รับแอปรับแอป

Google กลายเป็นคลาวด์หลักของ Apple คำถามใหญ่เรื่องความเป็นส่วนตัวเริ่มตามมา

Phanuphong.T02-05

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Apple วางตำแหน่งตัวเองเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญกับ ความเป็นส่วนตัว (Privacy) มากกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะในยุค AI ที่ข้อมูลผู้ใช้มีค่ามหาศาล หนึ่งในหัวใจสำคัญคือระบบ Private Cloud Compute ที่เปิดตัวในปี 2024 พร้อมคำมั่นว่า ข้อมูลผู้ใช้จะถูกจัดการอย่างปลอดภัยและไม่ถูกเก็บถาวร

แต่ล่าสุด คำพูดจากการประชุมผลประกอบการของ Google กำลังทำให้ภาพนั้นเริ่มสั่นคลอน เมื่อ Google ออกมาระบุว่าได้กลายเป็น “preferred cloud provider” ของ Apple ซึ่งนำไปสู่คำถามใหญ่ทันทีว่า กลยุทธ์ AI ที่เน้นความเป็นส่วนตัวของ Apple กำลังเปลี่ยนไปหรือไม่


Private Cloud Compute คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Private Cloud Compute คือโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ Apple ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI ขั้นสูง โดยมีแนวคิดหลักคือ

  • งาน AI ง่าย ๆ ทำบนอุปกรณ์ (on-device)

  • งานซับซ้อน ส่งไปประมวลผลบนคลาวด์ของ Apple

  • ข้อมูลถูกเข้ารหัส และไม่ถูกเก็บสถานะ (stateless)

โมเดลนี้ช่วยให้ Apple

  • พัฒนา AI ที่ฉลาดขึ้น

  • โดยยังคงภาพลักษณ์ “ไม่อ่าน ไม่เก็บ ไม่ขายข้อมูลผู้ใช้”

ซึ่งเป็นจุดขายที่ผู้ใช้ iPhone ให้ความเชื่อถือมาตลอด


Siri เวอร์ชันใหม่ ต้องพึ่ง AI ระดับมหาศาล

Apple กำลังเตรียมเปิดตัว Siri เวอร์ชันใหม่ อย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเริ่มเห็นความสามารถหลักใน iOS 26.4 และก้าวกระโดดครั้งใหญ่ใน iOS 27

ความสามารถที่วางไว้ ได้แก่

  • การสั่งงานข้ามแอป (in-app actions)

  • การเข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้

  • การมองเห็นและเข้าใจสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ

  • การค้นเว็บ วิเคราะห์ข้อมูล สรุปเนื้อหา

  • สร้างข้อความ รูปภาพ และช่วยเขียนโค้ด

เพื่อทำสิ่งเหล่านี้ Apple มีแผนใช้ โมเดล AI ขนาดราว 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์ ซึ่งต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาลเกินกว่าจะพึ่งแค่อุปกรณ์ผู้ใช้ได้


จุดเริ่มต้นของคำถาม: Siri บนคลาวด์ Google

ก่อนหน้านี้ Mark Gurman นักข่าวสาย Apple ชื่อดัง เปิดเผยว่า
Apple กำลังพัฒนา Siri chatbot รุ่นใหม่

  • ทำงานบน TPU และโครงสร้างคลาวด์ของ Google

  • อาจเป็นคลาวด์ที่ Apple เช่ามาใช้งาน

Siri chatbot นี้

  • จะฝังมาในระบบ ไม่ใช่แอปแยก

  • เปิดตัวพร้อม iOS 27

  • ใช้ข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้เพื่อทำงาน

  • มองเห็นหน้าต่างที่เปิดอยู่ และควบคุมการตั้งค่าระบบได้

ตอนแรกข่าวนี้ยังถูกมองว่าเป็น “แค่ข่าววงใน”
แต่ล่าสุดคำยืนยันจากฝั่ง Google ทำให้เรื่องนี้จริงจังขึ้นมาก


Google พูดเอง: เป็น “preferred cloud provider” ของ Apple

ในการประชุมผลประกอบการล่าสุด Google ใช้คำว่า
Apple เป็นลูกค้าที่เลือก Google เป็น preferred cloud provider

คำนี้มีนัยสำคัญมาก เพราะ

  • ไม่ได้หมายถึงแค่โฮสต์ข้อมูล iCloud

  • แต่สื่อถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ในระบบ AI ของ Apple

และเมื่อเอามาประกอบกับข่าว Siri chatbot
ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า
Apple กำลังพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของ Google มากกว่าที่เคยเป็นหรือไม่


ความพยายามอธิบาย vs ความกังวลของผู้ใช้

Mark Gurman พยายามอธิบายว่า

  • Apple อาจยังใช้ Private Cloud Compute สำหรับ

    • Apple Foundation Models

    • งาน AI บางประเภท

  • ส่วน Siri อาจเป็นกรณีพิเศษที่ใช้ Google Cloud

ในเชิงเทคนิค เรื่องนี้ “อาจทำได้”
แต่ในเชิงภาพลักษณ์และความรู้สึกผู้ใช้
ความแตกต่างเริ่มเลือนลง

โดยเฉพาะถ้า

  • Siri กลายเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ AI บน iOS 27

  • ขณะที่ Apple Foundation Models ถูกลดบทบาทลง

ก็อาจตีความได้ว่า
Private Cloud Compute กำลังถูกลดความสำคัญลงเพื่อความเร็วและความสะดวก


ทำไมเรื่องนี้ถึงกระทบความเชื่อมั่น

สำหรับผู้ใช้จำนวนมาก

  • Apple = บริษัทที่ไม่พึ่ง Big Tech เจ้าอื่นเรื่องข้อมูล

  • Google = บริษัทที่ธุรกิจหลักคือข้อมูลและโฆษณา

แม้ Apple จะยืนยันว่า

  • ข้อมูลถูกเข้ารหัส

  • ไม่มีการเก็บถาวร

  • Google “ไม่เห็นข้อมูลผู้ใช้”

แต่การย้ายงานสำคัญอย่าง Siri ไปอยู่บนคลาวด์ของ Google
ก็เพียงพอให้ผู้ใช้สาย Privacy ตั้งคำถามทันที


บทสรุป: ทางแยกระหว่างอุดมการณ์กับความจำเป็น

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนภาพชัดว่า

  • การสร้าง AI ระดับโลกต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานขนาดมหาศาล

  • แม้แต่ Apple ก็อาจต้องพึ่งพาคู่แข่งทางอ้อม

คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า Apple ทำผิดหรือไม่
แต่คือ
ผู้ใช้จะยังเชื่อมั่นในคำว่า “Privacy-first” ของ Apple มากแค่ไหน เมื่อ Google เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ

ท้ายที่สุด Apple อาจต้องสื่อสารให้ชัดกว่านี้ว่า

  • ข้อมูลผู้ใช้ถูกปกป้องอย่างไร

  • Google เข้ามาอยู่ตรงจุดไหนของระบบ

  • และ Private Cloud Compute ยังมีบทบาทสำคัญจริงหรือไม่

เพราะในยุค AI ความเชื่อใจ คือสินทรัพย์ที่สำคัญไม่แพ้เทคโนโลยีเลย