รับแอปรับแอป

ลิซ่าจุดไฟเที่ยวไทย – คอนเสิร์ตริมเจ้าพระยา แสงสีเสียงสวนลุม และดีลบินรับตรุษจีน ปี’69

นที ศรีสุข01-30

พลังใหม่ของพลังงานโลกบนเวที MIT-AIT

Energy Addition ไม่ได้เป็นแค่ศัพท์เทคนิคของคนพลังงาน แต่คือแนวคิดใหญ่ที่กำลังขับเคลื่อนโลกทั้งใบ

CEO กลุ่มบางจาก “นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” ขึ้นเวทีเสวนาพิเศษในงาน Future of Energy Workshop จัดโดย MIT Management ASEAN Office ร่วมกับ AIT เล่าให้ฟังแบบชัด ๆ ว่า ระบบพลังงานของโลกไม่ได้เปลี่ยนแบบตัดขาดจากของเดิม แต่เป็นการต่อยอดเพิ่มชั้นพลังงานใหม่เข้าไปอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า Energy Addition

ตั้งแต่ยุคชีวมวล ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ไล่มาจนถึงพลังงานหมุนเวียน ทุกอย่างถูก “เพิ่มเข้าไป” เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม มากกว่าจะล้มของเก่าแล้วแทนที่ทันที

พลังงานหมุนเวียน: สำคัญมาก แต่ยังแทนทุกอย่างไม่ได้

ฝั่ง พลังงานหมุนเวียน แน่นอนว่าช่วยลดคาร์บอนได้จริง แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • ความไม่สม่ำเสมอของการผลิต (ลมไม่พัด แดดไม่ออก ไฟก็ลด)

  • แหล่งผลิตกับพื้นที่ที่ต้องใช้ไฟฟ้า มักไม่ได้อยู่ที่เดียวกันและไม่ได้ใช้เวลาเดียวกัน

  • ต้องลงทุนโครงสร้างขนส่ง กักเก็บ และระบบพื้นฐานจำนวนมาก

ทั้งหมดนี้ทำให้ระยะสั้นยังไม่สามารถ “ยกเอาพลังงานหนึ่งแบบไปแทนอีกแบบ” ได้อย่างสมบูรณ์ ต้องอาศัยการออกแบบผสมผสานหลายทางเลือก

ปัจจุบันโลกใช้ น้ำมันดิบราว 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน แปลว่าฐานพลังงานดั้งเดิมยังสำคัญมาก การจะไปให้ถึงเป้า Net Zero จึงไม่ใช่การหันหลังให้ไฮโดรคาร์บอนในทันที แต่คือการจัดการคาร์บอนอย่างฉลาดและมีประสิทธิภาพ ทั้งด้วยเทคโนโลยี กลไกเศรษฐกิจ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนสมัยโควิด-19 เราไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการ “กำจัดคนไข้” แต่กำจัด “ไวรัส” ที่เป็นตัวปัญหาแทน

ตลาดคาร์บอน: สะพานเชื่อมโลกเก่ากับเทคโนโลยีใหม่

อีกหนึ่งคีย์เวิร์ดที่ถูกย้ำบนเวทีคือบทบาทของ ตลาดคาร์บอน ซึ่งช่วยเชื่อมระบบพลังงานดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสะอาดในอนาคต ถ้าจะให้กลไกนี้มีพลัง ต้องอาศัย

  • ระบบตรวจสอบและรับรองเครดิตคาร์บอนที่ โปร่งใสและเป็นสากล

  • การเชื่อมต่อกับ ตลาดโลก อย่างจริงจัง

  • การออกแบบกติกาที่เข้าใจบริบทการพัฒนาและการเข้าถึงพลังงานของแต่ละประเทศ (เพราะทั้งโลกไม่มีทางใช้สูตรเดียวกันได้)

แพลตฟอร์มอย่าง Carbon Markets Club จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างของความพยายามยกระดับมาตรฐานตลาดคาร์บอนให้ไปไกลกว่าคำว่า “เทรนด์” แต่เป็นโครงสร้างที่เชื่อมต่อกับเศรษฐกิจจริง ๆ

SAF กับการบินสีเขียว และบทบาทของการลงมือทำ

ฝั่งการบินก็มีประเด็นร้อนอย่าง เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่ถูกยกเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ต้องอาศัย

  • กติกาและนโยบายรัฐที่ชัดเจน โดยเฉพาะ มาตรการกำหนดสัดส่วนผสม (mandate)

  • การลงทุนร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า

  • การมองระยะยาวเกินกว่า “โปรเจ็กต์ทดลอง”

เสียงย้ำจากเวทีเดียวกันคือ การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่มีทางรอวันสมบูรณ์แบบได้ ถ้ามัวรอโอกาสที่ทุกอย่างลงตัว วันนั้นอาจไม่มีจริง สิ่งที่ทำได้คือลงมือ เดินหน้า ปรับตัว เรียนรู้ และสร้างเครือข่าย เช่น Carbon Markets Club แล้วก้าวไปด้วยกัน

Lisa ปลุกเสน่ห์ไทย: จากเวทีโลกสู่ทริปเที่ยวในฝัน

สายเที่ยวสายคอนเสิร์ตห้ามกะพริบตา เมื่อ “Lisa – ลลิษา มโนบาล” ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ Amazing Thailand Ambassador พร้อมแคมเปญใหญ่ระดับโลก “Feel All the Feelings”

เมสเสจไม่ใช่แค่ “มาเที่ยวไทยสิ” แต่คือชวนให้ทั่วโลก “มารู้สึกทุกความรู้สึก” ในเมืองไทย ตั้งแต่ความงดงามทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงโมเมนต์เล็ก ๆ ที่กลายเป็นความทรงจำยาวนาน

เปิดตัวกลางวัดอรุณ: แลนด์มาร์ก + แสง สี เสียง + แอมบาสเดอร์ระดับโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดยผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ จัดงานเปิดตัวแคมเปญ “Feel All the Feelings” อย่างอลังการ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกของกรุงเทพฯ

ในค่ำคืนนั้น “ลิซ่า” ไม่ได้เป็นแค่ศิลปิน K-pop ระดับสากล แต่กลายเป็น “เลนส์” ที่พาคนทั้งโลกมองเห็นมิติใหม่ของเมืองไทย

  • เมืองสวยไม่ใช่แค่ฉากหลัง แต่เต็มไปด้วย เรื่องเล่าและความหมาย

  • วัดวาอารามไม่ใช่เพียงสถานที่เช็กอิน แต่คือสัญลักษณ์ตัวตนของประเทศ

  • ทุกทริปในไทยควรจะเป็นทริปที่ อยากกลับมาเที่ยวซ้ำ

ททท.ยังโยงแคมเปญเข้ากับแนวคิด Quality Leisure Destination พร้อมชวนคนไทยทุกคนเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ผ่านโครงการ Trusted Thailand เพื่อให้แขกต่างชาติรู้สึกอุ่นใจตั้งแต่เครื่องลงจนวันกลับ

จาก MV ในหัว สู่ทริปเที่ยวจริงที่ทุกคนอยากมา

แคมเปญ “Feel All the Feelings” ไม่ได้มีเพียงลิซ่า แต่ยังดึงนักแสดงและศิลปินดังของไทยมาช่วยเล่าเรื่อง เช่น

  • วิน – เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร

  • กลัฟ – คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์

  • บลู – พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ

เป้าหมายคือให้ทุกทริปเที่ยวไทยกลายเป็น ความทรงจำที่อยากเล่าต่อ ไม่ใช่แค่โพสต์ลงแล้วผ่านไป แต่เป็นโมเมนต์ที่อยากกลับมาซ้ำ และอยากพาใครสักคนมาแชร์ประสบการณ์ด้วยกัน

สายบินต้องรู้: ตารางบินใหม่ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส รับซัมเมอร์ ’69

สำหรับสายเที่ยวที่ต้องบินบ่อย ๆ โดยเฉพาะคนไทยที่ชอบต่อเครื่องผ่านสิงคโปร์ ข่าวนี้คือของดีสุด ๆ เพราะ Singapore Airlines (SIA) ประกาศปรับเครือข่ายบินช่วงตาราง ฤดูร้อน 29 มีนาคม – 24 ตุลาคม 2569 เพิ่มทั้งความถี่และความจุที่นั่งหลายเส้นทาง

ไฮไลต์ 5 เส้นทางน่าเกาะจอง

  • สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ
    เริ่ม 29 มีนาคม 2569 เพิ่มอีก 1 เที่ยวต่อวัน รวมเป็น 7 เที่ยว/วัน สายเที่ยวคอนเสิร์ตในไทย–สิงคโปร์ จัดทริปง่ายกว่าเดิม

  • สิงคโปร์ – ย่างกุ้ง (เมียนมา)
    เริ่ม 31 มีนาคม 2569 เพิ่มเป็น 10 เที่ยว/สัปดาห์ จากเดิม 7 เที่ยว

  • สิงคโปร์ – สุราบายา (อินโดนีเซีย)
    เริ่ม 29 มีนาคม 2569 เพิ่มเป็น 21 เที่ยว/สัปดาห์ จาก 19 เที่ยว/สัปดาห์

  • สิงคโปร์ – โคลัมโบ (ศรีลังกา)
    ช่วง 29 มีนาคม – 30 เมษายน ให้บริการ 10 เที่ยว/สัปดาห์
    ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ขยับเป็น 14 เที่ยว/สัปดาห์ (วันละ 2 เที่ยว)

  • สิงคโปร์ – ดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
    เส้นทางนี้จัดหนักด้วยการนำเครื่อง Airbus A380 ซูเปอร์จัมโบ้กลับมาบินตลอดซีซันฤดูร้อน เพิ่มจำนวนที่นั่งพรีเมียมเอาใจสายท่องเที่ยวหรูและนักธุรกิจ

ผู้บริหารสายการบินชี้ว่า การปรับเครือข่ายครั้งนี้คือการตอบโจทย์ดีมานด์การเดินทางที่สูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยวของซีกโลกเหนือ และช่วยให้ผู้โดยสารมีตัวเลือกเวลาเดินทางยืดหยุ่นมากขึ้น

The Night by Amazing Thailand: ดนตรี แสง สี เสียง กลางสวนลุม

คนรักดนตรีสดและโชว์แสงสีห้ามพลาด The Night by Amazing Thailand – “รอยไหมในแสงจันทร์” งานดนตรีเฉลิมพระเกียรติสุดยิ่งใหญ่กลางกรุงเทพฯ ณ อาคารบันเทิง สวนลุมพินี จัดเต็มตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00–21.30 น.

งานนี้ใช้เทคโนโลยีแสง สี เสียงระดับสากล ถ่ายทอดเรื่องราวมรดกไทยเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ให้สายคอนเสิร์ตและคนรักศิลปะได้อินกันเต็มที่

ไฮไลต์ห้ามพลาดในงาน

  • THE MOONLIGHT CONCERT: “รอยไหมในแสงจันทร์”
    คอนเสิร์ตชุด “บทเพลงแห่งพระเมตตา” รวมเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระมหากรุณาธิคุณ ในสไตล์ Jazz Meets Orchestra โดย Koh Mr.Saxman & The Sound of Siam ร่วมกับวง Thai Symphony Orchestra พร้อมศิลปินรับเชิญคับคั่ง

  • IMMERSIVE BOX
    นิทรรศการสื่อผสมเสมือนจริง ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจด้านงานหัตถศิลป์ ศิลปาชีพ และการผลักดันผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก ให้ผู้ชมได้ซึมซับแบบอินทรีฟเต็มตา

  • KHON IN JAZZ
    การผสมผสานวงออเคสตรากับการแสดงโขนในรูปแบบใหม่ เป็นอีกระดับของการทำให้ศิลปะการแสดงไทยเข้าใกล้คนรุ่นใหม่ โดยไม่ทิ้งรากวัฒนธรรมดั้งเดิม

สำหรับสายเที่ยวคอนเสิร์ตในกรุงเทพฯ นี่คือหนึ่งในอีเวนต์ที่ควรปักหมุดไว้ในช่วงต้นปี เพราะได้ครบทั้งดนตรีสด ศิลปวัฒนธรรม และบรรยากาศสวนสาธารณะกลางเมือง

AOT จับมือ ATTA ดันเที่ยว+MICE ให้การบินโตแบบยั่งยืน

ฝั่งโครงสร้างเบื้องหลังการท่องเที่ยวเองก็ขยับแรง เมื่อ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) – AOT ร่วมงานใหญ่ ATTA Thailand Tourism & MICE Next 2026 ของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)

เป้าหมายคือผูกโยง การบิน + การท่องเที่ยว + ตลาด MICE ให้กลายเป็นพลังเดียวกัน ดึงสายการบินนานาชาติเปิดเส้นทางใหม่ เพิ่มเที่ยวบิน และปั้นจำนวนผู้โดยสารเข้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในปี 2569

4 แกนหลักที่ AOT ใช้ขับเคลื่อนการบินปี ’69

  • มองเทรนด์ท่องเที่ยวและ MICE ปี 2569 แบบลึก ๆ
    ใช้ข้อมูลแนวโน้มช่วยวางกลยุทธ์ดึงสายการบินและเชื่อมกับจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ

  • เร่งสร้างการเชื่อมโยงธุรกิจ
    มองหาโอกาสร่วมมือกับผู้เล่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ท่าอากาศยานของ AOT เป็นศูนย์กลางสำคัญ

  • ดึงสายการบินเส้นทางใหม่ + เพิ่มความถี่เที่ยวบิน
    มีการหารือกับผู้ให้บริการอย่าง EVA Air และ China Airlines เพื่อเร่งเปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มเที่ยวบินรองรับดีมานด์

  • ออกมาตรการ Incentives ด้านการบิน
    เสนอสิทธิประโยชน์จูงใจสายการบินให้เลือกใช้สนามบินในเครือ AOT มากขึ้น ตั้งเป้าให้ปี 2569 เป็นปีที่จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเติบโตแบบยั่งยืน ไม่ใช่แค่ดีดตัวระยะสั้น

ทั้งหมดนี้คือชิ้นส่วนสำคัญของภาพใหญ่: ถ้าเราจะให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว–จัดงาน–คอนเสิร์ตระดับภูมิภาค ระบบการบินและสนามบินต้องพร้อมรองรับทุกจังหวะการเดินทาง

ตรุษจีนปี’69: เงินสะพัด 4.2 หมื่นล้านทั่วไทย

เทศกาลตรุษจีนปีม้า 2569 ไม่ได้คึกคักแค่ย่านเยาวราช แต่ยังฉุดทั้งระบบท่องเที่ยวให้สดใส เมื่อ ททท.ประเมินว่า ช่วง 13–22 กุมภาพันธ์ 2569 (10 วันเต็ม) จะมีเม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนทั่วประเทศกว่า 42,230 ล้านบาท โตขึ้นราว 13% จากปีก่อน

ภาพรวมรายได้: ต่างชาติฟาดหนัก คนไทยก็เที่ยวจริงจัง

ภาพที่ ททท.มองเห็น แบ่งได้ชัด 2 กลุ่มหลัก

  • ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    • รายได้รวมคาดกว่า 35,480 ล้านบาท โตประมาณ 14% จากปี 2568 (ทำไว้ราว 31,000 ล้านบาท)

    • คาดว่า “จำนวนท่องเที่ยว” จากต่างชาติจะอยู่ที่ราว 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน

  • ตลาดท่องเที่ยวในประเทศ

    • คนไทยเที่ยวเองสร้างรายได้ราว 6,750 ล้านบาท โตประมาณ 4% จากปี 2568

    • มีจำนวนทริปในประเทศประมาณ 2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นจากราว 2.21 ล้านคนในปีก่อน

เทศกาลนี้จึงไม่ใช่แค่เวลาไหว้เจ้า แต่มันคือช่วงที่

  • โรงแรม ร้านอาหาร และจุดท่องเที่ยวทั่วประเทศรับอานิสงส์เต็ม ๆ

  • สายการบินและระบบขนส่งแน่นทั้งแผง

  • เมืองท่องเที่ยวหลักตั้งแต่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต สมุย ฯลฯ เตรียมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย–เทศ

สรุป: ปี ’69 – ปีทองของสายเที่ยว+สายคอนเสิร์ต

ต่อให้เราจะมองโลกผ่านเลนส์ “เที่ยวดูคอนเสิร์ต” แค่ไหน แต่ภาพใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นคือ

  • โลกพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านด้วยแนวคิด Energy Addition ที่เชื่อมของเก่ากับของใหม่

  • เมืองไทยกำลังใช้ซอฟต์พาวเวอร์จาก ลิซ่า และศิลปินไทยอีกมากมาย ดันภาพลักษณ์ประเทศผ่านการท่องเที่ยว

  • สายการบินและสนามบินเร่งขยายเส้นทางและความถี่ เพื่อรองรับคนที่อยากบินมาดูคอนเสิร์ต–เที่ยวงานเฟสติวัลในไทย

  • เทศกาลใหญ่ ๆ ตั้งแต่ The Night by Amazing Thailand ไปจนถึง ตรุษจีนปี’69 กำลังกลายเป็นแม่เหล็กดึงคนทั่วโลกให้หันมามองเมืองไทยแบบตั้งใจ

ปีนี้ ถ้าใจอยากออกเดินทาง ทั้งโลกและเมืองไทยก็เหมือนตั้งเวทีไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ถามตัวเองว่า พร้อมจองตั๋วไป “รู้สึกทุกความรู้สึก” แล้วหรือยัง?