รับแอปรับแอป

เมื่อแฟชั่นฮอลิเดย์จับมือคาเฟ่ขนมแน่น เปิดโลกคอลแล็บที่โตจริงและน่ากินสุดๆ

ปฏิภาณ รุ่งเรือง01-31

LEAD: ห้องทดลองธุรกิจที่ไม่ให้คุณโตคนเดียว

การทำธุรกิจทุกวันนี้ไม่ใช่ยุคของการเก่งอยู่คนเดียว แต่คือยุคของการสร้างระบบที่แข็งแรง และโตไปด้วยกันแบบยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อได้ช่วยดันผู้เล่นตัวเล็กให้มีพื้นที่เติบโต ธุรกิจทั้งระบบก็ยิ่งแข็งแรงตามไปด้วย

หนึ่งในแพลตฟอร์มที่ตั้งใจปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างมีระบบก็คือ คอร์ส LEAD by Central Pattana ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรีเทลรุ่นใหม่ได้ทั้งความรู้ แนวคิด และโอกาสในการสเกลธุรกิจแบบก้าวกระโดด

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เรียนจริง ทำจริง โตจริง” ผู้เรียนจะได้

  • เรียนกับตัวจริงในวงการรีเทล

  • ทดลองตลาดในพื้นที่จริงที่มีศักยภาพ

  • นำสิ่งที่เรียนไปปรับใช้กับธุรกิจตัวเองแบบเป็นรูปธรรม

นอกจากความรู้แล้ว สิ่งที่หลายคนย้ำตรงกันว่ามีค่ามากไม่แพ้กันคือ คอนเนกชัน ที่ได้จากเพื่อนร่วมรุ่น และรุ่นพี่รุ่นน้องในโปรแกรม จนกลายเป็น Platform of Opportunity ที่ต่อยอดโอกาสไปได้เรื่อยๆ รวมถึงการคอลแล็บข้ามสายธุรกิจแบบที่ไม่มีทางทำได้หากเดินคนเดียว

LEAD เดินทางมาถึงรุ่นที่ 6 แล้ว และหนึ่งในไฮไลต์ของปีนี้คือการจับมือกันของสองแบรนด์ดาวรุ่งอย่าง Endless Holiday และ Trinity Cafe ที่เริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนร่วมคอร์ส แล้วต่อยอดจนกลายเป็นป็อปอัพคาเฟ่ดีไซน์สุดคิวท์ ที่ทั้งแฟชั่นและขนมต่างก็เปล่งประกายไปพร้อมกัน

Endless Holiday: แบรนด์ไอจีที่ปั้นลายดอกให้กลายเป็นลุคประจำตัว

ในโลกที่แบรนด์ออนไลน์เกิดขึ้นทุกวัน การจะโดดเด่นจนมีฐานแฟนเหนียวแน่น และขยายไปไกลกว่าแค่หน้าจอไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Endless Holiday คือหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นไทยที่ทำได้จริง

แบรนด์นี้เริ่มต้นจากการขายบนอินสตาแกรมแบบล้วนๆ ก่อนจะค่อยๆ เติบโตเป็นแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่มีสาวๆ ติดตามจำนวนมาก จุดเด่นคือภาพจำชัดเจนของ ลายดอกสุดฟีลฮอลิเดย์ ที่ใส่แล้วรู้สึกเหมือนได้หนีไปพักผ่อน

จากเดิมที่ใช้ผ้าสำเร็จรูป จนเจอ Pain Point ว่า

  • ลายผ้าซ้ำกับร้านอื่น

  • ของหมดแล้วเพิ่มสต็อกไม่ได้

  • เสียโอกาสขายทั้งที่ลูกค้ายังอยากซื้อ

ทีมจึงตัดสินใจ ออกแบบลายเองทั้งหมด สร้างคอลเล็กชันอย่าง Secret Garden ที่เน้นลายดอกไม้ฟีลฮอลิเดย์ชัดๆ ทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์จนกลายเป็นภาพจำของลูกค้า ว่า Endless Holiday = ลายดอกสวย ใส่ง่าย ฟีลดีทุกทริป

สิ่งที่ทำให้แบรนด์เข้าถึงคนได้ง่ายยิ่งขึ้นคือดีไซน์แบบ ฟรีไซส์ ใส่สบาย ผ้าไม่ค่อยยับ ทำให้คนต่างหุ่นสามารถใส่ด้วยกันได้แบบไม่กดดัน อีกทั้งยังขยายไลน์ไปถึง

  • เสื้อผ้าแม่และลูก

  • ลุคสำหรับผู้ชาย

  • คอลเล็กชันตามเทศกาล เช่น วาเลนไทน์ ตรุษจีน

ทั้งหมดนี้ช่วยผลักดันให้ยอดขายขยับขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นแบรนด์ไอจีที่ไม่ใช่แค่ไวรัลชั่วคราว แต่ยืนหนึ่งมาได้ยาวนานกว่า 10 ปี

เมื่อเติบโตเต็มที่บนโลกออนไลน์ เป้าหมายต่อไปจึงชัดเจน: ต้องออกจากจอไปสู่โลกออฟไลน์ และนี่คือจุดที่ LEAD กลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญ

หลังเข้าร่วม LEAD ทีม Endless Holiday ได้ทั้ง

  • มุมมองการคิดแบบรีเทลจริงจัง

  • กลยุทธ์การสเกลธุรกิจอย่างเป็นระบบ

  • ความมั่นใจในการทดลองสิ่งใหม่

  • พื้นที่จริงให้ลองทำโปรเจกต์คอลแล็บ

พลังของการมี “พี่ใหญ่” อย่างเซ็นทรัลพัฒนาคอยซัพพอร์ต ทำให้แบรนด์รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เดินลุยรีเทลคนเดียว แต่มีทั้งที่ปรึกษา ทรัพยากร และโอกาสที่พร้อมให้คว้า

Trinity Cafe: จากครัวหน้าบ้านสู่ตัวแม่เบเกอรี่ขอนแก่น

ด้านสายขนมเองก็มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่น ชื่อของ Trinity Cafe แทบจะเป็นคำตอบแรกๆ เวลาถามถึงคาเฟ่ขนมแน่นที่ใช้วัตถุดิบแบบจัดเต็ม

ภาพจำของร้านคือ “ไม่กั๊กของดี” อะไรที่ดี ใส่หมด จัดเต็มในขนมทุกชิ้น จนลูกค้าชิมแล้วต้องบอกต่อแบบปากต่อปากอย่างเดียว ไม่ต้องพึ่งรีวิวอินฟลูเอนเซอร์

จุดเริ่มต้นของ Trinity Cafe มาจากแพสชันล้วนๆ เจ้าของเริ่มทำขนมตั้งแต่มัธยมปลาย

  • หัดจากเว็บและหนังสือในบ้าน

  • ลองทำให้เพื่อนชิม

  • ค่อยๆ ขายจริงระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย

จากขนมโฮมเมดส่งร้านในเมือง ขายได้เดือนละหลายหมื่น จนเริ่มเชื่อว่า “น่าจะเปิดร้านได้แล้ว” เลยเริ่มจากโต๊ะไม่กี่โต๊ะหน้าบ้าน ขายครัวซองวันละ 20 ชิ้น แต่ลูกค้าแน่นตั้งแต่วันแรก เพราะมีฐานแฟนอยู่แล้ว

ไม่นานก็ขยับไปสู่สาขาใหญ่ขึ้นกลางเมืองขอนแก่น และลงทุนกับเครื่องจักรจริงจัง ทำให้ ขายครัวซองได้วันละราว 1,200 ชิ้น กลายเป็นหนึ่งในร้านขนมที่ทรงอิทธิพลสุดๆ ในจังหวัด

แม้ร้านจะเปิดมา 9 ปี แต่ช่วงแรกเติบโตแบบ ออแกนิก มากๆ คือเน้นทำขนมดี ใช้วัตถุดิบจริง ไม่โฟกัสด้านธุรกิจเชิงลึกเท่าไร กระทั่งช่วง 3–4 ปีหลังที่เริ่มมองภาพใหญ่ขึ้น และตั้งเป้าเปิดสาขาในกรุงเทพฯ

เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น Trinity Cafe รู้ว่าต้อง “อัปสกิล” ตัวเองในเรื่องธุรกิจ จึงตัดสินใจเข้า LEAD เช่นกัน เพราะแม้จะเก่งเรื่องทำขนม แต่การวางระบบ การวางกลยุทธ์ การเลือกโลเคชัน การคิดเรื่องสเกล มันคืออีกโลกหนึ่ง

ในวันนี้ Trinity Cafe มี

  • 3 สาขาที่ขอนแก่น

  • ป็อปอัพสโตร์ที่อุดรธานี

  • กำลังเตรียมพื้นที่สาขาถาวรที่เซ็นทรัลอุดรธานี

การเข้ามาอยู่ใน LEAD ทำให้ทีมถูก “ดันออกจากเซฟโซน” อย่างจริงจัง ทั้งในแง่

  • การคิดแบบเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่แค่เชฟ

  • การทำโจทย์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยกล้าลอง

  • การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคนมีไฟ

ผลลัพธ์คือเป้าหมายใหญ่เรื่องการบุกกรุงเทพฯ ถูกแตกออกมาเป็นสเต็ปย่อย เช่น การขยายสาขาให้ครอบคลุมโซนอีสานก่อน ซึ่งตอนที่ทำป็อปอัพที่เซ็นทรัลอุดรธานี ก็ได้รับผลตอบรับดีมาก จนมีแผนจะขยายต่อไปยังจังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อแฟชั่นเจอคาเฟ่: Endless Holiday x Trinity Cafe

หนึ่งในเสน่ห์ของ LEAD คือการทำให้ “คนเก่งต่างสาย” ได้มาเจอกัน และจุดประกายโปรเจกต์สนุกๆ ที่ถ้าไม่ได้อยู่ในโปรแกรมเดียวกัน อาจไม่เคยเกิดขึ้นก็ได้

สำหรับ Endless Holiday และ Trinity Cafe จุดพลุคอลแล็บร่วมกันเริ่มจากโอกาสที่ได้ลองเปิดป็อปอัพสโตร์ในศูนย์การค้าท็อปโลเคชัน

ในงานที่เซ็นทรัลเวิลด์ Endless Holiday ถึงขั้นออก คอลเล็กชันดอกโบตั๋น ขึ้นมาใหม่เพื่อขายเฉพาะงานนั้น พร้อมกับทดลองสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ เพิ่มเติม ผลคือ

  • ลูกค้าต่อคิวตั้งแต่ตีห้า

  • สินค้าขายหมดภายใน 2 ชั่วโมง

  • ยอดขายแตะหลักหกหลักแบบสวยๆ

ด้าน Trinity Cafe เองก็ทดลอง เมนูครัวซองรสชาติใหม่ ด้วยการคอลแล็บกับแบรนด์อื่น เช่น ไส้ครองแครง ชาไทย ฯลฯ ทำให้ลูกค้าได้ลองรสชาติที่หาไม่ได้จากหน้าร้านปกติ

และเมื่อเห็นศักยภาพของทั้งสองฝั่ง ทีมงานจึงปั้นโปรเจกต์ใหญ่ขึ้นคือ ป็อปอัพคาเฟ่ที่เซ็นทรัลอีสต์วิลล์ ที่ให้แฟชั่นกับคาเฟ่มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างลงตัว

ในโปรเจกต์นี้

  • Endless Holiday ออกแบบคอลเล็กชันใหม่เฉพาะงาน พร้อมขยายไลน์ไปยัง ของใช้ในบ้านและของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง อย่างหมอน จาน ที่รองแก้ว เบาะรองเก้าอี้ พรมเช็ดเท้า และ ปลอกคอน้องหมา ที่ทำให้สายทาสสัตว์ถูกใจสุดๆ เพราะแต่งตัวเองก็ได้ แต่งบ้านก็สวย แล้วยังมีของคิ้วท์ๆ ให้สัตว์เลี้ยงใช้ด้วย

  • เสื้อผ้าขายหมดภายใน 2 วัน สร้างยอดขายไปกว่า 1.8 ล้านบาท

ด้าน Trinity Cafe ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ขอออกจากกรอบเดิมๆ เช่นกันด้วยการทดลองเมนูใหม่อย่าง ไอศกรีมและโคนวาฟเฟิลโฮมเมด ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างสีสันในงานแล้ว ยังมีศักยภาพถูกต่อยอดไปขายในร้านหลักต่อได้ด้วย

การคอลแล็บครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ยอดขายที่ปัง แต่ยังได้

  • แลกเปลี่ยนฐานลูกค้าระหว่างสองแบรนด์

  • ทดลองฟอร์แมตใหม่ของการขายและการจัดประสบการณ์ลูกค้า

  • พิสูจน์ว่าแฟชั่นกับคาเฟ่สามารถอยู่ด้วยกันได้แบบมีซินเนอร์จีกันจริงๆ

LEAD: Community of Opportunity ที่ดัน SMEs ให้โตแบบมีระบบ

เบื้องหลังความสำเร็จของทั้งสองแบรนด์ ไม่ได้มีแค่ความตั้งใจและแพสชัน แต่มีโครงสร้างสนับสนุนจาก LEAD by Central Pattana ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้โตอย่างยั่งยืน

LEAD ทำหน้าที่เสมือนทั้ง

  • ห้องเรียนธุรกิจ

  • ห้องทดลองไอเดีย

  • พื้นที่จริงให้ลงสนาม

  • คอมมูนิตี้ของคนมีไฟที่ช่วยกันแชร์ แชร์ใจ และแชร์โอกาส

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญของคอร์สนี้คือการทำ 360° Business Health Check เพื่อให้ผู้ประกอบการมองเห็นตัวเองชัดขึ้นว่า ธุรกิจมีจุดแข็ง–จุดอ่อนตรงไหนบ้าง ทั้งในเรื่อง

  • สินค้า (Product)

  • Visual Merchandising

  • ระบบ Logistic

  • Retail Feasibility และ Scalability

  • กลยุทธ์การตลาด (Marketing)

จากนั้นก็ใช้ Retail Incubation Program มาช่วยวางกลยุทธ์ ว่าธุรกิจของตัวเองมี Competitive Edge ตรงไหน และจะต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ๆ ยังไงให้เติบโตแบบมีระบบ ไม่ใช่โตแบบลองผิดลองถูกอย่างเดียว

สิ่งที่ผู้เรียนหลายคนรู้สึกเหมือนกันคือ

  • เมื่อเรียนจบ จะไม่กลับไปยืนอยู่จุดเดิมแน่นอน

  • ทุกคนมี “สเต็ปถัดไป” รออยู่ จากทั้งคอนเนกชัน และโอกาสที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเปิดให้

ในภาพรวม LEAD ได้ช่วยปั้น SMEs ไทยมาแล้วกว่า 240 แบรนด์ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 3,800 ล้านบาท และขยายหน้าร้านรวมกันไปมากกว่า 600 ร้านค้า ทั่วประเทศ โดยมีจุดแข็งสำคัญอยู่ที่เครือข่ายศูนย์การค้าเซ็นทรัลในทำเลที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่า “มีศักยภาพจริง” ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

สำหรับคนทำธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีแพสชัน มีของดีในมือ และอยาก สเกลธุรกิจให้โตอย่างมีทิศทาง การได้อยู่ในคอมมูนิตี้ที่ทั้งดัน ทั้งซัพพอร์ต และพร้อมโยนโอกาสมาให้ลองแบบนี้ อาจเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนเส้นทางธุรกิจไปตลอดก็ได้

บทสรุป: โอกาสไม่ได้มาแค่ครั้งเดียว ถ้าคุณอยู่ถูกที่

เรื่องราวของ Endless Holiday และ Trinity Cafe แสดงให้เห็นชัดว่า

  • การเก่งทำสินค้าอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป

  • โอกาสที่ใช่ มักมาพร้อมกับคนและระบบที่ใช่

  • การคอลแล็บแบบข้ามสายทำให้ธุรกิจโตได้ในมิติที่คาดไม่ถึง

จากแบรนด์แฟชั่นไอจีลายดอกสุดชัด กับคาเฟ่ขนมแน่นเจ้าดังในขอนแก่น ทั้งสองแบรนด์เลือกไม่หยุดอยู่ที่คำว่า “ขายดีอยู่แล้ว” แต่เลือกเดินเข้าไปหาโอกาสใหม่ๆ ในแพลตฟอร์มที่กระตุ้นให้ต้องคิด ต้องลอง ต้องโต

และเมื่อได้ลองออกจากเซฟโซนมาทำคอลแล็ปใหญ่ร่วมกัน ก็พิสูจน์แล้วว่า เมื่อดีไซน์สวยๆ มาชนกับขนมอร่อยๆ ในโลเคชันที่ใช่ ผลลัพธ์คือประสบการณ์ที่ทั้งขายดีและน่าจดจำในเวลาเดียวกัน

สุดท้ายแล้ว โลกธุรกิจวันนี้อาจไม่ใช่ของคนตัวใหญ่ที่สุด แต่เป็นของคนที่รู้จักใช้แพลตฟอร์ม ใช้โอกาส และกล้าคอลแล็บกับคนเก่งต่างสาย เพื่อโตไปด้วยกันอย่างไม่รู้จบ