รับแอปรับแอป

หนีกรุงไปสูดอากาศหวาน ๆ ที่ “บ้านสวนเมล่อน” ฟาร์มเล็ก 4 ไร่ที่เต็มไปด้วยความสุข

ปวีณา ศรีทอง01-30

ทริปสั้น ๆ หนึ่งวัน ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเมล่อน

วันหยุดถ้าไม่รู้จะไปไหน ลองขับรถออกจากกรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงเศษ แล้วแวะมาเดินเล่นชิล ๆ ที่ “บ้านสวนเมล่อน” อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

ที่นี่คือฟาร์มเมล่อนบรรยากาศบ้าน ๆ ธรรมชาติ ๆ แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดน่าสนใจ ทั้งเรื่องการทำเกษตรแบบพอเพียง และเรื่องราวของเจ้าของฟาร์มสุดสตรองที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาจากศูนย์

ทำความรู้จัก “บ้านสวนเมล่อน” ฟาร์มเล็กที่ตั้งใจใหญ่

“บ้านสวนเมล่อน” เป็นฟาร์มขนาดประมาณ 4 ไร่ ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านโพธิ์ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เลย ขับรถเพลิน ๆ แป๊บเดียวก็ถึง

ที่ดินผืนนี้เดิมทีค่อนข้างแห้งแล้ง แต่ในมือของ คุณแก้ว ปคุณา บุญก่อเกื้อ เจ้าของฟาร์มคนเก่ง กลับถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยเมล่อนหวานฉ่ำ และผลผลิตแปรรูปอย่างไวน์ผลไม้

จากเงิน 3,000 บาท สู่ฟาร์มเมล่อนที่ใคร ๆ ก็อยากมาเยือน

เรื่องราวของฟาร์มนี้เริ่มจากเงินก้อนเล็ก ๆ เพียง 3,000 บาท และความรักเมล่อนแบบหัวปักหัวปำของสามีคุณแก้ว

เธอเลยตัดสินใจหาที่ดินปลูกเมล่อนเองไปเลย ให้คุณสามีได้กินเมล่อนที่ชอบทั้งปี แถมยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฟาร์มเล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยความตั้งใจและความสุขในทุกแปลงปลูก

ขนาดพื้นที่อาจไม่ใหญ่ แต่การจัดการในฟาร์มถูกออกแบบอย่างเป็นระบบ ทั้งแปลงปลูก โรงเรือน และพื้นที่ผลิตผลไม้แปรรูป ทุกอย่างถูกเรียงร้อยให้ลงตัว

พลิกดินแล้งให้กลายเป็นฟาร์มอุดมสมบูรณ์

หัวใจสำคัญของฟาร์มแห่งนี้ คือการเดินตามแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามรอยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

คุณแก้วลงมือศึกษาวิธีการปรับปรุงดินอย่างจริงจัง แล้วนำมาปรับใช้กับพื้นที่ของตัวเอง จนดินที่เคยแล้งกลับกลายเป็นแปลงปลูกที่ให้ผลผลิตดี

ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่เมล่อนสดคุณภาพดีเท่านั้น แต่ยังมีการแปรรูปเป็นไวน์ผลไม้ และต่อยอดไปสู่การรวมกลุ่มกันในชุมชนกลายเป็นวิสาหกิจชุมชนอีกด้วย

3 สายพันธุ์เมล่อนตัวท็อปของฟาร์ม

เมล่อนสดจาก “บ้านสวนเมล่อน” มีให้ลองชิมหลัก ๆ อยู่ 3 สายพันธุ์ และทั้งหมดเน้นการปลูกแบบธรรมชาติ

เงื่อนไขสำคัญคือ ไม่ใช้สารเคมี แต่ใช้ปุ๋ยหมักที่ทำเองจากหญ้าเนเปียแทน ทำให้ได้เมล่อนที่กินแล้วรู้สึกสบายใจมากขึ้น

เมล่อนทั้งสามสายพันธุ์ของที่นี่คือ

  • สายพันธุ์มิโดริ – เนื้อสีเขียว กลิ่นหอม สดชื่น หวานแบบละมุน ๆ

  • สายพันธุ์อาซาฮี (Asahi) – เมล่อนสายญี่ปุ่น เนื้อสีส้ม เนื้อนุ่ม หวานละมุน กลิ่นหอม เปลือกบาง เนื้อเยอะ กินแล้วฟินมาก

  • สายพันธุ์จันทร์ฉาย – เนื้อกรอบกำลังดี หอม หวาน เคี้ยวเพลิน

เมล่อนจากฟาร์มนี้คัดเกรดอย่างดี บางส่วนถูกส่งขึ้นสายการบิน และเกรด A ยังถูกส่งต่อให้กับ TOP SUPERMARKET ด้วย เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับฟาร์มเล็ก 4 ไร่แห่งนี้

กินยังไงให้อร่อยและดีต่อใจ

เมล่อนจากฟาร์มนี้ ทั้ง 3 สายพันธุ์มีจุดร่วมเดียวกัน คือ กรอบ นุ่ม หอม หวาน ฉ่ำ แบบที่กัดคำแรกแล้วรู้สึกสดชื่นทันที

จะกินแบบไหนก็อร่อยทั้งนั้น เช่น

  • หั่นทานสด เย็น ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ หวานฉ่ำกำลังดี

  • หั่นเป็นชิ้นแล้วแช่ฟรีซไว้ นำออกมาปั่นเป็นน้ำเมล่อนปั่นเย็น ๆ แบบไม่ต้องใส่ไซรัป หรือน้ำเชื่อม ก็หวานธรรมชาติถูกใจสายรักสุขภาพ

สายเดินเที่ยวในเมืองก็มาได้ ไม่ไกล กรุงเทพฯ เลย

สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนบรรยากาศจากห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ในเมือง หรือคอมมูนิตี้มอลล์ มาลองเดินเล่นในฟาร์มเมล่อนดูบ้าง ก็ถือว่าเป็นอีกประสบการณ์ที่น่าสนใจ

ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ให้ช้อปเมล่อนสดกลับบ้าน แต่ถ้าใครอยากรู้เรื่องการปลูกเมล่อนแบบจริงจัง เจ้าของฟาร์มก็พร้อมแชร์ความรู้ แบบไม่หวงวิชา

“บ้านสวนเมล่อน” อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดต้อนรับคนที่อยากมาเที่ยว มาชิม หรือมาขอคำแนะนำเรื่องการทำสวนเมล่อน ใครมีรถส่วนตัว แค่ปักหมุด GPS มาที่บ้านสวนเมล่อน ก็ขับตามมาได้แบบสบาย ๆ

สรุปให้สั้น ๆ ถ้าคุณอยาก

  • พักจากความวุ่นวายในเมือง

  • ลองชิมเมล่อนหวานฉ่ำ ปลูกแบบใช้ปุ๋ยธรรมชาติ

  • เดินเล่นในฟาร์มเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจและแนวคิดพอเพียง

ที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายที่ควรบันทึกลงลิสต์ ทริปสั้นวันเดียวจากกรุงเทพฯ ที่ทั้งอร่อยและอบอุ่นหัวใจ