THAI Talk เปิดเวทีส่องเทรนด์เที่ยวเอเชีย 2568
งานทอล์กสุดใหญ่จากสายการพาณิชย์ของการบินไทยจับมือ Mastercard จัดเวที “THAI Talk: Travel Trend and Priceless Experience” ชวนกูรูและอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวมาถอดอินไซต์การเดินทางของคนไทยในปี 2568
โฟกัสหลักคือเทรนด์เที่ยวเอเชีย เส้นทางยอดนิยม เมืองใหม่ที่กำลังมาแรง และพฤติกรรมนักเดินทางยุคดิจิทัล พร้อมต่อยอดด้วยบริการแบบฟูลเซอร์วิส และแคมเปญ “Good Taste for a Good Cause” ที่ยกระดับสินค้าไทยขึ้นสู่ฟ้าไปพร้อมกับผู้โดยสาร
นอกจากข้อมูลอินไซต์ ยังมีโปรโมชันสุดคุ้มสำหรับคนอยากบินเที่ยวทั่วเอเชียแบบสบาย ๆ ในราคาดี เมื่อใช้บัตร Mastercard และใส่โค้ดพิเศษขณะจองตั๋ว
เมืองยอดฮิต 2568: โตเกียวครองแชมป์ สิงคโปร์–เซี่ยงไฮ้พุ่งแรง
ฝั่งเส้นทางยอดนิยม การบินไทยเผยสถิตินักเดินทางคนไทยช่วงมกราคม–กรกฎาคม 2567 จากกรุงเทพฯ สู่เอเชีย เส้นทางฮิต 5 อันดับแรกคือ
โตเกียว (นาริตะ)
ฮ่องกง
โอซาก้า
สิงคโปร์
โซล (เกาหลีใต้)
เมื่อขยับเข้าสู่ปี 2568 โตเกียวยังคงยืนหนึ่ง ไม่เสียแชมป์ ส่วน สิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้ แซงขึ้นมานั่งอันดับ 2 และ 3 แทนฮ่องกงและโอซาก้า ขณะที่โซลยังคงติดโผท็อปเท็นเช่นเดิม
สิ่งที่น่าจับตาคือเส้นทางที่เติบโตเร็วเป็นพิเศษ
โคลัมโบ (ศรีลังกา) คนไทยแห่เดินทางเพิ่มขึ้นมากกว่า 100%
เซี่ยงไฮ้ (จีน) จำนวนผู้โดยสารเติบโตเกิน 80%
เพื่อรองรับดีมานด์ใหม่ ๆ การบินไทยเตรียมเพิ่มเที่ยวบินในหลายเส้นทางสำคัญ เช่น
เซี่ยงไฮ้
โคลัมโบ
เดนปาซาร์ (บาหลี)
ใครเล็งเที่ยวเมืองเหล่านี้ มีโอกาสเลือกไฟลต์ให้เข้ากับสไตล์การเดินทางได้มากขึ้นแน่นอน
กวางโจว เมืองมาแรงที่คนไทยเริ่มปักหมุด
อีกหนึ่งชื่อที่ต้องเริ่มจดลงลิสต์คือ กวางโจว ประเทศจีน ซึ่งกลายเป็นเส้นทางที่มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
คนไทยที่ไปกวางโจวไม่ได้มองแค่ที่ชอปปิ้งอีกต่อไป แต่เริ่มสนใจ
พิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์
การเดินเล่นชมเมืองแบบอินโลเคิล
สตรีตฟูดหลากหลายสไตล์ให้ชิมกันจุใจ
ความนิยมยิ่งพุ่งหลังจากมีมาตรการ ฟรีวีซ่าจีน ทำให้การเดินทางคล่องตัวและง่ายขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
จีน: Hidden Gem ของสายเที่ยวเอเชีย
ประเทศจีนกำลังถูกมองเป็น Hidden Gem ของคนไทยที่อยากเที่ยวคุ้ม ได้ครบทั้งประสบการณ์และความหลากหลาย ในราคาที่เอื้อมถึงได้
จีนตอบโจทย์คนเที่ยวได้แทบทุกสาย
สายธรรมชาติ ชอบภูเขา ทะเล ทิวทัศน์อลังการ
สายประวัติศาสตร์ ชอบเมืองเก่า วัด วัฒนธรรม
สายสวนสนุก ที่มองหาตัวเลือกใหม่อย่าง Disneyland ในจีน เป็นประสบการณ์ที่ต่างออกไปจากญี่ปุ่นหรือเกาหลี
การบินไทยให้บริการครอบคลุมเมืองใหญ่หลายแห่งในจีน ทำให้การวางแผนเที่ยวหลายเมืองในทริปเดียวสะดวกขึ้น พร้อมทั้งรักษามาตรฐานประสบการณ์การเดินทางแบบฟูลเซอร์วิส
นักเดินทางยุคใหม่: เลือกฟูลเซอร์วิส จ่ายครั้งเดียวจบ
เทรนด์ชัดมากในช่วงนี้คือ คนไทยที่เดินทางต่างประเทศเริ่มหันมาให้คุณค่ากับ ความสะดวกสบายตลอดทริป มากขึ้น
หลายคนเลือกบินแบบ ฟูลเซอร์วิส เพราะจ่ายครั้งเดียวแล้วให้ครบตั้งแต่
เครื่องบินลำใหญ่ ที่นั่งกว้าง นั่งสบาย
ระบบ In-flight Entertainment ทันสมัย ดูหนัง ฟังเพลงไม่เบื่อ
อาหารระดับพรีเมียมที่คิดมาอย่างดีในทุกชั้นโดยสาร
การบินไทยจึงโฟกัสการออกแบบประสบการณ์บนเครื่องให้ตอบโจทย์กลุ่มนี้เต็มที่ โดยเฉพาะสายเที่ยวที่อยากขึ้นเครื่องแล้ว “ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ ขอให้สบายไว้ก่อน”
อัปเกรด Airbus A320 เอาใจสายพรีเมียม
บนเส้นทางระยะสั้นเองก็ไม่ได้ละเลยเรื่องความสบาย เครื่องบิน Airbus A320 ของการบินไทยถูกอัปเกรดที่นั่งทุกลำ ให้มีชั้น Royal Silk (ชั้นธุรกิจ) ที่
เอนได้นุ่มสบายยิ่งขึ้น
เหมาะสำหรับกลุ่มที่อยากพักเต็มที่แม้บินไม่นาน
สายเที่ยวที่ต้องบินต่อเนื่องหรือมีตารางแน่น ๆ จะรู้เลยว่าที่นั่งดี ๆ มีผลกับฟีลทริปแค่ไหน
ตารางบินที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์นักเดินทาง
การบินไทยยังออกแบบตารางบินให้ยืดหยุ่นตามสไตล์การใช้ชีวิต เช่น
ไฟลต์ออกกลางคืน ถึงเช้า พร้อมลุยเที่ยวเต็มวัน ไม่ต้องเสียเวลา
ไฟลต์ออกเช้า ถึงบ่าย พอดีเช็กอินโรงแรมแล้วพักต่อได้เลย
รูปแบบนี้ตอบโจทย์
คนทำงานที่อยาก เซฟวันลา ให้ได้มากที่สุด
ครอบครัวที่เดินทางกับเด็กหรือผู้สูงอายุ ที่ต้องการความสะดวกสบายและการเดินทางที่ราบรื่น
สรุปคือ การบินไทยพยายามคิดจากมุมมองผู้โดยสารในทุกมิติของการเดินทาง ทั้งเรื่องเวลา ความคุ้มค่า และความสบาย
เทรนด์ “หั่นเที่ยว ไม่หั่นทริป” ของนักเดินทางยุคดิจิทัล
ฝั่งเทรนด์การใช้จ่ายและการวางแผนทริปก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน นักเดินทางคนไทยในปี 2568 มีพฤติกรรมที่ชัดเจนขึ้นว่า เที่ยวต่างประเทศคือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่รางวัลปลายปีอีกต่อไป
ข้อมูลครึ่งปีแรก 2568 พบว่าคนไทยเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่แพตเทิร์นการเที่ยวเปลี่ยนเป็นสไตล์ “หั่นเที่ยว ไม่หั่นทริป” คือ
ยังอยากได้ประสบการณ์คุ้มค่าเหมือนเดิม
แต่ปรับจุดหมายมาโฟกัส โซนเอเชียแปซิฟิก มากขึ้น เพื่อคุมงบและเวลา
นักเดินทางยุคนี้ยังเป็น สายดิจิทัลเต็มตัว ใช้เครื่องมือออนไลน์และ AI เข้ามาช่วยทุกขั้นตอน โดยเฉพาะ
การวางแผนทริป
การจัดการเรื่องเงินและการใช้จ่ายระหว่างเดินทาง
ดิจิทัลวอลเล็ตและสมาร์ตโฟน: พาสปอร์ตใบใหม่ของสายเที่ยว
หนึ่งในเทรนด์ที่เติบโตชัดคือการใช้ Multi-Currency Wallet หรือดิจิทัลวอลเล็ตที่รองรับหลายสกุลเงิน เพื่อให้การจ่ายเงินระหว่างประเทศคล่องตัวและคุ้มค่ากว่าเดิม
นักเดินทางไทยในยุคนี้
เริ่มเข้าใจเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น
วางแผนแลกเงินล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างจริงจัง
พฤติกรรมการแลกเงินล่วงหน้านั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงให้เห็นว่าคนเที่ยวไม่ได้ “ใช้ก่อนคิดทีหลัง” อีกต่อไป แต่เน้น วางแผนให้คุ้มตั้งแต่ก่อนบิน
สมาร์ตโฟนกลายเป็นศูนย์กลางการจัดการทริปตั้งแต่ต้นจนจบ
ใช้เช็กค่าใช้จ่ายแบบเรียลไทม์
ได้รับการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการใช้จ่าย
สามารถล็อก/ปลดล็อกบัตรผ่านแอปได้ทันที
ฟีเจอร์เหล่านี้ไม่ใช่แค่ของเล่นเสริม แต่กลายเป็น สิ่งจำเป็น ของนักเดินทางยุคดิจิทัล สมาร์ตโฟนจึงแทบจะกลายเป็น “พาสปอร์ตใบใหม่” ที่ขาดไม่ได้ทุกทริป
Good Taste for a Good Cause: เมื่อเที่ยวแล้วสังคมก็ได้ไปต่อ
อีกหนึ่งมุมที่ถูกหยิบมาพูดถึงบนเวที THAI Talk คือแคมเปญ “Good Taste for a Good Cause” ที่เน้นเรื่องความยั่งยืนและการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยผ่านบริการอาหารบนเครื่อง
แนวคิดหลักคือ
ผู้โดยสารได้ชิมอาหารและเครื่องดื่มที่อร่อย มีคุณภาพ
วัตถุดิบมาจากเกษตรกรและแบรนด์ไทยที่ตั้งใจยกระดับของดีท้องถิ่น
ทุกมื้อที่เสิร์ฟคือการส่งต่อคุณค่ากลับคืนสู่สังคม
การบินไทยร่วมงานกับแบรนด์ไทยคุณภาพที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน เช่น
กาแฟไทยจากดอยตุง ที่ช่วยต่อยอดกาแฟภูเขาของไทยสู่มาตรฐานสากล
ช็อกโกแลตพรีเมียมจากกานเวลา ช็อกโกแลต ที่ใช้โกโก้ปลูกในไทยและผสานเสน่ห์ขนมไทยกับผลไม้ท้องถิ่นเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ยังมี ข้าวแต๋น (Rice Cracker) ที่เป็นของดีจากไทยแท้ ๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ข้าวไทย หัวใจอินเตอร์” ใช้ข้าวไทยถึง 3 สายพันธุ์ คือ
ข้าวหอมมะลิจากจังหวัดบุรีรัมย์
ข้าวเหนียวพันธุ์ กข6 จากจังหวัดเชียงราย
ข้าวขาวจากจังหวัดปทุมธานี
การบินไทยสั่งซื้อข้าวมากถึงราว 100 ตันต่อเดือนเพื่อสนับสนุนเกษตรกร พร้อมคิดรสชาติใหม่ ๆ ให้ผู้โดยสารทั่วโลกได้ลองอยู่เสมอ
ของดีบนเครื่อง: ช็อกโกแลตและกาแฟที่เล่าเรื่องความเป็นไทย
ในห้องโดยสารชั้นบน ๆ ก็มีเมนูไฮไลต์ที่สะท้อนความตั้งใจเรื่องรสชาติและวัตถุดิบ เช่น
ช็อกโกแลตรสถั่วแปบ จากกานเวลา ช็อกโกแลต เสิร์ฟในชั้น Royal First กลิ่นหอมของถั่วเหลือง มะพร้าว และงาคั่ว ผสานกับช็อกโกแลตพรีเมียมอย่างลงตัว
กาแฟดริปพรีเมียม Black Silk Blend จากดอยตุง ที่มีโน้ตกลิ่นดาร์กช็อกโกแลตและคาราเมล รสนุ่มกลมกล่อม เสิร์ฟในชั้น Royal First และ Royal Silk
กาแฟสูตรใหม่ Royal Highland Single Origin ที่พร้อมให้บริการบนทุกชั้นโดยสารและทุกเที่ยวบิน เพิ่มตัวเลือกให้คอกาแฟได้เพลินตั้งแต่ก่อนแลนด์
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การบินไทยไม่ได้มองอาหารบนเครื่องเป็นแค่ “เมนูหนึ่งมื้อ” แต่ใช้เป็นพื้นที่เล่าเรื่องราวของสินค้าท้องถิ่นและเกษตรกรไทยไปพร้อมกัน
โปรบินคุ้มทั่วเอเชีย เมื่อจองด้วย Mastercard
สำหรับสายเที่ยวที่อ่านเทรนด์จบแล้วเริ่มคันไม้คันมืออยากจองตั๋ว โปรโมชันร่วมระหว่างการบินไทยและ Mastercard ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะให้ ส่วนลด 2,000 บาทต่อที่นั่ง เมื่อจองบัตรโดยสารไป–กลับจากประเทศไทยสู่เส้นทางในเอเชีย และชำระด้วยบัตร Mastercard พร้อมใส่โค้ด “MCTHASIA” ขณะจอง
รายละเอียดหลักของโปรโมชันมีดังนี้
ช่วงเวลาจอง: วันนี้ – 30 กันยายน 2568 (เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด)
ช่วงเวลาเดินทาง: วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568
เส้นทางเดินทาง: สามารถออกเดินทางได้จากกรุงเทพฯ และทุกเส้นทางในประเทศไทย เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ขอนแก่น ฯลฯ มุ่งสู่จุดหมายในเอเชียหลากหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน อินเดีย ศรีลังกา เวียดนาม และอีกหลายเมืองให้เลือก
สรุป: เที่ยวให้สุด ตามทันเทรนด์ และเลือกแบบที่ใช่สำหรับคุณ
เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2568 ของคนไทยชี้ชัดว่า
เอเชียยังเป็นโซนท็อปที่ทุกคนปักหมุด
เมืองอย่างโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว กำลังฮอตขึ้นเรื่อย ๆ
นักเดินทางยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ ฟูลเซอร์วิส ความสบาย และการวางแผนอย่างชาญฉลาด
ดิจิทัลวอลเล็ตและสมาร์ตโฟนกลายเป็นเครื่องมือหลัก พร้อมยึดคอนเซ็ปต์ “หั่นเที่ยว ไม่หั่นทริป” เที่ยวให้คุ้มแต่ไม่ลดประสบการณ์
ใครที่กำลังเล็งทริปปลายปีหรือแพลนปีหน้า ลองอัปเดตลิสต์เมืองของตัวเองใหม่ เผื่อได้จุดหมายที่ต่างออกไปจากเดิม แต่ยังคง คุ้มค่า สบาย และได้รสชาติการเดินทางแบบฟูลเซอร์วิส ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนี้อย่างแท้จริง

