สองสีสันแห่งเสียงเพลง เชื่อมสองประเทศเข้าสู่เวทีเดียว
คอนเสิร์ต “The 2 Colours of Sound” (สองเสียงแห่งสี) ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศสุดประทับใจ ณ หอประชุม ศ.ประสม รังสีโรจน คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 52 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและมองโกเลีย
งานนี้เกิดจากความร่วมมือของสภาวัฒนธรรมไทยในมองโกเลีย (tccmthai.org) สถานกงสุลกิตติมศักดิ์มองโกเลีย ประจำจังหวัดภูเก็ตและพังงา ร่วมด้วยพันธมิตรภาคเอกชน ที่ตั้งใจสร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีที่ไม่ใช่แค่ “คอนเสิร์ต” แต่เป็น เวทีแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและโอกาสใหม่ ๆ ระหว่างสองชาติ

แขกผู้มีเกียรติและพลังเบื้องหลังเวที
ภายในงานอบอวลไปด้วยบรรยากาศอันทรงเกียรติ มีทั้งสมาชิกวุฒิสภา ตัวแทนสมาคมกงสุลกิตติมศักดิ์ (แห่งประเทศไทย) นำโดย ดร. ชุมพล พรประภา รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมี ผศ.ดร.คมสันต์ มาลีสี อธิการบดี พร้อมคณะผู้บริหารเข้าร่วม
ยังมีตัวแทนจากกระทรวงวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตมองโกเลีย และดีไซเนอร์ระดับโลก Michel and Amazonka ผู้ออกแบบชุดโอลิมปิก ปารีส 2024 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนสุดพิเศษนี้ด้วย
บรรดาแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนต่างหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นว่า ดนตรีคือภาษากลาง ที่ทุกคนเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องแปล
เสียงสะท้อนจากผู้อยู่เบื้องหลัง
หนึ่งในกำลังสำคัญของงานครั้งนี้ คุณณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล กงสุลกิตติมศักดิ์มองโกเลีย ประจำจังหวัดภูเก็ตและพังงา ได้เล่าถึงความรู้สึกว่า ความสำเร็จของคอนเสิร์ตครั้งนี้ เกินความคาดหมายไปไกล
เขามองว่าไม่ใช่เพียงการแสดงดนตรีที่ได้รับเสียงชื่นชมจากศักยภาพของศิลปินจากทั้งสองชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีให้เกิดการพบปะ แลกเปลี่ยน และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งกลายเป็น ประตูบานใหม่ของโอกาสสำหรับประชาชนทั้งสองประเทศ
พร้อมกันนี้ยังกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้สนับสนุนทุกคนที่ร่วมผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ และทิ้งท้ายไว้อย่างน่าติดตามว่า ในปีถัดไป ผู้ชมจะได้พบกับรูปแบบใหม่ที่ทั้งตื่นตาและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เพื่อให้ความสัมพันธ์ไทย–มองโกเลียแน่นแฟ้นมากขึ้นไปอีก
ไฮไลต์โชว์สุดขนลุกของค่ำคืน
ค่ำคืนนั้นไม่ได้มีแค่บรรยากาศดี ๆ แต่บนเวทียังเต็มไปด้วยโชว์ที่ทั้งหาฟังยากและน่าจดจำในเวลาเดียวกัน
ไฮไลต์การแสดงและกิจกรรม ได้แก่:
วงอุษา อสิลิ (Usa Asili)
วงดนตรีจากประเทศไทยที่หยิบเอาเครื่องดนตรีไทยมาผสมกับดนตรีสากลอย่างมีกลิ่นอายร่วมสมัย ยกระดับเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติในแบบที่ทั้งร่วมสมัยและยังคงเอกลักษณ์วง Agmat จากมองโกเลีย
วงดาวรุ่งสาย Progressive Rock ที่นำเอกลักษณ์เครื่องดนตรีซอหัวม้า (Morin Khuur) ผสานเข้ากับเสียงร้อง Throat Singing อันทรงพลัง เกิดเป็นซาวด์ที่ทั้งดิบ ลึก และสะกดคนฟังตั้งแต่โน้ตแรกSolongo & Selenge Gankhuyag
คู่พี่น้องศิลปินที่ถ่ายทอดเสียงเครื่องดนตรี Yatga (พิณมองโกเลีย) ในสไตล์ Pop Jazz ฟังแล้วทั้งละมุน หรูหรา และร่วมสมัย เป็นการเล่าเรื่องวัฒนธรรมผ่านเสียงเพลงได้อย่างงดงามเวทีความร่วมมือด้านวิชาการและธุรกิจ
นอกเหนือจากเสียงดนตรี ยังมีการลงนาม MOU ระหว่าง สจล. (KMITL) และ Ikh Zasag International University เพื่อสานต่อความร่วมมือทางวิชาการ รวมถึงการประชุมเครือข่ายธุรกิจที่จัดขึ้นโดย Yes-Mongolia และ KMITL Connext เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนทำงานจากสองประเทศได้มาจับมือกันจริง ๆ
ดนตรีจบ แต่โอกาสเพิ่งเริ่มต้น นี่คือหัวใจสำคัญที่ซ่อนอยู่ในทุกกิจกรรมของงานนี้





เมื่อเสียงดนตรีกลายเป็นของขวัญปีใหม่
หากมองลึกลงไป งานนี้ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลอง 52 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต แต่คือการส่งต่อ ของขวัญปีใหม่ในรูปแบบของเสียงดนตรี มิตรภาพ และโอกาส ให้กับผู้คนทั้งสองประเทศ
การแสดงอันทรงพลังจากศิลปินไทยและมองโกเลีย บวกกับความร่วมมือด้านวิชาการและธุรกิจ ทำให้ “The 2 Colours of Sound” กลายเป็นเวทีที่ผสมผสานทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และการพัฒนาอนาคตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ใครที่รักเสียงเพลงและเชื่อว่าดนตรีพาเราไปไกลกว่าที่คิด งานนี้คืออีกหนึ่งหลักฐานสำคัญว่า เสียงดนตรีเล็ก ๆ บนเวทีหนึ่งค่ำคืน อาจส่งผลต่อมิตรภาพระหว่างสองประเทศไปอีกยาวนาน

