รับแอปรับแอป

เปิดโรดแมป G H BANK NEXT: เมื่อดิจิทัล ดาต้า และ AI กลายเป็นพลังทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น

ธัญญารัตน์ วิชัย01-30

G H BANK NEXT: ก้าวใหม่ของ ธอส. สู่เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านยุคดิจิทัล

วิสัยทัศน์ใหม่ของ “มหัทธนะ” กรรมการผู้จัดการคนที่ 15 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คือการพาองค์กรก้าวพ้นภาพเดิมของ “ธนาคารปล่อยกู้เพื่อบ้าน” ไปสู่แนวคิด “Beyond Housing Bank : มากกว่าการปล่อยกู้คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน”

เป้าหมายคือยืนเคียงข้างลูกค้า ตั้งแต่วันที่เริ่มคิดมีบ้าน ไปจนถึงวันที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนั้นจริง ดูแลกันระยะยาว เติบโตไปพร้อมกัน และต่อยอดสู่แนวคิดใหม่ G H BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion

หัวใจสำคัญคือการใช้ เทคโนโลยี ดิจิทัล ดาต้า และ Generative AI ทำให้คนไทยมีบ้านได้ง่ายขึ้น ภายใต้กรอบความเสี่ยงที่รอบคอบ พร้อมทั้งช่วยพยุงเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม

ฐานการเงินแข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ ระบุว่า ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้มาจากแค่การปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่คือการวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อรองรับอนาคตที่ยั่งยืน

  • ปี 2568 ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท จำนวน 232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 4.52% ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท

  • กว่า 50% เป็นสินเชื่อใหม่สำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดเป็น 128,573 ราย

เมื่อเทียบสิ้นไตรมาส 4/2568 กับสิ้นปี 2567 ธอส. มีพอร์ตและฐานะการเงินที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

  • สินเชื่อคงค้างรวม: 1,891,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05%

  • สินทรัพย์รวม: 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62%

  • เงินฝากรวม: 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98%

แม้จะมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม แต่เป็นผลจากการเดินหน้าแก้ไขหนี้เชิงรุกตามนโยบาย Quick Big Win ของภาครัฐ ทำให้ลูกค้าลดภาระผ่อนชำระลงได้จริง

ด้านความมั่นคง ธอส. ตั้งสำรองสูงถึง 155,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 164.92% ซึ่งสะท้อนความพร้อมรองรับความเสี่ยงในอนาคต

อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 15.70% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 8.50% อย่างสบาย ๆ

สรุปง่าย ๆ คือ ฐานการเงินแน่น พอจะใช้เทคโนโลยี ดาต้า และ AI มาเร่งเครื่องภารกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ภารกิจปี 2569: ยืนหนึ่งในบทบาท “กลไกหลักของรัฐ” ด้านที่อยู่อาศัย

ปี 2569 ไม่ใช่ปีที่สบายสำหรับเศรษฐกิจไทย ภายใต้บริบทที่ต้องเผชิญทั้ง

  • แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง

  • ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังเปราะบาง

  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูง

แต่ในภาพใหญ่ ธอส. ยังคงยืนในบทบาทเดิมที่ชัดเจน คือ กลไกหลักของภาครัฐในการประคับประคองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้ทำพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้ครบถ้วนท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ธอส. จึงเร่งเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ “Beyond Housing Bank” และต่อยอดไปสู่การเป็น Intelligent Sustainable Housing Companion

เป้าหมายชัดเจน:

  • ทำให้คนไทย “มีบ้านง่ายขึ้น”

  • ใช้ ดิจิทัล + ดาต้า + AI เป็นตัวช่วยหลัก

  • ทำทุกอย่างภายใต้ กรอบความเสี่ยงที่รอบคอบ

  • และยังคงช่วยพยุง เสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ไม่ให้สะเทือนแรง

ทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานทุกมิติของธนาคาร

เสาหลักที่ 1: Immediate-to-Home – ทำทันที ให้มีบ้านเร็วขึ้น

เสานี้โฟกัสที่การทำให้กระบวนการขอสินเชื่อบ้าน เร็วกว่า ง่ายกว่า และลดความยุ่งยากให้ได้มากที่สุด

เป้าคือการลดทั้งระยะเวลาและความซับซ้อนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่

  • การเตรียมเอกสาร

  • การยื่นกู้

  • การประเมินราคาหลักทรัพย์

  • การอนุมัติ

  • จนถึงขั้นตอนจดจำนอง

ทั้งหมดถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันด้วยบริการแบบ End-to-End ภายใต้แนวคิด

Faster Easier Limitless – เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด

เทคโนโลยีดิจิทัลจึงไม่ได้มาแค่แต่งหน้าให้ระบบดูทันสมัย แต่เข้ามาเปลี่ยน “ประสบการณ์ขอสินเชื่อบ้าน” ให้ลูกค้ารู้สึกว่า การมีบ้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยากและไกลตัวเหมือนเดิมอีกต่อไป

เสาหลักที่ 2: Smart Growth – เติบโตแบบฉลาด ด้วย Data และ Innovation

การเติบโตของ ธอส. ไม่ได้วัดจากยอดปล่อยกู้ที่สูงขึ้นอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการเติบโตที่ คุณภาพดีและช่วยให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้นจริง

หัวใจของเสานี้คือการใช้

  • Digital Tools

  • Data Driven Approach

  • Innovation ด้านวิเคราะห์ข้อมูล

เพื่อบริหารสินทรัพย์และคุณภาพพอร์ตให้รัดกุมมากขึ้น

ตัวอย่างการใช้ดาต้าในการตัดสินใจ เช่น

  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ถูกจุด ลดโอกาสกลายเป็น NPL

  • ใช้ระบบ NPA Visualization เพื่อบริหารจัดการทรัพย์ NPA อย่างมีประสิทธิภาพ มองเห็นภาพรวมและความเสี่ยงได้ชัดขึ้น

จากเดิมที่ใช้ประสบการณ์และความรู้สึก เสานี้คือการยกระดับไปสู่การใช้ “ข้อมูลจริง” เป็นเข็มทิศของการเติบโต

เสาหลักที่ 3: Customer Obsession – เข้าใจลูกค้าด้วย Big Data และ AI

แทนที่จะคิดจากมุมของธนาคารก่อน เสานี้เริ่มจากคำถามว่า “ลูกค้าต้องการอะไรจริง ๆ?”

คอนเซปต์คือ

เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล

ธอส. นำ Big Data และ AI มาวิเคราะห์ตัวตนและพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อก้าวไปสู่การให้บริการแบบ Hyper-Personalization

เป้าหมายคือบริการที่

  • รู้ใจลูกค้า

  • เสนอได้ตรงจุด (ถูกที่)

  • ส่งมอบในเวลาที่เหมาะสม (ถูกเวลา)

ผลลัพธ์คือประสบการณ์ที่ดีขึ้นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มรายได้ การติดต่อติดตามหนี้แบบเข้าใจบริบทชีวิตลูกค้า หรือการแนะนำทางเลือกทางการเงินที่เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละคน

เมื่อลูกค้ารู้สึกว่า “ธนาคารเข้าใจเรา” ความสัมพันธ์ระยะยาวจึงเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แบบผู้กู้–ผู้ให้กู้

เสาหลักที่ 4: Digital Transformation – ปรับโครงสร้างงานด้วยเทคโนโลยีและ AI

การจะก้าวสู่ธนาคารยุคใหม่ ไม่ใช่แค่มีแอปหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ต้องเริ่มจาก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแรง และการออกแบบกระบวนการใหม่ทั้งระบบ

เสานี้มุ่งทำ 4 เรื่องหลัก

  • Modernize: ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัย

  • Lean Process: ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดงานซ้ำซ้อน

  • Automation: นำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาช่วยงานหลังบ้าน

  • Secure: เสริมเกราะความปลอดภัยให้ระบบและข้อมูลลูกค้า

ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ เช่น

  • ระบบช่วยตรวจสอบเอกสารการขอสินเชื่อแบบอัตโนมัติ

  • การประเมินความเสี่ยงด้วยโมเดลวิเคราะห์ข้อมูล

  • ระบบดักจับธุรกรรมผิดปกติและอายัดบัญชีได้ทันท่วงที

ผลลัพธ์คือ ต้นทุนการดำเนินงานลดลง ความถูกต้องแม่นยำเพิ่มขึ้น และธอส. มีแต้มต่อด้านการแข่งขันในตลาดการเงินที่ดุเดือดมากขึ้น

เสาหลักที่ 5: People First – คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืน

แม้จะพูดถึงดิจิทัล ดาต้า และ AI เยอะมาก แต่ ธอส. ก็ไม่ลืมว่า หัวใจขององค์กรยังคือ “คน”

เสานี้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด Empower People – คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่

  • เพิ่มความสุขในการทำงานให้พนักงาน

  • พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้พร้อมรับมือโลกยุคใหม่

  • ปรับวัฒนธรรมองค์กรให้เปิดกว้างและทันสมัย

แนวทางสำคัญ ได้แก่

  • ฝึกอบรมทักษะดิจิทัลให้พนักงานทุกระดับ

  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่น แต่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือ

  • เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เป็น ผู้นำโครงการ สำคัญมากขึ้น

เมื่อตัวคนพร้อม องค์กรจึงจะพร้อมก้าวสู่ยุค AI และดิจิทัลอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเครื่องมือ แต่เปลี่ยน “วิธีคิดและวิธีทำงานทั้งระบบ”

สรุป: จากธนาคารปล่อยกู้ สู่ Intelligent Sustainable Housing Companion

เมื่อมองภาพรวมทั้ง 5 เสาหลัก จะเห็นว่า G H BANK NEXT ไม่ได้เป็นแค่แผนกลยุทธ์สวย ๆ บนกระดาษ แต่คือการ

  • ใช้ ดาต้าและ AI เพื่อให้คนไทยเข้าถึงบ้านง่ายขึ้น

  • สร้างการเติบโตที่มั่นคงสำหรับ ธอส. และระบบการเงินโดยรวม

  • ดูแลลูกค้าตลอดเส้นทางการมีบ้าน ไม่ใช่แค่ตอนอนุมัติสินเชื่อ

  • พัฒนา “คน” ไปพร้อมกับ “เทคโนโลยี”

ดร.มหัทธนะสรุปภาพอนาคตของ ธอส. ไว้ชัดเจนว่า ทั้ง 5 เสาหลักนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธนาคารสามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้คือการตอกย้ำบทบาทของ ธอส. ในฐานะ “ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน” อย่างเป็นรูปธรรม และเปิดทางให้ดิจิทัล ดาต้า และ AI ไม่ได้อยู่แค่ในสไลด์พรีเซนต์ แต่กลายเป็นพลังจริงในการทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้นและมั่นคงยิ่งขึ้นในระยะยาว