จากสมุยแห่งกลุ่มสู่สมุยในฐานะศิลปินโซโล่
บนเส้นทางดนตรีที่ไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ สมุย – สมุทร แก้ววัน เลือกจะเดินต่อในฐานะศิลปินเดี่ยว พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่า ความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยสูญเปล่า
จากเด็กหนุ่มที่เติบโตมากับการร้องและเต้นในวงไอดอล วันนี้เขายืนเด่นในภาพของศิลปินป๊อปสายฮิปฮอปที่ชัดเจนขึ้นทุกวัน และยังคงตั้งใจให้ผู้คนจำเขาในฐานะ “ศิลปินตัวจริง” มากกว่าคำว่าแค่คนมีชื่อเสียง
ทำความรู้จักสมุยในเวอร์ชันใหม่
สมุยแนะนำตัวอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในเส้นทางที่เลือกเดิน เขามาจากค่ายเพลงที่ทุกคนคุ้นชื่อ และยังคงใช้ดนตรีเป็นภาษาหลักในการสื่อสารกับคนฟัง
แม้จะไม่ได้มีคำโปรยหรูหรา แต่น้ำเสียงของเขาบอกชัดว่า นี่คือคนที่ศรัทธาในสิ่งที่ทำจริงๆ
Up and Down: ซิงเกิ้ลแรกที่เป็นตัวเองแบบสุดทาง
ซิงเกิ้ลเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่าง Up and Down คือเพลงที่สมุยเรียกว่า “เป็นตัวเองมากๆ” ทั้งจังหวะและกลิ่นอายของเพลงสะท้อนตัวตนของเขาแบบตรงไปตรงมา
เพลงนี้เป็นสาย ฮิปฮอปป๊อปสนุกๆ ที่ฟังแล้วโยกหัวตามได้ง่าย จังหวะ Up and Down ทำให้คนฟังเต้นตามได้สบายๆ เป็นเพลงที่มีความลื่นไหล ฟังแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเล่นกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของความสัมพันธ์
ในมุมของเนื้อหา สมุยเล่าว่ามันพูดถึงการตามใจคนที่เรารัก ทั้งที่บางทีเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาดีหรือร้ายกับเรายังไง แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ยังมองเขาน่ารักอยู่ดี ต่อให้ใจจะช้ำไปบ้างก็ตาม
จากสมาชิกกลุ่มสู่การยืนเดี่ยวบนเวที
การเปลี่ยนจากศิลปินกลุ่มมาเป็นศิลปินเดี่ยวไม่ใช่เรื่องเล็ก สำหรับสมุยมันคือการเปลี่ยนทั้งวิธีคิดและวิธีใช้ชีวิตในการทำงาน
เขายอมรับตรงๆ ว่าเมื่ออยู่คนเดียว
มันเหงากว่าเดิม
ไม่มีเพื่อนคอยช่วยเตือนหรือแชร์ความสนุกในห้องซ้อม
แต่อีกมุมหนึ่ง การทำงานคนเดียวทำให้เขาได้ฝึก รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองแบบเต็มร้อย ทุกพาร์ตของงานถูกแบกด้วยสองมือของเขาเอง ทำให้เติบโตขึ้นอีกขั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
และถึงจะคิดถึงบรรยากาศของการทำงานเป็นกลุ่ม แต่สมุยก็ยอมรับว่า เขาชอบการทำงานแบบโซโล่มากกว่า เพราะรู้สึกได้ปล่อยของและทุ่มเทได้เต็มที่ทุกดีเทลที่ตัวเองตั้งใจ
แนวเพลงที่ใช่ และดนตรีที่อยากลอง
ถ้าถามว่าแนวเพลงแบบไหนคือ “ตัวเขาที่สุด” สมุยตอบแบบไม่ต้องคิดนานว่า ฮิปฮอป
เขาเป็นคนชอบฟังฮิปฮอปอยู่แล้ว ชอบบีตที่มีจังหวะ มีคิก มีกรูฟที่ทำให้หัวกับไหล่ขยับตามโดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญคือ ฮิปฮอปสำหรับเขาไม่ได้ตายตัว มันเปิดโอกาสให้ทดลอง เติมสไตล์อื่นๆ ลงไปได้เสมอ
แต่แค่ฮิปฮอปอย่างเดียวไม่พอสำหรับคนที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ แบบสมุย แนวเพลงในฝันที่เขาอยากทำในอนาคตมีเต็มไปหมด
เขาพูดถึงเพลงสไตล์ Standing Next to You หรือกลิ่นอายแบบ Zen ในสไตล์ที่มีทั้งความป๊อป ความดราม่า และความเท่จัดๆ ไปจนถึงแรปแบบเน้นๆ เต็มเพลง หรือแม้แต่จังหวะ ลาติโน่ ที่ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนได้เต้นไปกับเขาใต้แสงไฟกลางคืน
ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า เขาไม่ได้อยากอยู่แค่ในกรอบเดิมๆ แต่อยากลองขยายพื้นที่ดนตรีของตัวเองไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ใจและร่างกายจะไหว
ทำไมถึงยังเลือกดนตรีในวันที่เพื่อนเปลี่ยนเส้นทาง
ในขณะที่เพื่อนหลายคนหันไปจับทางการแสดง แต่สมุยยังคงยืนหยัดอยู่ในสายดนตรีอย่างไม่ลังเล เพราะสำหรับเขา เส้นทางนี้เต็มไปด้วยเหงื่อ แรงกาย และเวลาเกินกว่า 10 ปี
เขาฝึกทั้งร้องและเต้นมานานเกินกว่าจะปล่อยทุกอย่างหายวับไปเฉยๆ
สิ่งที่สมุยอยากให้คนจำไม่ใช่แค่หน้า แต่คือ
จำว่าเขาเป็น ศิลปิน
จำจาก ผลงานที่ตั้งใจทำอย่างสุดหัวใจ
เขาก็ชอบการแสดง ชอบหนัง แต่ในใจลึกๆ รู้ดีว่า ดนตรีคือพื้นที่ที่เขาอินที่สุดและอยู่กับมันมานานที่สุด
สมุยอยากพิสูจน์ให้ตัวเองและคนรอบข้างเห็นว่า เขาไม่ได้ล้มเลิกแค่เพราะทางมันยาก ไม่ได้เลือกเปลี่ยนสายเพราะรู้สึกไปต่อไม่ไหว เขาย้ำว่าหลายคนที่เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นไม่ได้ผิดเลย แค่แต่ละคนให้คุณค่ากับตัวเองคนละแบบ
สำหรับเขา ถ้าวันหนึ่งไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองทุ่มเทฝึกฝนมาตลอดหลายปี เขาอาจจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเองไปอีกนาน และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขายังยืนยันจะเดินบนเส้นทางนี้ต่อ
แล้วเรื่องการแสดงล่ะ คิดบ้างไหม?
คำตอบคือ คิดบ่อยมาก และยังคิดอยู่ทุกวันนี้
สมุยมองว่าบนเส้นทางสายบันเทิงมันไม่มีคำตอบตายตัวว่าอะไรถูกหรือผิด ถ้าเขามีโอกาสได้เป็นนักแสดงแล้วยังได้ปล่อยเพลง มีซิงเกิลของตัวเองไปพร้อมกัน มันก็เป็นอีกหนึ่งทางต่อยอดที่น่าสนใจมากๆ
เขายอมรับว่า ถ้าเลือกได้ย้อนเวลากลับไปคงไม่ปิดโอกาสเรื่องการแสดงเลย เพียงแต่ในตอนนั้นโอกาสยังไม่เข้ามาหาเขาเท่าไหร่
แต่สำหรับ “ตอนนี้” เขาบอกตรงๆ ว่า ถ้ามีงานแสดงยื่นมา ก็พร้อมรับหมด เพราะมันคืออีกเวทีหนึ่งที่เขาอยากลองพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน
นิยามคำว่า “สมุย” ในมุมของตัวเอง
เมื่อให้ลองนิยามตัวเอง สมุยเลือกคำที่เรียบง่ายแต่หนักแน่น
เขามองว่าตัวเองเป็นคนที่
พยายามไม่เคยหยุด
หัวรั้น ดื้อดึง แต่เอาจริงเอาจังกับสิ่งที่ทำ
สู้จนสุดทาง แม้หลายคนอาจมองว่ามันยากเกินไป
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขาก็เป็นคนที่ เชื่อฟัง และรับฟังคนอื่นได้ดี แคร์ความรู้สึกของคนรอบข้างอย่างจริงใจ เพียงแค่ภาพจากภายนอกอาจทำให้ใครบางคนรู้สึกว่าเขาดูแข็ง แกร่ง หรือจริงจังเกินไปหน่อย
ทว่าความจริงคือ สมุยเป็นคนคุยสนุก ไม่ได้ถือตัว สามารถเล่นมุกได้ ยิ้มเก่ง และยังรู้สึกว่าตัวเอง สดใสแบบวัยรุ่นอยู่ตลอดเวลา แม้จะมีโหมดจริงจังในเรื่องงานก็ตาม
เขาเล่าเหมือนพูดเล่น แต่ฟังแล้วสัมผัสได้เลยว่า ตัวตนของเขามีสองด้านที่อยู่ร่วมกันอย่างพอดี
ด้านหนึ่งคือความชิลที่ไม่อยากกดดันตัวเองเกินไป
อีกด้านคือความจริงจังที่ไม่ยอมให้ตัวเองทำอะไรแบบครึ่งๆ กลางๆ
เส้นทางที่ยังเดินต่อของคนชื่อสมุย
เรื่องราวของสมุยอาจไม่ได้หวือหวาในชั่วข้ามคืน แต่มันเต็มไปด้วย เวลา ความพยายาม และความเชื่อในตัวเอง อย่างเงียบๆ
จากเด็กที่ใช้เวลากว่าสิบปีฝึกซ้อมอยู่ในห้องซ้อม สู่ศิลปินโซโล่ที่กำลังค่อยๆ วาดลายเซ็นของตัวเองลงในวงการเพลงป๊อปและฮิปฮอปไทย
เส้นทางต่อจากนี้อาจยังมีทั้งขึ้นและลง เหมือนชื่อเพลงแรกของเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ เขาไม่มีแผนจะหยุดเดินง่ายๆ แน่นอน

