ZestBuy

ญี่ปุ่นรีไซเคิลลิเธียมแบต EV ได้ถึง 90%

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T05-06

ญี่ปุ่นพัฒนาเทคโนโลยีกู้ลิเธียมจากแบตเตอรี่รถ EV สำเร็จ

ญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าจริงจังกับการแก้ปัญหาวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า หลังมีรายงานว่าโรงงานรีไซเคิลในจังหวัดฟุกุอิสามารถกู้ “ลิเธียม” จากแบตเตอรี่รถ EV เก่าได้สูงถึง 90% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับกระบวนการรีไซเคิลแบบเดิม

เทคโนโลยีดังกล่าวถูกพัฒนาโดย JX Metals Circular Solutions บริษัทในเครือของ JX Advanced Metals ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทโลหะรายใหญ่ของญี่ปุ่น โดยเป้าหมายหลักคือการลดการพึ่งพาการนำเข้าลิเธียมและแร่สำคัญจากต่างประเทศ

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นต้องนำเข้าลิเธียม โคบอลต์ และนิกเกิลเกือบทั้งหมดสำหรับการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ประเด็นเรื่อง supply chain และความมั่นคงด้านทรัพยากรกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงที่ความต้องการแบตเตอรี่ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การรีไซเคิลแบตเตอรี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นประเด็นด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอุตสาหกรรมของประเทศด้วย


กระบวนการรีไซเคิลใหม่ช่วยเพิ่มอัตราการกู้ลิเธียมอย่างมาก

รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้กระบวนการรีไซเคิลทั่วไปสามารถกู้ลิเธียมได้ต่ำกว่า 50% เท่านั้น แต่เทคโนโลยีใหม่ของ JX Metals สามารถเพิ่มอัตราการกู้คืนขึ้นไปแตะระดับประมาณ 90% ได้สำเร็จ

กระบวนการเริ่มจากการแยกและเผาแบตเตอรี่เก่าเพื่อลดส่วนประกอบที่ไม่ใช่โลหะออก จากนั้นวัสดุที่เหลือจะถูกบดจนกลายเป็นผงที่เรียกว่า “black mass” ซึ่งเป็นผงที่เต็มไปด้วยโลหะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

หลังจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการ hydrometallurgy หรือการแยกโลหะด้วยสารละลายน้ำ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการดึงลิเธียมออกจากวัสดุผสมภายในแบตเตอรี่

จุดสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือบริษัทเปลี่ยนจากการใช้ sodium hydroxide แบบเดิม มาใช้ lithium hydroxide ที่กู้คืนได้จากกระบวนการรีไซเคิลแทน ทำให้สามารถเพิ่มความบริสุทธิ์ของลิเธียมที่ได้ และลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 40% เมื่อเทียบกับวิธีเดิม

บริษัทระบุว่าการพัฒนานี้เกิดจากการทดลองปรับสูตรเคมีและกระบวนการหลายครั้ง จนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้เกือบสองเท่าจากระบบเดิม


ญี่ปุ่นกำลังเร่งสร้างระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ภายในประเทศ

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น คือประเทศแทบไม่มีแหล่งลิเธียมของตัวเอง และต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความต้องการแบตเตอรี่รถ EV เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้การแข่งขันด้านทรัพยากรเริ่มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะลิเธียมซึ่งกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

ญี่ปุ่นจึงเริ่มผลักดันนโยบายรีไซเคิลแบตเตอรี่จริงจังมากขึ้น รวมถึงออกกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องมีระบบเก็บและรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ต่าง ๆ

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 ประเทศจะต้องสามารถกู้ลิเธียมจากแบตเตอรี่ได้อย่างน้อย 70% แต่ตัวเลข 90% ที่ JX Metals ทำได้ในตอนนี้ถือว่าสูงกว่าเป้าหมายดังกล่าวไปมากแล้ว


ปัญหาสำคัญตอนนี้ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “การเก็บแบตเตอรี่เก่า”

แม้เทคโนโลยีรีไซเคิลจะพัฒนาไปไกลมาก แต่รายงานระบุว่าปัญหาสำคัญของญี่ปุ่นในตอนนี้กลับไม่ใช่เรื่องเทคนิคการรีไซเคิล แต่คือการรวบรวมแบตเตอรี่เก่าเข้าสู่ระบบ

ปัจจุบันมีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่หมดอายุเพียงประมาณ 14% เท่านั้นที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเป็นทางการ

สาเหตุสำคัญคือรถ EV มือสองจำนวนมากถูกส่งออกไปต่างประเทศ ทำให้แบตเตอรี่ภายในรถเหล่านั้นหลุดออกจากระบบรีไซเคิลของญี่ปุ่นไปด้วย

สิ่งนี้ทำให้แม้ประเทศจะมีเทคโนโลยีรีไซเคิลที่ดีขึ้น แต่หากไม่สามารถนำแบตเตอรี่เก่ากลับเข้าสู่ระบบได้มากพอ ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหา supply chain ได้เต็มรูปแบบ


ตลาดรีไซเคิลแบตเตอรี่กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่

การเติบโตของรถ EV ทั่วโลกทำให้ตลาดรีไซเคิลแบตเตอรี่เริ่มกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงมาก

ข้อมูลในรายงานระบุว่าตลาดรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเธียมมีมูลค่าประมาณ 13,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 474,000 ล้านบาทในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มเติบโตไปถึงประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.55 ล้านล้านบาทภายในปี 2035

นี่ทำให้หลายประเทศเริ่มแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ของตัวเองอย่างจริงจัง

ในสหรัฐฯ บริษัท Redwood Materials ของอดีตผู้บริหาร Tesla ก็ระบุว่าสามารถกู้ลิเธียมได้ประมาณ 95% เช่นกัน ขณะที่ยุโรปเองก็เริ่มเร่งพัฒนา supply chain ด้านแบตเตอรี่ภายในภูมิภาคมากขึ้น

ญี่ปุ่นจึงมองว่าการมีเทคโนโลยีรีไซเคิลของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการแข่งขันระยะยาว


เทคโนโลยีนี้อาจช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้มาก

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะการขุดลิเธียมใหม่จากเหมืองใช้พลังงานสูงและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศจำนวนมาก

การรีไซเคิลแบตเตอรี่จึงถูกมองว่าเป็นวิธีลดความจำเป็นในการขุดแร่ใหม่ และช่วยลด carbon footprint ของอุตสาหกรรม EV ได้ในระยะยาว

กระบวนการใหม่ของ JX Metals ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 40% เมื่อเทียบกับระบบรีไซเคิลแบบเดิม ซึ่งเป็นอีกจุดที่ได้รับความสนใจมากในช่วงที่หลายประเทศกำลังผลักดันนโยบาย Net Zero และเศรษฐกิจหมุนเวียน


ญี่ปุ่นมองรีไซเคิลแบตเตอรี่เป็นเรื่อง “ความมั่นคงประเทศ”

สิ่งที่น่าสนใจคือรายงานหลายแห่งมองว่าความก้าวหน้าครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับ “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ของญี่ปุ่นโดยตรง

เนื่องจากประเทศไม่มีทรัพยากรลิเธียมของตัวเอง การพึ่งพาการนำเข้าจึงกลายเป็นความเสี่ยงในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันด้านแบตเตอรี่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

การสามารถรีไซเคิลลิเธียมได้ในประเทศจึงช่วยให้ญี่ปุ่นมีโอกาสลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ และรักษาทรัพยากรสำคัญไว้ภายในประเทศได้มากขึ้น


สรุปภาพรวมการรีไซเคิลลิเธียมของญี่ปุ่นในปี 2026

ความสำเร็จของ JX Metals ในการกู้ลิเธียมจากแบตเตอรี่ EV ได้ถึง 90% ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของอุตสาหกรรมรีไซเคิลแบตเตอรี่ในปี 2026

เทคโนโลยีใหม่นี้ช่วยเพิ่มอัตราการกู้คืนลิเธียมจากเดิมที่ต่ำกว่า 50% ไปสู่ระดับที่สูงมาก พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการรีไซเคิลลงได้อีกด้วย

แม้ตอนนี้ญี่ปุ่นยังมีปัญหาเรื่องการเก็บแบตเตอรี่เก่าเข้าสู่ระบบ แต่ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีก็สะท้อนชัดว่าการรีไซเคิลแบตเตอรี่กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

และในยุคที่ลิเธียมกลายเป็นทรัพยากรสำคัญระดับโลก ความสามารถในการ “นำกลับมาใช้ใหม่” อาจมีความสำคัญไม่แพ้การหาแหล่งแร่ใหม่อีกต่อไป

ที่มา droidsans

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น