รับแอปรับแอป

หนีกรุงสู่เกาะบอร์เนียว 4 วัน 3 คืน ฟิลดีแบบไม่ต้องปีนเขา!

ณัฐพงศ์ ศรีวงศ์01-30

เปิดทริป: หนีร้อนจากกรุงเทพ ไปชิลที่โคตาคินาบาลู

อยากสัมผัสเกาะบอร์เนียวแบบไม่โหด ไม่ต้องปีนยอดเขา แต่ได้ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และลิงจมูกยาวเป็นๆ ต้องทริป โคตา คินาบาลู – ซาบาห์ 4 วัน นี้เลย

เส้นทางนี้พาไปครบทั้ง อุทยานแห่งชาติคินาบาลู น้ำพุร้อน Poring Hot Spring Canopy Walk หมู่บ้านวัฒนธรรม Mari Mari ล่องเรือหาลิงจมูกยาว และปิดท้ายช้อปมันในเมือง ก่อนบินกลับกรุงเทพ

วันที่ 1: ลงจอดโคตาคินาบาลู ทำความรู้จัก “ดินแดนใต้สายลม”

เช้าวันเดินทาง แนะนำเลือกไฟลท์ที่ถึงโคตาคินาบาลูช่วงบ่าย เพื่อจะได้มีเวลาเที่ยวในเมืองแบบสบายๆ (ค่าตั๋วขึ้นอยู่กับสายการบินและโปร ณ ช่วงจอง)

เมื่อเครื่องแตะรันเวย์ที่ สนามบินนานาชาติโคตา คินาบาลู (Kota Kinabalu International Airport) ก็จะมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นชาวซาบาห์ (พูดภาษาอังกฤษ) มารอต้อนรับอย่างอบอุ่น

จากสนามบิน นั่งรถเข้าสู่ เมืองโคตา คินาบาลู เมืองหลวงรัฐซาบาห์บนเกาะบอร์เนียว ที่ได้ฉายาเท่มากว่า “Land Below The Wind – ดินแดนใต้สายลม” เพราะหลบพ้นเส้นทางพายุไต้ฝุ่น จึงอากาศดีตลอดทั้งปี

ระหว่างทางจะได้ผ่านชมเมือง ย่านการค้า และสถานที่สำคัญต่างๆ ของ KK รวมถึงไฮไลต์สวยๆ อย่าง Kota Kinabalu City Mosque มัสยิดประจำรัฐที่ตั้งอยู่ริมน้ำ วิวดีมาก

จากนั้นพาไป รับประทานอาหารค่ำมื้อแรก (มื้อที่ 1) ที่ภัตตาคารท้องถิ่น เติมพลังก่อนเริ่มลุยวันถัดไป

ปิดท้ายวันด้วยการเช็คอินเข้าที่พักในตัวเมืองโคตา คินาบาลู แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย ใครสายคาเฟ่หรือเดินเล่นริมทะเลช่วงค่ำ ก็ออกไปเดินเล่นเบาๆ ได้

วันที่ 2: มรดกโลกคินาบาลู + แช่น้ำร้อน + เดิน Canopy Walk

เริ่มเช้าวันที่สองด้วย อาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 2) กินให้อิ่ม เพราะวันนี้คือวันแห่งธรรมชาติแบบจัดเต็ม

มัคคุเทศก์มารับที่ที่พัก แล้วพาออกเดินทางจากตัวเมือง มุ่งสู่ อุทยานคินาบาลู (Kinabalu Park) ขับไปเพลินๆ ชมวิวสองข้างทางจนถึงอุทยานที่ได้ชื่อว่าเป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ และเป็นที่ตั้งของยอดเขาคินาบาลู สูงถึง 4,095 เมตร

ภายในอุทยานถือเป็นสวรรค์ของคนรักต้นไม้และดอกไม้ มีพืชหลากหลายสายพันธุ์มากกว่า 5,000 ชนิด กล้วยไม้กว่า 1,200 ชนิด รวมถึงกล้วยไม้หายาก Rothschild’s Slippers (Paphiopedilum Rothschildianum) ที่นักสะสมตามหา

ถ้าโชคดีอาจได้เห็นดอกไม้สายเท่ อย่างดอกบัวผุดยักษ์ หรือหม้อข้าวหม้อแกงลิงตระกูล “Rajah Brookes Pitcher” พืชกินแมลงไซส์ใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ในอุทยานจะมีการพาเข้าชม ห้องนิทรรศการของอุทยาน (Kinabalu Park Headquarters) ทำความรู้จักภูเขา ป่า และระบบนิเวศแบบเข้าใจง่าย ก่อนออกไปเดิน เส้นทางศึกษาธรรมชาติรอบสวนพฤกษศาสตร์ (Mount Kinabalu Botanical Garden Trail) สูดอากาศดีๆ ให้เต็มปอด

เสร็จแล้วไป รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 3) ที่ห้องอาหารท้องถิ่นในละแวกนั้น เติมพลังรอบบ่าย

บ่าย: Poring Hot Spring & Canopy Walk

ช่วงบ่าย ขยับไปต่อที่ Poring Hot Spring แหล่งน้ำพุร้อนท่ามกลางธรรมชาติ ชื่อ Poring ก็มาจากต้นไผ่ขนาดใหญ่ที่มีอยู่ทั่วไปในบริเวณนี้

ที่นี่สามารถ

  • แช่น้ำพุร้อนในอ่างแบบ open-air สไตล์ญี่ปุ่น

  • หรือเลือกลงแช่ในสระน้ำพุร้อนธรรมชาติ ตามสไตล์ที่ชอบ

อุ่นตัวเสร็จ ก็ถึงเวลาตื่นเต้นกับ “Canopy Walk” ทางเดินลอยฟ้าบนสะพานแขวนที่โยงจากต้นไม้สูงต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง ระดับความสูงจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร มองลงมาเห็นยอดไม้และป่าฝนเขียวขจีแบบพาโนรามา ใครกลัวความสูงคือได้ท้าทายตัวเองเต็มๆ

เสร็จภารกิจธรรมชาติ เดินทางกลับเข้าสู่ตัวเมืองโคตา คินาบาลู ระหว่างทางแวะที่ Kundasang Vegetable Market & Fruits Stall แวะชมและซื้อผักผลไม้ท้องถิ่นสดๆ กลับไปเป็นของฝากหรือของกินเล่นบนรถ

เย็นนี้พาไป รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 4) ที่ภัตตาคารในเมือง แล้วกลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยในตัวเมืองโคตา คินาบาลู

วันที่ 3: จูนอินกับวิถีชนเผ่า + ล่องเรือหาลิงจมูกยาว

เช้าเริ่มวันด้วย อาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 5) แล้วมัคคุเทศก์จะมารับออกเดินทางต่อ

จุดหมายแรกคือ Mari Mari Cultural Village หมู่บ้านวัฒนธรรมที่รวบรวมและจำลองบ้านของชนเผ่าต่างๆ บนเกาะบอร์เนียวมาไว้ที่เดียว ให้เราได้เห็นทั้ง

  • รูปแบบบ้านและสถาปัตยกรรมของแต่ละเผ่า

  • วิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมพื้นบ้าน

ในหมู่บ้านจะมี การแสดงบนเวที ให้ชมกันแบบใกล้ชิด เป็นการเล่าเรื่องวัฒนธรรมผ่านโชว์ ดูสนุกและเข้าใจง่าย

จากนั้นอิ่มท้องต่อด้วย อาหารกลางวันในภัตตาคารของ Mari Mari Cultural Village (มื้อที่ 6)

บ่าย: ล่องเรือหาลิงจมูกยาวริมแม่น้ำ Klias

ตอนบ่าย มุ่งหน้าไปยังท่าเรือ เพื่อลงเรือล่องไปตาม แม่น้ำ Klias แม่น้ำสายนี้ถือเป็นจุดที่สามารถเห็นลิงจมูกยาวได้ง่าย และอยู่ไม่ไกลจากเมืองมากนัก

ระหว่างล่องเรือจะได้ชมบรรยากาศธรรมชาติป่าชายเลน จนถึงโซนปากแม่น้ำที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะ ลิงจมูกยาว (Proboscis Monkey) ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเกาะบอร์เนียว เพราะพบได้เฉพาะในป่าร้อนชื้นบนเกาะนี้เท่านั้น

ลักษณะเด่นของเจ้าตัวนี้คือ จมูกใหญ่ยาวสีออกแดงๆ เป็นก้อนเนื้อย้วยๆ และพุงกลมๆ น่ารักแปลกตา แถมระหว่างทางยังมีโอกาสเห็นลิงกัง ค่าง และนกหลากหลายสายพันธุ์เกาะอยู่สองฝั่งน้ำ

ค่ำนี้จัดเต็มอีกมื้อกับ อาหารเย็นที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 7) ก่อนกลับที่พักในตัวเมืองโคตา คินาบาลู ปิดท้ายคืนสุดท้ายบนเกาะบอร์เนียวแบบฟีลดีสุดๆ

วันที่ 4: เที่ยวในเมือง KK ปิดทริป ก่อนบินกลับกรุงเทพ

เช้าวันสุดท้าย เริ่มด้วย อาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 8) จากนั้นเช็คเอาท์ แล้วรอมัคคุเทศก์มารับที่โรงแรม

วันนี้จะพาเที่ยวในเมืองโคตา คินาบาลูกันแบบจัดเต็มอีกรอบ ทำความรู้จัก KK ให้มากกว่าคำว่าเมืองผ่านทาง

ระหว่างทัวร์เมืองจะได้ผ่านชม

  • ภาพรวมเมืองโคตา คินาบาลู เมืองหลวงของรัฐซาบาห์บนเกาะบอร์เนียว ที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเรียกกันสั้นๆ ว่า “KK”

  • บรรยากาศของเมืองที่ได้ชื่อว่า “ดินแดนใต้สายลม (Land Below The Wind)”

  • อนุสรณ์อิสรภาพ (Dewan Merdeka) สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1958 เพื่อระลึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย รวมถึงการรวมรัฐซาราวักและซาบาห์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ จนนำไปสู่การประกาศเป็นสหพันธรัฐมาเลเซียในวันที่ 16 กันยายน 1963

ต่อด้วยการชม พิพิธภัณฑ์ซาบาห์ (Sabah State Museum & Heritage Village) เรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และรากเหง้าของผู้คนในซาบาห์แบบย่อๆ แต่อินมาก

จากนั้นแวะที่ วัดจีน Puh Toh Tze วัดจีนเก่าแก่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1980 จุดเด่นคือรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่หน้าวัด บรรยากาศสงบและเหมาะกับการถ่ายรูปสวยๆ

ปิดท้ายสายช้อปด้วยการพาไป Philippine Market แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของ KK ให้เวลาเดินเลือกของฝาก ของที่ระลึก ได้แบบอิสระ

อิ่มใจแล้วก็ถึงเวลาอิ่มท้องรอบสุดท้ายกับ อาหารกลางวัน (มื้อที่ 9) ที่ภัตตาคาร ก่อนเดินทางต่อไปยังสนามบินโคตา คินาบาลู

จากนั้นออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ ขึ้นอยู่กับไฟลท์ที่เลือกในวันเดินทางจริง

สรุป: ทำไมทริป 4 วันนี้ควรอยู่ในลิสต์เที่ยวเกาะของคุณ

ถ้าคุณกำลังหาเส้นทางเที่ยวเกาะที่ได้มากกว่าแค่ทะเลใสและชายหาดสวย โคตา คินาบาลู – เกาะบอร์เนียว คือคำตอบ

เพราะทริปเดียวคุณจะได้ครบทั้ง

  • ธรรมชาติระดับมรดกโลก ที่อุทยานคินาบาลู

  • น้ำพุร้อน & Canopy Walk ที่ให้ทั้งฟีลผ่อนคลายและท้าทาย

  • วัฒนธรรมชนเผ่าบอร์เนียว ที่ Mari Mari Cultural Village

  • ล่องเรือหาลิงจมูกยาว สัญลักษณ์สุดยูนีคของเกาะบอร์เนียว

  • เดินเล่น-ช้อปปิ้งในเมือง KK แบบชิลก่อนกลับ

ใครกำลังเล็งทริปเที่ยวเกาะแบบไม่ซ้ำใคร ลองเก็บเกาะบอร์เนียว 4 วันนี้ไว้ในลิสต์ แล้วคุณจะรู้ว่า “ดินแดนใต้สายลม” มีเสน่ห์กว่าที่คิดเยอะมากจริงๆ