ZestBuy

โลกกำลังมีลูกน้อยลงพร้อมกัน และเร็วเกินคาด

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T05-19

โลกกำลังเผชิญ “วิกฤตอัตราการเกิด” ที่เกิดขึ้นพร้อมกันแทบทุกประเทศ และหลายฝ่ายเริ่มมองว่านี่อาจเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของศตวรรษนี้

ปัจจุบันมากกว่าสองในสามของประเทศทั่วโลกมีอัตราการเกิดต่ำกว่าระดับ replacement rate หรือระดับ 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ประชากรคงที่โดยไม่ต้องพึ่งการย้ายถิ่นฐาน

ที่น่ากังวลคือ การลดลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดแค่ในประเทศร่ำรวยอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้อีกต่อไป แต่เริ่มเกิดในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งพร้อมกัน ทั้งเม็กซิโก บราซิล อิหร่าน ตูนิเซีย และศรีลังกา

นักวิจัยจำนวนมากเริ่มมองว่านี่ไม่ใช่ “ปัญหาเฉพาะประเทศ” แล้ว แต่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่กำลังเร่งตัวเร็วเกินกว่าที่คาดไว้

หลายประเทศกำลัง “แก่ก่อนรวย”

ก่อนหน้านี้คนส่วนใหญ่เชื่อว่า birth rate จะลดลงเมื่อประเทศพัฒนาและมีรายได้สูงขึ้น

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ หลายประเทศรายได้ปานกลางเริ่มมีประชากรลดลงทั้งที่เศรษฐกิจยังไม่ได้แข็งแรงพอ

Financial Times ระบุว่า “lower-income countries are now getting old before they get rich” หรือหลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยก่อนจะพัฒนาเศรษฐกิจทัน

ปัญหานี้ส่งผลโดยตรงต่อ

  • แรงงานในอนาคต

  • ระบบบำนาญ

  • เศรษฐกิจระยะยาว

  • และภาษีของรัฐ

หลายฝ่ายยังยกตัวอย่างญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจชะลอตัวมานาน ส่วนหนึ่งเพราะจำนวนประชากรวัยทำงานลดลงต่อเนื่องหลายสิบปี

คนยังอยากมีลูก แต่ “ทำไม่ได้”

จุดสำคัญที่นักวิจัยเริ่มพูดตรงกัน คือคนส่วนใหญ่ไม่ได้ “ไม่อยากมีลูก”

ข้อมูลในหลายประเทศพบว่า คนรุ่นใหม่ยังอยากมีลูกเฉลี่ยประมาณ 2 คนเหมือนเดิม แต่สุดท้ายกลับมีลูกน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้มาก

นักวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า “fertility gap” หรือช่องว่างระหว่าง “จำนวนลูกที่อยากมี” กับ “จำนวนลูกที่เกิดขึ้นจริง”

สาเหตุสำคัญที่ถูกพูดถึงมากคือ

  • ค่าครองชีพ

  • ราคาบ้าน

  • ค่าเลี้ยงดูเด็ก

  • ความไม่มั่นคงทางการเงิน

  • การทำงานหนัก

  • และการหาคู่ชีวิตที่ยากขึ้น

โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ การมีลูกเริ่มถูกมองว่าเป็น “ภาระทางเศรษฐกิจ” มากกว่าเดิม

โลกกำลังมี “คนน้อยคู่” มากขึ้น

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ปัญหาหลักตอนนี้ไม่ใช่แค่ “คู่รักมีลูกน้อยลง” แต่คือ “คนมีคู่กันน้อยลง”

งานวิจัยหลายชิ้นเริ่มพบว่า สัดส่วนคนที่แต่งงานหรืออยู่กินกันลดลงเร็วมากในช่วง 10–15 ปีที่ผ่านมา

Financial Times ระบุว่า ในหลายประเทศ จำนวนผู้หญิงที่ “ไม่มีลูกเลย” เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิมมาก ขณะที่กลุ่มคนมีการศึกษาสูงกลับยังสร้างครอบครัวได้ค่อนข้างเสถียร

หลายฝ่ายจึงเริ่มมองว่า ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่รวมถึง “ความโดดเดี่ยว” และวิถีชีวิตยุคใหม่ด้วย

นักวิจัยเริ่มชี้ไปที่ “สมาร์ตโฟน”

หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดช่วงหลัง คือบทบาทของเทคโนโลยี

งานวิจัยจาก University of Cincinnati พบว่า พื้นที่ที่เข้าถึงเครือข่าย 4G เร็วที่สุด กลับมีอัตราการเกิดลดลงเร็วที่สุดเช่นกัน

นักวิจัยมองว่าสมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างรุนแรง

เช่น

  • ลดการเข้าสังคมแบบเจอหน้ากันจริง

  • ลดการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว

  • เพิ่มความโดดเดี่ยว

  • และทำให้คนใช้เวลาอยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น

บางงานวิจัยยังพบว่า social media ทำให้คนมีมาตรฐานความสัมพันธ์สูงขึ้น หรือรู้สึกไม่พร้อมสร้างครอบครัวมากกว่าเดิม

คนรุ่นใหม่กำลังมีลูกช้าลง

ข้อมูลในสหรัฐฯ ยังพบว่า Gen Z มีแนวโน้ม “มีลูกช้าลง” อย่างชัดเจน

อัตราการเกิดของผู้หญิงอายุต่ำกว่า 30 ปีลดลงต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มอายุเกิน 30 กลับเพิ่มขึ้น

นักวิจัยมองว่านี่สะท้อนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเรียนที่ยาวขึ้น และความไม่มั่นคงของชีวิตยุคใหม่

ปัญหาคือเมื่อเริ่มสร้างครอบครัวช้าลง จำนวนลูกโดยรวมก็มักลดลงตามไปด้วย

ต่อให้รัฐบาลแจกเงิน ก็ยังแก้ยาก

หลายประเทศพยายามแก้ปัญหานี้แล้ว

ทั้ง

  • แจกเงินมีลูก

  • ลดภาษี

  • สนับสนุน childcare

  • เพิ่มวันลาคลอด

  • และแจกเงินช่วยครอบครัว

แต่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ยังไม่ชัดเจน

Financial Times ระบุว่า แม้ประเทศพัฒนาแล้วจะเพิ่มงบสนับสนุนครอบครัวหลายเท่าในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา แต่อัตราการเกิดก็ยังลดลงต่อเนื่องอยู่ดี

หลายฝ่ายจึงเริ่มมองว่า ปัญหานี้ลึกกว่าเรื่อง “เงิน” เพียงอย่างเดียว

โลกอาจกำลังเข้าสู่ยุคประชากรลดจริง ๆ

ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์จำนวนมากเริ่มมองว่า โลกอาจเข้าใกล้ยุค “population decline” เร็วกว่าที่คาดไว้

ASRM ระบุว่าอัตราการเกิดทั่วโลกเฉลี่ยลดจากประมาณ 5 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนในยุค 1960 เหลือเพียงประมาณ 2.2 ในปี 2024

และถ้าแนวโน้มยังเป็นแบบนี้ต่อไป โลกอาจเข้าสู่ภาวะประชากรลดในระดับโลกภายในไม่กี่สิบปีข้างหน้า

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ หลายประเทศยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าจะรับมือกับสังคมที่ “คนแก่เยอะ เด็กน้อย และแรงงานลดลง” อย่างไร

เพราะสุดท้ายแล้ว ปัญหาเรื่องอัตราการเกิดไม่ได้เป็นแค่เรื่องครอบครัวอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และอนาคตของโลกทั้งระบบแล้วจริง ๆ

ที่มา biznews

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น