รัฐนิวยอร์กยื่นฟ้อง Valve ผู้พัฒนา Counter-Strike และเจ้าของแพลตฟอร์ม Steam โดยกล่าวหาว่าระบบ Loot Box ในเกมเข้าข่าย “การพนันโดยชัดแจ้ง” และละเมิดกฎหมายการพนันของรัฐ
อัยการสูงสุดของนิวยอร์ก Letitia James ระบุในคำร้องว่า Loot Box ของ Valve คือ “quintessential gambling” หรือรูปแบบการพนันที่ครบองค์ประกอบ พร้อมกล่าวหาว่าบริษัทกำลังเปิดช่องให้เยาวชนเสี่ยงต่อการเสพติดการพนัน
ประเด็นหลักของคดี
ในคำร้องระบุว่า:
Loot Box ได้รับความนิยมในหมู่เด็กและวัยรุ่น
งานวิจัยชี้ว่าเด็กที่สัมผัสการพนันตั้งแต่อายุน้อย มีความเสี่ยงสูงกว่าจะพัฒนาเป็นภาวะติดการพนัน
Valve ทำรายได้หลายพันล้านดอลลาร์จากระบบสุ่มไอเท็มที่มีมูลค่า
คำฟ้องเรียกร้องให้ศาล:
สั่งห้าม Valve ส่งเสริมหรือให้บริการ “การพนันผิดกฎหมาย” ในเกม
เรียกคืนผลประโยชน์ (disgorgement)
เรียกค่าปรับเพิ่มเติม

Loot Box ถูกมองเป็นการพนันอย่างไร
Loot Box ทำงานโดย:
ผู้เล่นจ่ายเงินจริง
เพื่อสุ่มรับไอเท็ม
โดยไม่รู้ผลล่วงหน้า
ฝั่งที่เห็นว่าเป็นการพนันชี้ว่าองค์ประกอบคล้ายคาสิโน:
มีเงินเดิมพัน
มีผลลัพธ์แบบสุ่ม
มีรางวัลที่มีมูลค่า
โดยเฉพาะใน Counter-Strike ที่สกินบางชิ้นสามารถซื้อขายต่อในตลาดรองและมีมูลค่าสูง
บริบทกฎหมายทั่วโลกยังไม่ชัดเจน
คดีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Loot Box ถูกท้าทายทางกฎหมาย
ตัวอย่างล่าสุด:
ศาลออสเตรียตัดสินว่า Loot Box ใน EA Sports FC ไม่ถือเป็นการพนัน
บราซิลออกกฎหมายแบน Loot Box สำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี มีผลมีนาคม 2026
แสดงให้เห็นว่าประเทศต่าง ๆ ยังตีความต่างกัน
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากนิวยอร์กชนะคดี อาจนำไปสู่:
การเปลี่ยนรูปแบบ Loot Box
การเพิ่มระบบเปิดเผยอัตราสุ่ม
การจำกัดอายุผู้เล่น
การปรับโครงสร้างตลาดซื้อขายไอเท็ม
แม้จะไม่น่าถึงขั้นยกเลิก Loot Box ทั้งอุตสาหกรรม แต่มีแนวโน้มเกิดมาตรการควบคุมเข้มขึ้น
สรุป
นิวยอร์กมองว่า Loot Box ของ Valve คือการพนันที่ผิดกฎหมาย และเป็นภัยต่อเยาวชน
Valve ยังไม่ได้แถลงตอบโต้ และคดีนี้อาจใช้เวลายาวนานกว่าจะมีคำตัดสิน
อย่างไรก็ตาม นี่อาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของการถกเถียงเรื่อง Loot Box ในอุตสาหกรรมเกมระดับโลก

