วิ่งผ่าเมืองยามตีสอง : จุดเริ่มต้นของฮาล์ฟมาราธอนในตำนาน

คืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 02.15 น. กรุงเทพฯ ยังไม่ทันตื่น แต่ถนนหลายสายเริ่มมีชีวิตชีวา เมื่อมีการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลกในรายการ วิ่งผ่าเมือง ซีซั่น 8 “อะเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก” Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส และบริเวณท้องสนามหลวง ใจกลางพระนคร
บรรยากาศการปล่อยตัวฮาล์ฟมาราธอนระยะทาง 21.1 กิโลเมตร เป็นไปอย่างคึกคัก มีนักวิ่งจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 20,000 คน ท่ามกลางการจัดงานอย่างเป็นระบบจากหลายหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว กีฬา และภาครัฐของไทย
ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. เคียงข้างตำนานมาราธอนโลก
ในการแข่งขันครั้งนี้ ทรงร่วมวิ่งในระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร เคียงข้างนายเอเลียด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนระดับโลกที่เป็นไอดอลของนักวิ่งทั่วโลก
ก่อนปล่อยตัว ทรงเสด็จฯ ไปยังจุดสตาร์ต กดแตรลมให้สัญญาณนักวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนออกตัว ก่อนจะทรงลงวิ่งในระยะเดียวกันท่ามกลางเสียงเชียร์และแรงบันดาลใจที่ส่งต่อกันบนท้องถนนกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน
การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
การกีฬาแห่งประเทศไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
กรุงเทพมหานคร
สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย
ไทยแลนด์ไตรลีก
เส้นทางฮาล์ฟมาราธอน : จากแยกสามย่านสู่สนามหลวง
เส้นทางฮาล์ฟมาราธอนครั้งนี้เปรียบเสมือนการวิ่งผ่านหัวใจของกรุงเทพฯ ทั้งโซนธุรกิจ แหล่งท่องเที่ยว และแลนด์มาร์กสำคัญหลายแห่ง โดยมีระยะทางรวม 21.1 กิโลเมตร เต็มไปด้วยสีสันของเมืองหลวง
ช่วงแรกของเส้นทางเริ่มจากถนนพญาไท ฝั่งตะวันตก บริเวณด้านหน้า MBK CENTER มุ่งหน้าไปถึงแยกสามย่าน ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพระรามที่ 4 ผ่านบรรยากาศของเมืองที่ยังไม่หลับใหล
จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอังรีดูนังต์ ถึงแยกเฉลิมเผ่า ต่อด้วยเลี้ยวขวาเข้าถนนพระรามที่ 1 วิ่งผ่านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สู่แยกราชประสงค์ แล้วย้ายเข้าสู่ถนนราชดำริ ฝั่งราชกรีฑาสโมสร
วิ่งเลียบสวนลุมพินี สะพานไทย-เบลเยียม และกลับสู่ราชประสงค์
เมื่อถึงสามแยกราชดำริ เส้นทางตัดเข้าสู่ถนนสารสิน วิ่งเลียบขอบสวนลุมพินี ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามที่ 4 วิ่งขนานไปกับสวนลุมพินีอีกช่วงหนึ่ง
ที่แยกวิทยุ (สะพานไทย-เบลเยียม) เส้นทางพานักวิ่งเลี้ยวซ้าย ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่แยกสารสิน วิ่งเลียบสวนลุมอีกครั้งจนกลับมาถึงสามแยกราชดำริ แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำริ ฝั่งโรงแรมเอราวัณ
จากนั้นเส้นทางนำกลับสู่แยกราชประสงค์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามที่ 1 วิ่งเลียบเซ็นทรัลเวิลด์ ผ่านบรรยากาศย่านช้อปปิ้งระดับโลก ก่อนถึงแยกปทุมวัน แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท
จากอนุสาวรีย์ชัยฯ สู่สนามหลวง : เส้นทางประวัติศาสตร์กลางกรุง
เมื่อเข้าสู่ถนนพญาไท นักวิ่งจะวิ่งผ่านหน้าโรงแรมเอเชีย สู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชวิถี ขึ้นสะพานต่างระดับข้ามแยกตึกชัย แล้วลงสะพานถึงแยกอุภัยเจษฎุทิศ
จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสวรรคโลก ผ่านแยกยมราช ก่อนเลี้ยวขวาเข้าถนนพิษณุโลก วิ่งผ่านแยกสะพานชมัยมรุเชฐ จนถึงแยกสวนมิสกวัน แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชดำเนินนอก
จุดสำคัญของเส้นทางคือบริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1 ซึ่งเป็นจุดกลับตัว แล้ววิ่งย้อนกลับบนถนนราชดำเนินนอก ผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เข้าสู่บรรยากาศคลาสสิกกลางกรุง
เส้นทางยังพาตัดผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินสอ ผ่านลานคนเมือง เสาชิงช้า ก่อนเลี้ยวขวาเข้าถนนบำรุงเมือง แล้วเข้าสู่ถนนกัลยาณไมตรี
จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนสนามไชย ถึงป้อมเผด็จดัสกร ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหน้าพระลาน กลับตัวหน้าป้อมขันธ์ วิ่งเลียบสนามหลวง เข้าสู่ถนนราชดำเนินใน และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นชัยบริเวณท้องสนามหลวง รวมระยะฮาล์ฟมาราธอนครบ 21.1 กิโลเมตรอย่างงดงาม
เวลาจบ 2:13 ชม. กับภาพประทับใจที่เส้นชัย
เวลา 04.29 น. ทรงวิ่งเข้าสู่เส้นชัยบริเวณท้องสนามหลวง โดยใช้เวลารวมทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง 13 นาที 40 วินาที สำหรับระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเวลาที่สะท้อนถึงการฝึกซ้อมอย่างจริงจังและความตั้งใจในทุกก้าว
ภายหลังการเข้าเส้นชัย มีการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลที่ระลึก และมอบเสื้อสามารถ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในค่ำคืนประวัติศาสตร์ครั้งนี้
ต่อเนื่องสู่ระยะ 10 กม. และบทบาทผู้นำด้านกีฬา
หลังจบฮาล์ฟมาราธอน ยังทรงเสด็จฯ ไปยังจุดปล่อยตัวการแข่งขันวิ่งระยะทาง 10 กิโลเมตร บริเวณด้านหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อทรงกดแตรลมปล่อยตัวนักวิ่งระยะ 10 กิโลเมตร และทอดพระเนตรนักวิ่งทยอยเข้าเส้นชัย
บรรยากาศเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ นักวิ่งจำนวนมากมองเหตุการณ์นี้เป็นหมุดหมายสำคัญของการวิ่งมาราธอนในประเทศไทย
มอบถ้วยแชมป์ฮาล์ฟมาราธอน และแรงบันดาลใจแก่คนรักการวิ่ง
ต่อจากนั้น ทรงพระดำเนินไปยังพลับพลาพิธีบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อพระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร จำนวน 4 ราย แบ่งเป็น
ประเภทมืออาชีพ (อีลิทชาย) 1 รางวัล
ประเภทมืออาชีพ (อีลิทหญิง) 1 รางวัล
ประเภทบุคคลทั่วไป (ชายไทย) 1 รางวัล
ประเภทบุคคลทั่วไป (หญิงไทย) 1 รางวัล
หลังพิธีมอบถ้วย ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับนักวิ่งผู้ชนะเลิศ คณะกรรมการจัดงาน และผู้สนับสนุนการแข่งขัน เป็นภาพแห่งความทรงจำของทุกคนที่ได้มีส่วนร่วมในงานวิ่งครั้งนี้
ต้นแบบคนรักสุขภาพและไอดอลสายสปอร์ต
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระราชินีทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ด้วยพระราชจริยวัตรที่ผูกพันกับกีฬาในหลายประเภท
ไม่ได้ทรงวิ่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ และทรงให้ความสนใจในกีฬาไอซ์ฮอกกี้หรือฮอกกี้น้ำแข็ง ควบคู่กับการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอด้วยความวิริยะอุตสาหะ
บทบาทในฐานะผู้นำด้านกีฬา ทำให้ทรงเป็นทั้งแรงใจและแบบอย่างให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย รวมถึงคนรักการวิ่งและสายสปอร์ตทั่วประเทศ
ไม่ใช่ครั้งแรกบนเส้นทางมาราธอนกรุงเทพฯ
งานวิ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรงเข้าร่วม ในปีที่แล้ว วันที่ 1 ธันวาคม ทรงร่วมวิ่งระยะ 10 กิโลเมตรในรายการ “อะเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก พรีเซนต์บาย โตโยต้า ครั้งที่ 7” มาแล้ว โดยวิ่งร่วมกับนายเอเลียด คิปโชเก้ และนักวิ่งจากหลายประเทศทั่วโลก
ต่อเนื่องมาถึงปี 2568 งาน Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส และท้องสนามหลวง ยังคงยืนหนึ่งในฐานะรายการวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลกในเมืองหลวง โดยมีนักวิ่งจากทั่วโลกสมัครเข้าร่วมกว่า 50,000 คน
นี่ไม่ใช่แค่งานวิ่ง แต่คือเวทีที่หลอมรวมกีฬา การท่องเที่ยว และแรงบันดาลใจเข้าไว้ด้วยกันบนถนนสายเดียวกัน




บทสรุปสำหรับสายวิ่งมาราธอน
สำหรับคนรักการวิ่ง การได้เห็นฮาล์ฟมาราธอนระยะ 21.1 กิโลเมตร ที่มีทั้งเส้นทางสวยงามกลางเมืองและเวลาจบที่จริงจังอย่าง 2 ชั่วโมง 13 นาที 40 วินาที คือแรงบันดาลใจชั้นดีให้ลุกขึ้นมาฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมาย
เส้นทางวิ่งเลียบแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ
บรรยากาศระดับเวิลด์คลาส พร้อมนักวิ่งจากทั่วโลก
การผสมผสานกีฬา สุขภาพ และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน
ใครที่กำลังมองหาเป้าหมายใหม่ของปีหน้า บางทีฮาล์ฟมาราธอนกลางกรุงเทพฯ ในงานนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวมาราธอนในแบบของคุณเองก็ได้

