เปิดเวที: ดราม่า บทเรียน และการคัดออก 100%
รายการกำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงเดือดแบบไม่มียั้ง แต่ละคลาสคือบททดสอบจริง ไม่ใช่แค่โชว์ เพราะทุกมาสเตอร์อ่านเกมโจทย์ขาดและลงรายละเอียดกันแบบไม่ปล่อยผ่าน
และที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ EP นี้มีการคัดออกแน่นอน 100% ใครยืนอยู่ ใครต้องกลับบ้าน ทุกวินาทีมีผลต่อความฝันบนรันเวย์
Thai Face Top Model 2025: เวทีที่เปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นอาชีพจริง
บนพื้นที่ห้องจัดงานของโรงแรมเอสซี ปาร์ค ลาดพร้าว ได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นบ้านของโปรเจกต์ “Thai Face Top Model 2025” เวทีที่ไม่ได้มองหาคนแค่สวยหรือหล่อ แต่คัดคนที่มีศักยภาพจะเติบโตเป็นโมเดลมืออาชีพระดับโลก
ผู้ชนะมีโอกาสบินลัดฟ้าไปเซ็นสัญญาเป็นโมเดลอาชีพกับเอเจนซี่ที่นิวยอร์กซิตี้
คอนเซ็ปต์ชัดมาก: ค้นหา “ไทยแท้ ไทยเท่ห์ ตัวจริง หน้าจริง”
มองโมเดลไทยในฐานะ ฑูตวัฒนธรรมของประเทศ ไม่ใช่แค่หุ่น เสื้อผ้า หรือใบหน้า แต่คือการแบกความเป็นไทยไปยืนในสายตาชาวโลก
โครงการนี้ถูกพูดถึงอย่างหนักทั้งในหมู่คนแฟashion สื่อสายบันเทิง และผู้ชมที่รักการประกวดทั่วประเทศ เพราะมันไม่ได้เป็นแค่รายการเรียลลิตี้ แต่มันคือการยกระดับวงการแฟชั่นไทยให้ชัด เข้าเป้า และเห็นผลบนเวทีโลก
EP.2: คลาสปราบเซียนจากครูลูกเกดและทีม Muse by Metinee

EP.2 คือจุดเริ่มต้นที่ผู้เข้าประกวดได้เจอกับความจริงของคำว่า “อาชีพโมเดล” เมื่อ ครูลูกเกด และทีม Muse by Metinee ลงสนามเองแบบจัดเต็ม
สิ่งที่รายการตอกย้ำชัดมากใน EP นี้ คือการ “ปูพื้นฐาน” ที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ในสายงานจริงคือสิ่งที่ตัดสินได้เลยว่าใครอยู่ ใครไป
กฎเหล็กจากครูลูกเกดที่รายการตะโกนใส่ผู้ชมแบบเนียนๆ:
ประกวดโมเดลแต่ลืมรองเท้าส้นสูง = คุณยังไม่พร้อม
จะเป็นนางแบบ นายแบบ ต้องมีวินัยทั้งเรื่องเวลา การเตรียมตัว และทัศนคติ
ห้ามเป็น “น้ำเต็มแก้ว” เพราะในคลาสนี้ทุกคำสอนคือของจริง ถ้ารับอะไรใหม่ๆ ไม่ได้ คุณจะหยุดอยู่กับที่
ใครขาดวินัย ขาดความพร้อม หรือขาดความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ มีสิทธิโดนคัดออกแบบน่าเสียดาย และครูลูกเกด… ไม่ปล่อยผ่าน
ครูอ๊าท อารยา & ครูใหญ่อมาตย์: มุมมอง แคแรกเตอร์ และโพสที่ขายได้จริง

อีกหนึ่งสีสันของ EP.2 คือคลาสจาก คุณครูอ๊าท อารยา กับวลีที่ติดหูคนดูไปแล้วเรียบร้อย
“ใครไม่พร้อมแจ้งเลย พร้อมผายมือ”
การมาในบทบาทคุณครูของมาสเตอร์อารยา ไม่ได้มีแค่คำคม แต่เต็มไปด้วยการ “ให้” ทั้งมุมคิดและทักษะการทำงานจริงในสายสไตลิสต์ ซึ่งไม่ใช่อาชีพเล่น ๆ ที่ใครก็ทำได้
สำหรับคนที่ยังอยู่ในคลาส เขาย้ำหนักมากว่า:
ทุกครั้งที่ได้เรียนคือโอกาส ต้องทุ่มเททุกวินาที
เข้าใจโจทย์ให้ลึก ไม่ใช่แค่ทำให้จบคลาส
ต้องรู้ว่าตัวเองเข้ามาที่นี่เพื่ออะไร และต้องตอบให้ได้ว่าคุณต่างจากคนอื่นตรงไหน
ด้าน ครูใหญ่อมาตย์ ก็พาเข้าคลาส “มุมกล้องและการนำเสนอตัวเอง” แบบไม่มีกั๊ก
ฝึกออกแบบคาแรกเตอร์ ให้คนจำได้ตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรก
พรีเซนต์ตัวตนให้ชัด ทั้งสายตา ท่าทาง และการยืนบนเฟรมกล้อง
สร้าง posture แบบโมเดลอาชีพ ให้ร่างกายพูดแทนคำพูด
ทุกท่าที่กดชัตเตอร์ คือภาพที่ต้องขายได้ ไม่ใช่แค่ภาพสวย
EP.2 Highlight: พลังบวกจากคุณครูเงาะ

ในอีกมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือช่วงไฮไลท์ที่โครงการเชิญ คุณครูเงาะ มาร่วมเติมพลังเมนทัลให้กับผู้เข้าประกวด
โฟกัสหลักไม่ใช่เรื่องหน้าตา แต่คือ
การสร้าง ความมั่นใจจากข้างใน
ดึงพลังบวกให้คนเชื่อว่าตัวเอง “คู่ควร” กับเวทีนี้
ปลุกความพร้อมทั้งใจและทัศนคติ ให้เดินต่อได้แม้ต้องเจอแรงกดดัน
เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จะยืนได้ยาวในวงการ ไม่ใช่แค่คนสวยหล่อ แต่คือคนที่ใจไม่พังง่าย ๆ เมื่อเจอคำวิจารณ์หรือความผิดหวัง
EP.3: จุดพีคของบทเรียนและการคัดออก

เมื่อเรื่องราวเดินมาถึง EP.3 ความเข้มข้นยกระดับชัดเจน ทุกขั้นตอนของคลาสคือบทเรียนแบบจัดหนัก
เนื้อหาแน่น ละเอียด เจาะลึกในทุกมิติของการเป็นโมเดลอาชีพ
ได้เรียนตรงจากมาสเตอร์วงการแฟชั่น ตัวจริง ระดับตำนานทั้ง 5
ทุกโจทย์คือความท้าทาย ที่ไม่ได้แค่ให้ทำผ่าน แต่ตั้งใจให้ “โตขึ้น” จริงๆ
คำถามใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือทุก EP คือ:
บทเรียนทั้งหมดจะพาชีวิตของผู้เข้าประกวดไปทางไหน?
กติกาการคัดเลือกและการคัดออก จะทำให้เราเห็นรอยยิ้ม สุข เศร้า หรือหยดน้ำตาแบบไหนบ้าง?
แม้จะมีน้ำตา แต่หลายโมเมนต์กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความทรงจำสวย ๆ ของคนที่ได้ลองเสี่ยงกับความฝัน
สำหรับหลายคน นี่อาจเป็นเพียงหนึ่งครั้งในชีวิต ที่ได้เหยียบเวทีที่ตัวเองเคยจินตนาการเอาไว้
1 EP ของรายการ อาจเท่ากับ 1 บทเรียนใหญ่ในชีวิตคนที่รักและหลงใหลในวงการแฟชั่น
พลังของทีม และบทบาทของผู้อำนวยการโครงการ
ตลอดทุก EP เราจะเห็นบทบาทของ ผู้อำนวยการโครงการ – ครูใหญ่ แม่อ้อย อินทิรา ทัพวงศ์ ที่คอยเดินเคียงข้างผู้เข้าประกวดอย่างจริงใจ
เธอไม่ได้เป็นแค่คนคุมภาพรวม แต่ยังเป็นที่ปรึกษา ให้กำลังใจ และแชร์ประสบการณ์ในวงการแฟชั่นแบบตรงไปตรงมา พร้อมกับดูแลบรรยากาศในโครงการให้เต็มไปด้วยความอบอุ่น และมืออาชีพในเวลาเดียวกัน
โลเคชั่นหลักอย่างโรงแรมเอสซี ปาร์ค ลาดพร้าว ก็ช่วยเสริมบรรยากาศให้ผู้เข้าประกวดรู้สึกว่า
ตัวเองกำลังอยู่ในพื้นที่ที่สนับสนุนความฝัน
ได้โฟกัสทั้งกาย ใจ และความคิดกับเส้นทางโมเดลอย่างเต็มที่
ทำไมคนรักแฟชั่นไม่ควรพลาด Thai Face Top Model 2025
Thai Face Top Model 2025 ไม่ใช่แค่รายการบันเทิง แต่มันคือ “เวทีทดลองชีวิต” ของคนมีฝัน
สิ่งที่คนดูจะได้จากการติดตามทุก EP คือ
มุมมองใหม่ ๆ ของวงการแฟชั่นไทยที่จริงและใกล้ของจริงมากขึ้นกว่าที่เราเคยเห็นในโฆษณาหรือรูปถ่าย
พลังบันดาลใจจากคนธรรมดาที่กล้าก้าวขึ้นมาบนเวทีใหญ่
บทเรียนเรื่องวินัย ความอดทน การพัฒนาตัวเอง และการรับมือกับคำวิจารณ์
ผู้เข้าประกวดทุกคนกำลังวิ่งเข้าสู่รอบลึก ลุ้นกันแบบลมหายใจไม่ทั่วท้องว่า:
ใครจะได้ไปต่อจนถึงรอบสุดท้าย
ใครจะเป็นผู้คว้ารางวัลใหญ่และสิทธิ์เซ็นสัญญาโมเดลลิ่งเอเจนซี่ที่นิวยอร์กซิตี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อินกับแฟชั่น โมเดล และเรื่องราวเบื้องหลังเวที Thai Face Top Model 2025 คือรายการที่คุณไม่ควรปล่อยผ่านในปีนี้
เตรียมหัวใจ เตรียมเสียงเชียร์ แล้วรอดูไปพร้อมกันว่า ใครจะยืนหนึ่งบนเวทีนี้ และใครจะใช้เวทีนี้เป็นจุดสตาร์ทสู่ชีวิตใหม่ในวงการแฟชั่นจริง ๆ

