รับแอปรับแอป

จากซีรีส์สู่เวทีจริง Khemjira The Golden Time Concert กับความทรงจำที่ไม่รู้ลืม

วรากร บุญเกิด01-26

แม้ซีรีส์จะลาจอไปแล้ว แต่ความรู้สึก ความผูกพัน และพลังของเรื่องราวจาก เขมจิราต้องรอด กลับไม่เคยเลือนหายไปจากหัวใจของแฟนๆ เลยแม้แต่น้อย และสิ่งที่พิสูจน์ความรักอันแน่นแฟ้นนั้นได้อย่างชัดเจนที่สุด คือการเกิดขึ้นของ Khemjira The Golden Time Concert คอนเสิร์ตที่ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ปิดฉากซีรีส์ แต่เป็นการจารึกความทรงจำครั้งสำคัญลงบนหน้าประวัติศาสตร์ของวงการ Boys’ Love ไทยอย่างงดงามและทรงพลัง

คอนเสิร์ตจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17–18 มกราคมอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี และกลายเป็นสองค่ำคืนที่แฟนๆ ไม่มีวันลืม ด้วยการผสมผสานศิลปะการแสดง ดนตรี และวัฒนธรรมไทยเข้าด้วยกันอย่างประณีต จนเกิดเป็นประสบการณ์ที่ทั้งยิ่งใหญ่ ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยอารมณ์

จากหน้าจอสู่เวทีจริง การส่งท้ายอย่างสมศักดิ์ศรีของเขมจิราต้องรอด

เขมจิราต้องรอด ซีรีส์ Boys’ Love จากค่าย ดูมันดิ ที่นำแสดงโดย เก่ง หฤษฎ์, น้ำปิง นภัสกร, เติ้ล มติมันท์ และเฟิร์สวัน วรรณกร ไม่ได้เป็นเพียงซีรีส์รักที่ประสบความสำเร็จในแง่เรตติ้งหรือกระแส แต่เป็นผลงานที่ทิ้งร่องรอยทางอารมณ์ให้ผู้ชมอย่างลึกซึ้ง

เรื่องราวที่ผสานความรัก ความเชื่อ และกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทย ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเมื่อถึงเวลาส่งท้าย ทีมผู้สร้างจึงเลือกที่จะไม่ปล่อยให้ความทรงจำจางหายไปอย่างเงียบๆ แต่กลับยกระดับการอำลาให้กลายเป็น “พิธีกรรมแห่งความทรงจำ” ผ่านคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของซีรีส์ไทย

เปิดเวทีด้วยความขลัง เสียงเพลงและการปรากฏตัวที่สะกดทุกสายตา

ทันทีที่ไฟบนเวทีดับลง เสียงดนตรีอันขลังของเพลง ผาบมาร ก็ดังขึ้น ท่ามกลางแสง สี และโปรดักชันที่ชวนให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ก่อนที่ช่วงเวลาสำคัญจะเกิดขึ้น เมื่อ เก่ง–น้ำปิง–เติ้ล–เฟิร์สวัน ปรากฏตัวกลางอากาศอย่างสง่างาม

วินาทีนั้น เสียงกรี๊ด เสียงปรบมือ และพลังจากแฟนๆ หลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่ทั้งขนลุกและตื้นตัน เปิดเวทีอย่างสมศักดิ์ศรีของคำว่า “The Golden Time” ✨

บทเพลงแห่งเรื่องราว จากกาลครั้งหนึ่งสู่ Golden

หลังจากเปิดเวทีอย่างยิ่งใหญ่ คอนเสิร์ตก็พาแฟนๆ เดินทางย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราว ผ่านบทเพลง กาลครั้งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความหมาย ก่อนจะต่อเนื่องด้วยการโชว์พลังเสียงในเพลง Golden ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงที่เปรียบเสมือนหัวใจของซีรีส์

การเรียงลำดับเพลงถูกออกแบบอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่เพื่อความสนุก แต่เพื่อพาอารมณ์ของผู้ชมไหลไปพร้อมกับความทรงจำที่ค่อยๆ ถูกเปิดออกทีละชั้น


ใจจงมั่น สเตจหลักที่ทำให้ทั้งฮอลล์หยุดหายใจ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่สุดของคอนเสิร์ต คือสเตจเพลง ใจจงมั่น เพลงหลักของซีรีส์ที่แฟนๆ ร้องตามได้ทุกคำ

ในวันแรก แขกรับเชิญพิเศษอย่าง ปราง ปรางทิพย์ เจ้าของเสียงต้นฉบับ มาร่วมร้องบนเวที ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งและงดงาม ส่วนในวันที่สอง เวทีนี้ถูกเติมเต็มด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ อิ้งค์ วรันธร ที่มอบมิติใหม่ให้กับบทเพลงเดียวกัน

สองเวอร์ชัน สองอารมณ์ แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือความตื้นตันที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งอารีน่า 💛

โซโล่สเตจ พื้นที่ของตัวตนและการสร้างสรรค์

เมื่อถึงช่วงโซโล่ของนักแสดงแต่ละคน เวทีได้กลายเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ เก่ง, น้ำปิง, เติ้ล และเฟิร์สวัน ได้ถ่ายทอดตัวตนผ่านเพลงประกอบซีรีส์และโชว์ที่พวกเขามีส่วนร่วมในการออกแบบเอง

แต่ละโชว์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางโชว์เน้นพลังเสียง บางโชว์เน้นการแสดง บางโชว์เน้นอารมณ์และการสื่อสารกับแฟนๆ โดยตรง สิ่งเหล่านี้ทำให้แฟนๆ ได้เห็นอีกด้านหนึ่งของนักแสดงที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อน และยิ่งตอกย้ำความผูกพันระหว่างศิลปินกับผู้ชม

โชว์คู่ที่เต็มไปด้วยพลังและเซอร์ไพรส์

อีกหนึ่งช่วงที่เรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลาย คือโชว์คู่ของ เติ้ล และเฟิร์สวัน ที่มาพร้อมแขกรับเชิญระดับแถวหน้า

ในวันแรก เวทีถูกจุดประกายด้วยพลังและสไตล์เฉพาะตัวของ MILLI ที่เข้ามาเติมความดุดันและความทันสมัย ส่วนวันที่สอง ก็ไม่แพ้กัน เมื่อ BOWKYLION มาร่วมโชว์ด้วยเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างบรรยากาศที่แตกต่างแต่ทรงพลังไม่แพ้กัน 🎤

จากนั้นเวทีก็ถูกส่งต่อให้กับโชว์คู่ของ เก่ง และน้ำปิง ที่มาพร้อมแขกรับเชิญคนพิเศษอย่าง Jeff Satur ซึ่งมาร่วมแสดงทั้งสองวัน การผสานเสียงและพลังของทั้งสามคน สร้างช่วงเวลาที่แฟนๆ ยกให้เป็นหนึ่งในสเตจที่น่าจดจำที่สุดของคอนเสิร์ตครั้งนี้


แขกรับเชิญมากมายที่ร่วมเติมเต็มจักรวาลเขมจิรา

นอกจาก 4 นักแสดงนำแล้ว คอนเสิร์ตครั้งนี้ยังเต็มไปด้วยแขกรับเชิญที่มีส่วนร่วมกับซีรีส์และบทเพลงประกอบอย่างคับคั่ง

ไม่ว่าจะเป็น อ๊อฟ สุรพล ที่มาพร้อมเพลง โฮมขวัญ, สยาโม กับเพลง โกดำ รวมถึงนักแสดงจากซีรีส์ที่มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีอย่าง แพทจิ จิรชาติ, ปัง พิรุฬห์วัตน์, เน็ต สิรภพ, เจนิส เจณิสตา, แม่นกน้อย อุไรพร และกรีน อัษฎาพร

การปรากฏตัวของทุกคน ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์พิเศษ แต่คือการรวมพลังของครอบครัวเขมจิรา ที่ทำให้เวทีแห่งนี้อบอุ่นและมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง 🤍

ความเป็นไทยที่ถักทออยู่ในทุกองค์ประกอบ

สิ่งที่ทำให้ Khemjira The Golden Time Concert แตกต่างจากคอนเสิร์ตทั่วไป คือการให้ความสำคัญกับ วัฒนธรรมไทย ในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ฉาก แสง สี ดนตรี เครื่องแต่งกาย ไปจนถึงท่าทางของแดนเซอร์

ทุกโชว์ถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายของความเป็นเขมจิราต้องรอด ถ่ายทอดความขลัง ความเชื่อ และความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างร่วมสมัย ทำให้คอนเสิร์ตนี้ไม่ใช่แค่การแสดง แต่เป็นงานศิลปะที่มีเรื่องเล่าอยู่ในทุกจังหวะ

เมดเลย์แห่งความทรงจำและน้ำตาแห่งความรัก

ช่วงท้ายของคอนเสิร์ต แฟนๆ ได้ย้อนกลับไปสัมผัสความทรงจำอีกครั้งผ่านเมดเลย์เพลงประกอบซีรีส์ ที่เรียงร้อยอารมณ์ตั้งแต่ความสุข ความคิดถึง ไปจนถึงความซาบซึ้ง

ภาพของนักแสดงทั้ง 4 คนที่ยืนอยู่บนเวที ท่ามกลางแสงแท่งไฟนับหมื่น และเสียงร้องตามจากแฟนๆ กลายเป็นภาพที่ยากจะลืม ก่อนที่ค่ำคืนจะปิดฉากลงด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ ทั้งจากทีมนักแสดงและผู้ชม

น้ำตาเหล่านั้นไม่ใช่ความเศร้า แต่คือความซาบซึ้งต่อความรัก ความผูกพัน และการเดินทางร่วมกันตลอดเส้นทางของเขมจิราต้องรอด 🌙


ตำนานที่ไม่ได้จบลงพร้อมซีรีส์

Khemjira The Golden Time Concert ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตส่งท้ายซีรีส์ แต่คือการเฉลิมฉลองเรื่องราว ความผูกพัน และการเดินทางร่วมกันของนักแสดง ทีมงาน และแฟนคลับ

สองค่ำคืน ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เต็มไปด้วยความอลังการ ความขลัง และอารมณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ไปจนถึงน้ำตาแห่งความตื้นตัน

การผสมผสานวัฒนธรรมไทย ดนตรี การแสดง และพลังของแฟนด้อม ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการ Boys’ Love ไทย

แม้ซีรีส์จะจบลงแล้ว แต่เขมจิราต้องรอดยังคงมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของผู้คน และ Khemjira The Golden Time Concert คือหลักฐานที่งดงามที่สุดว่า บางเรื่องราวไม่ได้มีไว้เพื่อจบ แต่มีไว้เพื่อถูกจดจำตลอดไป 💫