รับแอปรับแอป

หนีเมืองวุ่น มาจิบรสอาหารไทยละเมียดที่ Blue Elephant สุขุมวิท 13

ภาณุพงศ์ พรหมมา01-29

โอเอซิสสีเขียวกลางสุขุมวิท

หลบจากจังหวะเร่งรีบของกรุงเทพฯ แล้วก้าวเข้าสู่โลกอีกใบที่เงียบสงบกว่าเดิมหลายเท่า ณ Blue Elephant สุขุมวิท 13 พื้นที่สีเขียวร่มรื่นที่เอาความเป็นธรรมชาติมาผสานกับศิลปะบนจานอาหารไทยได้อย่างลงตัว

ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่คือประสบการณ์ครบวงจรของการกิน การพักใจ และการดื่มด่ำกับบรรยากาศ จนคุณแทบลืมไปเลยว่าประตูด้านนอกคือใจกลางเมืองใหญ่

บ้านไม้สักกลางต้นไม้ใหญ่

ตัวร้านตั้งอยู่ในบ้านไม้สักเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ รายล้อมด้วยต้นจามจุรียักษ์และสวนเขียวชอุ่ม กลายเป็นฉากหลังอุ่นๆ สำหรับมื้ออาหารที่ทั้งประณีตและเป็นกันเอง

บรรยากาศเหมือนโอเอซิสแห่งอาหารไทย ที่ไม่ใช่แค่สวยถ่ายรูปขึ้น แต่ยังเต็มไปด้วย เรื่องราวและรายละเอียดในทุกจาน ให้คุณค่อยๆ ละเลียดทั้งรสชาติและอารมณ์

วัตถุดิบคือพระเอกของโต๊ะ

หัวใจของครัวที่นี่คือวัตถุดิบคุณภาพ ตั้งแต่

  • ไก่และเป็ดบ้านเลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ

  • เนื้อและหมูจากแหล่งท้องถิ่น

  • ผักออร์แกนิกจากโครงการหลวง

  • สมุนไพรไทยสดใหม่หลากชนิด

ทุกจานถูกปรุงอย่างพิถีพิถัน ไม่มีผงชูรสและสีสังเคราะห์ ปล่อยให้รสชาติแท้ๆ ของเครื่องแกงและสมุนไพรไทยเด่นขึ้นมาแบบไม่ต้องแต่งเติมเกินจำเป็น

เส้นเรื่องของรสชาติจากครัวเชฟ Nooror

เชฟ Nooror Somany Steppe เลือกเล่าเรื่องอาหารไทยผ่าน Heritage Menu และ Chef’s Tasting Menu ที่ไล่ร้อยรสตั้งแต่เมนูโบราณไปจนถึงจานสร้างสรรค์ร่วมสมัย

ซุปก็ไม่ธรรมดา เริ่มจาก

  • ต้มส้มขมิ้นปลาอินทรีย์จากนครศรีธรรมราช ที่มากับความเปรี้ยวละมุนและกลิ่นขมิ้นหอมฟุ้ง

  • ต้มข่าไก่ กลมกล่อมด้วยกะทิ หอมข่า และเห็ดหอยนางรมเคี้ยวเพลิน

ของว่างก็เล่นใหญ่ด้วยการหยิบประวัติศาสตร์มาทำให้สนุกอย่าง ขนมครกเขียวหวานคาเวียร์ สูตรสมัยอยุธยา ที่ทั้งหน้าตาและไอเดียชวนว้าว

จานซิกเนเจอร์ที่ต้องลองสักครั้ง

ใครมาที่นี่แล้วอยากจัดเต็มกับเมนูซิกเนเจอร์ ก็มีให้เลือกแบบแน่นโต๊ะ ทั้งสายซีฟู้ดและเนื้อแน่น ๆ อย่างเช่น

  • ปูผัดผงกะหรี่ น้ำพริกเผา กลิ่นหอมเครื่องแกง จานใหญ่กินเพลิน

  • ซาลาเปาชาโคล ฟิวชันเบาๆ ที่เติมความสนุกให้โต๊ะอาหาร

  • แกงมัสมั่นแกะโรตี เนื้อแกะนุ่ม กับโรตีร้อนๆ กินคู่กันคือฟิน

  • ปลาหิมะผัดฉ่า เผ็ดซ่าแบบไทยๆ แต่ยังคงความละมุนของปลาหิมะ

ของหวานก็เล่นกับวัตถุดิบไทยได้อย่างมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เช่น

  • ข้าวเหนียวเปียกลำไยมะพร้าวอ่อน หอม หวาน นุ่มละมุน

  • ข้าวลืมผัวกับไอศกรีมมะพร้าว หวานมันเคี้ยวเพลินจนเข้าใจชื่อเมนู

  • พานาคอตต้าคาเวียร์ กลิ่นมะพร้าวหอมอ่อนๆ ตัดกับคาเวียร์ได้อย่างลงตัว

มุมของสายมังสวิรัติ

สายมังสวิรัติไม่ต้องกลัวนั่งมองเพื่อนกิน เพราะครัวที่นี่เตรียมเมนูแบบ plant-based ไว้ให้ด้วยความตั้งใจเต็มร้อย

เมนูน่าสนใจที่ควรลองมีทั้ง

  • ยำส้มโอกับทอดมันหัวปลี ที่หยิบผลไม้ไทยมาจับคู่กับหัวปลีทอดหอมๆ ได้อย่างลงตัว

  • ผัดห้ากษัตริย์ เมนูผัดผักที่จัดเต็มทั้งสีสัน สัมผัส และคุณค่าทางอาหาร

จุดเด่นคือไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเมนูทดแทน แต่คือจานที่ถูกออกแบบมาให้คนกินมังได้สนุกกับรสชาติอาหารไทยเต็มที่ไม่แพ้ใคร

โลเคชันและช่วงเวลาน่าไป

Blue Elephant สาขาสุขุมวิท 13 ตั้งอยู่ในซอยใจกลางเมือง เดินทางสะดวก เหมาะทั้งสำหรับมื้อพิเศษ ดินเนอร์กับคนสำคัญ หรือค่ำคืนสบายๆ ที่อยากให้ตัวเองได้พักจากความวุ่นวายสักหน่อย

ที่นี่เปิดให้บริการช่วงเย็น เหมาะกับการนัดกันมานั่งยาว ค่อยๆ สั่ง ค่อยๆ ชิม ทิ้งเวลาให้ทั้งบทสนทนาและรสชาติได้ค่อยๆ คลี่ตัวออกมา

ถ้าคุณกำลังมองหาที่ที่เล่าเรื่องอาหารไทยได้ลึกกว่าคำว่าอร่อย และยังเป็นมิตรกับสายมังสวิรัติ Blue Elephant สุขุมวิท 13 คือหนึ่งในลิสต์ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต