G H BANK NEXT: ก้าวใหม่ของ ธอส. สู่เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านยุคดิจิทัล
วิสัยทัศน์ใหม่ของ “มหัทธนะ” กรรมการผู้จัดการคนที่ 15 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คือการพาองค์กรก้าวพ้นภาพเดิมของ “ธนาคารปล่อยกู้เพื่อบ้าน” ไปสู่แนวคิด “Beyond Housing Bank : มากกว่าการปล่อยกู้คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน”
เป้าหมายคือยืนเคียงข้างลูกค้า ตั้งแต่วันที่เริ่มคิดมีบ้าน ไปจนถึงวันที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนั้นจริง ดูแลกันระยะยาว เติบโตไปพร้อมกัน และต่อยอดสู่แนวคิดใหม่ G H BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion
หัวใจสำคัญคือการใช้ เทคโนโลยี ดิจิทัล ดาต้า และ Generative AI ทำให้คนไทยมีบ้านได้ง่ายขึ้น ภายใต้กรอบความเสี่ยงที่รอบคอบ พร้อมทั้งช่วยพยุงเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม
ฐานการเงินแข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ ระบุว่า ความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้มาจากแค่การปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่คือการวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อรองรับอนาคตที่ยั่งยืน
ปี 2568 ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท จำนวน 232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 4.52% ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท
กว่า 50% เป็นสินเชื่อใหม่สำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดเป็น 128,573 ราย
เมื่อเทียบสิ้นไตรมาส 4/2568 กับสิ้นปี 2567 ธอส. มีพอร์ตและฐานะการเงินที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
สินเชื่อคงค้างรวม: 1,891,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05%
สินทรัพย์รวม: 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62%
เงินฝากรวม: 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98%
แม้จะมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม แต่เป็นผลจากการเดินหน้าแก้ไขหนี้เชิงรุกตามนโยบาย Quick Big Win ของภาครัฐ ทำให้ลูกค้าลดภาระผ่อนชำระลงได้จริง
ด้านความมั่นคง ธอส. ตั้งสำรองสูงถึง 155,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 164.92% ซึ่งสะท้อนความพร้อมรองรับความเสี่ยงในอนาคต
อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 15.70% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 8.50% อย่างสบาย ๆ
สรุปง่าย ๆ คือ ฐานการเงินแน่น พอจะใช้เทคโนโลยี ดาต้า และ AI มาเร่งเครื่องภารกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ภารกิจปี 2569: ยืนหนึ่งในบทบาท “กลไกหลักของรัฐ” ด้านที่อยู่อาศัย
ปี 2569 ไม่ใช่ปีที่สบายสำหรับเศรษฐกิจไทย ภายใต้บริบทที่ต้องเผชิญทั้ง
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง
ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังเปราะบาง
ปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูง
แต่ในภาพใหญ่ ธอส. ยังคงยืนในบทบาทเดิมที่ชัดเจน คือ กลไกหลักของภาครัฐในการประคับประคองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้ทำพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้ครบถ้วนท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ธอส. จึงเร่งเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ “Beyond Housing Bank” และต่อยอดไปสู่การเป็น Intelligent Sustainable Housing Companion
เป้าหมายชัดเจน:
ทำให้คนไทย “มีบ้านง่ายขึ้น”
ใช้ ดิจิทัล + ดาต้า + AI เป็นตัวช่วยหลัก
ทำทุกอย่างภายใต้ กรอบความเสี่ยงที่รอบคอบ
และยังคงช่วยพยุง เสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ไม่ให้สะเทือนแรง
ทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานทุกมิติของธนาคาร
เสาหลักที่ 1: Immediate-to-Home – ทำทันที ให้มีบ้านเร็วขึ้น
เสานี้โฟกัสที่การทำให้กระบวนการขอสินเชื่อบ้าน เร็วกว่า ง่ายกว่า และลดความยุ่งยากให้ได้มากที่สุด
เป้าคือการลดทั้งระยะเวลาและความซับซ้อนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่
การเตรียมเอกสาร
การยื่นกู้
การประเมินราคาหลักทรัพย์
การอนุมัติ
จนถึงขั้นตอนจดจำนอง
ทั้งหมดถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันด้วยบริการแบบ End-to-End ภายใต้แนวคิด
Faster Easier Limitless – เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด
เทคโนโลยีดิจิทัลจึงไม่ได้มาแค่แต่งหน้าให้ระบบดูทันสมัย แต่เข้ามาเปลี่ยน “ประสบการณ์ขอสินเชื่อบ้าน” ให้ลูกค้ารู้สึกว่า การมีบ้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยากและไกลตัวเหมือนเดิมอีกต่อไป
เสาหลักที่ 2: Smart Growth – เติบโตแบบฉลาด ด้วย Data และ Innovation
การเติบโตของ ธอส. ไม่ได้วัดจากยอดปล่อยกู้ที่สูงขึ้นอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการเติบโตที่ คุณภาพดีและช่วยให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้นจริง
หัวใจของเสานี้คือการใช้
Digital Tools
Data Driven Approach
Innovation ด้านวิเคราะห์ข้อมูล
เพื่อบริหารสินทรัพย์และคุณภาพพอร์ตให้รัดกุมมากขึ้น
ตัวอย่างการใช้ดาต้าในการตัดสินใจ เช่น
วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ถูกจุด ลดโอกาสกลายเป็น NPL
ใช้ระบบ NPA Visualization เพื่อบริหารจัดการทรัพย์ NPA อย่างมีประสิทธิภาพ มองเห็นภาพรวมและความเสี่ยงได้ชัดขึ้น
จากเดิมที่ใช้ประสบการณ์และความรู้สึก เสานี้คือการยกระดับไปสู่การใช้ “ข้อมูลจริง” เป็นเข็มทิศของการเติบโต
เสาหลักที่ 3: Customer Obsession – เข้าใจลูกค้าด้วย Big Data และ AI
แทนที่จะคิดจากมุมของธนาคารก่อน เสานี้เริ่มจากคำถามว่า “ลูกค้าต้องการอะไรจริง ๆ?”
คอนเซปต์คือ
เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล
ธอส. นำ Big Data และ AI มาวิเคราะห์ตัวตนและพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อก้าวไปสู่การให้บริการแบบ Hyper-Personalization
เป้าหมายคือบริการที่
รู้ใจลูกค้า
เสนอได้ตรงจุด (ถูกที่)
ส่งมอบในเวลาที่เหมาะสม (ถูกเวลา)
ผลลัพธ์คือประสบการณ์ที่ดีขึ้นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มรายได้ การติดต่อติดตามหนี้แบบเข้าใจบริบทชีวิตลูกค้า หรือการแนะนำทางเลือกทางการเงินที่เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละคน
เมื่อลูกค้ารู้สึกว่า “ธนาคารเข้าใจเรา” ความสัมพันธ์ระยะยาวจึงเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แบบผู้กู้–ผู้ให้กู้
เสาหลักที่ 4: Digital Transformation – ปรับโครงสร้างงานด้วยเทคโนโลยีและ AI
การจะก้าวสู่ธนาคารยุคใหม่ ไม่ใช่แค่มีแอปหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ต้องเริ่มจาก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแรง และการออกแบบกระบวนการใหม่ทั้งระบบ
เสานี้มุ่งทำ 4 เรื่องหลัก
Modernize: ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัย
Lean Process: ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดงานซ้ำซ้อน
Automation: นำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาช่วยงานหลังบ้าน
Secure: เสริมเกราะความปลอดภัยให้ระบบและข้อมูลลูกค้า
ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ เช่น
ระบบช่วยตรวจสอบเอกสารการขอสินเชื่อแบบอัตโนมัติ
การประเมินความเสี่ยงด้วยโมเดลวิเคราะห์ข้อมูล
ระบบดักจับธุรกรรมผิดปกติและอายัดบัญชีได้ทันท่วงที
ผลลัพธ์คือ ต้นทุนการดำเนินงานลดลง ความถูกต้องแม่นยำเพิ่มขึ้น และธอส. มีแต้มต่อด้านการแข่งขันในตลาดการเงินที่ดุเดือดมากขึ้น
เสาหลักที่ 5: People First – คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืน
แม้จะพูดถึงดิจิทัล ดาต้า และ AI เยอะมาก แต่ ธอส. ก็ไม่ลืมว่า หัวใจขององค์กรยังคือ “คน”
เสานี้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด Empower People – คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่
เพิ่มความสุขในการทำงานให้พนักงาน
พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้พร้อมรับมือโลกยุคใหม่
ปรับวัฒนธรรมองค์กรให้เปิดกว้างและทันสมัย
แนวทางสำคัญ ได้แก่
ฝึกอบรมทักษะดิจิทัลให้พนักงานทุกระดับ
สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่น แต่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือ
เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เป็น ผู้นำโครงการ สำคัญมากขึ้น
เมื่อตัวคนพร้อม องค์กรจึงจะพร้อมก้าวสู่ยุค AI และดิจิทัลอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเครื่องมือ แต่เปลี่ยน “วิธีคิดและวิธีทำงานทั้งระบบ”
สรุป: จากธนาคารปล่อยกู้ สู่ Intelligent Sustainable Housing Companion
เมื่อมองภาพรวมทั้ง 5 เสาหลัก จะเห็นว่า G H BANK NEXT ไม่ได้เป็นแค่แผนกลยุทธ์สวย ๆ บนกระดาษ แต่คือการ
ใช้ ดาต้าและ AI เพื่อให้คนไทยเข้าถึงบ้านง่ายขึ้น
สร้างการเติบโตที่มั่นคงสำหรับ ธอส. และระบบการเงินโดยรวม
ดูแลลูกค้าตลอดเส้นทางการมีบ้าน ไม่ใช่แค่ตอนอนุมัติสินเชื่อ
พัฒนา “คน” ไปพร้อมกับ “เทคโนโลยี”
ดร.มหัทธนะสรุปภาพอนาคตของ ธอส. ไว้ชัดเจนว่า ทั้ง 5 เสาหลักนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธนาคารสามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท
ทั้งหมดนี้คือการตอกย้ำบทบาทของ ธอส. ในฐานะ “ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน” อย่างเป็นรูปธรรม และเปิดทางให้ดิจิทัล ดาต้า และ AI ไม่ได้อยู่แค่ในสไลด์พรีเซนต์ แต่กลายเป็นพลังจริงในการทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้นและมั่นคงยิ่งขึ้นในระยะยาว

