รับแอปรับแอป

รวมทริคดูแลผิว–สุขภาพ–เมนทัล ให้ชีวิตสมดุลแบบง่าย ๆ ในยุควุ่นวาย

ปวีณา ศรีทอง01-29

เปิดโหมดดูแลตัวเองแบบครบสูตร

ช่วงนี้ใครรู้สึกว่าชีวิตยุ่ง ผิวพัง เมนทัลเริ่มบาง แต่ก็ยังอยากดูแลตัวเองแบบไม่ยุ่งยากเกินไป บทความนี้รวมไอเดียดูแลผิว สุขภาพกาย–ใจ และการใช้ชีวิตให้เบาสบายขึ้นในสไตล์ง่าย ๆ ทำได้จริง ไม่เวอร์ ไม่ต้องของแพง

เราจะค่อย ๆ ไล่ไปตั้งแต่เรื่องน้ำหอม ผิวแพ้ง่าย สกินแคร์ตัวดังอย่างไฮยาลูรอน ไปจนถึงเล็บ สุขภาพจิต และโรคต่าง ๆ ที่ควรรู้ทัน

น้ำหอมกับผิวแพ้ง่าย ใช้ยังไงไม่ให้พัง

คนผิวแพ้ง่ายอยากหอมได้ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าใช้ไม่ระวัง ผื่นแดง คัน ระคายเคืองมาแน่นอน มาลองปรับวิธีใช้แบบฉลาด ๆ กัน

1. เลือกสูตรที่ผิว (แพ้ง่าย) รับไหว

  • มองหาน้ำหอมที่ ปราศจากแอลกอฮอล์ หรือมีแอลกอฮอล์ต่ำ

  • สูตรแบบออยล์ หรือแนวธรรมชาติ มักอ่อนโยนกับผิวมากกว่า

  • เช็กฉลากคำว่า suitable for sensitive skin / hypoallergenic ถ้ามีถือว่าเริ่มดี

2. ทดสอบก่อนทุกครั้ง อย่าขี้เกียจแพตช์เทสต์

  • ฉีดลงบริเวณเล็ก ๆ เช่นด้านในข้อมือ หรือหลังใบหู

  • ทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง

  • ถ้าไม่คัน แดง หรือระคายเคือง ค่อยใช้จริงแบบสบายใจ

3. ระวังจุดที่อุณหภูมิสูงและมีการเสียดสี

  • หลีกเลี่ยงการฉีดบริเวณคอ ใต้รักแร้ หรือจุดที่ผิวเสียดสีกับเสื้อผ้ามาก ๆ

  • ความร้อนและการถูไปมาทำให้ผิวไวขึ้น และเพิ่มโอกาสระคายเคือง

4. เปลี่ยนจุดฉีดให้ปลอดภัยกับผิวมากขึ้น

  • ฉีดที่เสื้อผ้า (ผ้าสีอ่อนควรระวังรอยดวงน้ำหอม)

  • ฉีดบนเส้นผมเบา ๆ หรือหวีก่อนแล้วค่อยหวีผม

สรุปง่าย ๆ: ถ้าผิวแพ้ง่ายแต่ใจรักน้ำหอม ให้คิดเสมอว่า ความปลอดภัยของผิวมาก่อนความหอม ทุกครั้ง

โรคระบาด–ข่าวลือ–ความกังวล: ตั้งสติยังไงให้ใจไม่พัง

เวลามีข่าวโรคระบาด โดยเฉพาะโรคที่ฟังดูน่ากลัวอย่างโรคพิษสุนัขบ้า หลายคนสติหลุดโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ความจริงแล้วถ้ามีข้อมูลที่ถูกต้อง เราจะรับมือได้ดีกว่าที่คิด

1. เริ่มจาก “เข้าใจสถานการณ์จริง” ก่อนกลัว

  • หาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น หน่วยงานสาธารณสุข หรือองค์กรด้านสาธารณสุข

  • รู้ให้ชัดว่าโรคคืออะไร ติดต่อยังไง ป้องกันได้แบบไหน

2. ไม่ให้ข่าวลือมาคุมอารมณ์เรา

  • อย่าเชื่อทุกอย่างบนโซเชียลทันที ตรวจสอบทุกครั้ง

  • ถ้าสงสัย ให้ถามผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรทางการแพทย์

  • สุขภาพใจสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย กรองข้อมูลก่อนเสพเสมอ

3. ดูแลทั้งตัวเองและสัตว์เลี้ยง

  • พาสุนัขเข้ารับวัคซีนป้องกันตามนัดทุกปี

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสุนัขจรจัด หรือสัตว์ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ

  • สอนคนในบ้านให้รู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากถูกกัดหรือข่วน

ไฮยาลูรอน ตัวช่วยผิวอิ่มน้ำที่ใคร ๆ ก็พูดถึง

ถ้าพูดถึงส่วนผสมยอดฮิตในสกินแคร์ยุคนี้ ชื่อของ ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) ต้องติดโผแน่นอน เพราะขึ้นชื่อเรื่องงานผิวฉ่ำ เด้ง ดูสุขภาพดีแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์

ไฮยาลูรอนคืออะไร?

  • เป็นสารที่ร่างกายเรามีอยู่แล้วในผิว ข้อต่อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

  • จุดเด่นคือ กักเก็บน้ำได้ดีมาก ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและสดใส

  • ยังมีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว

ทำไมควรมีสกินแคร์ที่มีไฮยาลูรอน

  • ล็อกความชุ่มชื้นขั้นสุด: กักเก็บน้ำได้สูงมาก ทำให้ผิวไม่แห้งกร้านระหว่างวัน

  • ช่วยให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น: ผิวที่อิ่มน้ำจะดูเรียบเนียน ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูเบลอไป

  • เหมาะกับแทบทุกสภาพผิว: รวมถึงผิวแพ้ง่าย เพราะโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยและไม่ดุร้ายต่อผิว

ทริคเล็กน้อยคือ ใช้ไฮยาลูรอนบนผิวที่ยังชื้นนิด ๆ แล้วตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อ “ล็อก” ความชุ่มชื้น จะเห็นผลชัดกว่าทาเดี่ยว ๆ

สัตว์เลี้ยงกับสุขภาพจิต: ยิ่งเล่น ยิ่งใจนุ่ม

การมีสัตว์เลี้ยงไม่ได้แค่ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา แต่ยังช่วยซัพพอร์ตสุขภาพจิตของเราแบบเนียน ๆ โดยเฉพาะเรื่องความเครียด

1. สร้างกิจวัตรสนุก ๆ กับสัตว์เลี้ยง

  • ตั้งเวลาเล่นกับน้องหมาน้องแมวทุกวัน เช่น ตอนเช้าหรือตอนเย็น

  • ออกไปเดินเล่นด้วยกัน ได้ทั้งออกกำลังกายและเปลี่ยนบรรยากาศ

  • เล่นของเล่นง่าย ๆ ลูกบอล หรือของเล่นมีเสียง ช่วยให้ทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงอารมณ์ดีขึ้น

2. จัดมุมผ่อนคลายร่วมกัน

  • เปิดเพลงเบา ๆ แล้วนั่งเล่นกับสัตว์เลี้ยงแบบชิล ๆ

  • ทำมุมโปรดเล็ก ๆ ในบ้านสำหรับนั่งเล่น นอนกอด หรือดูทีวีไปด้วยกัน

3. ฟัง “ภาษากาย” ของสัตว์เลี้ยงบ้าง

  • สัตว์เลี้ยงมักรับรู้อารมณ์ของเจ้าของได้ดีมาก

  • การสังเกตอารมณ์ของเขา ก็ช่วยให้เรารู้ตัวด้วยว่าช่วงนี้เรากำลังเครียดเกินไปหรือเปล่า

ความสัมพันธ์แบบสองทาง: เราดูแลเขา เขาก็ช่วยเยียวยาเราเช่นกัน

ดีท็อกซ์ผิวแบบฉลาด ไม่ต้องของแพงก็ได้ผิวใส

การมีผิวดีไม่ใช่เรื่องของครีมกระปุกแพงเสมอไป แต่เริ่มจากการ “เคลียร์ผิว” ให้สะอาดทั้งสิ่งสกปรกและพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว

ดีท็อกซ์ผิวคืออะไร?

คือการช่วยผิวจัดการกับสิ่งที่ถาโถมเข้ามาทุกวัน เช่น

  • ฝุ่น มลภาวะ

  • น้ำมันส่วนเกิน

  • เซลล์ผิวที่ตายแล้ว

เป้าหมายคือทำให้ผิวกลับมาหายใจโล่ง ๆ อีกครั้ง

วิธีดีท็อกซ์ผิวแบบไม่ยุ่งยาก

  • เลือกคลีนเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว ไม่ทำให้แห้งตึง

  • เน้นส่วนผสมอ่อนโยน หรือมาจากธรรมชาติเท่าที่ทำได้

  • ล้างหน้าเช้า–เย็นเป็นอย่างน้อย โดยไม่ขัดถูแรงเกินไป

จำไว้ว่า: ดีท็อกซ์ผิวที่ดี ไม่ใช่การ “รุนแรง” จนผิวบาง แต่คือการดูแลผิวให้สมดุลและแข็งแรงจากพื้นฐาน

เล็บเล่าเรื่องสุขภาพ: ดูเล็บก็รู้ร่างกาย

เล็บไม่ได้มีหน้าที่ไว้ทาสีสวย ๆ อย่างเดียว แต่ยังสะท้อนสุขภาพด้านในของเราได้อย่างดี

ทำไมต้องใส่ใจสุขภาพเล็บ

  • เล็บเปราะ เปลี่ยนสี หรือมีลายแปลก ๆ อาจเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด

  • บางครั้งยังบอกถึงปัญหาสุขภาพภายในที่ควรเช็กให้แน่ใจ

เคล็ดลับดูแลเล็บแบบเวชศาสตร์ทั่วไปใกล้ตัว

  • กินอาหารให้ครบถ้วน: เน้นอาหารที่มีวิตามิน B ซีลีเนียม สังกะสี เช่น ผักใบเขียว ถั่ว ปลา ไข่

  • รักษาความสะอาด: ล้างมือและทำความสะอาดเล็บเป็นประจำ ตัดเล็บให้พอดีไม่สั้นจนเจ็บ

  • ลดการใช้สารเคมีแรง ๆ กับเล็บ เช่น น้ำยาล้างเล็บที่มีอะซีโตนสูง ใช้เท่าที่จำเป็น

ถ้าเล็บเปลี่ยนแปลงผิดปกติแบบไม่ทราบสาเหตุ และเป็นอยู่นาน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดไปเลย

ป้องกันไข้เลือดออกแบบคิดเป็นระบบ

ไข้เลือดออกเป็นโรคที่ประเทศไทยต้องเจอบ่อย แต่อย่ารอให้มีคนใกล้ตัวป่วยก่อนค่อยสนใจ การป้องกันเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

1. ตัดวงจรยุงลายตั้งแต่ต้นทาง

  • กำจัดแหล่งน้ำนิ่งในบ้านและรอบ ๆ บ้าน เช่น ภาชนะ ทิ้งขวดเก่า กระถางที่มีน้ำขัง

  • ถ้าจำเป็นต้องเก็บน้ำ ให้ปิดฝาให้มิดชิด

  • ในบางพื้นที่ อาจมีการใช้สารเคมีหรือยาฆ่าลูกน้ำยุงลายตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2. ทำให้ทั้งชุมชนรู้เท่าทัน

  • จัดกิจกรรมให้ความรู้ในหมู่บ้าน โรงเรียน หรือที่ทำงาน

  • แจกสื่อความรู้ให้อ่านง่าย เห็นภาพชัด

ยิ่งทุกคนช่วยกัน ยุงก็ยิ่งมีพื้นที่ให้อยู่น้อยลง และความเสี่ยงของโรคก็ลดลงตามไปด้วย

เตือนสัญญาณโรคไต อย่ารอให้หนักก่อนค่อยสนใจ

โรคไตมักเริ่มแบบเงียบ ๆ จนหลายคนคิดว่าไม่เป็นอะไร แต่พอรู้ตัวอีกทีอาจสายไปแล้ว ลองมาดูสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

อาการที่ควรเริ่มเอะใจ

  • บวม: มือ เท้า รอบดวงตาดูบวมกว่าปกติ เพราะร่างกายขับน้ำส่วนเกินออกได้ไม่ดี

  • ปัสสาวะเปลี่ยนไป: สีเข้ม กลิ่นแรง มีฟองมากขึ้น อาจมีโปรตีนหรือสารผิดปกติปนอยู่

  • เหนื่อยง่าย: อาจมาจากการที่ไตผลิตฮอร์โมนสร้างเม็ดเลือดแดงได้ไม่พอ

  • ปวดหลังส่วนล่าง: โดยเฉพาะหากไม่เกี่ยวกับการยกของหนักหรืออุบัติเหตุ

  • ความดันโลหิตสูงผิดปกติ: ไตมีส่วนสำคัญในการช่วยควบคุมความดัน

วิธีดูแลไตแบบง่าย ๆ

  • ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน ไม่มากหรือน้อยเกินไป (ขึ้นกับสุขภาพแต่ละคน)

  • เลี่ยงการใช้ยาบางชนิดต่อเนื่องเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

  • ลดเค็ม ลดอาหารแปรรูป และเช็กสุขภาพประจำปี

ไมเกรน: ปวดหัวระดับชีวิตสะดุด และวิธีรับมือ

หลายคนรู้จักคำว่า “ไมเกรน” ดี เพราะแค่กำเริบทีเดียว ชีวิตทั้งวันพังไปเรียบร้อย ลองมาดูปัจจัยที่กระตุ้นและแนวทางป้องกัน

สาเหตุและตัวกระตุ้นไมเกรนที่เจอบ่อย

  • พันธุกรรม: ถ้าที่บ้านมีคนเป็นไมเกรน คุณก็มีโอกาสสูงขึ้น

  • ฮอร์โมนแปรปรวน: โดยเฉพาะช่วงก่อน–ระหว่างมีประจำเดือน ที่ระดับเอสโตรเจนเปลี่ยน

  • อาหาร–เครื่องดื่มบางชนิด: เช่น ช็อกโกแลต คาเฟอีน อาหารที่มีสารกันบูดหรือโซเดียมสูง

แนวทางป้องกันที่ลองทำได้

  • จดบันทึกว่าแต่ละครั้งที่ปวด คุณกินอะไร ทำอะไร นอนกี่ชั่วโมง เพื่อจับแพทเทิร์นตัวกระตุ้น

  • พยายามนอน–ตื่นเวลาเดิมให้สม่ำเสมอ ลดการอดนอน

  • ลดความเครียด ด้วยวิธีที่เหมาะกับตัวเอง เช่น ออกกำลังกายเบา ๆ ทำสมาธิ หรือหากิจกรรมที่ทำแล้วใจนิ่งขึ้น

แพ้อาหาร: สัญญาณเล็ก ๆ ที่ห้ามมองข้าม

การแพ้อาหารไม่ใช่แค่กินแล้วท้องเสียแล้วจบ แต่บางคนอาจมีอาการตั้งแต่เบาไปจนถึงรุนแรง ถึงขั้นเป็นภาวะฉุกเฉินได้ ถ้ารู้เท่าทัน ก็เลี่ยงอันตรายได้

แพ้อาหารคืออะไร?

คือการที่ระบบภูมิคุ้มกันของเรา ดันมองโปรตีนในอาหารบางชนิดเป็นศัตรู แล้วตอบสนองเกินกว่าเหตุ

อาการที่พบได้บ่อย

  • ผิวหนัง: คัน ผื่นแดง ลมพิษ

  • ระบบหายใจ: ไอ หายใจลำบาก มีเสียงวี๊ด

  • ระบบทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย

  • อาการอื่น ๆ: บวมที่ริมฝีปาก ลิ้น ใบหน้า

ถ้ารู้ว่าแพ้อาหารอะไรแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลีกเลี่ยงอย่างจริงจัง อ่านฉลากอาหารทุกครั้ง และบอกคนรอบตัวให้เข้าใจเผื่อกรณีฉุกเฉิน

อีกมุมของไมเกรน: ปัจจัยชีวิตประจำวันก็เกี่ยว

นอกจากพันธุกรรมและฮอร์โมน ไมเกรนยังถูกกระตุ้นจากพฤติกรรมรายวันที่เรามองข้ามอยู่บ่อย ๆ

ตัวการที่ทำให้ไมเกรนมาเยือนบ่อยขึ้น

  • ฮอร์โมน (อีกครั้ง): โดยเฉพาะผู้หญิงช่วงรอบเดือนหรือช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

  • อาหารบางประเภท: เช่น ช็อกโกแลต อาหารเค็มจัด หรืออาหารที่มีส่วนผสมบางอย่างที่เราไวต่อมัน

  • ความเครียดเรื้อรัง: เครียดสะสมแบบไม่รู้ตัว ก็ทำให้ไมเกรนปะทุได้ง่าย

  • การนอนหลับไม่เพียงพอ: นอนไม่ถึง หรือนอนดึกตลอด เป็นการเปิดประตูต้อนรับไมเกรนชั้นดี

ปรับไลฟ์สไตล์ ลดโอกาสปวดหัวซ้ำ ๆ

  • จัดเวลานอน–ตื่นให้คงที่ ใส่ใจเรื่องคุณภาพการนอน

  • หา “ช่องระบายความเครียด” ที่เหมาะกับตัวเอง

  • ค่อย ๆ สังเกตว่าอาหารอะไรทำให้ปวดหัว แล้วลดหรือเลี่ยง

สรุป: ดูแลผิว–สุขภาพ–ใจ แบบไม่กดดันตัวเอง

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่กฎเหล็ก แต่คือแนวทางที่คุณเลือกหยิบไปปรับใช้ได้ตามไลฟ์สไตล์ตัวเอง

  • ผิวดีเริ่มจาก ขั้นตอนพื้นฐานที่ทำสม่ำเสมอ มากกว่าของแพง

  • สุขภาพดีเริ่มจากการสังเกตสัญญาณเล็ก ๆ ของร่างกาย

  • สุขภาพจิตดีเริ่มจากการจัดการความเครียดและโอบกอดตัวเองในวันที่ไม่ไหว

ลองเลือกสัก 1–2 ข้อจากบทความนี้ไปเริ่มปรับวันนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่าการดูแลตัวเองแบบง่าย ๆ ก็เปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้เยอะกว่าที่คิด