รับแอปรับแอป

ลือ iPhone 18 Pro และ Pro Max อาจตัดช่องใส่ซิมการ์ด เหลือแค่ eSIM เท่านั้น

Phanuphong.T02-18

ดูเหมือนว่าแนวทาง “ไร้ซิมการ์ดจริง” กำลังกลายเป็นทิศทางใหม่ของ Apple หลังมีรายงานว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อาจเปิดตัวในรูปแบบ eSIM-only ไม่มีช่องใส่ซิมแบบกายภาพอีกต่อไป ต่อเนื่องจากข่าวก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า iPhone Fold ก็จะใช้แนวทางเดียวกัน

หากข้อมูลนี้เป็นจริง เท่ากับว่า Apple กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างฮาร์ดแวร์ครั้งสำคัญ เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในเครื่อง และอาจเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ทั่วโลก


iPhone 18 Pro จะไม่มีช่องใส่ซิมอีกต่อไป

รายงานจาก TechManiacs ระบุว่า Apple มีแผนตัด ช่องใส่ซิมการ์ด (Physical SIM tray) ออกจาก iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างสิ้นเชิง

นั่นหมายความว่า

  • เครื่องจะรองรับเฉพาะ eSIM เท่านั้น

  • ผู้ใช้ไม่สามารถใส่ซิมการ์ดแบบแผ่นได้อีก

เหตุผลหลักคือ Apple ต้องการ “รีดพื้นที่ภายในเครื่อง” ให้ได้มากที่สุด

พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นนี้คาดว่าจะถูกนำไปใช้กับ แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น


แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นคือเป้าหมายหลัก

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า Apple อาจเปิดตัว iPhone 18 Pro และ Pro Max สองเวอร์ชัน คือ

  • รุ่น eSIM-only

  • รุ่นที่ยังมีช่องซิมแบบปกติ

โดยมีการคาดการณ์ว่า

  • iPhone 18 Pro Max แบบ eSIM-only อาจมีแบตเตอรี่ 5,100–5,200mAh+

  • รุ่นที่มีช่องซิมอาจอยู่ที่ 5,000mAh+

แต่รายงานล่าสุดชี้ว่า Apple อาจ “ยกเลิกรุ่นที่มีช่องซิม” ไปเลย ทำให้ทั้งสองรุ่นกลายเป็น eSIM-only ทั้งหมด

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผู้ใช้จะได้แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มความหนาเครื่อง


iPhone Fold ก็จะเป็น eSIM-only เช่นกัน

ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับข่าวของ iPhone Fold ที่คาดว่าจะเป็น eSIM-only เช่นกัน

เหตุผลค่อนข้างชัดเจน เพราะดีไซน์แบบพับต้องการความบางสูงสุด การตัดช่องซิมออกช่วยลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ภายในเครื่องได้มาก

แนวโน้มนี้จึงอาจสะท้อนว่า Apple กำลังวางรากฐานระบบ eSIM เป็นมาตรฐานใหม่ในกลุ่มไฮเอนด์


อัปเกรดชิปไร้สายใหม่ เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน

นอกจากเรื่องซิมและแบตเตอรี่ iPhone 18 Pro duo ยังถูกลือว่าจะมาพร้อมชิปไร้สายรุ่นใหม่ 2 ตัว ได้แก่

  • N2 wireless networking chip

  • C2 modem

C2 modem จะรองรับทั้ง

  • mmWave 5G (ความเร็วสูงมากในพื้นที่จำกัด)

  • sub-6GHz 5G (ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า)

ที่สำคัญ C2 คาดว่าจะผลิตด้วยกระบวนการ 4 นาโนเมตรของ TSMC ขณะที่ชิปหลัก A20 Pro จะใช้เทคโนโลยี 2 นาโนเมตร

การใช้กระบวนการผลิตที่เล็กลงหมายถึง

  • ประสิทธิภาพต่อวัตต์ดีขึ้น

  • ประหยัดพลังงานมากขึ้น

  • ความร้อนลดลง

เมื่อรวมกับแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น อาจทำให้ iPhone 18 Pro มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน


ราคาอาจไม่ขึ้น แม้มีการเปลี่ยนแปลงภายใน

นักวิเคราะห์จาก GF Securities ระบุว่า Apple ยังพยายามรักษาราคาเริ่มต้นของ iPhone 18 Pro และ Pro Max ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ iPhone 17

หากเป็นไปตามคาด

  • iPhone 18 Pro อาจเริ่มที่ 1,099 ดอลลาร์

  • iPhone 18 Pro Max อาจอยู่ที่ 1,199 ดอลลาร์

การคงราคานี้ไว้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ เพราะแม้จะมีการอัปเกรดฮาร์ดแวร์และเปลี่ยนไปใช้ eSIM-only แต่ Apple ไม่ต้องการให้ราคาทะลุจุดที่ตลาดรับได้ยากขึ้น


eSIM-only จะกระทบผู้ใช้หรือไม่

แม้ eSIM จะใช้งานสะดวกในหลายประเทศ แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่โครงสร้างเครือข่ายหรือผู้ให้บริการยังรองรับไม่เต็มที่

ข้อดีของ eSIM:

  • ไม่ต้องใส่ซิมจริง

  • สลับเครือข่ายได้ง่าย

  • ลดช่องเปิดในตัวเครื่อง เพิ่มความทนทาน

ข้อกังวล:

  • บางประเทศยังรองรับจำกัด

  • ผู้ใช้บางกลุ่มยังคุ้นเคยกับซิมแบบแผ่น

หาก Apple เดินหน้าจริง เท่ากับว่า iPhone รุ่น Pro จะผลักดันให้ตลาดโลกเร่งปรับตัวเข้าสู่ยุค eSIM เต็มรูปแบบ


สรุปสถานการณ์ iPhone 18 Pro และ Pro Max

  • มีแนวโน้มเปิดตัวแบบ eSIM-only

  • ไม่มีช่องใส่ซิมการ์ดแบบกายภาพ

  • พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นอาจใช้ใส่แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น

  • มาพร้อมชิป N2 และ C2 modem รุ่นใหม่

  • อาจยังคงราคาเริ่มต้นใกล้เคียง iPhone 17

  • คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกันยายน

ถ้าข่าวลือนี้เป็นจริง iPhone 18 Pro อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Apple ในการตัด “ฮาร์ดแวร์แบบเดิม” ออกทีละส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความบางของเครื่อง

คำถามสำคัญคือ ตลาดโลกพร้อมหรือยังกับยุคที่ iPhone ระดับท็อปไม่มีช่องใส่ซิมอีกต่อไป

คำตอบอาจได้เห็นชัดเจนขึ้นในช่วงเปิดตัวปลายปีนี้