ย้อนยุคบริทป็อป ทำความรู้จัก Kula Shaker แบบเข้าใจง่าย
Kula Shaker คือวงไซเคเดลิคร็อกจากเกาะอังกฤษ ที่เกิดขึ้นในยุคทองของกระแสบริตป็อป ช่วงเวลาที่ทั้งโลกกำลังคลั่งกับเพลงป็อปร็อกสไตล์อังกฤษ
สมาชิกวงประกอบด้วย
Crispian Mills (นักร้องนำ)
Alonza Bevan (เบส)
Paul Winter-Hart (กลอง)
Jay Darlington (คีย์บอร์ด)
ชื่อวงได้แรงบันดาลใจมาจาก King Kulashekhara กษัตริย์อินเดียในศตวรรษที่ 9 ยุคพีคของวงอยู่ช่วงปี 1995 – 1999 ก่อนจะยุบวงไปช่วงปลายศตวรรษที่ 20 แล้วกลับมารวมตัวใหม่ในปี 2004 ไล่ยาวมาจนวันนี้แบบไม่เปลี่ยนไลน์อัพเลยแม้แต่คนเดียว
ทำไมวัยรุ่นยุค ’90s ถึงอินกับคอนเสิร์ตนี้ขนาดนั้น
เรื่องประวัติวง หาอ่านแบบทางการได้เต็มไปหมดในโลกออนไลน์อยู่แล้ว แต่สิ่งที่มันสนุกกว่าคือการมองดูปฏิกิริยาของแฟนเพลงเจนฯ X ปลาย ๆ และเจนฯ Y ต้น ๆ หลังรู้ข่าวว่า Kula Shaker จะมาเล่นที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
บรรยากาศในโลกโซเชียลกลายเป็นเหมือนมีคนเปิดประตูไทม์แมชชีนให้ทั้งเจนฯ ได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กมัธยมอีกครั้ง คอมเมนต์ต่าง ๆ เต็มไปด้วยความดีด ความปลื้ม และความฮาที่ปนความซึ้งแบบคนเริ่มรู้ตัวว่า “เออ… เราไม่ได้เด็กแล้วนะ”
เสียงสะท้อนจากแฟน ๆ รุ่นนั้นมีทั้งฟีลแบบ
ยอมทุ่มเงินหลักหมื่น ถ้ามันคือการได้สานฝันวัยมัธยมของตัวเอง
แซวผู้จัดอย่าเล่นมุก April’s Fool Day กับคนแก่หัวใจวัยรุ่น
ตื่นเต้นขนาดย้อนนึกถึงตัวเองตอนอายุ 15 ที่เคยตั้งอีเมลตามชื่อวง
บ่นขำ ๆ ว่า “มาเอาตอนแก่เลย” แต่ก็พร้อมจะไปกรี๊ด
นึกถึงยุคที่อัลบั้มแรกของวงเคยโดนสับเละในนิตยสารเพลงหัวแรงอย่าง Generation Terrorists
ดีใจจนน้ำตาจะไหลที่ในที่สุดก็มีโอกาสได้ดูวงที่รักแบบตัวเป็น ๆ
ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า สำหรับแฟนยุค ’90s นี่ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่มันคือการนัดเจอกับตัวเองในอดีต
ยุคที่ “ดูหนัง-ฟังเพลง” คือความบันเทิงหลักของชีวิต
ถ้ามองแบบติดตลกแต่ก็โคตรจริง วัยรุ่นยุคก่อนอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูมีตัวเลือกความบันเทิงไม่เยอะเท่าวันนี้ ทุกอย่างแทบจะหมุนรอบสองกิจกรรมหลักคือ
ดูหนัง
ฟังเพลง
การเสพดนตรีสมัยนั้นไม่ได้ง่ายแค่เปิดแอปแล้วกดเล่น แต่ต้อง
นั่งเฝ้ารายการวิทยุ ลุ้นเพลงโปรดจะเปิดเมื่อไหร่
รอนิตยสารเพลงออกช่วงต้นเดือน เพื่ออ่านรีวิว ศิลปินใหม่ และข่าววงโปรด
หนึ่งในนิตยสารที่ถูกพูดถึงในคอมเมนต์คือ Generation Terrorists ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแสบและหัวขบถ เคยลงบทความสับ Kula Shaker แบบไม่ไว้หน้า จนแฟนเพลงไม่พอใจ พากันเขียนจดหมายโต้กันไปมา กลายเป็นสงครามย่อย ๆ ที่ทั้งจริงจังและทั้งสนุกไปพร้อมกัน
ยุคนั้นการไปฟังคอนเสิร์ตหรือฟังเพลงสดตามผับบาร์ ไม่ได้ดูเป็นเรื่องง่ายหรือปลอดภัยเหมือนปัจจุบัน สายรักดนตรีจำนวนมากเลยต้องฟังผ่านเทป วิทยุ กับนิตยสารเป็นหลัก การจะได้ดูวงต่างประเทศตัวเป็น ๆ จึงแทบเป็นเรื่องเพ้อฝัน
เพราะแบบนี้นี่เอง เมื่อมีประกาศคอนเสิร์ตของ “วงดนตรีที่เติบโตมาพร้อมกับวัยรุ่นยุค ’90s” แค่ชื่อวงก็พอจะสะกิดหัวใจให้สั่นได้แล้ว
มันไม่ใช่แค่การไปดูโชว์ แต่มันคือการชดเชยความฝันที่ตอนเด็ก ๆ ไม่มีโอกาสได้ทำจริง
จากห้องเรียนสู่ฮอลล์คอนเสิร์ต: วันนั้นที่เคยฝัน วันนี้ที่ได้ไปจริง
ลองนึกภาพตัวเองตอนนั่งเรียนมัธยม ฟัง Govinda หรือ Hey Dude จากวิทยุสลับกับเทปก๊อบ แล้วอยู่ดี ๆ เวลาผ่านไป 20–30 ปี วงที่เคยมีแค่ในปกเทปกลับบินมาเล่นตรงหน้าที่กรุงเทพฯ
สำหรับหลายคน นี่คือเช็กลิสต์ในชีวิตที่เคยคิดว่าคงไม่มีวันได้ติ๊กออกด้วยซ้ำ พอมีโอกาสจริง ๆ เลยยิ่งรู้สึกว่า ช้าแค่ไหนก็ยังดีกว่าไม่เคยเกิดขึ้นเลย
5 เพลงที่ต้องฟังก่อนเข้าไทม์แมชชีนไปเจอ Kula Shaker
ระหว่างนับถอยหลังรอวันขึ้นโชว์ ลองอุ่นเครื่องหูด้วย 5 เพลงที่ถูกยกให้เป็นตัวแทนความหลงใหลใน Kula Shaker ทั้งสำหรับแฟนเก่าและคนที่เพิ่งจะรู้จักวงนี้
Govinda
เพลงที่พาไซเคเดลิคร็อกไปจับมือกับกลิ่นอายดนตรีอินเดียอย่างจัดเต็ม ทั้งโครงสร้างเพลงและบรรยากาศล่องลอย ฟังแล้วเหมือนถูกดูดเข้าไปในจักรวาลของวงแบบเต็ม ๆMystical Machine Gun
กรูฟแน่น ๆ ผสมความหม่นลึกลับในสไตล์ Kula Shaker แท้ ๆ เพลงนี้คืออีกด้านที่ทำให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มีดีแค่ความเพลิน แต่ยังใส่ความจัดจ้านทางดนตรีและไอเดียลงไปเต็มที่Hey Dude
หนึ่งในเพลงที่วัยรุ่นยุค ’90s น่าจะร้องตามได้ตั้งแต่โน้ตแรก พลังของเพลงนี้คือความมันแบบไม่ต้องคิดเยอะ แค่ให้หัวโยกตามริฟฟ์กีตาร์ก็พอPeter Pan R.I.P
โทนเพลงออกหม่นและติดดราม่าขึ้นมาหน่อย เหมือนการโตเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องบอกลาโลกในจินตนาการของตัวเอง แต่ก็ยังเหลือเศษเสี้ยวของความฝันเอาไว้ให้คิดถึงKnight on The Town
เพลงที่ฟังแล้วเหมือนขี่ม้าพุ่งเข้าไปในเมืองกลางคืน เต็มไปด้วยภาพและบรรยากาศแบบโบราณผสมร่วมสมัยในแบบที่มีแค่ Kula Shaker เท่านั้นที่ทำออกมาได้แบบนี้
สรุป: คอนเสิร์ตหนึ่งคืน กับความทรงจำทั้งรุ่น
สำหรับใครหลายคน Kula Shaker Live in Bangkok ไม่ใช่แค่การไปดูวงร็อกจากอังกฤษมาเล่นเพลงฮิตสด ๆ แต่คือ
การได้กลับไปกอดตัวเองตอนอายุ 15 ในความทรงจำ
การได้ปิดบาดแผลเล็ก ๆ ที่เคยเสียดายว่าอยากดูวงนี้แต่ไม่มีโอกาส
การได้รวมตัวกับเพื่อนร่วมรุ่นที่โตมาพร้อมเพลงเดียวกัน
ถ้าคุณอ่านแล้วแอบยิ้ม เพราะเคยรอวิทยุ เคยลุ้นนิตยสารออก เคยใช้ชื่อวงตั้งเป็นอีเมล หรือเคยทะเลาะเรื่องรีวิวในนิตยสารเพลงยุคนั้นอยู่ล่ะก็…
คุณอาจไม่ได้เด็กแล้วจริง ๆ แต่หัวใจนั่นแหละ ยังวัยรุ่นยุค ’90s เต็มตัวไม่เปลี่ยนเลย

