รับแอปรับแอป

ลุยศรีนครินทร์ 2 วัน 1 คืน: กินเที่ยวติดลำธาร นอนฟังเสียงน้ำตก ฟินครบทั้งเขา-ป่า-คาเฟ่-แคมป์ปิ้ง

ก้องภพ แสนดี01-31

เปิดทริปศรีนครินทร์ พัทลุง

อยากหนีเมือง ไปซบอกภูเขา ฟังเสียงน้ำตก กินอาหารพื้นถิ่นแบบจุก ๆ ศรีนครินทร์ พัทลุง คือคำตอบที่โคตรใช่

ทริปนี้จัดเต็มทั้งธรรมชาติ คาเฟ่ฮีลใจ กิจกรรมเวิร์กช็อป แคมป์ปิ้งริมน้ำตก ขับ ATV ลุยป่า ไปจนถึงสายกินที่พร้อมให้อิ่มจนต้องปลดกระดุมยีนส์

“เที่ยวเมืองลุง” รอบนี้บอกเลยว่าฟีล เขา-ป่า-ลำธาร มาเต็ม ได้ทั้งชมวิว ชิมของอร่อย ทำกิจกรรมครอบครัว และนอนพักท่ามกลางธรรมชาติแบบเต็มปอด

จุดที่ 1 : สวนธรรมเขาแม่พันธุรัตน์ – ล่าหมอก ดูพระอาทิตย์ขึ้น

เริ่มเช้าวันแรกด้วยการไปไล่หมอกบนเขา ที่ สวนธรรมเขาแม่พันธุรัตน์ จุดชมวิวสุดอลัง บรรยากาศคือดีเกินต้าน

  • แนะนำให้ตื่นแต่เช้าเพื่อขึ้นไปดูหมอก

  • ได้เห็นพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้า ฟีลโรแมนติกสุด

  • อากาศบนเขาเย็นสบาย สูดเข้าเต็มปอดแล้วตื่นเลย

วิวด้านบนคือดีจริง ท้องฟ้า ภูเขา สายหมอก คอนเทนต์ลงโซเชียลได้เป็นเดือน

การเดินทางขึ้นจุดชมวิว

  • นั่งรถ 4WD ขึ้นไปจุดชมวิว

  • ค่ารถคนละ 100 บาท

  • รถออกประมาณ 05.30 น. ใครขี้เซาอาจต้องยอมแพ้

ขาลงจากเขา แวะตลาดชุมชนเล็ก ๆ ข้างทาง บอกเลยว่าเป็นสวรรค์สายกิน

มีขายตั้งแต่

  • ขนมปัง โดนัท

  • ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ โจ๊ก

  • ข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวหมูฝอย

  • ก๋วยเตี๋ยวผัดแห้งสารพัดแบบ

ขนมปัง โดนัทแบบบ้าน ๆ นี่แหละของดี

มีทั้งขนมจีบ ซาลาเปา เติมความอิ่มตั้งแต่เช้ากันไปเลย

วิวร้านคือเขาล้อมรอบ กินไปดูวิวไปแบบชิล ๆ

จุดที่ 2 : ในดงบอน – คาเฟ่ในป่าบอนยักษ์ + อาหารใต้จัดเต็ม

ต่อกันที่คาเฟ่-ร้านอาหารสุดร่มรื่น “ในดงบอน” ใครมา พัทลุง แล้วไม่แวะคือพลาดแรง

ที่นี่รายล้อมไปด้วยต้นบอนยักษ์ สีเขียวแน่น ๆ ให้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในโลกนิทาน

บรรยากาศเย็นสบาย นั่งได้ยาวโดยไม่อยากลุกกลับ

มีทั้งเครื่องดื่ม ขนมไทย และอาหารพื้นบ้านสไตล์พัทลุง ฝีมือคุณแม่ ใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นมารังสรรค์เป็นเมนูโฮมเมดที่กินแล้วสัมผัสได้ถึงความใส่ใจ

เมนูห้ามพลาด

  • ยำผักกูดกุ้งสด ผักกูดอ่อน กรอบนุ่ม น้ำยำเปรี้ยวหวานเผ็ดกำลังดี

  • ใบเหลียงต้มกะทิ หอมมัน ฟีลโฮมคุ้กสุดอบอุ่น

  • น้ำพริกกะปิ + ผักสด ชุดเบสิคที่คนรักอาหารใต้ต้องยิ้มออก

  • กุ้งผัดสะตอ จานซิกเนเจอร์ ผัดมากลมกล่อม หอมกะปิ สะตอเม็ดเล็กอ่อน เคี้ยวง่ายและอร่อยมาก

  • แกงน้ำเคย และแกงส้ม รสชาติจัดจ้านแบบใต้แท้ ๆ

ในดงบอนยังเป็น คาเฟ่สายถ่ายรูป มีมุมสวยเพียบ โดยเฉพาะมุมสูงที่มองลงมาเห็นดงบอนยักษ์แบบเต็มพื้นที่ ถ่ายออกมาแล้วโคตรปัง

ใครอยากได้รูปเดี่ยวท่ามกลางดงบอน บอกเลยว่าที่นี่ให้ภาพสไตล์ “ตัวเล็กในป่าใหญ่” แบบน่ารักสุด ๆ

เจ้าของร้าน คุณพี่ธีร์ ดูแลลูกค้าเองทุกขั้นตอน แม้แต่ปีนบันไดขึ้นไปช่วยถ่ายรูปมุมสูงให้ลูกค้า เรียกว่าบริการเกินร้อย

มากันเป็นแก๊งก็จัดรูปหมู่สวย ๆ กลับไปได้เลย

ในดงบอน ยังมีโซนมินิมาร์ทเล็ก ๆ ขายของฝากจากพัทลุง ทั้งของกิน งานแฮนด์เมด ให้ช้อปกลับบ้าน

มีโซนโชว์งานศิลปะ ให้นั่งจิบกาแฟ ดูงานอาร์ตเพลิน ๆ

ในดงบอน เปิดเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ ใครจะไปต้องแพลนดี ๆ

จุดที่ 3 : ในสวนศรี พัทลุงบ้านฉัน – เวิร์กช็อปแน่น อาหารมังฯ อร่อยจริง

ถัดมาเป็นอีกที่ที่สายครอบครัว สายกิจกรรมต้องรัก “ในสวนศรี พัทลุงบ้านฉัน” สวนบรรยากาศบ้าน ๆ แต่อบอุ่นหนักมาก

ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ เสิร์ฟอาหารมังสวิรัติที่ มุสลิมทานได้ และยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ จัดเวิร์กช็อปเพียบ

กิจกรรมที่มีให้ลอง เช่น

  • วาดภาพ

  • ทำเรซิ่น

  • ทำพิซซ่าโฮมเมด

  • ทำสบู่-เจลล้างมือ

บอกเลยว่ามาที่นี่ ใช้เวลาได้คุ้มค่า ทั้งสนุก ทั้งอิ่ม ทั้งได้ของที่เราทำเองกลับบ้าน

ไฮไลต์กิจกรรม

1) ทำพิซซ่าโฮมเมดจากแป้งข้าวสังข์หยด

  • ราคาเริ่มต้น 199 บาท

  • อบในเตาฟืน แป้งบางกรอบ หน้าแน่น

  • มีหน้าเด็ดอย่าง “พิซซ่าในสวนศรี” และ “พิซซ่าคั่วกลิ้งเห็ดแครง” ใช้เครื่องแกงจากชุมชน

2) ทำเจลล้างมือกลิ่นกุหลาบ

  • ใช้กุหลาบสดจากในไร่

  • ราคา คนละ 150 บาท

  • ระหว่างทำกลิ่นหอมฟุ้งมาก

สบู่ที่นี่หอมกุหลาบแบบละมุน ๆ

3) กิจกรรมวาดภาพ

รอบ ๆ สวนร่มรื่นมาก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แบบมาทั้งบ้านได้หมด

ที่นี่คิดมาดีสำหรับ ผู้บกพร่องทางกายภาพ มีทางเดินรองรับ เหมาะกับสายท่องเที่ยวแบบ Tourist for All จริง ๆ

อาหารมังสวิรัติที่อร่อยกว่าที่คิด

อาหารที่ในสวนศรีเป็นมังสวิรัติแต่รสชาติคือดีงาม นั่งกินข้าวในสวนคือความสุขเล็ก ๆ ที่ล้นมาก

  • บุษบาห่มผ้า เมนูสวยจัดเต็มไส้ผักและดอกไม้จากสวน จิ้มน้ำจิ้มโฮมเมด รสคือใช่

  • ซูชิข้าวยำปักษ์ใต้ ไอเดียโคตรเก๋ บีบมะนาว โรยพริกป่น จิ้มซอส คือเข้ากันเฉย

  • ยำผักกูด เห็ดกรอบ ผักกูดอ่อน กับเห็ดกรอบด้านบน น้ำยำกลมกล่อมมาก

พิซซ่าที่ทำเสร็จ ก็นำมานั่งกินที่โต๊ะ ทั้งหน้าในสวนศรี หน้าเผ็ดแบบลาบ และหน้าคั่วกลิ้ง แป้งบาง หน้าแน่น ฟินทุกคำ

เครื่องดื่มก็ไม่น้อยหน้า มีทั้ง

  • เก๊กฮวย

  • น้ำผึ้งกุหลาบโซดา

  • ชาสมุนไพรข้าวสังข์หยด

  • ชาพีชหอม ๆ

ปิดท้ายด้วย

  • ไอศกรีมเจลาโต้

  • สาคูเปียกกะทิ ทำใหม่สด ๆ

รสวานิลลาและคุกกี้แอนด์ครีมคือดีมาก

ในสวนศรี เปิดวันเสาร์–อาทิตย์ และเปิดรับกรุ๊ปทัศนศึกษา/อบรม วันจันทร์–ศุกร์ (ต้องจองล่วงหน้า)

จุดที่ 4 : ขับ ATV เขาคราม – ลุยป่า ลุยลำธารแบบจัดเต็ม

สายมันส์ต้องชอบ เส้นทาง ATV เขาคราม พัทลุง by ไร่หินปู คือดีมาก ทั้งวิว ทั้งความสนุก

ได้ขับรถลุยป่า เลียบลำธาร ผ่านน้ำตกและภูเขาแบบใกล้ชิด ธรรมชาติรอบตัวคือสดชื่นสุด ๆ

บรรยากาศไม่ร้อนมาก ต้นไม้ไม่หนาแน่นเกินไป ขับสนุก เพลินกับเพื่อนทั้งแก๊ง

  • ATV คันใหญ่ ราคา 700 บาท

  • นั่งได้ 2 คน แบ่งกันขับได้ฟีลสนุกสองเท่า

ระหว่างทางยังแวะคาเฟ่บรรยากาศป่า ๆ อย่าง TUY Pao Relax ท้ายเภารีแล็กซ์ คาเฟ่ อีกหนึ่งมุมพักผ่อนกลางเขาคราม

รอบร้านคือป่าและธารน้ำตก น้ำไหลเย็น ๆ นั่งฟังแล้วใจสงบแบบไม่ต้องเข้าคลาสสมาธิ

สั่งน้ำผึ้งโซดามะนาว หรืออัญชันเย็น ๆ มาจิบ ดับร้อนได้ดีมาก

เอา ATV มาจอดถ่ายรูปด้วย ฟีลโคตรเท่ น้ำเย็น ลมดี บรรยากาศคือชุ่มฉ่ำ

คาเฟ่นี้เปิดทุกวัน 09.00–17.00 น.

จุดที่ 5 : ไร่หินปู โฮมสเตย์ – หมูย่างบนหินกลางลำธาร

มื้อเย็นสายจัดหนักต้องมาที่ ไร่หินปู โฮมสเตย์ ที่นี่มีทั้งที่พักติดลำธาร และอาหารพื้นบ้านรสมือชุมชนแบบโคตรจริงจัง

ที่พักโอบล้อมด้วยธรรมชาติ เสียงน้ำไหลข้าง ๆ ฟังแล้วหลับดีมาก ห้องพักเริ่มต้นคนละ 700 บาท มีหลายสไตล์ให้เลือก ทั้งบ้านฮอบบิท บ้านภูผา และบ้านรุ่งอรุณ

วิวริมน้ำ ล้อมด้วยหินและต้นไม้ ฟีลปิกนิกในฝัน

อาหารที่นี่เป็นอาหารพื้นบ้านพัทลุง อร่อยแบบต้องจองล่วงหน้า คนละ 150 บาท แต่ให้เยอะจนจุก

เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องจัด

  • หมูย่างบนแผ่นหิน (ต้องจองล่วงหน้า)

  • หมูหมักเครื่องแกงส้มหรือหมักซอสกะปิ ย่างบนแผ่นหินก้อนยักษ์ ก่อไฟเตาฟืนตรงริมน้ำ

  • ทั้งบรรยากาศ ทั้งกลิ่นคือโหดมากในทางที่ดี

ทั้งหมูทั้งกุ้งย่างบนหิน เสียงฉ่า ๆ คือเรียกน้ำย่อยสุด ๆ

หมูหมักเครื่องแกงส้มย่าง หอมเครื่องเทศแบบใต้แท้ ๆ

กับข้าวอื่น ๆ ก็จัดเต็ม

  • ยำผักกูดโรยปลากรอบหวาน ได้เท็กซ์เจอร์กรุบ ๆ

  • ผักเหลียงต้มกะทิ หอมมันแบบโฮมเมด

  • ปลาทอดขมิ้น ทอดกรอบ โรยกระเทียมเจียว หอม ๆ กินเพลินไม่ต้องมีน้ำจิ้มยังอร่อย

  • น้ำพริกกะปิ + ผักลวก

  • ผักเหลียงผัดไข่ ใบเหลียงนุ่ม ผัดมากลมกล่อม

ใครไม่ได้พักที่ไร่หินปู ก็ยังสามารถจองไปกินข้าวได้ การันตีว่าอิ่มจุกและไม่ผิดหวัง

จุดที่ 6 : เกาะกลางโตนแพรทองแค้มป์ปิ้ง – นอนฟังเสียงน้ำตกทั้งคืน

คืนแรกของทริป เลือกพักที่ เกาะกลางโตนแพรทองแค้มป์ปิ้ง สายแคมป์ปิ้งต้องถูกใจ

ที่พักติดน้ำตก บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ได้ฟังเสียงน้ำไหลตลอดการพักผ่อน ฟีลธรรมชาติแบบแท้จริง

ที่นี่ออกแบบมาให้ รองรับทุกกลุ่ม รวมถึงผู้บกพร่องทางกายภาพ เดินทางสะดวก ปลอดภัย และใช้งานง่าย

ห้องที่พักคือ กระดิ่งนางฟ้า

เป็นห้องแอร์ มีระเบียงติดน้ำตก วิวต้นไม้เขียว ๆ และมี อ่างอาบน้ำเอาท์ดอร์ แช่น้ำไป ฟังเสียงน้ำตกไป ชิลสุด

ด้านนอกมีโซนนั่งเล่น จิบเครื่องดื่ม รับลมเย็น ๆ

ด้านในห้องกว้าง เตียงใหญ่ มีผ้าเช็ดตัว น้ำดื่ม เครื่องทำน้ำร้อน และกาแฟสำเร็จรูปให้พร้อม

มีกระจก ที่แขวนเสื้อผ้า โทรทัศน์ ครบครันไม่ต้องห่วงเรื่องความสะดวก

ห้องน้ำมีสบู่ แชมพู มาสก์หน้า และสครับขัดผิว จากแบรนด์ “บรรธารา” ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ

สบู่เหลวและแชมพูที่ให้ในห้อง ใช้แล้วผิวไม่แห้ง หนังศีรษะสบาย เพราะใช้สารสกัดธรรมชาติ

  • สบู่เหลว ทำจากสารสกัดมังคุดและขมิ้น

  • แชมพู ทำจากสารสกัดดอกดาหลา

  • มาสก์หน้า มีทั้งขมิ้น ว่านหางจระเข้ และน้ำธรรมชาติเป็นส่วนผสม

  • สครับผิว ผสมขมิ้น น้ำผึ้ง และเม็ดสครับจากเปลือกมังคุด

  • สเปรย์กันแมลง ใช้สารสกัดตะไคร้และยาสูบ

ใครชอบของออร์แกนิก “บรรธารา” คืออีกแบรนด์ที่น่าจดไว้ มีขายหน้ารีสอร์ตและที่ทองหลางช้อป ในม.ทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง

ล่องแก่ง + หมูกระทะ ชุดใหญ่ริมลำธาร

ที่เกาะกลางโตนแพรทองมีกิจกรรม ล่องแก่งน้ำตก ด้วย ระหว่างล่องสามารถเก็บผักหวานช้าง ผักกูดสด ๆ ส่งให้รีสอร์ตเอาไปทำกับข้าวได้เลย

มื้อเย็นจัดเต็มที่ห้องอาหารริมน้ำตก บรรยากาศบ้าน ๆ แต่ฟีลดีมาก

เมนูเด็ดคือ

  • ชุดหมูกระทะชุดใหญ่ มีหมูหลายส่วน กุ้งสด ปูอัด ลูกชิ้น ปลา เห็ด เต้าหู้ไข่ ผักสด น้ำซุปพร้อม

กับข้าวพื้นบ้านก็เพียบ

  • แกงไก่กับหยวกกล้วย รสกลมกล่อม คนไม่กินเผ็ดก็ทานได้

  • ยำผักกูด ใส่ทั้งกุ้งและหมูสับ น้ำยำนัวมาก

  • แกงเลียงกุ้งสด ซุปใสร้อน ๆ ซดคล่องคอ ใส่ผัก ฟักทองแบบแน่นชาม

  • ปลาแดงทอดขมิ้น ปลาน้ำจืดตัวกำลังดี เนื้อหวานแน่น หมักขมิ้นหอม โรยกระเทียมเจียว กินเปล่า ๆ ยังฟิน

  • น้ำพริกเสิร์ฟคู่ผักสด

เช้าวันต่อมานอนหลับสนิท ฟังเสียงน้ำตกทั้งคืน ตื่นมาเจออาหารเช้าจัดหนัก

มีทั้ง

  • ข้าวต้มหมู

  • ขนมปังปิ้ง ปาท่องโก๋ กาแฟ น้ำดื่ม

  • ขนมจีนแกงไตปลา หม้อใหญ่ ตักได้ไม่อั้น ใส่เนื้อปลาและแครอทเต็ม ๆ รสจัดแต่ไม่เผ็ดเกิน

  • มีไข่ต้มและผักสดพื้นถิ่น เช่น ใบมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพลู ใบบัวบก ถั่วงอก

กินไป ดูวิวลำธารไป ฟีลเกินคำว่าชิล

ราคาโดยประมาณ

  • บ้านกระดิ่งนางฟ้า คืนละ 1,500 บาท

  • เต็นท์แคมป์ปิ้ง 2 ท่าน หลังละ 600 บาท

ที่พักติดน้ำตก รองรับทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้บกพร่องทางกายภาพด้วย

จุดที่ 7 : บ้านสวนกวาง โฮมสเตย์ & คาเฟ่ – ให้อาหารกวาง นวดชิล กินอร่อย

อีกหนึ่งที่พักฟีลอบอุ่นแบบโฮมมี่คือ บ้านสวนกวาง โฮมสเตย์ & คาเฟ่ ที่นี่มีกวาง กระต่าย และไก่ซิลกี้ ให้เดินเล่นดูอย่างเพลิน

ที่พักมีเพียง 2 หลัง เป็นโซนส่วนตัวดีไซน์ไทยโมเดิร์น

ชั้นล่างเป็นที่นั่งเล่นริมน้ำ ทานอาหารล้อมด้วยต้นไม้

ด้านบนเป็นห้องพัก เงียบสงบ พักได้ผู้ใหญ่ประมาณ 3 ท่าน

ในห้องมีอ่างอาบน้ำ แช่ได้แบบฟีลสปาเล็ก ๆ

มีชั้นลอยเป็นที่นอนแยกอีกมุม

ห้องน้ำสะอาดเรียบร้อย

ด้านหลังมีระเบียงให้นั่งเล่นอีกจุด

ราคาโดยประมาณ

  • บ้านหลังเล็ก 750 บาท รวมอาหารเช้า พักได้ 2 ท่าน

  • บ้านหลังใหญ่ 1,590 บาท รวมอาหารเช้า ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 2

รอบที่พักเป็นสนามหญ้า ต้นไม้ร่มรื่น มีสนามเด็กเล่น

จุดเด่นคือให้อาหารกวางได้แบบใกล้ชิด

แถมยังมีกระต่ายตัวน้อยให้ชม

ที่นี่มีบริการนวดแผนไทยด้วย ราคาชั่วโมงละ 200 บาท (ควรจองล่วงหน้า 2–3 วัน)

เมนูอร่อยที่บ้านสวนกวาง

  • แกงส้มปลากะพงผักรวม ใส่หัวมะพร้าวอ่อน รสเข้มข้นแต่ลงตัว

  • หมูคั่วเกลือ สามชั้นนุ่ม คั่วเกลือหอม ๆ กินเพลินแบบหยุดยาก

  • สเต็กหมูพริกไทยดำ เสิร์ฟพร้อมน้ำเกรวี่ ขนมปังเนย และเฟรนช์ฟรายส์

  • ยำผักกูด ใส่กุ้งและหมูสับ น้ำยำคือดีไม่แพ้ที่ไหน

  • ผัดบล็อกโคลีกุ้ง ผัดผักรวม ใส่กุ้งและกะหล่ำปลี รสกลมกล่อม

บ้านสวนกวางเปิดวันอังคาร–อาทิตย์ 09.00–18.00 น. หยุดวันจันทร์

จุดที่ 8 : ศรีนาคาโมเดล – ทำผ้าบาติก ย้อมสีธรรมชาติ

ต่อด้วยกิจกรรมสายคราฟต์ที่ “ศรีนาคาโมเดล – Srinaka Model” ที่นี่เน้นงานผ้าบาติกและมัดย้อม ใช้แม่พิมพ์กาบหมาก ลายมีทั้งปลาหวด ดอกขมิ้น ฯลฯ

สีที่ใช้ส่วนใหญ่ได้จากธรรมชาติ ต้มทีนานกว่า 4 ชั่วโมง เช่น

  • สีจากหัวกล้วยป่า

  • สีจากสนิม

  • สีจากโคลน

  • สีจากเปลือกมังคุด

  • สีจากขมิ้น

  • สีจากสะตอ

มีกิจกรรมทำผ้าพันคอ พิมพ์ลาย ย้อมผ้า หรือทำมัดย้อมบนเสื้อ/ผ้าบาติก ตามสไตล์ของแต่ละคน

ราคาโดยประมาณ

  • ผ้าเช็ดหน้า 120 บาท

  • ผ้าพันคอ 270 บาท

จุดที่ 9 : สวนลุงต้อย Little Cat Cafe – คาเฟ่ในสวนผลไม้

อีกคาเฟ่ที่ฟีลโคซี่มากคือ สวนลุงต้อย Little Cat Cafe คาเฟ่ในสวนผสมที่ปลูกทั้งกล้วย มะละกอ มังคุด โกโก้ ทุเรียน กล้วยหอมหลากพันธุ์

เดิน ๆ อยู่ในสวนกลายเป็นฟีลฟาร์มสเตย์เบา ๆ มีผลไม้ให้ดูรอบตัว

นอกจากสั่งเครื่องดื่ม ขนม และสลัดผักจากสวนแล้ว ยังสามารถเก็บผลไม้ในสวนแล้วชั่งกิโลจ่ายตามจริงได้ด้วย

เมนูแนะนำของ Little Cat Cafe

  • สลัดปลาแซลมอนในสวนผลไม้ ผักสดกรอบ + แซลมอนหั่นเต๋านุ่ม ๆ

  • ยำมะระกุ้งสด ทานคู่ผักสด เครื่องเคียงคือเพลินมาก

  • สลัดผลไม้ เช่น สลัดกล้วยหอม ผักกรอบกับผลไม้หอมเข้ากันดีสุด

ขนมที่ต้องลองคือ เค้กกล้วยหอม เนื้อเค้กนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกล้วยแบบไม่มีกั๊ก

เครื่องดื่มห้ามพลาด

  • คราฟต์โกโก้ เบลนด์จากโกโก้ไทยหลายสายพันธุ์ หอมเข้มข้น

  • น้ำสัปปะรดปั่นใหม่ หอมหวานธรรมชาติมาก

  • Virgin Mojito เปรี้ยวหวาน สดชื่น หอมใบสะระแหน่

สวนลุงต้อย Little Cat Cafe เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่นั่งสบาย เงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ ผักสดดี ขนมอร่อย เครื่องดื่มคุณภาพ

ร้านเปิดเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00–18.00 น.

จุดที่ 10 : โรงเครื่องแกง วิสาหกิจชุมชนสร้างสุข – ต้นกำเนิดความแซ่บแบบใต้แท้

มาถึงเมืองลุงทั้งที จะไม่แวะดูโรงเครื่องแกงก็คงไม่ได้ ที่นี่คือ โรงเครื่องแกง วิสาหกิจชุมชนสร้างสุข

โรงผลิตสะอาด ได้มาตรฐาน พิถีพิถันทุกขั้นตอน มีเครื่องแกงหลัก ๆ 2 แบบ

  • เครื่องแกงเผ็ด

  • เครื่องแกงส้ม

วัตถุดิบที่ใช้สดใหม่ เช่น

  • พริกแดงแห้ง

  • พริกไทยดำ

  • กระเทียม

  • ตะไคร้

  • ขมิ้นชัน

เอาไปทำเมนูคั่วกลิ้งหรือแกงส้มคือหอมจัดจ้านมาก

พอผสมเสร็จก็นำไปปั่นรวม และบรรจุกล่องจำหน่าย

ที่หน้าร้านยังมีทำอาหารให้ชิม ทั้งคั่วกลิ้งหมูและแกงส้ม ใช้เครื่องแกงของที่นี่เอง รสชาติคือถึงเครื่องมาก

ราคาเครื่องแกง

  • กิโลกรัมละ 160 บาท

  • ครึ่งกิโลกรัม 80 บาท

จุดที่ 11 : เดอะควนดินสอ – คาเฟ่ใหญ่ เมนูแน่น

อีกจุดสายกินคือ เดอะ ควนดินสอ ร้านใหญ่ บรรยากาศดี มีทั้งชา กาแฟ น้ำผลไม้ และอาหารครบ

เมนูจานเดียวที่สั่งกัน เช่น

  • ข้าวกุ้งผัดพริกหยวก

  • ข้าวไข่ข้นกุ้ง

  • เส้นเหลืองผัดซีอิ๊ว

  • ข้าวไข่ข้นกะเพราหมูกรอบ

  • ปลากะพงผัดขึ้นฉ่าย

เครื่องดื่มก็มีทั้งชาเขียวเย็น กาแฟคาราเมลแมคคีอาโต้ และ Black Cacao ไว้นั่งจิบชิล ๆ

คืนสุดท้าย : ริมธารแพรทอง แคมป์ปิ้ง แอนด์ โฮมสเตย์

สำหรับคืนสุดท้าย เลือกพักที่ ริมธารแพรทอง แคมป์ปิ้ง แอนด์ โฮมสเตย์ ที่พักเปิดใหม่ วิวโค้งน้ำจากเทือกเขาบรรทัด สงบมาก

เป็นที่พักริมน้ำ มีทั้งห้องพักและโซนกางเต็นท์ ราคาเริ่มต้นประมาณ 700 บาท

  • บ้านพักสามเหลี่ยม มีแอร์ ห้องน้ำในตัว คืนละ 800 บาท

  • บ้านวิวเขา คืนละ 700 บาท ห้องน้ำด้านนอก มีระเบียงส่วนตัว

  • ลานกางเต็นท์ หลังละ 400 บาท พักได้ 2 ท่าน

  • ห้องพักขนาดใหญ่ มี 2 ห้อง คืนละ 1,200 บาท

การเดินทาง และฟีลรวมของทริป

การเดินทางมาเที่ยวศรีนครินทร์ พัทลุง สามารถบินกับสายการบินต่าง ๆ มาลงสนามบินตรัง หรือสนามบินหาดใหญ่ จากนั้นขับรถต่อมาพัทลุงประมาณชั่วโมงกว่า ๆ

ตลอดทริปนี้จะเห็นชัดว่า อำเภอเล็ก ๆ อย่างศรีนครินทร์ มีของดีครบทุกมิติ

  • ธรรมชาติ: ภูเขา น้ำตก ลำธาร ป่าเขียว ๆ

  • ที่พัก: ทั้งโฮมสเตย์ แคมป์ปิ้ง และรีสอร์ตริมน้ำ

  • อาหาร: อาหารใต้พื้นบ้านจัดเต็มแบบบ้าน ๆ แต่รสมือไม่ธรรมดา

  • คาเฟ่: ฟีลสวน ฟีลป่า ฟีลโฮมคาเฟ่ มีครบ

  • กิจกรรม: ขับ ATV, ล่องแก่ง, ทำผ้ามัดย้อม, ทำบาติก, เวิร์กช็อปพิซซ่า-เรซิ่น-สบู่

ถ้าไม่เคยมา “ศรีนครินทร์ – พัทลุง” ลองให้โอกาสที่นี่สักทริป แล้วจะรู้ว่า เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ฮีลใจได้เกินคาดจริง ๆ

ใครมีแพลนลงใต้ ลองเซฟลิสต์นี้ไว้ แล้วค่อย ๆ ตามรอย รับรองได้ทั้งคอนเทนต์ ได้ทั้งความทรงจำดี ๆ กลับบ้านแน่นอน