รับแอปรับแอป

7 ขั้นตอนใช้ AI ทำ Infographic แบบมือโปร ภาพสวย ข้อมูลชัด ทำเสร็จไว

ลลิตา พูนผล01-31

เปลี่ยนกองข้อมูลให้กลายเป็นภาพเข้าใจง่ายด้วย AI

ในยุคที่ข้อมูลถาโถมทุกวัน สิ่งที่ชนะไม่ใช่แค่ “ใครมีข้อมูลเยอะ” แต่คือ ใครเล่าเรื่องได้เข้าใจง่ายกว่า และนี่คือเหตุผลที่ Infographic กลายเป็นอาวุธลับขององค์กร นักการตลาด และคนทำคอนเทนต์ยุคใหม่

วันนี้มาดูวิธีใช้ AI ให้ช่วยเราทำ Infographic แบบเป็นขั้นเป็นตอน ลดเวลาทำงาน แต่ยังได้งานที่ทั้งสวยและสื่อสารชัดเจน

1. ตั้งเป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายให้ชัดก่อนเริ่ม

ก่อนจะเปิด AI ขึ้นมา ให้ถามตัวเองให้เคลียร์ก่อนว่า:

  • จะเล่าเรื่อง อะไร

  • จะเล่าให้ ใครฟัง (นักเรียน ผู้บริหาร ลูกค้าทั่วไป ฯลฯ)

  • อยากให้คนดู เข้าใจ, แชร์ต่อ หรือ ตัดสินใจบางอย่าง

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการทำ Infographic อธิบายนโยบายความปลอดภัยข้อมูลให้พนักงานในบริษัทเข้าใจ โทนงานควรจะดูจริงจัง แต่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป เห็นปุ๊บเข้าใจได้เร็ว

ยิ่งเป้าหมายชัด AI ก็ช่วยเราได้ตรงจุดมากขึ้น

2. เตรียมข้อมูลให้มีโครงสร้างก่อนโยนให้ AI

AI เก่งเรื่องประมวลผล แต่ถ้า input เละ งานก็เละตาม ฉะนั้นต้องจัดข้อมูลให้ดีเสียก่อน:

  • สรุปประเด็นหลักออกมาเป็นข้อๆ

  • ใช้ Bullet หรือ Table ช่วยจัดหมวดหมู่

  • ตัดคำฟุ่มเฟือยออก ใช้ประโยคสั้น กระชับ

ตัวอย่าง: ถ้ามีเนื้อหา 5 ประเด็น ให้แตกออกมาเป็น 5 หัวข้อย่อย พร้อมคำอธิบายสั้นๆ ใต้แต่ละหัวข้อ

จำไว้: ข้อมูลที่ดี = Infographic ที่เข้าใจง่าย

3. เลือกเครื่องมือ AI ให้ตรงกับงาน

AI ที่ใช้ทำ Infographic มีหลายแบบ เลือกให้ถูกชนิด งานจะไหลลื่นขึ้นเยอะ:

  • Text to Visual
    เช่น Canva AI, Visme, Piktochart
    ใช้แปลงข้อความให้กลายเป็นภาพหรือเลย์เอาต์ Infographic อัตโนมัติ

  • Data Visualization
    เช่น ChartGPT, Flourish, Tableau AI
    เน้นแปลงตัวเลขหรือข้อมูลดิบให้กลายเป็นกราฟ แผนภูมิ และชาร์ต

  • Creative AI
    เช่น DALL·E, Midjourney, Microsoft Designer
    ช่วยสร้างไอคอน ภาพประกอบ หรือภาพธีมเฉพาะให้เข้ากับสไตล์งาน

  • AI Writer
    เช่น ChatGPT, Jasper
    ใช้สรุปเนื้อหา ตัดแต่งคำให้กระชับ อ่านง่าย

เลือกเครื่องมือให้ถูกประเภท งานจะง่ายกว่าฝืนใช้ตัวเดียวทำทุกอย่าง

4. ใส่คำสั่ง (Prompt) และสไตล์ที่อยากได้ให้ละเอียด

AI ยิ่งได้คำสั่งละเอียด ผลลัพธ์ยิ่งใกล้เคียงที่เราต้องการ ลองสั่งงานแบบเฉพาะเจาะจง เช่น:

  • “ทำ Infographic 5 หัวข้อเกี่ยวกับสุขภาพจิตในวัยทำงาน”

  • “ใช้โทนสีฟ้า-ขาว สไตล์มินิมอล”

  • “ใส่ตัวละคร Chibi แสดงอารมณ์ประกอบแต่ละหัวข้อ”

เพิ่มเติมคำสั่งเกี่ยวกับอารมณ์ของงาน เช่น:

  • “บรรยากาศชวนคิด”

  • “โทนสร้างแรงบันดาลใจ”

  • “สไตล์ขำๆ ผ่อนคลาย”

ยิ่งบอก AI ว่าอยากให้คนดูรู้สึกยังไง งานจะยิ่งมี Character ชัดเจน

5. ตรวจทานงานจาก AI แล้วค่อยปรับแต่ง

แม้ AI จะช่วยให้ได้ภาพไว แต่ขั้นตอนมนุษย์เช็กยังจำเป็นมาก:

  • เนื้อหาครบทุกประเด็นหรือยัง

  • ศัพท์เฉพาะหรือคำเทคนิคใช้ถูกต้องไหม

  • ภาษาที่ใช้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายหรือเปล่า (ไทย/อังกฤษ หรือผสม)

ถ้าเจอจุดไหนไม่โอเค ให้:

  • แก้เนื้อหาด้วยตัวเอง หรือ

  • ปรับ Prompt ใหม่ แล้วให้ AI สร้างซ้ำอีกครั้ง

อย่าปล่อยให้ AI ตัดสินทุกอย่าง ตรวจสักนิด งานจะดูมืออาชีพขึ้นมาก

6. เสริมองค์ประกอบภาพให้สื่อสารชัดขึ้น

AI ช่วยเราวางโครงได้ดี แต่ความ “เข้าใจง่าย” มักขึ้นอยู่กับดีเทลเล็กๆ ที่คนออกแบบต้องใส่เพิ่มเอง เช่น:

  • ใช้ไอคอนหรือภาพแทนข้อความยาวๆ

  • ไฮไลต์ตัวเลขสำคัญด้วยตัวหนา หรือใส่ในวงกลม/กล่องเด่นๆ

  • จัดระยะห่างให้โล่ง อ่านสบาย ไม่อึดอัด

  • ใช้สีช่วยเน้นลำดับความสำคัญของข้อมูล

ตัวอย่าง:
ข้อความ “80% ของผู้ใช้มือถือเช็คมือถือก่อนนอน” อาจออกแบบเป็น:

  • ไอคอนรูปมือถือ

  • วงกลมตัวเลข 80% ตัวใหญ่สะดุดตา

  • ข้อความสั้นๆ อยู่ใกล้ภาพ ไม่ต้องอธิบายยาว

เป้าหมายคือ ทำให้คนดูเข้าใจได้ในไม่กี่วินาทีแรกที่มอง

Checklist ฉบับมือใหม่ใช้ AI ทำ Infographic

ลองเช็กตัวเองตามลิสต์นี้ก่อนกดส่งงานจริง:

  • รู้เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายชัดเจน

  • เตรียมข้อมูลและจัดโครงสร้างเรียบร้อย

  • เลือกใช้เครื่องมือ AI ให้เหมาะกับงาน

  • ใส่ Prompt และสไตล์ที่ต้องการแบบละเอียด

  • ตรวจเนื้อหา ปรับให้เข้าใจง่าย ไม่เยิ่นเย้อ

  • เติมองค์ประกอบภาพ ตัวเลข สี ให้สื่อสารชัดขึ้น

  • ทดสอบกับคนจริง แล้วปรับตามผลลัพธ์

7. ทดสอบกับผู้ใช้จริง แล้ววัดผลให้เป็น

Infographic ที่ดีไม่ได้จบตอนออกแบบเสร็จ แต่ต้องลองเอาไปใช้จริง:

  • ให้คนที่ไม่รู้อะไรมาก่อนลองดู แล้วให้เขาเล่าเนื้อหากลับมา
    ถ้าเล่าได้ใกล้เคียง แปลว่าเล่าเรื่องสำเร็จ

  • ลองโพสต์ลงโซเชียล แล้วดู Engagement ว่าดีแค่ไหน

  • ใช้เครื่องมือวัดผลต่างๆ ช่วยดูพฤติกรรมคนดู

ถ้าคนเข้าใจเร็ว อยู่กับคอนเทนต์นาน และมีการแชร์ต่อ แสดงว่า Infographic ของคุณทำงานได้ดี

สรุป: AI คือคู่หู ไม่ใช่มือวาดภาพแทนทั้งหมด

การใช้ AI ทำ Infographic ไม่ใช่เรื่องแค่ “พิมพ์คำสั่งแล้วรอรูป” แต่คือการผสมระหว่าง:

  • ความคิดสร้างสรรค์และการเล่าเรื่องของมนุษย์

  • พลังประมวลผลและความเร็วของเทคโนโลยี

เป้าหมายคือสื่อสารให้คน เข้าใจง่ายที่สุด ในเวลาสั้นที่สุด

ถ้าคุณอยากทำ Infographic ให้เสร็จไวขึ้น แต่ยังต้องการงานที่ดูโปร ดูแพง และสื่อสารชัดเจน AI คือผู้ช่วยที่ไม่ควรมองข้าม