ถูกนำไปวางใกล้สถานีรถไฟโดอิจิและเอจิโกะ-มิซึซาวะบนสาย Iiyama ของ JR East

ปี 2018 ทีมจิมมี่ย้อนกลับไปอีกครั้งในคอนเซ็ปต์ “Kiss & Goodbye - ความทรงจำอันล้ำค่าที่ถูกลืม” พวกเขาสร้างสถานีรถไฟจำลองขนาดเล็กโดยใช้แบบจากสถานีจริง แล้วนำสิ่งของมีค่าที่ชาวบ้านเก็บรักษาไว้ มาใส่ไว้ข้างใน เพื่อเตือนให้ทุกคนระลึกถึงเรื่องราวแสนวิเศษในอดีตที่ไม่ควรถูกลืม

อีกด้านหนึ่ง งานของจิมมี่ถูกนำไปใช้ในงานศิลปะสาธารณะมากมาย ตั้งแต่การตกแต่งผนังในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินไทเป ไปจนถึงสถานีรถไฟรางเบาสายตั้นสุ่ย เส้นทาง Green Mountain ผลงานเหล่านี้ทำให้ “การอยู่ร่วมกับศิลปะในชีวิตประจำวัน” กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์จิมมี่อย่างแท้จริง

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ คือการคอลลาบระหว่าง When the Moon Forgot กับ Hello Kitty จาก Sanrio นี่เป็นครั้งแรกที่แบรนด์จิมมี่เลือกจับมือกับตัวละครดังตัวอื่น เพื่อสร้างงานร่วมกัน

หลี่อวี่ซานมองว่า นี่ไม่ใช่แค่การเอาตัวละครมาอยู่ในภาพเดียวกัน แต่เป็นเหมือนการ “รีบูตชีวิตใหม่” ให้ IP ที่มีประวัติยาวนานกว่า 20 ปี ได้ลุกขึ้นมาเล่าเรื่องอีกครั้งในบริบทใหม่ ๆ

IP Character ไต้หวัน: ตัวเล็กแต่พล็อตไม่เล็ก

ถ้าลองถอยออกมามองภาพรวม ไม่ว่าจะเป็น Tea Girls, Taiwanimal, เหมยเหม่ย หรือผลงานของจิมมี่ เลี่ยว จะเห็นจุดร่วมบางอย่างที่ชัดเจนมาก

  • ทุกตัวละครมี “เรื่องเล่า” ที่แข็งแรง ไม่ได้ขายแค่หน้าตาน่ารัก

  • หลาย IP ผูกโยงกับตัวตนของไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ท้องถิ่น ชา วัฒนธรรมการอ่าน หรือความรู้สึกของคนตัวเล็กในสังคม

  • การต่อยอดไม่ได้หยุดที่สินค้าเมอร์ช แต่ลามไปถึงละครเวที ภาพยนตร์ งานศิลปะสาธารณะ และแฟชั่นโชว์ระดับโลก

สำหรับสายดูละครเวที IP เหล่านี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะหลายเรื่องถูกดัดแปลงขึ้นเวทีจริงแล้ว และมีศักยภาพสูงมากในการต่อยอดไปสู่รูปแบบการแสดงสดในอนาคต

ท้ายที่สุด IP Character อาจไม่ใช่แค่ตัวการ์ตูนในหน้าจอ แต่คือเวทีเล็ก ๆ ที่ให้คนธรรมดาได้เห็นตัวเอง ได้รับการปลอบโยน และกล้าจะเป็นตัวเองมากขึ้นในโลกที่เต็มไปด้วยมาตรฐานที่กดทับเราอยู่ทุกวัน