ZestBuy

จีนฮิต "ซื้อใบหน้า" ให้ AI แสดงละคร ค่าตัวเริ่มแค่ 75 ดอลลาร์

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T06-30

อุตสาหกรรม ละครสั้นที่สร้างด้วย AI (AI Short Drama) ในจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และกำลังก่อให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "Face Buying" หรือการซื้อสิทธิ์ใช้ใบหน้าของคนจริง เพื่อนำไปสร้างตัวละคร AI สำหรับแสดงในละครและวิดีโอโดยไม่ต้องจ้างนักแสดงมาถ่ายทำทุกครั้ง

รายงานระบุว่า บริษัทผลิตคอนเทนต์จำนวนมากเริ่มติดต่อคนทั่วไปและนักแสดง เพื่อขอซื้อสิทธิ์ในการใช้ใบหน้าเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยเสนอค่าตอบแทนตั้งแต่ 500–1,500 หยวน (ประมาณ 75–210 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อให้ AI สามารถนำใบหน้าไปสร้างเป็นตัวละครดิจิทัลได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จาก "ขโมยใบหน้า" สู่การซื้อสิทธิ์อย่างถูกกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ วงการ AI ของจีนเผชิญข้อวิจารณ์อย่างหนักจากกรณี "Face Theft" หรือการนำใบหน้าของนักแสดงหรือบุคคลจริงไปสร้างตัวละคร AI โดยไม่ได้รับอนุญาต จนนำไปสู่ข้อพิพาทด้านสิทธิในภาพลักษณ์และคดีความหลายกรณี

ผลที่ตามมาคือ บริษัทผู้ผลิตเริ่มเปลี่ยนแนวทาง หันมาซื้อสิทธิ์การใช้ใบหน้าโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย และสามารถนำใบหน้าดังกล่าวไปใช้สร้างตัวละคร AI ได้อย่างถูกต้องตามข้อตกลง

ละคร AI โตเร็วมากจนคุ้มแม้สร้างหลายเรื่องไม่ดัง

เบื้องหลังของกระแสนี้คือการเติบโตของตลาดละครสั้น AI ในจีน ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำและสร้างได้รวดเร็ว

สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า ประมาณ 95% ของละครสั้นกว่า 128,000 เรื่องที่เปิดตัวในไตรมาสแรกของปี 2026 ถูกสร้างด้วย AI แม้ว่าจะมีเพียงส่วนน้อยที่ประสบความสำเร็จ แต่ต้นทุนการผลิตที่ต่ำมากทำให้รายได้จากผลงานฮิตเพียงไม่กี่เรื่อง สามารถชดเชยต้นทุนของผลงานที่ไม่ประสบความสำเร็จได้ทั้งหมด

นักแสดงบางคนมองว่าค่าตัวต่ำเกินไป

หนึ่งในกรณีที่กลายเป็นไวรัล คือ นักแสดงหญิงที่ใช้นามแฝงว่า Lin Min เปิดเผยว่าได้รับข้อเสนอให้ขายสิทธิ์ใช้ใบหน้าเป็นเวลา 1 ปี ในราคา 500 หยวน แต่เธอปฏิเสธ เพราะมองว่าค่าตอบแทนต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับมูลค่าของสิทธิ์ที่บริษัทจะนำไปใช้

เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า การให้สิทธิ์ AI ใช้ใบหน้าของตนเองควรมีค่าตอบแทนเท่าใด และเจ้าของใบหน้าควรได้รับส่วนแบ่งเพิ่มเติมหรือไม่ หากผลงานที่ใช้ใบหน้านั้นประสบความสำเร็จ

โอกาสใหม่ แต่ก็มาพร้อมคำถามด้านสิทธิ

แม้การซื้อสิทธิ์ใบหน้าจะช่วยลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ได้บางส่วน แต่ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม เช่น

  • เจ้าของใบหน้าสามารถเพิกถอนสิทธิ์ได้หรือไม่

  • บริษัทสามารถนำใบหน้าไปใช้กับเนื้อหาประเภทใดได้บ้าง

  • หาก AI สร้างภาพลักษณ์ที่กระทบชื่อเสียง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ประเด็นเหล่านี้กำลังกลายเป็นหัวข้อสำคัญในการกำกับดูแล AI และสิทธิในภาพลักษณ์ของบุคคลในจีนและอีกหลายประเทศ

จุดเริ่มต้นของ "ตลาดใบหน้า" ยุค AI

การเติบโตของละคร AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่กระบวนการผลิตคอนเทนต์ แต่ยังสร้างตลาดใหม่ที่ให้ "ใบหน้า" กลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถซื้อขายและให้สิทธิ์ใช้งานได้

แม้แนวคิดนี้จะเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสร้างรายได้จากภาพลักษณ์ของตัวเอง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ในยุค AI การคุ้มครองสิทธิในใบหน้าและตัวตนดิจิทัลกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญไม่แพ้ลิขสิทธิ์ผลงานสร้างสรรค์แบบเดิม

ที่มา odditycentral

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น