รับแอปรับแอป

T-Beauty กำลังพีค! ถอดรหัสศรีจันทร์จากแป้งในตำนาน สู่แบรนด์ไทยพันล้านบุกอาเซียน

จิรายุ คงมั่น01-31

รุ่งอรุณใหม่ของ T-Beauty และการพุ่งทะยานของศรีจันทร์

ในยุคที่เทรนด์ความงามไทยกำลังมาแรงทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายคนเรียกช่วงเวลานี้ว่า “The Dawn of Thai Beauty Era” หรือรุ่งอรุณแห่ง T-Beauty ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ที่ยืนเด่นสุด ๆ ในกระแสนี้คือ ศรีจันทร์ แบรนด์ไทยเก่าแก่ที่รีแบรนด์ตัวเองจนกลับมาปังแบบทะลุเพดาน

จากธุรกิจเครื่องสำอางและสกินแคร์ของบริษัท ศรีจันทร์ สหโอสถ จำกัด แบรนด์ “ศรีจันทร์ (SRICHAND)” และ “ศศิ (sasi)” สามารถทำรายได้รวมทะลุ 1,600 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องแบบ Double Digit ตั้งแต่ปี 2021-2024 และก้าวขึ้นเป็น แบรนด์ไทยอันดับ 1 ในตลาดสกินแคร์หมวดมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวหน้า

ศักยภาพของแบรนด์ไม่ได้อยู่ที่การขายดีอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนพลังของ T-Beauty ที่กำลังก้าวขึ้นเป็น Soft power ด้านความงามของไทยในเวทีเอเชียและระดับโลก

จากแป้งในตำนาน สู่อาณาจักรบิวตี้ครบวงจร

หลายคนอาจจะคุ้นชื่อศรีจันทร์ในฐานะแบรนด์แป้ง แต่ปัจจุบันบริษัทได้ขยายตัวจนกลายเป็นแบรนด์บิวตี้แบบครบเครื่อง ทั้งเมคอัพ สกินแคร์ และกันแดด พร้อมแตกแบรนด์ “ศศิ” มาจับกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่รักแฟชั่นและความคุ้มค่า

4 ไฮไลต์ความสำเร็จของศรีจันทร์ในช่วงปี 2021-2024

  • แบรนด์ไม่ได้เด่นแค่ “แป้ง” แต่แข็งแรงในทุกหมวดสินค้า ทั้งเมคอัพ สกินแคร์ และครีมกันแดด

  • การเติบโตของแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์น่าจับตา: เมคอัพโต 11%, สกินแคร์โต 148%, ครีมกันแดดโต 73%

  • สกินแคร์ขึ้นแท่นพระเอกใหม่ของแบรนด์ โดยมีสินค้าเรือธงที่ครองอันดับ 1 ตลาดไทย

  • แบรนด์น้องอย่าง “ศศิ” กลายเป็นตัวแทนแห่งความฝัน ความหวัง และสไตล์ของคนรุ่นใหม่ เติบโตแรงไม่แพ้กัน

ยอดขายพุ่งแบบ Double Digit และตัวเลขที่เล่าเรื่องการเติบโต

เบื้องหลังคำว่าพันล้าน ไม่ได้มาง่าย ๆ แต่สะท้อนการเติบโตที่ต่อเนื่องหลายปีติดต่อกัน

ภาพรวมยอดขายของบริษัท ศรีจันทร์ สหโอสถ จำกัด

  • ปี 2021: รายได้ 520 ล้านบาท

  • ปี 2022: รายได้ 717 ล้านบาท (+42.02%)

  • ปี 2023: รายได้ 1,019 ล้านบาท (+41.92%)

  • ปี 2024: รายได้ 1,600 ล้านบาท (+58.98%)

  • เป้าหมายปี 2025: ตั้งเป้าโตอีก 30-40%

เมื่อมองในแง่การเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) ของสองแบรนด์หลัก

  • ศรีจันทร์: เติบโตเฉลี่ยราว 51% ต่อปี (2021–2024)

  • ศศิ: เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 50% ต่อปี (2021–2024)

สิ่งที่น่าสนใจคือ รายได้รวมของบริษัท

  • เติบโตแบบ Double Digit ทุกปี

  • แตะระดับ 1,000 ล้านบาท ได้ตั้งแต่ปี 2023

  • ปัจจุบันโครงสร้างรายได้มาจาก
    • ออฟไลน์: 90%

    • ออนไลน์: 10%

สะท้อนว่าแบรนด์ยังแข็งมากในหน้าร้านจริง ขณะเดียวกันก็ทยอยสร้างฐานในโลกออนไลน์ควบคู่กันไป

โปรดักต์ตัวท็อปที่ขึ้นแท่นอันดับ 1

ในหมวดเมคอัพและสกินแคร์ มีหลายไอเทมที่กลายเป็น ฮีโร่โปรดักต์ ของแบรนด์ และครองอันดับ 1 ในตลาดไทยจากข้อมูล NielsenIQ

เมคอัพ

  • Bare to Perfect Translucent Powder (10 g)

    • แป้งฝุ่นโปร่งแสงที่หลายคนรู้จักดี

    • เป็นผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่น (Loose Powder) ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย

    • ครองตำแหน่งตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 – เมษายน 2568

สกินแคร์

  • SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream Sachet (10 ml)

    • มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจลครีมที่ออกแบบมาเพื่อเติมความชุ่มชื้น

    • ขึ้นอันดับ 1 ในหมวด Moisturizer for Face ทั่วประเทศไทย

    • ครองยอดขายสูงสุดระหว่างเดือนมกราคม 2567 – เมษายน 2568

ตลาดมอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวหน้าก็ยิ่งตอกย้ำความแรงของแบรนด์

  • ศรีจันทร์เป็น แบรนด์ไทยอันดับ 1 ในหมวดนี้ (มกราคม 2567 – เมษายน 2568)

  • เติบโต 79% ขณะที่ตลาดรวมโตเพียง 3.44% ตามรายงาน NielsenIQ ปี 2025

พูดง่าย ๆ คือ แบรนด์ไม่ได้แค่ “ตามตลาดทัน” แต่กำลัง ดันกราฟทั้งตลาดให้สูงขึ้นไปพร้อมกัน

“ศศิ” แบรนด์น้องที่คุ้มค่า สดใส และเข้าใจวัยรุ่น

เพื่อจับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องฟีลแฟชั่นและความคุ้มค่า บริษัทได้เปิดตัวแบรนด์ “ศศิ (sasi)” ตั้งแต่ปี 2017

DNA ของแบรนด์ “ศศิ”

  • Positioning คือ “The most value for money yet trendy beauty & lifestyle brand”

  • เป็นแบรนด์ที่สะท้อน ความฝันและความหวังของคนรุ่นใหม่

  • เน้นความคุ้มค่า ใช้ง่าย ดีไซน์ทันสมัย และเข้าถึงง่าย

โปรดักต์ไฮไลต์ของศศิ

  • Kiss & Blush Multifunction Cosmetics

    • เมคอัพสารพัดประโยชน์ ชิ้นเดียวใช้ได้ทั้งตา แก้ม และปาก

    • ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวก พกง่าย ใช้เร็ว แต่ยังสวยครบ

  • Acne Sol Collection

    • กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการปัญหาสิวของวัยรุ่นแบบตรงจุด

  • เมคอัพสีสันโดดเด่น สดใส ตรงใจสายแต่งหน้าเล่นสี

ด้วยการเข้าใจ Insight วัยรุ่นแบบลึก ๆ ทำให้ศศิมีการเติบโตระดับ CAGR กว่า 50% ต่อปี ในช่วงปี 2021-2024 กลายเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ดันยอดรวมของบริษัทให้พุ่งแรง

Purposeful Brand: ความงามที่มีเป้าหมายใหญ่กว่าแค่ยอดขาย

สิ่งที่ทำให้ศรีจันทร์แตกต่าง ไม่ใช่แค่โปรดักต์ดี หรือยอดขายโหด แต่คือการเป็น “Purposeful Brand” ที่มีเป้าหมายชัดเจนว่า

อยากเป็นแบรนด์ไทยระดับสากลที่ทำให้คนไทยภูมิใจ

เป้าหมายนี้ไม่ใช่แค่วาทกรรม แต่ถูกแปลงเป็นกลยุทธ์ในทุกมิติของแบรนด์

1. Modern Classic Thainess – ความเป็นไทยแบบร่วมสมัย

เอกลักษณ์ของศรีจันทร์ คือการผสมผสาน ความเป็นไทย เข้ากับความทันสมัย ตั้งแต่ชื่อแบรนด์ที่ยังคงใช้ “ศรีจันทร์” มาตลอด ไปจนถึงดีไซน์ การเล่าเรื่อง และรายละเอียดเล็ก ๆ บนบรรจุภัณฑ์

  • มีการใส่คำว่า “SRICHAND BANGKOK 1948” เพื่อย้ำรากเหง้าและเรื่องราวจุดเริ่มต้น

  • ถ่ายทอดความภูมิใจในความเป็นแบรนด์ไทยไปพร้อมกับการยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูสากล

  • แนวคิดนี้ยังถูกส่งต่อไปยังแบรนด์ sasi เพื่อสร้างกลุ่มแบรนด์ที่มีรากฐานเดียวกัน

2. เลือกพรีเซ็นเตอร์แบบ “ไทยร่วมสมัย” ที่คนอินและเข้าถึงง่าย

กลยุทธ์การเลือกพรีเซ็นเตอร์ของบริษัท เน้น “ตัวแทนความเป็นไทยในเวอร์ชันทันสมัย” คือทั้งเก่ง คิดทันยุค และมีภาพลักษณ์เข้าถึงง่าย

ตัวอย่างพรีเซ็นเตอร์ที่ช่วยสร้างภาพจำแบรนด์ ได้แก่

  • ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก – กลุ่ม Base Makeup ของศรีจันทร์

  • โบว์ เมลดา – กลุ่ม Sunscreen

  • แบมแบม กันต์พิมุกต์ – กลุ่ม SRICHAND IN-SKIN

  • sasi ใช้ เก้า สุภัสสรา (Face of sasi – Lipstick & Eyebrow)

  • และ PROXIE (Face of sasi – Loose Powder & Foundation)

การเลือกพรีเซ็นเตอร์ที่ตอบโจทย์ทั้ง “ความปัง” และ “ความเป็นตัวแทนคนไทยยุคใหม่” ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ชัดและทรงพลังมากขึ้น

3. ลงทุนจริงจังในคุณภาพและ R&D เทียบชั้นแบรนด์ระดับโลก

อีกจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์ยืนระยะได้ คือการลงทุนใน คุณภาพสินค้าและงานวิจัย (R&D) อย่างจริงจัง

  • คัดเลือกผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและผ่านเกณฑ์คุณภาพเข้มงวด

  • พัฒนาสูตรโดยใช้ข้อมูลจาก Market Trend และ Research ต่าง ๆ

  • เลือก Active Ingredients ที่มีเทคโนโลยีโดดเด่น พร้อมทดสอบผลลัพธ์ให้ได้ตาม Claim

ตัวอย่างส่วนผสมและโปรดักต์ที่ถูกพูดถึง

  • Skincare – Skin Moisture Burst Series

    • ใช้ Glyceryl Glucoside (GG) สารให้ความชุ่มชื้นเจนใหม่

    • ผสมผสานกับ Sodium Hyaluronate และ CICA ที่คุ้นเคย

  • Base Makeup – Skin Booster Series

    • เป็น Hybrid Foundation ที่มีส่วนผสมของ Skincare Active Ingredients ถึง 86%

    • คุณภาพอยู่ในระดับที่สามารถเทียบกับแบรนด์ระดับโลกได้เลย

4. วัฒนธรรมองค์กรแบบ Resilience – สร้างทีมที่โตไปพร้อมแบรนด์

เบื้องหลังแบรนด์ที่เติบโตเร็ว คือทีมที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงเสมอ บริษัทจึงออกแบบวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นคำว่า “Resilience” เป็นหัวใจหลัก

4 แกนสำคัญของการทำงานในองค์กรคือ

  • Outcome: โฟกัสที่ผลลัพธ์ให้ตรงเป้าหมาย

  • Accountability: รับผิดชอบงานเต็มที่ และช่วยเหลือทีมอยู่เสมอ

  • Adaptability: พร้อมปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา

  • Speed: คิดแล้วลงมือทำให้เร็ว ผิดพลาดก็รีบแก้ไข

นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญกับ สวัสดิการที่สะท้อนคุณค่าและความเท่าเทียม เช่น

  • ลาคลอดโดยได้รับค่าจ้าง สูงสุด 6 เดือน

  • ลาดูแลภรรยาที่ตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร สูงสุด 1 เดือน

  • ลาผ่าตัดแปลงเพศ สูงสุด 1 เดือน

  • ลาพักใจจากการสูญเสียคนในครอบครัวได้ถึง 10 วันต่อปี

  • ลาปฏิบัติธรรม หรือทำศาสนกิจตามความเชื่อ

ความใส่ใจนี้ทำให้บริษัทถูกมองว่าเป็นหนึ่งในองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วย และได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มบริษัทที่ดึงดูด Talent สูงในประเทศไทย

จากลาวถึงญี่ปุ่น: แบรนด์ไทยที่กำลังเดินหน้าเป็น Regional Brand

หนึ่งในหมากสำคัญของศรีจันทร์ คือการขยายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะกับแต่ละประเทศ

ตลาดลาว: โตแรงและชัดเจน

  • การเติบโตเฉลี่ยต่อปีระหว่าง 2021-2024 สูงถึง 112.5%

  • กลุ่มสินค้าที่ขายดี: สกินแคร์ (Moisture Burst Series), ครีมกันแดด, แป้งฝุ่น และรองพื้น

  • การสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมระดับประเทศ เช่น
    • การประกวด Miss Universe Laos (ปี 2022-2024)

    • Laos Fashion Week 2024

  • ใช้ Local Brand Presenter อย่าง “Nethdao” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของลาว เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในประเทศอย่างเป็นธรรมชาติ

ตลาดญี่ปุ่น: จากแป้งไทยสู่กาชาปอง

  • ปัจจุบันมีการวางจำหน่ายสินค้ากลุ่มแป้งในร้านออฟไลน์มากกว่า 2,000 ร้าน ทั่วญี่ปุ่น

  • ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ทำให้บริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง BANDAI ขอซื้อลิขสิทธิ์ตัวแป้งไปทำเป็น ‘กาชาปอง’

  • เลือกจากแป้งที่วางขายในญี่ปุ่น 6 แบบ มาพัฒนาเป็นสินค้าในรูปแบบของเล่นสะสม

นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า “Made in Thailand” ไม่ได้เป็นแค่คำบอกเล่าคุณภาพในอาเซียน แต่เริ่มเป็นที่จับตาในตลาดญี่ปุ่นด้วย

T-Beauty: จากกระแสสู่ Soft Power ตัวจริงของไทย

ในฐานะแบรนด์ที่อยู่ในธุรกิจความงามไทยมานานกว่า 76 ปี ศรีจันทร์มองเห็นชัดว่า T-Beauty กำลังมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในและนอกประเทศ

อะไรที่ทำให้ T-Beauty น่าจับตามอง?

  • ความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

  • ยอดขายของศรีจันทร์ในปี 2024 ที่โตถึง 1,600 ล้านบาท (+58.98%) เป็นอีกหนึ่งหลักฐานของการเติบโตของตลาดไทย

  • ในญี่ปุ่นมีเทรนด์แต่งหน้าแบบไทยที่เรียกว่า “สุวาอิ เมคุ” ซึ่งมีจุดเด่นคือ

    • ผิวรองพื้นกึ่งแมตต์ ดูเนียนแต่ไม่แบน

    • คิ้วปัดตั้งเล็กน้อย โชว์เส้นขนธรรมชาติ

    • ตาใช้อายแชโดว์โทนธรรมชาติ กรีดอายไลเนอร์ และปัดขนตาล่างให้เด่น

    • ปากใช้ลิปเนื้อเซมิแมตต์

    • ปัดแก้มเป็นวงรีด้วยโทนสีสุขภาพดี

  • สินค้า Made in Thailand ได้รับการยอมรับในวงกว้าง โดยเฉพาะในอาเซียนและเอเชีย ว่า คุณภาพดี มาตรฐานสูง แต่ราคาจับต้องได้

ทั้งหมดนี้ทำให้ T-Beauty ถูกมองว่า มีศักยภาพจะเป็น Soft power ที่แข็งแรงของประเทศไทย และแบรนด์อย่างศรีจันทร์ก็เป็นหนึ่งในหัวหอกสำคัญของกระแสนี้

กลยุทธ์บุกต่างประเทศ: จากแบรนด์ไทย สู่แบรนด์ระดับภูมิภาค

เมื่อเห็นศักยภาพของ T-Beauty ชัดเจนแล้ว ศรีจันทร์จึงไม่หยุดแค่ความสำเร็จในประเทศ แต่เลือกใช้จังหวะนี้ต่อยอดไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค

เป้าหมายหลักของการขยายตัว

  • โฟกัสตลาด อาเซียน และ เอเชีย เป็นหลัก

  • ต้องการให้ยอดขายจากต่างประเทศมีสัดส่วน 10-15% ภายใน 3 ปี

กลยุทธ์เจาะตลาดต่างประเทศ

  • เน้นหาพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นที่แข็งแรงด้านการขายและการตลาด

  • ใช้รูปแบบ Distributor ในแต่ละประเทศ เพื่อให้เข้าถึงช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ได้ลึกและเร็ว

  • ไม่ได้โฟกัสแค่ยอดขายและการกระจายสินค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับ
    • การสร้างแบรนด์ (Brand Building)

    • การสร้างการรับรู้ (Awareness)

    • การสร้างความนิยม (Preference) ต่อแบรนด์ไทยในสายตาผู้บริโภคเอเชีย

สรุป: เมื่อแป้งในตำนาน กลายเป็นตัวแทนยุคใหม่ของ T-Beauty

เรื่องราวของศรีจันทร์ไม่ใช่แค่เคสธุรกิจที่เติบโตจากหลักร้อยล้านสู่พันล้าน แต่เป็นภาพสะท้อนของ แบรนด์ไทยที่กล้ารีแบรนด์ตัวเอง ทันเทรนด์ และไม่ทิ้งรากเหง้าความเป็นไทย

จาก Modern Classic Thainess บนแพ็กเกจจิ้ง จากการเลือกพรีเซ็นเตอร์ที่ทำให้คนไทยรู้สึกภูมิใจ จากการลงทุนในคุณภาพสินค้าที่เทียบชั้นแบรนด์ระดับโลก ไปจนถึงการขยายไปลาวและญี่ปุ่น ศรีจันทร์กำลังพิสูจน์ว่า T-Beauty ไม่ได้มีดีแค่กระแส แต่มีฐานธุรกิจจริงที่เติบโตได้ในระยะยาว

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ “รุ่งอรุณแห่งการเปลี่ยนแปลงของ T-Beauty” ที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่หน้าตาการแต่งหน้า แต่กำลังเปลี่ยนภาพจำของโลกที่มีต่อ แบรนด์ความงามสัญชาติไทย ให้ชัดและดังยิ่งกว่าเดิม