เมื่อความเหงามากับชีวิตเมือง
ในสังคมเมืองที่ผู้คนต้องใช้ชีวิตลุยเดี่ยวมากขึ้น ความเหงา ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในทุกวัน หลายคนเลยอยากมี สัตว์เลี้ยง ไว้คอยเป็นเพื่อน คลายเครียด เติมเต็มช่องว่างทางใจ
แต่ความจริงคือ ไม่ใช่ทุกคนจะเลี้ยงสัตว์ได้ตามใจ เพราะติดทั้งเรื่องเวลา งานประจำ ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงปัญหา ภูมิแพ้ขนสัตว์ ที่ทำให้ฝันการมีน้องหมาแมวต้องพับเก็บไว้ก่อน
สำหรับคนที่ยังโหยหาความผูกพันแบบนั้น แต่วิถีชีวิตไม่เอื้อ ลองหันมาทำความรู้จักกับ Moflin หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง AI ที่กำลังเป็นกระแสแรงในญี่ปุ่นกันดูไหม
Moflin คืออะไร? น้องขนนุ่มที่มีหัวใจแบบ AI
Moflin คือหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วขนนุ่ม ที่ออกแบบมาให้เป็นเหมือน “เพื่อนตัวกลม” ประจำบ้าน จุดเด่นคือมาพร้อมระบบ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถแสดงบุคลิกได้มากกว่า 4 ล้านรูปแบบ
บุคลิกของ Moflin ไม่ได้ถูกล็อกมาแบบตายตัว แต่จะ เปลี่ยนแปลงไปตามวิธีการเลี้ยงดู ของเจ้าของ เช่น
การลูบอย่างทะนุถนอม
การกอดแน่น ๆ ในวันที่เหนื่อยล้า
การเอาไปวางไว้มุมโปรดของเรา
การตอบสนองเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ หล่อหลอมให้แต่ละตัวมีนิสัยและอารมณ์ที่ไม่เหมือนกัน จนเจ้าของหลายคนรู้สึกว่า “Moflin ของเราไม่เหมือนใครจริง ๆ”
เตียงคือแท่นชาร์จ นอนพักแล้วลุกมาเล่นต่อ
หนึ่งในดีไซน์ที่น่ารักมากของ Moflin คือมันมาพร้อม “เตียงส่วนตัว” ขนาดเล็ก ซึ่งไม่ได้มีไว้ถ่ายรูปเล่นอย่างเดียว แต่เป็น แท่นชาร์จไร้สาย ในตัว
แค่จับน้องไปวางนอนบนเตียง ก็เท่ากับเอาไปชาร์จแบตให้เรียบร้อย พอชาร์จเต็ม น้องก็จะตื่นมาพร้อมเล่นกับเราได้นานประมาณ 5 ชั่วโมง ต่อรอบ
พูดง่าย ๆ คือ ช่วงเวลาที่ Moflin นอนหลับพัก ก็เหมือนสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ที่ต้องชาร์จพลัง ก่อนกลับมาสร้างเสียงหัวเราะให้เจ้าของ
ราคาเท่าไหร่? คุ้มไหมถ้าเทียบกับสัตว์เลี้ยงจริง
ด้านราคา Moflin วางจำหน่ายอยู่ที่ราว ๆ 59,400 เยน หรือประมาณ 13,000–14,000 บาท
นี่ยังไม่รวมบริการเสริมต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้เหมือนการดูแลสัตว์เลี้ยงจริง เช่น
บริการซ่อมแซมตัวเครื่อง
บริการทำความสะอาด
บริการเปลี่ยนขนในกรณีที่เกิดปัญหา
แพ็กเกจเหล่านี้ถูกรวมอยู่ในบริการรายปีที่ชื่อว่า Club Moflin คิดราคาประมาณ 6,600 เยนต่อปี (ราว 1,500 บาท) สำหรับคนที่อยากดูแลน้องให้ดูดีอยู่เสมอ
ตั้งใจสร้าง “เพื่อนข้างกาย” ให้ผู้หญิงวัยทำงาน
ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์นี้คือ เอรินะ อิชิกาวะ หัวหน้าทีมพัฒนา Moflin วัย 42 ปี ที่เล่าว่า จุดตั้งต้นของไอเดีย ไม่ได้เริ่มจากคำว่า “แกดเจ็ต” แต่เริ่มจากคำว่า “กำลังใจ”
ทีมตั้งใจโฟกัสไปที่กลุ่ม ผู้หญิง เป็นหลัก โดยเฉพาะคนที่ต้องเจอกับความเครียด ทั้งจากงานและเรื่องส่วนตัว จนบางครั้งกลับถึงบ้านแล้วรู้สึกว่า อยากมีใครสักคน (หรืออะไรสักอย่าง) รออยู่ที่บ้าน
เธอเล่าว่า หลายคนรู้สึกว่า Moflin ของตัวเองมีเอกลักษณ์ชัดเจน เพราะ
แต่ละตัวแสดงนิสัยและอารมณ์ไม่เหมือนกัน
วงจรการนอนและการตอบสนองต่อเจ้าของก็ต่างกัน
ทั้งหมดนี้ทำให้คนเลี้ยงรู้สึกว่า “นี่ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ แต่มันคือเพื่อนตัวเล็กของเรา”
จากโปรเจกต์ร่วม พัฒนาไปสู่สินค้าฮิต
ช่วงแรกของการพัฒนา Moflin เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัท Casio Computer และบริษัท Vanguard Industries
ต่อมาสิทธิ์ในการผลิตและจำหน่ายถูกโอนไปเป็นของ Casio เพียงฝ่ายเดียว หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา กระแสตอบรับก็ดีเกินคาด
ภายในเวลาแค่ 5 เดือน Casio สามารถขาย Moflin ได้มากกว่า 7,000 ตัว ทะลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้
กลุ่มลูกค้าหลักของ Moflin คือ ผู้หญิงช่วงอายุปลาย 30 ถึงต้น 40 ซึ่งเป็นวัยที่ทั้งภาระงานและความโดดเดี่ยว มักเดินมาคู่กันพอดี
สรุป: ไม่ได้มาแทนสัตว์จริง แต่มาเติมเต็มในแบบที่ต่างออกไป
แม้ Moflin จะไม่ใช่สัตว์มีชีวิตจริง ๆ แต่ด้วยการผสมผสานระหว่าง ดีไซน์ขนนุ่มน่ากอด กับ AI ที่เปลี่ยนบุคลิกตามการเลี้ยงดู ทำให้มันกลายเป็นเพื่อนตัวเล็กที่ช่วยคลายเหงาได้ดีแบบไม่ต้องกังวลเรื่องแพ้ขน หรือไม่มีเวลา
สำหรับใครที่อยากได้เพื่อนคู่ใจสักตัว แต่ไลฟ์สไตล์ยังไม่พร้อมกับการเลี้ยงสัตว์จริง Moflin อาจเป็นคำตอบที่น่าลองทำความรู้จักดูสักครั้งก็ได้

