เปิดสูตรร้านดัง TikTok Shop ไลฟ์ยังไงให้ขายแตกทุกวัน
เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ไลฟ์ขายของได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะปิดการขายได้ทีละนับร้อยออเดอร์ต่อวัน
หลายร้านดังบน TikTok Shop มีทีมไลฟ์มืออาชีพคอยมอนิเตอร์ วางแผน คุมเกมหน้าไลฟ์แบบจริงจัง เราเลยหยิบเอาเทคนิคที่เขาใช้กันจริงมาเล่าแบบจับต้องได้ ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งสายเก๋าและสายใหม่เอาไปลองใช้กันดู
เพราะการไลฟ์สดไม่ใช่แค่ “กดไลฟ์แล้วพูด” แต่มันคือทั้งศาสตร์ของการขาย และศิลปะของการเล่าให้คนดูอินและกดสั่งซื้อ
ถ้าตอนนี้ไลฟ์แล้วเงียบเหมือนป่าช้า คนดูไม่คุย ยอดไม่เดิน ลองจัด 10 ข้อนี้เข้าไปทีละข้อ มีโอกาสพลิกไลฟ์ให้กลับมาคึกได้แน่นอน
1. ประกาศให้ทั่วทุกช่องทางว่า “วันนี้เราไลฟ์นะ!”
ก่อนจะกดเริ่มไลฟ์ อย่าลืมทำสิ่งนี้ก่อนเสมอ: โปรโมตให้คนรู้ว่าร้านคุณกำลังจะไลฟ์สดบน TikTok Shop
คุณสามารถชวนลูกค้าให้มาดูไลฟ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น
Facebook ส่วนตัว / เพจ
Instagram
Line OA หรือกลุ่มลูกค้า
จะแจ้งล่วงหน้าว่ากี่โมง หรือถ้าเริ่มไลฟ์ไปแล้วค่อยแชร์ลิงก์ไลฟ์ไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ ก็ได้ เพื่อดึงคนเข้าไลฟ์เพิ่มแบบเรียลไทม์
จากนั้นเมื่อมีคนเข้ามาในไลฟ์แล้ว อย่าปล่อยเขาเงียบ ๆ ให้ชวนกดใจ คอมเมนต์ และแชร์ไลฟ์ออกไป
เพราะทุกการกดมีส่วนช่วยเพิ่มการมองเห็นตอนไลฟ์ ทำให้ไลฟ์ของคุณมีโอกาสเด้งไปเจอคนใหม่ ๆ มากขึ้น ช่วยสู้การโดนปิดกั้นการมองเห็นได้ดีเลย
2. จัดฉาก แสง ไฟ และพร็อพให้ดูมืออาชีพตั้งแต่แรกเห็น
หลายคนคิดว่าการจัดฉาก แสง ไฟ เป็นเรื่องรอง แต่บน TikTok ที่คนไถฟีดไวมาก ๆ 3 วินาทีแรกคือชีวิต
ลองคิดดูว่าลูกค้าเลื่อนฟีดแล้วเจอหน้าร้านคุณ ถ้าภาพมืด หม่น ดูงง ๆ จะให้เขาหยุดดูคุณทำไม?
การลงทุนกับ
ไฟที่สว่างกำลังดี
พร็อพจัดฉากให้เข้ากับสไตล์ร้าน
อุปกรณ์ช่วยไลฟ์ เช่น ขาตั้ง โทรศัพท์มุมดี ๆ
จะช่วยให้
ภาพรวมแบรนด์ดูสวยสะดุดตา
เพิ่มความน่าเชื่อถือ ดูโปรขึ้นทันที
แต่ถ้ายังไลฟ์ในแสงมืด ๆ ฉากรกรุงรัง ก็ยากที่ลูกค้าจะรู้สึกอยากหยุดดูและอยากซื้อจากคุณ
3. แม่ค้าต้องมีคาแรกเตอร์เด่น พูดเก่ง แต่ต้องเรียลและเข้าถึงง่าย
บน TikTok Shop คนไม่ได้มองหาแต่ของถูก แต่เขามองหา แม่ค้าที่ดูจริงใจ สนุก และคุยแล้วรู้สึกว่า “ใช่”
สกิลพูดจึงสำคัญมาก คุณควรฝึกให้ตัวเอง
พูดโน้มน้าวได้แบบไม่ยัดเยียด
ปิดการขายแบบลื่น ๆ ไม่แข็ง
คุยกับลูกค้าเหมือนเพื่อน มากกว่าพูดใส่กล้อง
ยิ่งคุณเป็นธรรมชาติ ใช้ภาษาที่ลูกค้าฟังแล้วรู้สึกว่า “เหมือนคนกันเอง” บุคลิกเข้าถึงง่าย ลูกค้าจะรู้สึกจับต้องได้และกล้าซื้อมากขึ้น
แพลตฟอร์มนี้คนชอบอะไรที่เรียล ไม่เนี๊ยบเกินไป แต่จริงใจและดูเป็นมนุษย์จริง ๆ
4. เลิกฮาร์ดเซลอย่างเดียว เปิดบทสนทนาถามลูกค้าบ้าง
ไลฟ์แล้วคนไม่ดู อาจไม่ใช่เพราะของไม่ดี แต่เป็นเพราะคุณ เอาแต่พูดขายฝ่ายเดียว
ถ้าคุณพูดแต่ประโยชน์ของสินค้า A ดีอย่างนั้น สินค้า B ดีอย่างนี้ แต่ไม่เคยถามเลยว่าลูกค้า “อยากได้อะไรจริง ๆ” เขาก็แค่ฟังผ่าน ๆ แล้วเลื่อนหนี
ลองเปลี่ยนมาเป็น
ถามบ่อย ๆ ว่าเขาสนใจชิ้นไหนในตะกร้า
ให้ลูกค้าเลือกหรือบอกโจทย์ตัวเองมา
จากนั้นค่อย จัดเต็มโชว์จุดขายของสินค้าที่เขาสนใจจริง ๆ
ยิ่งลูกค้าบอกสัดส่วน สไตล์ หรือความต้องการของตัวเองมาเยอะเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งโชว์สกิลไลฟ์สดในการแมตช์สินค้าให้โดนใจได้มากเท่านั้น
5. หยิบของขึ้นมาโชว์จริง ใช้จริง รีวิวให้ดูสด ๆ
ต่อจากการถามลูกค้าแล้ว อย่าปล่อยให้ทุกอย่างจบแค่คำพูด
หน้าที่ของคนไลฟ์คือ หยิบสินค้ามารีวิวให้ดูแบบสด ๆ ชัด ๆ เน้นความเรียลให้มากที่สุด
จะดีมากถ้าคุณ
ให้เวลากับสินค้า 1 ชิ้นประมาณ 5 นาที
อธิบายจุดเด่น วิธีใช้ และผลลัพธ์ที่ลูกค้าจะได้
โชว์ฟังก์ชันหรือดีเทลที่รูปนิ่ง ๆ มองไม่เห็น
จุดนี้คือพื้นที่ให้คุณ “ครีเอท” ได้เต็มที่ ก่อนจะเปลี่ยนไปชิ้นถัดไป อย่าลืมทิ้งท้ายด้วยการบอกโปรโมชันของชิ้นนั้นทุกครั้ง
6. โปรโมชันต้องดังชัดในหู แจกโค้ดให้ย้ำทั้งไลฟ์
เวลาไลฟ์แต่ละรอบ คุณควร ท่องโปรโมชันให้ขึ้นใจ แล้วเล่าให้ลูกค้าฟังซ้ำ ๆ แบบไม่ต้องกลัวเบื่อ
อย่าลืมบอกให้ชัดว่า
มีโค้ดส่วนลดอะไรบ้าง
มีโค้ดส่งฟรีไหม
ต้องไปเก็บโค้ดตรงไหน
ซื้อวันนี้ดีกว่าซื้อวันอื่นตรงไหน
ถ้ามีคำปิดการขายแนว
ลดวันสุดท้าย
ลดเฉพาะในไลฟ์นี้เท่านั้น
ก็ยิ่งช่วยกระตุ้นให้คนรีบกดจ่ายเร็วขึ้น
ที่สำคัญ อย่าลืมย้ำวิธีการกดสั่งซื้อในหน้า TikTok Shop ให้ละเอียด เพราะลูกค้าบางคนใส่ตะกร้าแล้วแต่ไม่รู้วิธีกดจ่ายหรือยังงงขั้นตอน สุดท้ายออเดอร์ก็หายไปเฉย ๆ
7. เรียกชื่อลูกค้าให้เป็น ให้เขารู้สึกเป็นคนสำคัญ
ดีเทลเล็ก ๆ ที่ทำให้ร้านคุณต่างจากคนอื่นคือ การจำลูกค้าและเรียกชื่อเขาบ่อย ๆ
ถ้ามีลูกค้าที่เข้ามาบ่อย ลอง
เรียกชื่อเล่นหรือชื่อยูสเซอร์ของเขา
ทักทายแบบคนคุ้นเคย
ถามต่อว่า รอบที่แล้วซื้อไปใช้เป็นยังไงบ้าง
ชวนเขารีวิวสด ๆ ในไลฟ์
สิ่งนี้ช่วยส่งสัญญาณให้คนดูเห็นว่า
ร้านคุณส่งของจริง
มีคนซื้อจริง
ผลลัพธ์ใช้ดีจนกล้ากลับมาพูดให้ฟังต่อหน้าไลฟ์
การให้ลูกค้าบอกต่อกันเองแบบเรียลไทม์ในไลฟ์ คือหนึ่งในเครื่องมือปิดการขายที่ทรงพลังมาก ถ้าคุณรู้จักหยิบมาใช้ให้เป็น
8. ทำให้ไลฟ์สนุก ชิล แต่ต้องมาอย่างสม่ำเสมอ
ไลฟ์แล้วพูดคนเดียวแบบทางการทั้งชั่วโมง ต่อให้ของดีแค่ไหน คนก็ดูไม่ไหว
ลองเพิ่มสีสันด้วยการ
หาเกมหรือกิจกรรมเล็ก ๆ มาเล่นในไลฟ์
เล่าเรื่องตลก เรื่องชีวิตประจำวันให้คนยิ้มตาม
เล่าฟีลวันนี้ เจออะไรมาบ้าง แล้วปิดด้วยคำถาม “มีใครเป็นแบบนี้เหมือนกันไหม?”
ทั้งหมดนี้ช่วย
ดึงให้ลูกค้ามีส่วนร่วม คอมเมนต์ตอบกลับ
ทำให้แม่ค้าไม่กลายเป็นหุ่นยนต์ที่พูดขายของอย่างเดียว
ด้านความถี่ แนะนำให้ไลฟ์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3–5 ครั้ง และในแต่ละไลฟ์ควรอยู่ให้ได้ไม่น้อยกว่า 60 นาที โดยเฉพาะมือใหม่ ช่วงแรกยิ่งโผล่มาให้เห็นบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งสร้างโอกาสให้คนคุ้นหน้าและกล้าซื้อมากขึ้นเท่านั้น
9. อย่าลืมขอไลก์ แชร์ และฟอลโลว์ทุกครั้ง
ร้านที่คิดไกลจะไม่มองแค่ยอดขายของวันนี้เท่านั้น แต่เขามองไปถึงอนาคตว่าลูกค้าจะกลับมาหาเราได้อีกกี่รอบ
ระหว่างไลฟ์ คุณควร
ชวนคนที่เข้ามาดูมากดติดตาม
ถ้าไม่ได้ซื้อ ก็ชวนให้กดหัวใจไว้มีส่วนร่วม
กระตุ้นให้ช่วยแชร์ไลฟ์ออกไปอีกที
คนที่เคยกดหัวใจ เคยดู เคยแชร์ มีโอกาสที่วันหนึ่งเขาจะไถฟีดมาเจอคุณอีกครั้ง และในจังหวะที่ใช่ เขาอาจกลายเป็นลูกค้าคนสำคัญของร้านเลยก็ได้
10. ลงคอนเทนต์ทุกวัน อย่าปล่อยให้ช่องเงียบ
อย่าพึ่งพาแต่ไลฟ์สดอย่างเดียว คอนเทนต์บนฟีดก็สำคัญไม่แพ้กัน
คุณควร
ลงคอนเทนต์ออร์แกนิกเป็นประจำ
ถ้าคลิปไหนมีแววปัง จะเอาไปยิงแอดต่อก็ยิ่งดี
เมื่อมีคลิปหรือคอนเทนต์ที่คนสนใจเยอะ TikTok จะมองว่าช่องคุณน่าส่งต่อ ทำให้ฟีดยิ่งดันคอนเทนต์และไลฟ์ของคุณออกไปหาอีกหลาย ๆ คน
ผลที่ตามมาคือ ในไลฟ์ครั้งถัดไป คุณจะมีโอกาสเจอคนใหม่ ๆ ที่คุ้นชื่อจากคลิปของคุณอยู่แล้ว และเขาเหล่านี้พร้อมจะพัฒนาไปเป็นลูกค้าตัวจริงในไม่ช้า
สรุป: ไลฟ์ไม่ใช่ดวง แต่คือการเตรียมตัวและทำซ้ำอย่างมีเทคนิค
10 ข้อนี้คือภาพรวมที่ร้านดังบน TikTok Shop ใช้กันจริงในการดันยอดไลฟ์ให้แรงขึ้นทุกวัน
ก่อนทุกไลฟ์อย่าลืม
เตรียมโปรแกรมไลฟ์ วางแผนคร่าว ๆ ว่าจะเล่าอะไร
จัดแสง ฉากหลัง และพร็อพให้พร้อม
เตรียมวิธีรีวิวสินค้าและไฮไลต์จุดขายให้ชัด
ท่องโปรโมชันและโค้ดส่วนลดให้แม่น เพื่อปิดการขายให้จบในไลฟ์
ถ้าคุณเริ่มทำตามทีละข้อ ไลฟ์ครั้งต่อ ๆ ไปของร้านมีโอกาสเปลี่ยนจากเงียบเป็นขายดี จนยอดวิ่งเกิน 100+ ออเดอร์ต่อวันได้ไม่ยากเลย

