โอเอซิสสีเขียวกลางสุขุมวิท
หลบจากจังหวะเร่งรีบของกรุงเทพฯ แล้วก้าวเข้าสู่โลกอีกใบที่เงียบสงบกว่าเดิมหลายเท่า ณ Blue Elephant สุขุมวิท 13 พื้นที่สีเขียวร่มรื่นที่เอาความเป็นธรรมชาติมาผสานกับศิลปะบนจานอาหารไทยได้อย่างลงตัว
ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่คือประสบการณ์ครบวงจรของการกิน การพักใจ และการดื่มด่ำกับบรรยากาศ จนคุณแทบลืมไปเลยว่าประตูด้านนอกคือใจกลางเมืองใหญ่
บ้านไม้สักกลางต้นไม้ใหญ่
ตัวร้านตั้งอยู่ในบ้านไม้สักเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ รายล้อมด้วยต้นจามจุรียักษ์และสวนเขียวชอุ่ม กลายเป็นฉากหลังอุ่นๆ สำหรับมื้ออาหารที่ทั้งประณีตและเป็นกันเอง
บรรยากาศเหมือนโอเอซิสแห่งอาหารไทย ที่ไม่ใช่แค่สวยถ่ายรูปขึ้น แต่ยังเต็มไปด้วย เรื่องราวและรายละเอียดในทุกจาน ให้คุณค่อยๆ ละเลียดทั้งรสชาติและอารมณ์
วัตถุดิบคือพระเอกของโต๊ะ
หัวใจของครัวที่นี่คือวัตถุดิบคุณภาพ ตั้งแต่
ไก่และเป็ดบ้านเลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ
เนื้อและหมูจากแหล่งท้องถิ่น
ผักออร์แกนิกจากโครงการหลวง
สมุนไพรไทยสดใหม่หลากชนิด
ทุกจานถูกปรุงอย่างพิถีพิถัน ไม่มีผงชูรสและสีสังเคราะห์ ปล่อยให้รสชาติแท้ๆ ของเครื่องแกงและสมุนไพรไทยเด่นขึ้นมาแบบไม่ต้องแต่งเติมเกินจำเป็น
เส้นเรื่องของรสชาติจากครัวเชฟ Nooror
เชฟ Nooror Somany Steppe เลือกเล่าเรื่องอาหารไทยผ่าน Heritage Menu และ Chef’s Tasting Menu ที่ไล่ร้อยรสตั้งแต่เมนูโบราณไปจนถึงจานสร้างสรรค์ร่วมสมัย
ซุปก็ไม่ธรรมดา เริ่มจาก
ต้มส้มขมิ้นปลาอินทรีย์จากนครศรีธรรมราช ที่มากับความเปรี้ยวละมุนและกลิ่นขมิ้นหอมฟุ้ง
ต้มข่าไก่ กลมกล่อมด้วยกะทิ หอมข่า และเห็ดหอยนางรมเคี้ยวเพลิน
ของว่างก็เล่นใหญ่ด้วยการหยิบประวัติศาสตร์มาทำให้สนุกอย่าง ขนมครกเขียวหวานคาเวียร์ สูตรสมัยอยุธยา ที่ทั้งหน้าตาและไอเดียชวนว้าว



จานซิกเนเจอร์ที่ต้องลองสักครั้ง
ใครมาที่นี่แล้วอยากจัดเต็มกับเมนูซิกเนเจอร์ ก็มีให้เลือกแบบแน่นโต๊ะ ทั้งสายซีฟู้ดและเนื้อแน่น ๆ อย่างเช่น
ปูผัดผงกะหรี่ น้ำพริกเผา กลิ่นหอมเครื่องแกง จานใหญ่กินเพลิน
ซาลาเปาชาโคล ฟิวชันเบาๆ ที่เติมความสนุกให้โต๊ะอาหาร
แกงมัสมั่นแกะโรตี เนื้อแกะนุ่ม กับโรตีร้อนๆ กินคู่กันคือฟิน
ปลาหิมะผัดฉ่า เผ็ดซ่าแบบไทยๆ แต่ยังคงความละมุนของปลาหิมะ
ของหวานก็เล่นกับวัตถุดิบไทยได้อย่างมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เช่น
ข้าวเหนียวเปียกลำไยมะพร้าวอ่อน หอม หวาน นุ่มละมุน
ข้าวลืมผัวกับไอศกรีมมะพร้าว หวานมันเคี้ยวเพลินจนเข้าใจชื่อเมนู
พานาคอตต้าคาเวียร์ กลิ่นมะพร้าวหอมอ่อนๆ ตัดกับคาเวียร์ได้อย่างลงตัว





มุมของสายมังสวิรัติ
สายมังสวิรัติไม่ต้องกลัวนั่งมองเพื่อนกิน เพราะครัวที่นี่เตรียมเมนูแบบ plant-based ไว้ให้ด้วยความตั้งใจเต็มร้อย
เมนูน่าสนใจที่ควรลองมีทั้ง
ยำส้มโอกับทอดมันหัวปลี ที่หยิบผลไม้ไทยมาจับคู่กับหัวปลีทอดหอมๆ ได้อย่างลงตัว
ผัดห้ากษัตริย์ เมนูผัดผักที่จัดเต็มทั้งสีสัน สัมผัส และคุณค่าทางอาหาร
จุดเด่นคือไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเมนูทดแทน แต่คือจานที่ถูกออกแบบมาให้คนกินมังได้สนุกกับรสชาติอาหารไทยเต็มที่ไม่แพ้ใคร
โลเคชันและช่วงเวลาน่าไป
Blue Elephant สาขาสุขุมวิท 13 ตั้งอยู่ในซอยใจกลางเมือง เดินทางสะดวก เหมาะทั้งสำหรับมื้อพิเศษ ดินเนอร์กับคนสำคัญ หรือค่ำคืนสบายๆ ที่อยากให้ตัวเองได้พักจากความวุ่นวายสักหน่อย
ที่นี่เปิดให้บริการช่วงเย็น เหมาะกับการนัดกันมานั่งยาว ค่อยๆ สั่ง ค่อยๆ ชิม ทิ้งเวลาให้ทั้งบทสนทนาและรสชาติได้ค่อยๆ คลี่ตัวออกมา
ถ้าคุณกำลังมองหาที่ที่เล่าเรื่องอาหารไทยได้ลึกกว่าคำว่าอร่อย และยังเป็นมิตรกับสายมังสวิรัติ Blue Elephant สุขุมวิท 13 คือหนึ่งในลิสต์ที่ควรไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

