พลังใหม่ของพลังงานโลกบนเวที MIT-AIT
Energy Addition ไม่ได้เป็นแค่ศัพท์เทคนิคของคนพลังงาน แต่คือแนวคิดใหญ่ที่กำลังขับเคลื่อนโลกทั้งใบ
CEO กลุ่มบางจาก “นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” ขึ้นเวทีเสวนาพิเศษในงาน Future of Energy Workshop จัดโดย MIT Management ASEAN Office ร่วมกับ AIT เล่าให้ฟังแบบชัด ๆ ว่า ระบบพลังงานของโลกไม่ได้เปลี่ยนแบบตัดขาดจากของเดิม แต่เป็นการต่อยอดเพิ่มชั้นพลังงานใหม่เข้าไปอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า Energy Addition
ตั้งแต่ยุคชีวมวล ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ไล่มาจนถึงพลังงานหมุนเวียน ทุกอย่างถูก “เพิ่มเข้าไป” เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม มากกว่าจะล้มของเก่าแล้วแทนที่ทันที

พลังงานหมุนเวียน: สำคัญมาก แต่ยังแทนทุกอย่างไม่ได้
ฝั่ง พลังงานหมุนเวียน แน่นอนว่าช่วยลดคาร์บอนได้จริง แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
ความไม่สม่ำเสมอของการผลิต (ลมไม่พัด แดดไม่ออก ไฟก็ลด)
แหล่งผลิตกับพื้นที่ที่ต้องใช้ไฟฟ้า มักไม่ได้อยู่ที่เดียวกันและไม่ได้ใช้เวลาเดียวกัน
ต้องลงทุนโครงสร้างขนส่ง กักเก็บ และระบบพื้นฐานจำนวนมาก
ทั้งหมดนี้ทำให้ระยะสั้นยังไม่สามารถ “ยกเอาพลังงานหนึ่งแบบไปแทนอีกแบบ” ได้อย่างสมบูรณ์ ต้องอาศัยการออกแบบผสมผสานหลายทางเลือก
ปัจจุบันโลกใช้ น้ำมันดิบราว 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน แปลว่าฐานพลังงานดั้งเดิมยังสำคัญมาก การจะไปให้ถึงเป้า Net Zero จึงไม่ใช่การหันหลังให้ไฮโดรคาร์บอนในทันที แต่คือการจัดการคาร์บอนอย่างฉลาดและมีประสิทธิภาพ ทั้งด้วยเทคโนโลยี กลไกเศรษฐกิจ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนสมัยโควิด-19 เราไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการ “กำจัดคนไข้” แต่กำจัด “ไวรัส” ที่เป็นตัวปัญหาแทน

ตลาดคาร์บอน: สะพานเชื่อมโลกเก่ากับเทคโนโลยีใหม่
อีกหนึ่งคีย์เวิร์ดที่ถูกย้ำบนเวทีคือบทบาทของ ตลาดคาร์บอน ซึ่งช่วยเชื่อมระบบพลังงานดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสะอาดในอนาคต ถ้าจะให้กลไกนี้มีพลัง ต้องอาศัย
ระบบตรวจสอบและรับรองเครดิตคาร์บอนที่ โปร่งใสและเป็นสากล
การเชื่อมต่อกับ ตลาดโลก อย่างจริงจัง
การออกแบบกติกาที่เข้าใจบริบทการพัฒนาและการเข้าถึงพลังงานของแต่ละประเทศ (เพราะทั้งโลกไม่มีทางใช้สูตรเดียวกันได้)
แพลตฟอร์มอย่าง Carbon Markets Club จึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างของความพยายามยกระดับมาตรฐานตลาดคาร์บอนให้ไปไกลกว่าคำว่า “เทรนด์” แต่เป็นโครงสร้างที่เชื่อมต่อกับเศรษฐกิจจริง ๆ

SAF กับการบินสีเขียว และบทบาทของการลงมือทำ
ฝั่งการบินก็มีประเด็นร้อนอย่าง เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่ถูกยกเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ต้องอาศัย
กติกาและนโยบายรัฐที่ชัดเจน โดยเฉพาะ มาตรการกำหนดสัดส่วนผสม (mandate)
การลงทุนร่วมกันของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า
การมองระยะยาวเกินกว่า “โปรเจ็กต์ทดลอง”
เสียงย้ำจากเวทีเดียวกันคือ การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่มีทางรอวันสมบูรณ์แบบได้ ถ้ามัวรอโอกาสที่ทุกอย่างลงตัว วันนั้นอาจไม่มีจริง สิ่งที่ทำได้คือลงมือ เดินหน้า ปรับตัว เรียนรู้ และสร้างเครือข่าย เช่น Carbon Markets Club แล้วก้าวไปด้วยกัน

Lisa ปลุกเสน่ห์ไทย: จากเวทีโลกสู่ทริปเที่ยวในฝัน
สายเที่ยวสายคอนเสิร์ตห้ามกะพริบตา เมื่อ “Lisa – ลลิษา มโนบาล” ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ Amazing Thailand Ambassador พร้อมแคมเปญใหญ่ระดับโลก “Feel All the Feelings”
เมสเสจไม่ใช่แค่ “มาเที่ยวไทยสิ” แต่คือชวนให้ทั่วโลก “มารู้สึกทุกความรู้สึก” ในเมืองไทย ตั้งแต่ความงดงามทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงโมเมนต์เล็ก ๆ ที่กลายเป็นความทรงจำยาวนาน

เปิดตัวกลางวัดอรุณ: แลนด์มาร์ก + แสง สี เสียง + แอมบาสเดอร์ระดับโลก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดยผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ จัดงานเปิดตัวแคมเปญ “Feel All the Feelings” อย่างอลังการ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกของกรุงเทพฯ
ในค่ำคืนนั้น “ลิซ่า” ไม่ได้เป็นแค่ศิลปิน K-pop ระดับสากล แต่กลายเป็น “เลนส์” ที่พาคนทั้งโลกมองเห็นมิติใหม่ของเมืองไทย
เมืองสวยไม่ใช่แค่ฉากหลัง แต่เต็มไปด้วย เรื่องเล่าและความหมาย
วัดวาอารามไม่ใช่เพียงสถานที่เช็กอิน แต่คือสัญลักษณ์ตัวตนของประเทศ
ทุกทริปในไทยควรจะเป็นทริปที่ อยากกลับมาเที่ยวซ้ำ
ททท.ยังโยงแคมเปญเข้ากับแนวคิด Quality Leisure Destination พร้อมชวนคนไทยทุกคนเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ผ่านโครงการ Trusted Thailand เพื่อให้แขกต่างชาติรู้สึกอุ่นใจตั้งแต่เครื่องลงจนวันกลับ

จาก MV ในหัว สู่ทริปเที่ยวจริงที่ทุกคนอยากมา
แคมเปญ “Feel All the Feelings” ไม่ได้มีเพียงลิซ่า แต่ยังดึงนักแสดงและศิลปินดังของไทยมาช่วยเล่าเรื่อง เช่น
วิน – เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร
กลัฟ – คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์
บลู – พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ
เป้าหมายคือให้ทุกทริปเที่ยวไทยกลายเป็น ความทรงจำที่อยากเล่าต่อ ไม่ใช่แค่โพสต์ลงแล้วผ่านไป แต่เป็นโมเมนต์ที่อยากกลับมาซ้ำ และอยากพาใครสักคนมาแชร์ประสบการณ์ด้วยกัน
สายบินต้องรู้: ตารางบินใหม่ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส รับซัมเมอร์ ’69
สำหรับสายเที่ยวที่ต้องบินบ่อย ๆ โดยเฉพาะคนไทยที่ชอบต่อเครื่องผ่านสิงคโปร์ ข่าวนี้คือของดีสุด ๆ เพราะ Singapore Airlines (SIA) ประกาศปรับเครือข่ายบินช่วงตาราง ฤดูร้อน 29 มีนาคม – 24 ตุลาคม 2569 เพิ่มทั้งความถี่และความจุที่นั่งหลายเส้นทาง

ไฮไลต์ 5 เส้นทางน่าเกาะจอง
สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ
เริ่ม 29 มีนาคม 2569 เพิ่มอีก 1 เที่ยวต่อวัน รวมเป็น 7 เที่ยว/วัน สายเที่ยวคอนเสิร์ตในไทย–สิงคโปร์ จัดทริปง่ายกว่าเดิมสิงคโปร์ – ย่างกุ้ง (เมียนมา)
เริ่ม 31 มีนาคม 2569 เพิ่มเป็น 10 เที่ยว/สัปดาห์ จากเดิม 7 เที่ยวสิงคโปร์ – สุราบายา (อินโดนีเซีย)
เริ่ม 29 มีนาคม 2569 เพิ่มเป็น 21 เที่ยว/สัปดาห์ จาก 19 เที่ยว/สัปดาห์สิงคโปร์ – โคลัมโบ (ศรีลังกา)
ช่วง 29 มีนาคม – 30 เมษายน ให้บริการ 10 เที่ยว/สัปดาห์
ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ขยับเป็น 14 เที่ยว/สัปดาห์ (วันละ 2 เที่ยว)สิงคโปร์ – ดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
เส้นทางนี้จัดหนักด้วยการนำเครื่อง Airbus A380 ซูเปอร์จัมโบ้กลับมาบินตลอดซีซันฤดูร้อน เพิ่มจำนวนที่นั่งพรีเมียมเอาใจสายท่องเที่ยวหรูและนักธุรกิจ

ผู้บริหารสายการบินชี้ว่า การปรับเครือข่ายครั้งนี้คือการตอบโจทย์ดีมานด์การเดินทางที่สูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยวของซีกโลกเหนือ และช่วยให้ผู้โดยสารมีตัวเลือกเวลาเดินทางยืดหยุ่นมากขึ้น

The Night by Amazing Thailand: ดนตรี แสง สี เสียง กลางสวนลุม
คนรักดนตรีสดและโชว์แสงสีห้ามพลาด The Night by Amazing Thailand – “รอยไหมในแสงจันทร์” งานดนตรีเฉลิมพระเกียรติสุดยิ่งใหญ่กลางกรุงเทพฯ ณ อาคารบันเทิง สวนลุมพินี จัดเต็มตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00–21.30 น.

งานนี้ใช้เทคโนโลยีแสง สี เสียงระดับสากล ถ่ายทอดเรื่องราวมรดกไทยเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ให้สายคอนเสิร์ตและคนรักศิลปะได้อินกันเต็มที่
ไฮไลต์ห้ามพลาดในงาน
THE MOONLIGHT CONCERT: “รอยไหมในแสงจันทร์”
คอนเสิร์ตชุด “บทเพลงแห่งพระเมตตา” รวมเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระมหากรุณาธิคุณ ในสไตล์ Jazz Meets Orchestra โดย Koh Mr.Saxman & The Sound of Siam ร่วมกับวง Thai Symphony Orchestra พร้อมศิลปินรับเชิญคับคั่งIMMERSIVE BOX
นิทรรศการสื่อผสมเสมือนจริง ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจด้านงานหัตถศิลป์ ศิลปาชีพ และการผลักดันผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก ให้ผู้ชมได้ซึมซับแบบอินทรีฟเต็มตาKHON IN JAZZ
การผสมผสานวงออเคสตรากับการแสดงโขนในรูปแบบใหม่ เป็นอีกระดับของการทำให้ศิลปะการแสดงไทยเข้าใกล้คนรุ่นใหม่ โดยไม่ทิ้งรากวัฒนธรรมดั้งเดิม

สำหรับสายเที่ยวคอนเสิร์ตในกรุงเทพฯ นี่คือหนึ่งในอีเวนต์ที่ควรปักหมุดไว้ในช่วงต้นปี เพราะได้ครบทั้งดนตรีสด ศิลปวัฒนธรรม และบรรยากาศสวนสาธารณะกลางเมือง

AOT จับมือ ATTA ดันเที่ยว+MICE ให้การบินโตแบบยั่งยืน
ฝั่งโครงสร้างเบื้องหลังการท่องเที่ยวเองก็ขยับแรง เมื่อ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) – AOT ร่วมงานใหญ่ ATTA Thailand Tourism & MICE Next 2026 ของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)
เป้าหมายคือผูกโยง การบิน + การท่องเที่ยว + ตลาด MICE ให้กลายเป็นพลังเดียวกัน ดึงสายการบินนานาชาติเปิดเส้นทางใหม่ เพิ่มเที่ยวบิน และปั้นจำนวนผู้โดยสารเข้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในปี 2569

4 แกนหลักที่ AOT ใช้ขับเคลื่อนการบินปี ’69
มองเทรนด์ท่องเที่ยวและ MICE ปี 2569 แบบลึก ๆ
ใช้ข้อมูลแนวโน้มช่วยวางกลยุทธ์ดึงสายการบินและเชื่อมกับจุดหมายปลายทางใหม่ ๆเร่งสร้างการเชื่อมโยงธุรกิจ
มองหาโอกาสร่วมมือกับผู้เล่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ท่าอากาศยานของ AOT เป็นศูนย์กลางสำคัญดึงสายการบินเส้นทางใหม่ + เพิ่มความถี่เที่ยวบิน
มีการหารือกับผู้ให้บริการอย่าง EVA Air และ China Airlines เพื่อเร่งเปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มเที่ยวบินรองรับดีมานด์ออกมาตรการ Incentives ด้านการบิน
เสนอสิทธิประโยชน์จูงใจสายการบินให้เลือกใช้สนามบินในเครือ AOT มากขึ้น ตั้งเป้าให้ปี 2569 เป็นปีที่จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเติบโตแบบยั่งยืน ไม่ใช่แค่ดีดตัวระยะสั้น

ทั้งหมดนี้คือชิ้นส่วนสำคัญของภาพใหญ่: ถ้าเราจะให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว–จัดงาน–คอนเสิร์ตระดับภูมิภาค ระบบการบินและสนามบินต้องพร้อมรองรับทุกจังหวะการเดินทาง
ตรุษจีนปี’69: เงินสะพัด 4.2 หมื่นล้านทั่วไทย
เทศกาลตรุษจีนปีม้า 2569 ไม่ได้คึกคักแค่ย่านเยาวราช แต่ยังฉุดทั้งระบบท่องเที่ยวให้สดใส เมื่อ ททท.ประเมินว่า ช่วง 13–22 กุมภาพันธ์ 2569 (10 วันเต็ม) จะมีเม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนทั่วประเทศกว่า 42,230 ล้านบาท โตขึ้นราว 13% จากปีก่อน

ภาพรวมรายได้: ต่างชาติฟาดหนัก คนไทยก็เที่ยวจริงจัง
ภาพที่ ททท.มองเห็น แบ่งได้ชัด 2 กลุ่มหลัก
ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
รายได้รวมคาดกว่า 35,480 ล้านบาท โตประมาณ 14% จากปี 2568 (ทำไว้ราว 31,000 ล้านบาท)
คาดว่า “จำนวนท่องเที่ยว” จากต่างชาติจะอยู่ที่ราว 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน
ตลาดท่องเที่ยวในประเทศ
คนไทยเที่ยวเองสร้างรายได้ราว 6,750 ล้านบาท โตประมาณ 4% จากปี 2568
มีจำนวนทริปในประเทศประมาณ 2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นจากราว 2.21 ล้านคนในปีก่อน

เทศกาลนี้จึงไม่ใช่แค่เวลาไหว้เจ้า แต่มันคือช่วงที่
โรงแรม ร้านอาหาร และจุดท่องเที่ยวทั่วประเทศรับอานิสงส์เต็ม ๆ
สายการบินและระบบขนส่งแน่นทั้งแผง
เมืองท่องเที่ยวหลักตั้งแต่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต สมุย ฯลฯ เตรียมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย–เทศ

สรุป: ปี ’69 – ปีทองของสายเที่ยว+สายคอนเสิร์ต
ต่อให้เราจะมองโลกผ่านเลนส์ “เที่ยวดูคอนเสิร์ต” แค่ไหน แต่ภาพใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นคือ
โลกพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านด้วยแนวคิด Energy Addition ที่เชื่อมของเก่ากับของใหม่
เมืองไทยกำลังใช้ซอฟต์พาวเวอร์จาก ลิซ่า และศิลปินไทยอีกมากมาย ดันภาพลักษณ์ประเทศผ่านการท่องเที่ยว
สายการบินและสนามบินเร่งขยายเส้นทางและความถี่ เพื่อรองรับคนที่อยากบินมาดูคอนเสิร์ต–เที่ยวงานเฟสติวัลในไทย
เทศกาลใหญ่ ๆ ตั้งแต่ The Night by Amazing Thailand ไปจนถึง ตรุษจีนปี’69 กำลังกลายเป็นแม่เหล็กดึงคนทั่วโลกให้หันมามองเมืองไทยแบบตั้งใจ
ปีนี้ ถ้าใจอยากออกเดินทาง ทั้งโลกและเมืองไทยก็เหมือนตั้งเวทีไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ถามตัวเองว่า พร้อมจองตั๋วไป “รู้สึกทุกความรู้สึก” แล้วหรือยัง?

