LEAD: ห้องทดลองธุรกิจที่ไม่ให้คุณโตคนเดียว
การทำธุรกิจทุกวันนี้ไม่ใช่ยุคของการเก่งอยู่คนเดียว แต่คือยุคของการสร้างระบบที่แข็งแรง และโตไปด้วยกันแบบยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อได้ช่วยดันผู้เล่นตัวเล็กให้มีพื้นที่เติบโต ธุรกิจทั้งระบบก็ยิ่งแข็งแรงตามไปด้วย
หนึ่งในแพลตฟอร์มที่ตั้งใจปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างมีระบบก็คือ คอร์ส LEAD by Central Pattana ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรีเทลรุ่นใหม่ได้ทั้งความรู้ แนวคิด และโอกาสในการสเกลธุรกิจแบบก้าวกระโดด
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เรียนจริง ทำจริง โตจริง” ผู้เรียนจะได้
เรียนกับตัวจริงในวงการรีเทล
ทดลองตลาดในพื้นที่จริงที่มีศักยภาพ
นำสิ่งที่เรียนไปปรับใช้กับธุรกิจตัวเองแบบเป็นรูปธรรม
นอกจากความรู้แล้ว สิ่งที่หลายคนย้ำตรงกันว่ามีค่ามากไม่แพ้กันคือ คอนเนกชัน ที่ได้จากเพื่อนร่วมรุ่น และรุ่นพี่รุ่นน้องในโปรแกรม จนกลายเป็น Platform of Opportunity ที่ต่อยอดโอกาสไปได้เรื่อยๆ รวมถึงการคอลแล็บข้ามสายธุรกิจแบบที่ไม่มีทางทำได้หากเดินคนเดียว
LEAD เดินทางมาถึงรุ่นที่ 6 แล้ว และหนึ่งในไฮไลต์ของปีนี้คือการจับมือกันของสองแบรนด์ดาวรุ่งอย่าง Endless Holiday และ Trinity Cafe ที่เริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนร่วมคอร์ส แล้วต่อยอดจนกลายเป็นป็อปอัพคาเฟ่ดีไซน์สุดคิวท์ ที่ทั้งแฟชั่นและขนมต่างก็เปล่งประกายไปพร้อมกัน
Endless Holiday: แบรนด์ไอจีที่ปั้นลายดอกให้กลายเป็นลุคประจำตัว
ในโลกที่แบรนด์ออนไลน์เกิดขึ้นทุกวัน การจะโดดเด่นจนมีฐานแฟนเหนียวแน่น และขยายไปไกลกว่าแค่หน้าจอไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Endless Holiday คือหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นไทยที่ทำได้จริง
แบรนด์นี้เริ่มต้นจากการขายบนอินสตาแกรมแบบล้วนๆ ก่อนจะค่อยๆ เติบโตเป็นแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่มีสาวๆ ติดตามจำนวนมาก จุดเด่นคือภาพจำชัดเจนของ ลายดอกสุดฟีลฮอลิเดย์ ที่ใส่แล้วรู้สึกเหมือนได้หนีไปพักผ่อน
จากเดิมที่ใช้ผ้าสำเร็จรูป จนเจอ Pain Point ว่า
ลายผ้าซ้ำกับร้านอื่น
ของหมดแล้วเพิ่มสต็อกไม่ได้
เสียโอกาสขายทั้งที่ลูกค้ายังอยากซื้อ
ทีมจึงตัดสินใจ ออกแบบลายเองทั้งหมด สร้างคอลเล็กชันอย่าง Secret Garden ที่เน้นลายดอกไม้ฟีลฮอลิเดย์ชัดๆ ทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์จนกลายเป็นภาพจำของลูกค้า ว่า Endless Holiday = ลายดอกสวย ใส่ง่าย ฟีลดีทุกทริป
สิ่งที่ทำให้แบรนด์เข้าถึงคนได้ง่ายยิ่งขึ้นคือดีไซน์แบบ ฟรีไซส์ ใส่สบาย ผ้าไม่ค่อยยับ ทำให้คนต่างหุ่นสามารถใส่ด้วยกันได้แบบไม่กดดัน อีกทั้งยังขยายไลน์ไปถึง
เสื้อผ้าแม่และลูก
ลุคสำหรับผู้ชาย
คอลเล็กชันตามเทศกาล เช่น วาเลนไทน์ ตรุษจีน
ทั้งหมดนี้ช่วยผลักดันให้ยอดขายขยับขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นแบรนด์ไอจีที่ไม่ใช่แค่ไวรัลชั่วคราว แต่ยืนหนึ่งมาได้ยาวนานกว่า 10 ปี
เมื่อเติบโตเต็มที่บนโลกออนไลน์ เป้าหมายต่อไปจึงชัดเจน: ต้องออกจากจอไปสู่โลกออฟไลน์ และนี่คือจุดที่ LEAD กลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญ
หลังเข้าร่วม LEAD ทีม Endless Holiday ได้ทั้ง
มุมมองการคิดแบบรีเทลจริงจัง
กลยุทธ์การสเกลธุรกิจอย่างเป็นระบบ
ความมั่นใจในการทดลองสิ่งใหม่
พื้นที่จริงให้ลองทำโปรเจกต์คอลแล็บ
พลังของการมี “พี่ใหญ่” อย่างเซ็นทรัลพัฒนาคอยซัพพอร์ต ทำให้แบรนด์รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เดินลุยรีเทลคนเดียว แต่มีทั้งที่ปรึกษา ทรัพยากร และโอกาสที่พร้อมให้คว้า
Trinity Cafe: จากครัวหน้าบ้านสู่ตัวแม่เบเกอรี่ขอนแก่น
ด้านสายขนมเองก็มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่น ชื่อของ Trinity Cafe แทบจะเป็นคำตอบแรกๆ เวลาถามถึงคาเฟ่ขนมแน่นที่ใช้วัตถุดิบแบบจัดเต็ม
ภาพจำของร้านคือ “ไม่กั๊กของดี” อะไรที่ดี ใส่หมด จัดเต็มในขนมทุกชิ้น จนลูกค้าชิมแล้วต้องบอกต่อแบบปากต่อปากอย่างเดียว ไม่ต้องพึ่งรีวิวอินฟลูเอนเซอร์
จุดเริ่มต้นของ Trinity Cafe มาจากแพสชันล้วนๆ เจ้าของเริ่มทำขนมตั้งแต่มัธยมปลาย
หัดจากเว็บและหนังสือในบ้าน
ลองทำให้เพื่อนชิม
ค่อยๆ ขายจริงระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย
จากขนมโฮมเมดส่งร้านในเมือง ขายได้เดือนละหลายหมื่น จนเริ่มเชื่อว่า “น่าจะเปิดร้านได้แล้ว” เลยเริ่มจากโต๊ะไม่กี่โต๊ะหน้าบ้าน ขายครัวซองวันละ 20 ชิ้น แต่ลูกค้าแน่นตั้งแต่วันแรก เพราะมีฐานแฟนอยู่แล้ว
ไม่นานก็ขยับไปสู่สาขาใหญ่ขึ้นกลางเมืองขอนแก่น และลงทุนกับเครื่องจักรจริงจัง ทำให้ ขายครัวซองได้วันละราว 1,200 ชิ้น กลายเป็นหนึ่งในร้านขนมที่ทรงอิทธิพลสุดๆ ในจังหวัด
แม้ร้านจะเปิดมา 9 ปี แต่ช่วงแรกเติบโตแบบ ออแกนิก มากๆ คือเน้นทำขนมดี ใช้วัตถุดิบจริง ไม่โฟกัสด้านธุรกิจเชิงลึกเท่าไร กระทั่งช่วง 3–4 ปีหลังที่เริ่มมองภาพใหญ่ขึ้น และตั้งเป้าเปิดสาขาในกรุงเทพฯ
เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น Trinity Cafe รู้ว่าต้อง “อัปสกิล” ตัวเองในเรื่องธุรกิจ จึงตัดสินใจเข้า LEAD เช่นกัน เพราะแม้จะเก่งเรื่องทำขนม แต่การวางระบบ การวางกลยุทธ์ การเลือกโลเคชัน การคิดเรื่องสเกล มันคืออีกโลกหนึ่ง
ในวันนี้ Trinity Cafe มี
3 สาขาที่ขอนแก่น
ป็อปอัพสโตร์ที่อุดรธานี
กำลังเตรียมพื้นที่สาขาถาวรที่เซ็นทรัลอุดรธานี
การเข้ามาอยู่ใน LEAD ทำให้ทีมถูก “ดันออกจากเซฟโซน” อย่างจริงจัง ทั้งในแง่
การคิดแบบเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่แค่เชฟ
การทำโจทย์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยกล้าลอง
การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคนมีไฟ
ผลลัพธ์คือเป้าหมายใหญ่เรื่องการบุกกรุงเทพฯ ถูกแตกออกมาเป็นสเต็ปย่อย เช่น การขยายสาขาให้ครอบคลุมโซนอีสานก่อน ซึ่งตอนที่ทำป็อปอัพที่เซ็นทรัลอุดรธานี ก็ได้รับผลตอบรับดีมาก จนมีแผนจะขยายต่อไปยังจังหวัดอุบลราชธานี
เมื่อแฟชั่นเจอคาเฟ่: Endless Holiday x Trinity Cafe
หนึ่งในเสน่ห์ของ LEAD คือการทำให้ “คนเก่งต่างสาย” ได้มาเจอกัน และจุดประกายโปรเจกต์สนุกๆ ที่ถ้าไม่ได้อยู่ในโปรแกรมเดียวกัน อาจไม่เคยเกิดขึ้นก็ได้
สำหรับ Endless Holiday และ Trinity Cafe จุดพลุคอลแล็บร่วมกันเริ่มจากโอกาสที่ได้ลองเปิดป็อปอัพสโตร์ในศูนย์การค้าท็อปโลเคชัน
ในงานที่เซ็นทรัลเวิลด์ Endless Holiday ถึงขั้นออก คอลเล็กชันดอกโบตั๋น ขึ้นมาใหม่เพื่อขายเฉพาะงานนั้น พร้อมกับทดลองสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ เพิ่มเติม ผลคือ
ลูกค้าต่อคิวตั้งแต่ตีห้า
สินค้าขายหมดภายใน 2 ชั่วโมง
ยอดขายแตะหลักหกหลักแบบสวยๆ
ด้าน Trinity Cafe เองก็ทดลอง เมนูครัวซองรสชาติใหม่ ด้วยการคอลแล็บกับแบรนด์อื่น เช่น ไส้ครองแครง ชาไทย ฯลฯ ทำให้ลูกค้าได้ลองรสชาติที่หาไม่ได้จากหน้าร้านปกติ
และเมื่อเห็นศักยภาพของทั้งสองฝั่ง ทีมงานจึงปั้นโปรเจกต์ใหญ่ขึ้นคือ ป็อปอัพคาเฟ่ที่เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ ที่ให้แฟชั่นกับคาเฟ่มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างลงตัว
ในโปรเจกต์นี้
Endless Holiday ออกแบบคอลเล็กชันใหม่เฉพาะงาน พร้อมขยายไลน์ไปยัง ของใช้ในบ้านและของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง อย่างหมอน จาน ที่รองแก้ว เบาะรองเก้าอี้ พรมเช็ดเท้า และ ปลอกคอน้องหมา ที่ทำให้สายทาสสัตว์ถูกใจสุดๆ เพราะแต่งตัวเองก็ได้ แต่งบ้านก็สวย แล้วยังมีของคิ้วท์ๆ ให้สัตว์เลี้ยงใช้ด้วย
เสื้อผ้าขายหมดภายใน 2 วัน สร้างยอดขายไปกว่า 1.8 ล้านบาท
ด้าน Trinity Cafe ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ขอออกจากกรอบเดิมๆ เช่นกันด้วยการทดลองเมนูใหม่อย่าง ไอศกรีมและโคนวาฟเฟิลโฮมเมด ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างสีสันในงานแล้ว ยังมีศักยภาพถูกต่อยอดไปขายในร้านหลักต่อได้ด้วย
การคอลแล็บครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ยอดขายที่ปัง แต่ยังได้
แลกเปลี่ยนฐานลูกค้าระหว่างสองแบรนด์
ทดลองฟอร์แมตใหม่ของการขายและการจัดประสบการณ์ลูกค้า
พิสูจน์ว่าแฟชั่นกับคาเฟ่สามารถอยู่ด้วยกันได้แบบมีซินเนอร์จีกันจริงๆ
LEAD: Community of Opportunity ที่ดัน SMEs ให้โตแบบมีระบบ
เบื้องหลังความสำเร็จของทั้งสองแบรนด์ ไม่ได้มีแค่ความตั้งใจและแพสชัน แต่มีโครงสร้างสนับสนุนจาก LEAD by Central Pattana ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้โตอย่างยั่งยืน
LEAD ทำหน้าที่เสมือนทั้ง
ห้องเรียนธุรกิจ
ห้องทดลองไอเดีย
พื้นที่จริงให้ลงสนาม
คอมมูนิตี้ของคนมีไฟที่ช่วยกันแชร์ แชร์ใจ และแชร์โอกาส
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของคอร์สนี้คือการทำ 360° Business Health Check เพื่อให้ผู้ประกอบการมองเห็นตัวเองชัดขึ้นว่า ธุรกิจมีจุดแข็ง–จุดอ่อนตรงไหนบ้าง ทั้งในเรื่อง
สินค้า (Product)
Visual Merchandising
ระบบ Logistic
Retail Feasibility และ Scalability
กลยุทธ์การตลาด (Marketing)
จากนั้นก็ใช้ Retail Incubation Program มาช่วยวางกลยุทธ์ ว่าธุรกิจของตัวเองมี Competitive Edge ตรงไหน และจะต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ๆ ยังไงให้เติบโตแบบมีระบบ ไม่ใช่โตแบบลองผิดลองถูกอย่างเดียว
สิ่งที่ผู้เรียนหลายคนรู้สึกเหมือนกันคือ
เมื่อเรียนจบ จะไม่กลับไปยืนอยู่จุดเดิมแน่นอน
ทุกคนมี “สเต็ปถัดไป” รออยู่ จากทั้งคอนเนกชัน และโอกาสที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเปิดให้
ในภาพรวม LEAD ได้ช่วยปั้น SMEs ไทยมาแล้วกว่า 240 แบรนด์ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 3,800 ล้านบาท และขยายหน้าร้านรวมกันไปมากกว่า 600 ร้านค้า ทั่วประเทศ โดยมีจุดแข็งสำคัญอยู่ที่เครือข่ายศูนย์การค้าเซ็นทรัลในทำเลที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่า “มีศักยภาพจริง” ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
สำหรับคนทำธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีแพสชัน มีของดีในมือ และอยาก สเกลธุรกิจให้โตอย่างมีทิศทาง การได้อยู่ในคอมมูนิตี้ที่ทั้งดัน ทั้งซัพพอร์ต และพร้อมโยนโอกาสมาให้ลองแบบนี้ อาจเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนเส้นทางธุรกิจไปตลอดก็ได้
บทสรุป: โอกาสไม่ได้มาแค่ครั้งเดียว ถ้าคุณอยู่ถูกที่
เรื่องราวของ Endless Holiday และ Trinity Cafe แสดงให้เห็นชัดว่า
การเก่งทำสินค้าอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป
โอกาสที่ใช่ มักมาพร้อมกับคนและระบบที่ใช่
การคอลแล็บแบบข้ามสายทำให้ธุรกิจโตได้ในมิติที่คาดไม่ถึง
จากแบรนด์แฟชั่นไอจีลายดอกสุดชัด กับคาเฟ่ขนมแน่นเจ้าดังในขอนแก่น ทั้งสองแบรนด์เลือกไม่หยุดอยู่ที่คำว่า “ขายดีอยู่แล้ว” แต่เลือกเดินเข้าไปหาโอกาสใหม่ๆ ในแพลตฟอร์มที่กระตุ้นให้ต้องคิด ต้องลอง ต้องโต
และเมื่อได้ลองออกจากเซฟโซนมาทำคอลแล็ปใหญ่ร่วมกัน ก็พิสูจน์แล้วว่า เมื่อดีไซน์สวยๆ มาชนกับขนมอร่อยๆ ในโลเคชันที่ใช่ ผลลัพธ์คือประสบการณ์ที่ทั้งขายดีและน่าจดจำในเวลาเดียวกัน
สุดท้ายแล้ว โลกธุรกิจวันนี้อาจไม่ใช่ของคนตัวใหญ่ที่สุด แต่เป็นของคนที่รู้จักใช้แพลตฟอร์ม ใช้โอกาส และกล้าคอลแล็บกับคนเก่งต่างสาย เพื่อโตไปด้วยกันอย่างไม่รู้จบ

