เรื่องราวของลูกชายหัวใจแกร่ง

ที่หมู่บ้านเขาไม้แก้วพัฒนา หมู่ 3 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีชายสู้ชีวิตชื่อ สุทิน เสาร์แก้ว อายุ 58 ปี ต้องฝ่าวิกฤตครั้งใหญ่เมื่อปี 2552 หลังล้มป่วยเป็นวัณโรค นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลกบินทร์บุรีถึง 6 เดือนกว่าจะหายดี
แม้โรคเก่าจะหายไป แต่เคราะห์ยังไม่จบ สุทินกลับต้องเผชิญโรคแขนขาอ่อนแรง กลายเป็นคนพิการทางกาย อาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคนในบ้านหลังเล็กๆ แต่แทนที่จะยอมแพ้ เขาเลือกจะลุกขึ้นมาสู้ชีวิตทุกวัน
แม้ร่างกายไม่สมบูรณ์ แต่หัวใจเขาแข็งแรงเกินร้อย ทำงานหนักเท่าที่แรงจะมี เพื่อเลี้ยงดูตัวเองและแม่วัยชรา
จากกิ่งไม้แห้ง สู่รายได้เล็กๆ ที่มีค่ามหาศาล
ทุกวัน สุทินจะออกเดินหาไม้แห้งตามหัวไร่ปลายนาของเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง เก็บกิ่งไม้ที่ไร้ค่าในสายตาคนอื่น กลับมาที่บ้านแล้วใช้แรงที่เหลืออยู่เลื่อยและผ่าให้เป็นไม้ซีกเล็กๆ สำหรับทำเชื้อไฟ

ไม้เชื้อไฟ คือไม้ที่ช่วยให้การจุดไฟง่ายขึ้น ใช้เป็นตัวเริ่มก่อนจะใส่ฟืนหรือถ่านจริง โดยเฉพาะไม้ที่มีน้ำมันยางหรือไม้เนื้อเบาแห้งสนิท จะติดไฟได้ดีและรวดเร็ว เช่น
ไม้เกี๊ยะ (ไม้สน)
ไม้ยูคาลิปตัส
ไม้ไผ่
ไม้สักที่ผ่าเป็นซีกเล็กๆ
สุทินจะผ่าไม้เป็นชิ้นเล็กขนาดประมาณไม้ปิ้งไก่ แล้วบรรจุลงถุงพลาสติกใสจนเต็ม เหมาะสำหรับใช้ก่อไฟทำอาหาร ปิ้งย่าง ตั้งแคมป์ หรือใช้กับเตาถ่านต่างๆ
เพื่อนบ้านที่รู้จักกันมักจะแวะมารับซื้อไม้เชื้อไฟเหล่านี้ เป็นการช่วยอุดหนุนให้มีรายได้หมุนเวียนใช้จ่ายในครัวเรือน และหากมีใครเรียกไปช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เขาก็ยินดีไปทำงานรับจ้าง เพื่อเก็บเงินมาดูแลแม่และใช้จ่ายในบ้าน

แม่ชรากับลูกชายที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อดูแล
ด้าน ดวงใจ สารพันธ์ อายุ 85 ปี แม่ของสุทิน เล่าว่าตัวเองป่วยหลายโรค ทั้งความดัน ไขมัน เลือดจาง ต้องอยู่กันลำพังกับลูกชายสองคนในบ้านที่ไม่ได้หรูหราอะไรนัก
ลูกชายแม้จะพิการแขนขาอ่อนแรง แต่ก็ไม่เคยนิ่งเฉย เขาทำงานทุกอย่างเท่าที่ทำได้ แม้ได้เงินไม่มาก แต่ก็จะค่อยๆ เก็บออมทีละนิด ก่อนนำมาให้แม่ไว้ซื้อของกินของใช้ในครัวเรือน
แม่บอกเพียงสั้นๆ แต่กินใจว่า เธอรักลูกมาก อยากให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง อยู่ด้วยกันไปนานๆ ส่วนสุทินเองก็ยืนยันว่า แม่คือคนที่เขารักมากที่สุดในชีวิต

รายได้จากถุงไม้เชื้อไฟ และหัวใจที่ไม่เคยย่อท้อ
สุทินเล่าว่า หลังหายจากวัณโรคก็ใช้ชีวิตอยู่กับแม่สองคนในบ้าน ทุกวันจะออกไปหากิ่งไม้แห้งตามหัวไร่ปลายนาของเพื่อนบ้าน เอามาทำเป็นไม้เชื้อไฟขายให้คนรู้จัก
เขาจะมัดและบรรจุเป็นถุง ขายถุงละประมาณ 50–60 บาท แล้วแต่ผู้ซื้อจะเมตตาให้ บางคนซื้อไปใช้ก่อไฟทำอาหาร บางคนซื้อเพราะอยากช่วยสนับสนุนคนสู้ชีวิตอย่างเขา

ในวันที่มีคนจ้างให้ไปเกี่ยวหญ้าไปเป็นอาหารวัว เขาก็ไปทำงานอย่างเต็มที่ตามกำลัง เมื่อเสร็จงานแล้ว หากหมู่บ้านมีงานศพก็จะเดินไปช่วยงานที่วัดระยะทางราว 300 เมตร
ไม่ว่าจะเป็น
งานบุญ
งานบวช
งานสวดศพ
งานแต่งงาน
ถ้าเขารู้ข่าวก็จะไปช่วยงานทุกครั้ง สุทินอาจไม่มีเงินมากมายไปช่วยเหลือใคร แต่เขาใช้แรงกายและเวลาแทนคำว่าตอบแทนสังคม

เพื่อนบ้านการันตี “คนดีศรีบ้านเขาไม้แก้ว”
บุญหงส์ ศรีสำอางค์ เพื่อนบ้าน เล่าว่ารู้จักสุทินมานาน เห็นมาตลอดว่าเขาชอบช่วยงานคนอื่น ไม่เคยปฏิเสธหากช่วยได้
สุทินกลายเป็นเหมือนจิตอาสาประจำหมู่บ้าน ไปช่วยงานต่างๆ ของชุมชนเป็นประจำจนเพื่อนบ้านต่างยกย่องให้เป็น “คนดี ศรีบ้านเขาไม้แก้วพัฒนา”

แรงบันดาลใจจากกองไม้เล็กๆ ข้างบ้าน
เบื้องหลังเรื่องนี้ไม่มีแสงสี ไม่มีเวทีหรู มีเพียงชายพิการคนหนึ่ง แม่ชราที่ป่วยหลายโรค และกองไม้เชื้อไฟที่ดูธรรมดา แต่กลับเต็มไปด้วยคุณค่าทางใจ
จากไม้แห้งข้างทาง กลายเป็นรายได้ให้สองแม่ลูก
จากร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ กลายเป็นหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้
จากคนธรรมดาในหมู่บ้าน กลายเป็นแบบอย่างของการกตัญญูและการไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา

สำหรับคนที่ชอบ ทำอาหารแคมป์ปิ้ง ก่อไฟ ปิ้งย่าง ภาพของไม้เชื้อไฟในถุงพลาสติกใสของสุทิน อาจดูเป็นเพียงอุปกรณ์เล็กๆ แต่เบื้องหลังคือชีวิตจริงของคนที่กำลังสู้ เพื่อให้หม้อข้าวของแม่ไม่ว่างเปล่า
ทุกถุงไม้เชื้อไฟ ไม่ได้มีแค่ไม้ แต่มีกตัญญูและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ซ่อนอยู่เสมอ



