รับแอปรับแอป

7 น้ำหอมกลิ่นชา ที่ฉีดแล้วเหมือนเดินออกมาจากคาเฟ่หรู

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-31

กลิ่นชาในขวดน้ำหอม เสน่ห์สะอาด ใส แต่ชวนหลง

กลิ่นชาในน้ำหอมกำลังมาแรงแบบเงียบๆ แต่ครองใจคนใช้ไปแล้วเพียบ เพราะให้ฟีล สะอาด สดชื่น ผ่อนคลาย ในเวลาเดียวกัน แถมยังใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไม่ได้หวานจัด ไม่ได้จ์ดจ้านเกินไป

เสน่ห์อีกอย่างคือ กลิ่นชาสามารถเข้ากับทุกฤดูกาล จะร้อน ฝน หนาว ก็รอดหมด โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็นๆ กลิ่นชาจะยิ่งให้ความรู้สึก อบอุ่นและโคซี่ เหมือนนั่งจิบชาร้อนอยู่ในมุมโปรด

หัวใจของน้ำหอมกลิ่นชามักมาจาก Tea Extract หรือ Tea Accord ที่ช่วยสร้างมู้ดบางเบา โปร่งโล่ง ไม่หวานเลี่ยน และไม่ฉุนจนเวียนหัว

ที่สำคัญชาแต่ละชนิดยังมีคาแรกเตอร์ต่างกันไป ทั้งชาเขียว ชาดำ ชาขาว ชาเอิร์ลเกรย์ หรือชาอู่หลง ทำให้นักปรุงน้ำหอมสามารถเล่นเลเยอร์กลิ่นได้สนุกและมีมิติสุดๆ

ด้านล่างนี้คือ 7 น้ำหอมกลิ่นชาที่คัดมาแล้วว่าดีงาม ใช้จริงได้จริง และมีโอกาสสูงที่คนเดินผ่านจะต้องเหลียวหลังมอง

1. LE LABO Thé Matcha 26 – ชาเขียวใสๆ ที่ไม่เคยธรรมดา

ถ้าพูดถึงสายกลิ่นชา Thé Matcha 26 จาก LE LABO เป็นชื่อที่ขึ้นมาในหัวของหลายคนแบบอัตโนมัติ

  • กลิ่นหลักคือชาเขียวที่ใส โปร่ง และคลีน

  • เติมความสดใสด้วยเบอร์กามอต

  • ผสานความอ่อนหวานละมุนจากมะลิ

เสน่ห์ของกลิ่นนี้คือมันจะ เล่นต่างกันบนผิวแต่ละคน

  • บางคนจะได้ฟีลสะอาด สดชื่น เหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

  • บางคนกลับรู้สึกถึงความนุ่มละมุน อบอุ่น นัวนิดๆ

เป็นกลิ่นที่หยิบใช้ได้ทุกโอกาส ฉีดไปทำงานก็ได้ ไปเดตก็ดี หรือใช้เป็นกลิ่นประจำตัวก็ไม่แปลก เพราะทั้งสุภาพและน่าจดจำในเวลาเดียวกัน

2. DOLCE&GABBANA Velvet Infusion – ชาดำโคซี่ในวันหนาวสบายๆ

ใครชอบกลิ่นชาดำที่ไม่ได้ขรึมเกินไป แต่ยังคงความหรูแบบสบายๆ Velvet Infusion คือคำตอบ

  • ฐานคือกลิ่นชาดำที่หอมสว่าง ไม่ทึบ ไม่หนัก

  • มีโน้ตซิตรัสและมะนาวแมนดารินเข้ามาเพิ่มความเปล่งสดชื่น

ฟีลลิ่งของกลิ่นนี้คือ ชาร้อนในห้องที่อากาศเย็นเบาๆ ให้ความรู้สึกโอบกอดตัวเอง นุ่ม ละมุน และโคซี่สุดๆ เหมาะมากกับช่วงฤดูหนาว หรือวันที่ออฟฟิศแอร์เย็นจัดแล้วอยากได้อะไรมาอุ่นบรรยากาศรอบตัว

3. NISHANE Wulong Cha X – อาบน้ำเสร็จแล้วเดินเข้าคาเฟ่ชาอู่หลง

สายชาอู่หลงห้ามพลาด Wulong Cha X จาก NISHANE เพราะมันไม่ได้หอมแค่สะอาด แต่ยังมีความฟลอรัลละมุนซ่อนอยู่

  • เปิดมาด้วยชาอู่หลงที่ชัดเจน แต่ไม่ขม ไม่ฝาด

  • ผสานความหอมหวานฟลอรัลจากดอกแมกโนเลีย

  • ตัดด้วยความสดชื่นแบบซิตรัสที่ทำให้กลิ่นมีชีวิตชีวา

ตอนฉีดแรกๆ จะให้ความรู้สึกเหมือน เพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วเดินออกไปเจอสวนชาหลังฝนตก อากาศชุ่ม ฟ้าครึ้มหน่อยๆ แต่ใจสงบมาก

เมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหอมละมุน ผ่อนคลาย แต่ยังคงความหรูและนุ่มฟุ้งอยู่ เป็นกลิ่นที่เหมาะมากสำหรับ

  • ค่ำคืนที่อยากอยู่กับตัวเอง

  • วันที่ต้องการความนิ่ง สงบ แต่ยังอยากดูแพง

4. AESOP Virēre EDP – สวนชาเขียวสำหรับสาย free-spirited

ถ้าคุณเบื่อกลิ่นชาแบบมินิมัล คลีนๆ เรียบๆ แล้วอยากได้อะไรที่มีเลเยอร์มากขึ้น Virēre EDP จาก AESOP คืออีกโลกหนึ่งของกลิ่นชา

  • กลิ่นเขียวสดชื่นเป็นตัวเอก แต่ไม่ได้เขียวแบบดิบ

  • พ่วงกลิ่นซิตรัสโทนอุ่นที่ทำให้กลิ่นไม่แข็ง

  • เติมมิติด้วยเครื่องเทศอ่อนๆ กลิ่นสมุนไพร และโทนไม้บางๆ

ผลลัพธ์คือกลิ่นที่มีความ ดิบแบบธรรมชาติ แต่เนี้ยบและมีชั้นเชิง ให้พลัง free-spirited เหมือนกำลังนั่งจิบชาท่ามกลางสวนมะเดื่อและต้นไม้ใหญ่

ใครชอบกลิ่นแนวธรรมชาติที่ไม่ดุ แต่มีตัวตนชัด กลิ่นนี้ตอบโจทย์มาก

5. JO MALONE LONDON Earl Grey & Cucumber – ชาเอิร์ลเกรย์เย็นสบายในวันร้อนจัด

เจอน้ำหอมกลิ่นนี้ในวันที่อากาศร้อนคือชีวิตดีขึ้นทันที Earl Grey & Cucumber จาก JO MALONE LONDON เหมาะมากสำหรับวันแดดแรงหรือคนที่เหงื่อออกง่าย

  • เปิดด้วยกลิ่นเบอร์กามอตจากชาเอิร์ลเกรย์ที่หอมคมแต่ละมุน

  • ผสมความครีมมี่เล็กๆ แบบมิลค์ดรีมๆ

  • ตัดให้ฟีลสดชื่นด้วยแตงกวาเขียวฉ่ำ

ภาพในหัวคือการ นอนบนเก้าอี้นุ่มในสปา มีแก้ว infused water ที่ใส่ทั้งใบชาและแตงกวาอยู่ข้างๆ ทั้งกลิ่นและอารมณ์คือเบาสบาย โปร่ง น่าอยู่ใกล้สุดๆ

เหมาะมากกับการฉีดไปออฟฟิศ ใช้ทุกวันได้แบบไม่ต้องกลัวคนรอบตัวเวียนหัว เพราะมันสะอาด โปร่ง และสุภาพมาก

6. BVLGARI The Vert – คลาสสิกชาเขียวที่ทุกคนควรมี

สำหรับสายชาเขียวแบบคลาสสิก The Vert จาก BVLGARI คือหนึ่งในไอคอนที่ยังไงก็พูดถึง

  • กลิ่นชาเขียวใสๆ ที่ไม่หวานเลี่ยน

  • ผสานซิตรัสให้ความสดชื่นยิ่งขึ้น

  • เติมดอกไม้สีขาวให้ความรู้สึกนุ่มและสะอาด

ฟีลคือการนั่งจิบชาเขียวเย็นในวันที่อากาศร้อน แต่บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบมาก ทั้งสดใส ทั้งเย็น ทั้งสบายใจ ในขวดเดียว

นี่คือกลิ่นที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้งอย่างน้อยหนึ่งขวด เพราะหยิบใช้ได้แทบทุกสถานการณ์

7. DIOR Thé Cachemire EDP – ชาขาวนุ่มฟูเหมือนสเวตเตอร์แคชเมียร์

ปิดท้ายด้วย Thé Cachemire EDP จาก DIOR กลิ่นชาขาวที่ให้ความรู้สึกหรู นุ่ม และเนี้ยบเหมือนสวมสเวตเตอร์แคชเมียร์ตัวโปรด

  • ชาขาวให้ความสดชื่นแบบนุ่มนวล ไม่แหลม

  • ผสานดอกแมกโนเลียที่ให้ฟีลสะอาด อ่อนโยน และละมุน

  • ท้ายกลิ่นมีเครื่องเทศบางๆ เพิ่มความหรูหรา

  • ปิดด้วยมัสก์ที่ทำให้ทุกอย่างเบาสบาย ฟุ้งนุ่ม

กลิ่นนี้ให้ภาพเหมือน เดินอยู่ในสวนชาเงียบๆ ยามเช้า แต่แต่งตัวเป๊ะ พร้อมออกไปงานสำคัญ เป็นกลิ่นที่เหมาะมากกับคืนเดตพิเศษ งานสำคัญ หรือวันที่อยากให้ลุคดูสมบูรณ์แบบตั้งแต่หัวจรดเท้า

เลือกกลิ่นชาแบบไหนให้ตรงตัวคุณ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มอยากลองกลิ่นชา แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มจากตัวไหนดี ลองไกด์ง่ายๆ แบบนี้ได้เลย

  • สายมินิมัล คลีน ใส ใช้ได้ทุกวัน
    เลือก LE LABO Thé Matcha 26 หรือ BVLGARI The Vert

  • สายโคซี่ อบอุ่น แอบขี้เล่นนิดๆ
    มองไปที่ DOLCE&GABBANA Velvet Infusion หรือ NISHANE Wulong Cha X

  • สายอาร์ต ชอบความเขียวมีเลเยอร์ ไม่ซ้ำใคร
    ลอง AESOP Virēre EDP

  • คนทำงานเมืองร้อน อยากได้กลิ่นสบายตัว ฉีดแล้วออฟฟิศไม่บ่น
    JO MALONE LONDON Earl Grey & Cucumber คือคำตอบ

  • วันพิเศษที่ต้องการความเพอร์เฟ็กต์ หรู แต่นุ่มฟู
    DIOR Thé Cachemire EDP คือกลิ่นที่ควรอยู่บนผิวคุณ

สรุป: ขวดเดียวที่ใช่ หรือเก็บครบยกทีพาร์ตีกลิ่นชา

น้ำหอมกลิ่นชาเป็นหมวดที่ อยู่ตรงกลางระหว่างความสะอาดกับความหรู ใช้ได้ยาวๆ ไม่มีเอาต์ แถมยังไม่ใช่กลิ่นที่ซ้ำกับทุกคนบนรถไฟฟ้า

คุณอาจเริ่มจากหนึ่งกลิ่นที่ใกล้สไตล์ตัวเองที่สุด แล้วค่อยๆ ขยับไปลองชาเขียว ชาดำ ชาขาว หรือชาเอิร์ลเกรย์แบบอื่นๆ ต่อไป

เพราะเมื่อเข้าใจคาแรกเตอร์ “กลิ่นชา” ของตัวเองแล้ว การเลือกน้ำหอมให้เข้ากับมู้ดและโอกาสในแต่ละวัน จะกลายเป็นเรื่องสนุกแบบที่คุณไม่อยากหยุดแค่ขวดเดียวอีกต่อไป