เปิดทริปศรีนครินทร์ พัทลุง
อยากหนีเมือง ไปซบอกภูเขา ฟังเสียงน้ำตก กินอาหารพื้นถิ่นแบบจุก ๆ ศรีนครินทร์ พัทลุง คือคำตอบที่โคตรใช่
ทริปนี้จัดเต็มทั้งธรรมชาติ คาเฟ่ฮีลใจ กิจกรรมเวิร์กช็อป แคมป์ปิ้งริมน้ำตก ขับ ATV ลุยป่า ไปจนถึงสายกินที่พร้อมให้อิ่มจนต้องปลดกระดุมยีนส์
“เที่ยวเมืองลุง” รอบนี้บอกเลยว่าฟีล เขา-ป่า-ลำธาร มาเต็ม ได้ทั้งชมวิว ชิมของอร่อย ทำกิจกรรมครอบครัว และนอนพักท่ามกลางธรรมชาติแบบเต็มปอด
จุดที่ 1 : สวนธรรมเขาแม่พันธุรัตน์ – ล่าหมอก ดูพระอาทิตย์ขึ้น
เริ่มเช้าวันแรกด้วยการไปไล่หมอกบนเขา ที่ สวนธรรมเขาแม่พันธุรัตน์ จุดชมวิวสุดอลัง บรรยากาศคือดีเกินต้าน
แนะนำให้ตื่นแต่เช้าเพื่อขึ้นไปดูหมอก
ได้เห็นพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้า ฟีลโรแมนติกสุด
อากาศบนเขาเย็นสบาย สูดเข้าเต็มปอดแล้วตื่นเลย
วิวด้านบนคือดีจริง ท้องฟ้า ภูเขา สายหมอก คอนเทนต์ลงโซเชียลได้เป็นเดือน
การเดินทางขึ้นจุดชมวิว
นั่งรถ 4WD ขึ้นไปจุดชมวิว
ค่ารถคนละ 100 บาท
รถออกประมาณ 05.30 น. ใครขี้เซาอาจต้องยอมแพ้
ขาลงจากเขา แวะตลาดชุมชนเล็ก ๆ ข้างทาง บอกเลยว่าเป็นสวรรค์สายกิน
มีขายตั้งแต่
ขนมปัง โดนัท
ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ โจ๊ก
ข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวหมูฝอย
ก๋วยเตี๋ยวผัดแห้งสารพัดแบบ
ขนมปัง โดนัทแบบบ้าน ๆ นี่แหละของดี
มีทั้งขนมจีบ ซาลาเปา เติมความอิ่มตั้งแต่เช้ากันไปเลย
วิวร้านคือเขาล้อมรอบ กินไปดูวิวไปแบบชิล ๆ
จุดที่ 2 : ในดงบอน – คาเฟ่ในป่าบอนยักษ์ + อาหารใต้จัดเต็ม
ต่อกันที่คาเฟ่-ร้านอาหารสุดร่มรื่น “ในดงบอน” ใครมา พัทลุง แล้วไม่แวะคือพลาดแรง
ที่นี่รายล้อมไปด้วยต้นบอนยักษ์ สีเขียวแน่น ๆ ให้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในโลกนิทาน
บรรยากาศเย็นสบาย นั่งได้ยาวโดยไม่อยากลุกกลับ
มีทั้งเครื่องดื่ม ขนมไทย และอาหารพื้นบ้านสไตล์พัทลุง ฝีมือคุณแม่ ใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นมารังสรรค์เป็นเมนูโฮมเมดที่กินแล้วสัมผัสได้ถึงความใส่ใจ
เมนูห้ามพลาด
ยำผักกูดกุ้งสด ผักกูดอ่อน กรอบนุ่ม น้ำยำเปรี้ยวหวานเผ็ดกำลังดี
ใบเหลียงต้มกะทิ หอมมัน ฟีลโฮมคุ้กสุดอบอุ่น
น้ำพริกกะปิ + ผักสด ชุดเบสิคที่คนรักอาหารใต้ต้องยิ้มออก
กุ้งผัดสะตอ จานซิกเนเจอร์ ผัดมากลมกล่อม หอมกะปิ สะตอเม็ดเล็กอ่อน เคี้ยวง่ายและอร่อยมาก
แกงน้ำเคย และแกงส้ม รสชาติจัดจ้านแบบใต้แท้ ๆ
ในดงบอนยังเป็น คาเฟ่สายถ่ายรูป มีมุมสวยเพียบ โดยเฉพาะมุมสูงที่มองลงมาเห็นดงบอนยักษ์แบบเต็มพื้นที่ ถ่ายออกมาแล้วโคตรปัง
ใครอยากได้รูปเดี่ยวท่ามกลางดงบอน บอกเลยว่าที่นี่ให้ภาพสไตล์ “ตัวเล็กในป่าใหญ่” แบบน่ารักสุด ๆ
เจ้าของร้าน คุณพี่ธีร์ ดูแลลูกค้าเองทุกขั้นตอน แม้แต่ปีนบันไดขึ้นไปช่วยถ่ายรูปมุมสูงให้ลูกค้า เรียกว่าบริการเกินร้อย
มากันเป็นแก๊งก็จัดรูปหมู่สวย ๆ กลับไปได้เลย
ในดงบอน ยังมีโซนมินิมาร์ทเล็ก ๆ ขายของฝากจากพัทลุง ทั้งของกิน งานแฮนด์เมด ให้ช้อปกลับบ้าน
มีโซนโชว์งานศิลปะ ให้นั่งจิบกาแฟ ดูงานอาร์ตเพลิน ๆ
ในดงบอน เปิดเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ ใครจะไปต้องแพลนดี ๆ
จุดที่ 3 : ในสวนศรี พัทลุงบ้านฉัน – เวิร์กช็อปแน่น อาหารมังฯ อร่อยจริง
ถัดมาเป็นอีกที่ที่สายครอบครัว สายกิจกรรมต้องรัก “ในสวนศรี พัทลุงบ้านฉัน” สวนบรรยากาศบ้าน ๆ แต่อบอุ่นหนักมาก
ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ เสิร์ฟอาหารมังสวิรัติที่ มุสลิมทานได้ และยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ จัดเวิร์กช็อปเพียบ
กิจกรรมที่มีให้ลอง เช่น
วาดภาพ
ทำเรซิ่น
ทำพิซซ่าโฮมเมด
ทำสบู่-เจลล้างมือ
บอกเลยว่ามาที่นี่ ใช้เวลาได้คุ้มค่า ทั้งสนุก ทั้งอิ่ม ทั้งได้ของที่เราทำเองกลับบ้าน
ไฮไลต์กิจกรรม
1) ทำพิซซ่าโฮมเมดจากแป้งข้าวสังข์หยด
ราคาเริ่มต้น 199 บาท
อบในเตาฟืน แป้งบางกรอบ หน้าแน่น
มีหน้าเด็ดอย่าง “พิซซ่าในสวนศรี” และ “พิซซ่าคั่วกลิ้งเห็ดแครง” ใช้เครื่องแกงจากชุมชน
2) ทำเจลล้างมือกลิ่นกุหลาบ
ใช้กุหลาบสดจากในไร่
ราคา คนละ 150 บาท
ระหว่างทำกลิ่นหอมฟุ้งมาก
สบู่ที่นี่หอมกุหลาบแบบละมุน ๆ
3) กิจกรรมวาดภาพ
รอบ ๆ สวนร่มรื่นมาก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แบบมาทั้งบ้านได้หมด
ที่นี่คิดมาดีสำหรับ ผู้บกพร่องทางกายภาพ มีทางเดินรองรับ เหมาะกับสายท่องเที่ยวแบบ Tourist for All จริง ๆ
อาหารมังสวิรัติที่อร่อยกว่าที่คิด
อาหารที่ในสวนศรีเป็นมังสวิรัติแต่รสชาติคือดีงาม นั่งกินข้าวในสวนคือความสุขเล็ก ๆ ที่ล้นมาก
บุษบาห่มผ้า เมนูสวยจัดเต็มไส้ผักและดอกไม้จากสวน จิ้มน้ำจิ้มโฮมเมด รสคือใช่
ซูชิข้าวยำปักษ์ใต้ ไอเดียโคตรเก๋ บีบมะนาว โรยพริกป่น จิ้มซอส คือเข้ากันเฉย
ยำผักกูด เห็ดกรอบ ผักกูดอ่อน กับเห็ดกรอบด้านบน น้ำยำกลมกล่อมมาก
พิซซ่าที่ทำเสร็จ ก็นำมานั่งกินที่โต๊ะ ทั้งหน้าในสวนศรี หน้าเผ็ดแบบลาบ และหน้าคั่วกลิ้ง แป้งบาง หน้าแน่น ฟินทุกคำ
เครื่องดื่มก็ไม่น้อยหน้า มีทั้ง
เก๊กฮวย
น้ำผึ้งกุหลาบโซดา
ชาสมุนไพรข้าวสังข์หยด
ชาพีชหอม ๆ
ปิดท้ายด้วย
ไอศกรีมเจลาโต้
สาคูเปียกกะทิ ทำใหม่สด ๆ
รสวานิลลาและคุกกี้แอนด์ครีมคือดีมาก
ในสวนศรี เปิดวันเสาร์–อาทิตย์ และเปิดรับกรุ๊ปทัศนศึกษา/อบรม วันจันทร์–ศุกร์ (ต้องจองล่วงหน้า)
จุดที่ 4 : ขับ ATV เขาคราม – ลุยป่า ลุยลำธารแบบจัดเต็ม
สายมันส์ต้องชอบ เส้นทาง ATV เขาคราม พัทลุง by ไร่หินปู คือดีมาก ทั้งวิว ทั้งความสนุก
ได้ขับรถลุยป่า เลียบลำธาร ผ่านน้ำตกและภูเขาแบบใกล้ชิด ธรรมชาติรอบตัวคือสดชื่นสุด ๆ
บรรยากาศไม่ร้อนมาก ต้นไม้ไม่หนาแน่นเกินไป ขับสนุก เพลินกับเพื่อนทั้งแก๊ง
ATV คันใหญ่ ราคา 700 บาท
นั่งได้ 2 คน แบ่งกันขับได้ฟีลสนุกสองเท่า
ระหว่างทางยังแวะคาเฟ่บรรยากาศป่า ๆ อย่าง TUY Pao Relax ท้ายเภารีแล็กซ์ คาเฟ่ อีกหนึ่งมุมพักผ่อนกลางเขาคราม
รอบร้านคือป่าและธารน้ำตก น้ำไหลเย็น ๆ นั่งฟังแล้วใจสงบแบบไม่ต้องเข้าคลาสสมาธิ
สั่งน้ำผึ้งโซดามะนาว หรืออัญชันเย็น ๆ มาจิบ ดับร้อนได้ดีมาก
เอา ATV มาจอดถ่ายรูปด้วย ฟีลโคตรเท่ น้ำเย็น ลมดี บรรยากาศคือชุ่มฉ่ำ
คาเฟ่นี้เปิดทุกวัน 09.00–17.00 น.
จุดที่ 5 : ไร่หินปู โฮมสเตย์ – หมูย่างบนหินกลางลำธาร
มื้อเย็นสายจัดหนักต้องมาที่ ไร่หินปู โฮมสเตย์ ที่นี่มีทั้งที่พักติดลำธาร และอาหารพื้นบ้านรสมือชุมชนแบบโคตรจริงจัง
ที่พักโอบล้อมด้วยธรรมชาติ เสียงน้ำไหลข้าง ๆ ฟังแล้วหลับดีมาก ห้องพักเริ่มต้นคนละ 700 บาท มีหลายสไตล์ให้เลือก ทั้งบ้านฮอบบิท บ้านภูผา และบ้านรุ่งอรุณ
วิวริมน้ำ ล้อมด้วยหินและต้นไม้ ฟีลปิกนิกในฝัน
อาหารที่นี่เป็นอาหารพื้นบ้านพัทลุง อร่อยแบบต้องจองล่วงหน้า คนละ 150 บาท แต่ให้เยอะจนจุก
เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องจัด
หมูย่างบนแผ่นหิน (ต้องจองล่วงหน้า)
หมูหมักเครื่องแกงส้มหรือหมักซอสกะปิ ย่างบนแผ่นหินก้อนยักษ์ ก่อไฟเตาฟืนตรงริมน้ำ
ทั้งบรรยากาศ ทั้งกลิ่นคือโหดมากในทางที่ดี
ทั้งหมูทั้งกุ้งย่างบนหิน เสียงฉ่า ๆ คือเรียกน้ำย่อยสุด ๆ
หมูหมักเครื่องแกงส้มย่าง หอมเครื่องเทศแบบใต้แท้ ๆ
กับข้าวอื่น ๆ ก็จัดเต็ม
ยำผักกูดโรยปลากรอบหวาน ได้เท็กซ์เจอร์กรุบ ๆ
ผักเหลียงต้มกะทิ หอมมันแบบโฮมเมด
ปลาทอดขมิ้น ทอดกรอบ โรยกระเทียมเจียว หอม ๆ กินเพลินไม่ต้องมีน้ำจิ้มยังอร่อย
น้ำพริกกะปิ + ผักลวก
ผักเหลียงผัดไข่ ใบเหลียงนุ่ม ผัดมากลมกล่อม
ใครไม่ได้พักที่ไร่หินปู ก็ยังสามารถจองไปกินข้าวได้ การันตีว่าอิ่มจุกและไม่ผิดหวัง
จุดที่ 6 : เกาะกลางโตนแพรทองแค้มป์ปิ้ง – นอนฟังเสียงน้ำตกทั้งคืน
คืนแรกของทริป เลือกพักที่ เกาะกลางโตนแพรทองแค้มป์ปิ้ง สายแคมป์ปิ้งต้องถูกใจ
ที่พักติดน้ำตก บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ได้ฟังเสียงน้ำไหลตลอดการพักผ่อน ฟีลธรรมชาติแบบแท้จริง
ที่นี่ออกแบบมาให้ รองรับทุกกลุ่ม รวมถึงผู้บกพร่องทางกายภาพ เดินทางสะดวก ปลอดภัย และใช้งานง่าย
ห้องที่พักคือ กระดิ่งนางฟ้า
เป็นห้องแอร์ มีระเบียงติดน้ำตก วิวต้นไม้เขียว ๆ และมี อ่างอาบน้ำเอาท์ดอร์ แช่น้ำไป ฟังเสียงน้ำตกไป ชิลสุด
ด้านนอกมีโซนนั่งเล่น จิบเครื่องดื่ม รับลมเย็น ๆ
ด้านในห้องกว้าง เตียงใหญ่ มีผ้าเช็ดตัว น้ำดื่ม เครื่องทำน้ำร้อน และกาแฟสำเร็จรูปให้พร้อม
มีกระจก ที่แขวนเสื้อผ้า โทรทัศน์ ครบครันไม่ต้องห่วงเรื่องความสะดวก
ห้องน้ำมีสบู่ แชมพู มาสก์หน้า และสครับขัดผิว จากแบรนด์ “บรรธารา” ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ
สบู่เหลวและแชมพูที่ให้ในห้อง ใช้แล้วผิวไม่แห้ง หนังศีรษะสบาย เพราะใช้สารสกัดธรรมชาติ
สบู่เหลว ทำจากสารสกัดมังคุดและขมิ้น
แชมพู ทำจากสารสกัดดอกดาหลา
มาสก์หน้า มีทั้งขมิ้น ว่านหางจระเข้ และน้ำธรรมชาติเป็นส่วนผสม
สครับผิว ผสมขมิ้น น้ำผึ้ง และเม็ดสครับจากเปลือกมังคุด
สเปรย์กันแมลง ใช้สารสกัดตะไคร้และยาสูบ
ใครชอบของออร์แกนิก “บรรธารา” คืออีกแบรนด์ที่น่าจดไว้ มีขายหน้ารีสอร์ตและที่ทองหลางช้อป ในม.ทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
ล่องแก่ง + หมูกระทะ ชุดใหญ่ริมลำธาร
ที่เกาะกลางโตนแพรทองมีกิจกรรม ล่องแก่งน้ำตก ด้วย ระหว่างล่องสามารถเก็บผักหวานช้าง ผักกูดสด ๆ ส่งให้รีสอร์ตเอาไปทำกับข้าวได้เลย
มื้อเย็นจัดเต็มที่ห้องอาหารริมน้ำตก บรรยากาศบ้าน ๆ แต่ฟีลดีมาก
เมนูเด็ดคือ
ชุดหมูกระทะชุดใหญ่ มีหมูหลายส่วน กุ้งสด ปูอัด ลูกชิ้น ปลา เห็ด เต้าหู้ไข่ ผักสด น้ำซุปพร้อม
กับข้าวพื้นบ้านก็เพียบ
แกงไก่กับหยวกกล้วย รสกลมกล่อม คนไม่กินเผ็ดก็ทานได้
ยำผักกูด ใส่ทั้งกุ้งและหมูสับ น้ำยำนัวมาก
แกงเลียงกุ้งสด ซุปใสร้อน ๆ ซดคล่องคอ ใส่ผัก ฟักทองแบบแน่นชาม
ปลาแดงทอดขมิ้น ปลาน้ำจืดตัวกำลังดี เนื้อหวานแน่น หมักขมิ้นหอม โรยกระเทียมเจียว กินเปล่า ๆ ยังฟิน
น้ำพริกเสิร์ฟคู่ผักสด
เช้าวันต่อมานอนหลับสนิท ฟังเสียงน้ำตกทั้งคืน ตื่นมาเจออาหารเช้าจัดหนัก
มีทั้ง
ข้าวต้มหมู
ขนมปังปิ้ง ปาท่องโก๋ กาแฟ น้ำดื่ม
ขนมจีนแกงไตปลา หม้อใหญ่ ตักได้ไม่อั้น ใส่เนื้อปลาและแครอทเต็ม ๆ รสจัดแต่ไม่เผ็ดเกิน
มีไข่ต้มและผักสดพื้นถิ่น เช่น ใบมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพลู ใบบัวบก ถั่วงอก
กินไป ดูวิวลำธารไป ฟีลเกินคำว่าชิล
ราคาโดยประมาณ
บ้านกระดิ่งนางฟ้า คืนละ 1,500 บาท
เต็นท์แคมป์ปิ้ง 2 ท่าน หลังละ 600 บาท
ที่พักติดน้ำตก รองรับทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้บกพร่องทางกายภาพด้วย
จุดที่ 7 : บ้านสวนกวาง โฮมสเตย์ & คาเฟ่ – ให้อาหารกวาง นวดชิล กินอร่อย
อีกหนึ่งที่พักฟีลอบอุ่นแบบโฮมมี่คือ บ้านสวนกวาง โฮมสเตย์ & คาเฟ่ ที่นี่มีกวาง กระต่าย และไก่ซิลกี้ ให้เดินเล่นดูอย่างเพลิน
ที่พักมีเพียง 2 หลัง เป็นโซนส่วนตัวดีไซน์ไทยโมเดิร์น
ชั้นล่างเป็นที่นั่งเล่นริมน้ำ ทานอาหารล้อมด้วยต้นไม้
ด้านบนเป็นห้องพัก เงียบสงบ พักได้ผู้ใหญ่ประมาณ 3 ท่าน
ในห้องมีอ่างอาบน้ำ แช่ได้แบบฟีลสปาเล็ก ๆ
มีชั้นลอยเป็นที่นอนแยกอีกมุม
ห้องน้ำสะอาดเรียบร้อย
ด้านหลังมีระเบียงให้นั่งเล่นอีกจุด
ราคาโดยประมาณ
บ้านหลังเล็ก 750 บาท รวมอาหารเช้า พักได้ 2 ท่าน
บ้านหลังใหญ่ 1,590 บาท รวมอาหารเช้า ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 2
รอบที่พักเป็นสนามหญ้า ต้นไม้ร่มรื่น มีสนามเด็กเล่น
จุดเด่นคือให้อาหารกวางได้แบบใกล้ชิด
แถมยังมีกระต่ายตัวน้อยให้ชม
ที่นี่มีบริการนวดแผนไทยด้วย ราคาชั่วโมงละ 200 บาท (ควรจองล่วงหน้า 2–3 วัน)
เมนูอร่อยที่บ้านสวนกวาง
แกงส้มปลากะพงผักรวม ใส่หัวมะพร้าวอ่อน รสเข้มข้นแต่ลงตัว
หมูคั่วเกลือ สามชั้นนุ่ม คั่วเกลือหอม ๆ กินเพลินแบบหยุดยาก
สเต็กหมูพริกไทยดำ เสิร์ฟพร้อมน้ำเกรวี่ ขนมปังเนย และเฟรนช์ฟรายส์
ยำผักกูด ใส่กุ้งและหมูสับ น้ำยำคือดีไม่แพ้ที่ไหน
ผัดบล็อกโคลีกุ้ง ผัดผักรวม ใส่กุ้งและกะหล่ำปลี รสกลมกล่อม
บ้านสวนกวางเปิดวันอังคาร–อาทิตย์ 09.00–18.00 น. หยุดวันจันทร์
จุดที่ 8 : ศรีนาคาโมเดล – ทำผ้าบาติก ย้อมสีธรรมชาติ
ต่อด้วยกิจกรรมสายคราฟต์ที่ “ศรีนาคาโมเดล – Srinaka Model” ที่นี่เน้นงานผ้าบาติกและมัดย้อม ใช้แม่พิมพ์กาบหมาก ลายมีทั้งปลาหวด ดอกขมิ้น ฯลฯ
สีที่ใช้ส่วนใหญ่ได้จากธรรมชาติ ต้มทีนานกว่า 4 ชั่วโมง เช่น
สีจากหัวกล้วยป่า
สีจากสนิม
สีจากโคลน
สีจากเปลือกมังคุด
สีจากขมิ้น
สีจากสะตอ
มีกิจกรรมทำผ้าพันคอ พิมพ์ลาย ย้อมผ้า หรือทำมัดย้อมบนเสื้อ/ผ้าบาติก ตามสไตล์ของแต่ละคน
ราคาโดยประมาณ
ผ้าเช็ดหน้า 120 บาท
ผ้าพันคอ 270 บาท
จุดที่ 9 : สวนลุงต้อย Little Cat Cafe – คาเฟ่ในสวนผลไม้
อีกคาเฟ่ที่ฟีลโคซี่มากคือ สวนลุงต้อย Little Cat Cafe คาเฟ่ในสวนผสมที่ปลูกทั้งกล้วย มะละกอ มังคุด โกโก้ ทุเรียน กล้วยหอมหลากพันธุ์
เดิน ๆ อยู่ในสวนกลายเป็นฟีลฟาร์มสเตย์เบา ๆ มีผลไม้ให้ดูรอบตัว
นอกจากสั่งเครื่องดื่ม ขนม และสลัดผักจากสวนแล้ว ยังสามารถเก็บผลไม้ในสวนแล้วชั่งกิโลจ่ายตามจริงได้ด้วย
เมนูแนะนำของ Little Cat Cafe
สลัดปลาแซลมอนในสวนผลไม้ ผักสดกรอบ + แซลมอนหั่นเต๋านุ่ม ๆ
ยำมะระกุ้งสด ทานคู่ผักสด เครื่องเคียงคือเพลินมาก
สลัดผลไม้ เช่น สลัดกล้วยหอม ผักกรอบกับผลไม้หอมเข้ากันดีสุด
ขนมที่ต้องลองคือ เค้กกล้วยหอม เนื้อเค้กนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกล้วยแบบไม่มีกั๊ก
เครื่องดื่มห้ามพลาด
คราฟต์โกโก้ เบลนด์จากโกโก้ไทยหลายสายพันธุ์ หอมเข้มข้น
น้ำสัปปะรดปั่นใหม่ หอมหวานธรรมชาติมาก
Virgin Mojito เปรี้ยวหวาน สดชื่น หอมใบสะระแหน่
สวนลุงต้อย Little Cat Cafe เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่นั่งสบาย เงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ ผักสดดี ขนมอร่อย เครื่องดื่มคุณภาพ
ร้านเปิดเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00–18.00 น.
จุดที่ 10 : โรงเครื่องแกง วิสาหกิจชุมชนสร้างสุข – ต้นกำเนิดความแซ่บแบบใต้แท้
มาถึงเมืองลุงทั้งที จะไม่แวะดูโรงเครื่องแกงก็คงไม่ได้ ที่นี่คือ โรงเครื่องแกง วิสาหกิจชุมชนสร้างสุข
โรงผลิตสะอาด ได้มาตรฐาน พิถีพิถันทุกขั้นตอน มีเครื่องแกงหลัก ๆ 2 แบบ
เครื่องแกงเผ็ด
เครื่องแกงส้ม
วัตถุดิบที่ใช้สดใหม่ เช่น
พริกแดงแห้ง
พริกไทยดำ
กระเทียม
ตะไคร้
ขมิ้นชัน
เอาไปทำเมนูคั่วกลิ้งหรือแกงส้มคือหอมจัดจ้านมาก
พอผสมเสร็จก็นำไปปั่นรวม และบรรจุกล่องจำหน่าย
ที่หน้าร้านยังมีทำอาหารให้ชิม ทั้งคั่วกลิ้งหมูและแกงส้ม ใช้เครื่องแกงของที่นี่เอง รสชาติคือถึงเครื่องมาก
ราคาเครื่องแกง
กิโลกรัมละ 160 บาท
ครึ่งกิโลกรัม 80 บาท
จุดที่ 11 : เดอะควนดินสอ – คาเฟ่ใหญ่ เมนูแน่น
อีกจุดสายกินคือ เดอะ ควนดินสอ ร้านใหญ่ บรรยากาศดี มีทั้งชา กาแฟ น้ำผลไม้ และอาหารครบ
เมนูจานเดียวที่สั่งกัน เช่น
ข้าวกุ้งผัดพริกหยวก
ข้าวไข่ข้นกุ้ง
เส้นเหลืองผัดซีอิ๊ว
ข้าวไข่ข้นกะเพราหมูกรอบ
ปลากะพงผัดขึ้นฉ่าย
เครื่องดื่มก็มีทั้งชาเขียวเย็น กาแฟคาราเมลแมคคีอาโต้ และ Black Cacao ไว้นั่งจิบชิล ๆ
คืนสุดท้าย : ริมธารแพรทอง แคมป์ปิ้ง แอนด์ โฮมสเตย์
สำหรับคืนสุดท้าย เลือกพักที่ ริมธารแพรทอง แคมป์ปิ้ง แอนด์ โฮมสเตย์ ที่พักเปิดใหม่ วิวโค้งน้ำจากเทือกเขาบรรทัด สงบมาก
เป็นที่พักริมน้ำ มีทั้งห้องพักและโซนกางเต็นท์ ราคาเริ่มต้นประมาณ 700 บาท
บ้านพักสามเหลี่ยม มีแอร์ ห้องน้ำในตัว คืนละ 800 บาท
บ้านวิวเขา คืนละ 700 บาท ห้องน้ำด้านนอก มีระเบียงส่วนตัว
ลานกางเต็นท์ หลังละ 400 บาท พักได้ 2 ท่าน
ห้องพักขนาดใหญ่ มี 2 ห้อง คืนละ 1,200 บาท
การเดินทาง และฟีลรวมของทริป
การเดินทางมาเที่ยวศรีนครินทร์ พัทลุง สามารถบินกับสายการบินต่าง ๆ มาลงสนามบินตรัง หรือสนามบินหาดใหญ่ จากนั้นขับรถต่อมาพัทลุงประมาณชั่วโมงกว่า ๆ
ตลอดทริปนี้จะเห็นชัดว่า อำเภอเล็ก ๆ อย่างศรีนครินทร์ มีของดีครบทุกมิติ
ธรรมชาติ: ภูเขา น้ำตก ลำธาร ป่าเขียว ๆ
ที่พัก: ทั้งโฮมสเตย์ แคมป์ปิ้ง และรีสอร์ตริมน้ำ
อาหาร: อาหารใต้พื้นบ้านจัดเต็มแบบบ้าน ๆ แต่รสมือไม่ธรรมดา
คาเฟ่: ฟีลสวน ฟีลป่า ฟีลโฮมคาเฟ่ มีครบ
กิจกรรม: ขับ ATV, ล่องแก่ง, ทำผ้ามัดย้อม, ทำบาติก, เวิร์กช็อปพิซซ่า-เรซิ่น-สบู่
ถ้าไม่เคยมา “ศรีนครินทร์ – พัทลุง” ลองให้โอกาสที่นี่สักทริป แล้วจะรู้ว่า เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ฮีลใจได้เกินคาดจริง ๆ
ใครมีแพลนลงใต้ ลองเซฟลิสต์นี้ไว้ แล้วค่อย ๆ ตามรอย รับรองได้ทั้งคอนเทนต์ ได้ทั้งความทรงจำดี ๆ กลับบ้านแน่นอน

