รับแอปรับแอป

ปลากุเลาตากใบของดีเมืองนรา จากปลาทะเลธรรมดา สู่ “ราชาแห่งปลาเค็ม” ที่คนซื้อไม่ได้กิน

ศุภชัย เจริญผล01-31

ปลากุเลาเค็ม เมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ใครที่เป็นสายข้าวต้มกุ๊ย เชื่อเลยว่าต้องเคยฟินกับรสชาติของปลาเค็ม โดยเฉพาะ ปลากุเลาเค็มจากอ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่ขึ้นแท่นของดีแดนใต้แบบที่ต้องลองให้ได้สักครั้ง

ปลากุเลาตากใบไม่ได้ดังแค่ในหมู่นักชิม แต่ยังถูกเสิร์ฟในงานเลี้ยงต้อนรับบุคคลสำคัญที่มาเยือนประเทศ จนกลายเป็นปลาเค็มราคาแรง ที่ใครได้ชิมก็ยอมจ่าย

ทำไมปลากุเลาตากใบถึงยืนหนึ่ง

เพราะ “ปลากุเลาตากใบ” ไม่ใช่แค่ปลาเค็มทั่วไป แต่เป็น ของดีประจำถิ่นจังหวัดชายแดนใต้ ที่เติบโตจากชุมชนพื้นถิ่นของอ.ตากใบ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเมื่อปี 2559

วันนี้ปลากุเลาตากใบจึงถูกขนานนามแบบไม่เกินจริงว่า “ราชาแห่งปลาเค็ม”

เสน่ห์อยู่ที่เนื้อปลาและดอกเกลือ

ปลากุเลาตากใบขึ้นชื่อเรื่อง เนื้อดีและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่ขั้นตอนการหมักที่ใช้ดอกเกลือคุณภาพ ทำให้ปลาไม่เค็มโดด แต่ได้รสกลมกล่อม เนื้อฟู และมีกลิ่นหอมชวนหิวแบบเฉพาะตัว

เบื้องหลังรสชาติระดับตำนานนี้มาจากการคัดเลือกปลาสดคุณภาพสูง ไม่ผ่านการแช่แข็งจนเสียรสชาติ และต้องเป็นปลาจากทะเลอ่าวไทย บริเวณอ.ตากใบ จ.นราธิวาสเท่านั้น

ปลาทะเลก็มีหลายที่ แล้วทำไมต้องตากใบ?

หลายคนสงสัยว่า ตลอดแนวชายฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่นราธิวาสไปจนถึงสมุทรสาคร ก็มีปลากุเลาเหมือนกัน แต่เหตุผลที่ปลากุเลาตากใบอร่อยกว่าอยู่ที่ แหล่งอาหารและระบบนิเวศทางทะเล

  • แหล่งอาหารของปลากุเลาในพื้นที่ตากใบอุดมสมบูรณ์ ทั้งรากไม้ หญ้า และวัชพืชที่ปลาใช้เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ

  • ทะเลบริเวณนี้เชื่อมต่อกับแม่น้ำตากใบและสุไหงโกลก ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพสูง

  • มีแพลงก์ตอนและห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติสมบูรณ์กว่าแหล่งอื่น

เพราะปลากุเลาที่นี่ ไม่ถูกเลี้ยงในกระชังหรือบ่อ แต่เติบโตตามธรรมชาติในทะเลจริงๆ นี่แหละคือจุดต่างที่คนกินสัมผัสได้ตั้งแต่คำแรก

ภูมิปัญญาร้อยปีที่ซ่อนอยู่ในปลาเค็มหนึ่งตัว

เบื้องหลังปลากุเลาเค็มหนึ่งตัว ไม่ได้มีดีแค่ปลาสด แต่ยังมี ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี

ตั้งแต่ขั้นตอน

  • การขอดเกล็ด

  • ควักไส้

  • การหมัก

  • การตากปลา

ทุกขั้นตอนคือความละเอียดอ่อนที่ถูกส่งต่อจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน จนวันนี้ปลากุเลาตากใบกลายเป็น ปลาเศรษฐกิจสำคัญของชุมชน สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่ก้าวเข้ามาจับธุรกิจนี้มากขึ้น

จนมีประโยคฮิตที่คนในพื้นที่พูดกันเสมอว่า “คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน” เพราะส่วนใหญ่คนซื้อจะซื้อไปฝาก มากกว่าจะเก็บไว้กินเอง

ตำนานบ้าน “ป้าเบญ” เจ้าเก่าเมืองนรา

หนึ่งในตำนานปลากุเลาเค็มแห่งเมืองนรา คือครอบครัวของ “ป้าเบญ” ที่ทำปลากุเลาขายในประเทศมานานเกือบ 40 ปี และเป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวสายกินคุ้นเคยกันดีเวลาแวะไปตากใบ

วันนี้ไม้ต่ออยู่ในมือของ พิชญา เพชรแก้ว หลานสาว ที่เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจปลากุเลาเต็มตัวได้ราว 4 ปี แม้ที่บ้านจะเปิดร้านสะดวกซื้อ “วี ช้อป มาร์เก็ต” แต่ธุรกิจปลากุเลาก็ยังเดินคู่กันอย่างจริงจัง

เธอบอกว่าตลาดปลากุเลาตากใบยังเติบโตต่อเนื่อง เพราะ ชื่อเสียงและรสชาติที่ต่างจากปลากุเลาในพื้นที่อื่นแบบสัมผัสได้ ทำให้ลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรก็ยังกลับมาซื้อซ้ำ

ปลาหมดก่อนอยากกิน เพราะอะไร?

พิชญาเล่าว่า ปัจจุบันในอ.ตากใบยังมีแม่ค้าเจ้าเก่าแก่หลายราย แต่ก็มีบางช่วงที่ ปลากุเลาไม่พอขายตามความต้องการของตลาด

สาเหตุหลักคือ

  • ชาวประมงในพื้นที่จับปลาได้น้อยในบางช่วง

  • ช่วงที่นิยมจับปลากุเลามักอยู่ระหว่าง เดือนมกราคมถึงมีนาคม

  • พอถึงฤดูปลาวางไข่ ชาวบ้านในท้องถิ่นจะ ช่วยกันงดจับปลาเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทะเล

ตรงนี้เองที่ทำให้ปลากุเลาตากใบกลายเป็นของหายากในบางช่วง ใครอยากกินจริงๆ อาจต้องจับจองกันล่วงหน้า

ราคาแรง แต่คุ้มทุกคำ

เสน่ห์ของปลากุเลาตากใบไม่ได้มีแค่เรื่องที่มา แต่ รสชาติและเนื้อปลาก็แตกต่างจากจังหวัดอื่นอย่างชัดเจน

  • ขั้นตอนหมักใช้ดอกเกลือจากทะเลปัตตานี ทำให้ความเค็มไม่จัดจนเกินไป

  • เวลากินกับข้าว เนื้อปลาหอม ไม่ฝืดคอ ชวนให้ตักข้าวเพิ่มแบบลืมตัว

ราคาก็สมศักดิ์ศรีราชาแห่งปลาเค็ม ปลาไซซ์กิโลกว่าๆ ราคาตกประมาณ 1,700 บาทต่อตัว

แต่สำหรับคนที่อยากลองแบบไม่ต้องเหมาทั้งตัว ก็มีแบบ หั่นแบ่งขายเป็นชิ้น ราคาหลักร้อย ให้เลือกซื้อกลับบ้านได้ง่ายขึ้น

ไม่ได้มีดีแค่ปลาเค็ม ยังต่อยอดเป็นน้ำพริก

ปลากุเลาตากใบไม่ได้จบแค่การทำปลาเค็ม แต่ยังถูก แปรรูปต่อยอดเป็นน้ำพริกปลากุเลา บรรจุซอง ราคาซองละ 99 บาท

เบื้องหลังคือการร่วมมือกับ วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ที่เข้ามาช่วยเสริมความรู้ให้ผู้ผลิต เพื่อให้สินค้าในชุมชนมีความหลากหลาย และตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น

ในตลาดต่างประเทศ กลุ่มลูกค้าแถบตะวันออกกลางก็เริ่มรู้จักและนิยมปลากุเลาตากใบมากขึ้น แต่ ฐานใหญ่ยังคงเป็นตลาดในประเทศ เพราะความต้องการยังสูงต่อเนื่อง และส่วนใหญ่คนจะนิยมซื้อเป็นของฝากให้ผู้ใหญ่ ญาติพี่น้อง หรือคนสำคัญในชีวิต

ของฝากท้องถิ่นที่ “คนซื้อไม่ได้กิน” จริงหรือ

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด ทั้งเรื่องแหล่งปลา ระบบนิเวศภูมิปัญญาท้องถิ่น ราคา และการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะเห็นชัดเลยว่า ปลากุเลาตากใบไม่ใช่แค่ปลาเค็มธรรมดา แต่คือเรื่องราวของทั้งชุมชน

และเพราะมันมีคุณค่าทั้งในฐานะอาหาร ของฝาก และของดีประจำถิ่น เลยไม่แปลกที่ใครได้ปลากุเลาตากใบมาในมือ มักจะเลือกส่งต่อให้คนที่รัก มากกว่าจะเก็บไว้กินเอง

ถึงจะล้อกันว่า “คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน” แต่สุดท้าย ปลากุเลาตากใบก็ทำหน้าที่เชื่อมใจคนในครอบครัวและคนไกลให้ใกล้กันขึ้น ผ่านของฝากชิ้นเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรสชาติและเรื่องราวจากปลายแหลมของแดนใต้