ปาร์ตี้ไม่สนกฎหมาย จบเกมเมื่อ บก.ปคม. บุกถึงหน้าร้าน
ปาร์ตี้ในร้านเหล้าชื่อดังแถวตำบลซึ้ง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ต้องสะดุดหยุดแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อชุดปฏิบัติการจาก บก.ปคม. สนธิกำลังกับตำรวจท้องที่และหน่วยงานด้านสังคม บุกเข้าตรวจค้น หลังได้รับรายงานว่า มีการใช้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานเสิร์ฟและขายบริการทางเพศ ภายในร้าน
เป้าหมายคือหญิงสาวรายหนึ่ง นางสาวอมิตาดาฯ ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลร้าน ซึ่งถูกสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการค้าประเวณีเด็ก

จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการลับในบาร์ดัง
ข้อมูลเชิงลึกที่ถูกส่งถึง บก.ปคม. ระบุชัดว่า ร้านแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ธรรมดา แต่แฝง ระบบซื้อขายบริการทางเพศเด็ก เอาไว้แบบแนบเนียน
รูปแบบการให้บริการคือ ปล่อยให้พนักงานนั่งดื่ม พูดคุย แนบชิดลูกค้า กอด จูบ จับต้องของสงวนได้ และเมื่อถูกใจ ก็สามารถนัดแนะต่อรองราคาซื้อบริการทางเพศต่อในโรงแรมใกล้เคียง
เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนให้สายลับเข้าใช้บริการในร้าน โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุดอย่างชัดเจน:
ชุดที่ 1 : เข้าตรวจค้นและจับกุมภายในร้าน
ชุดที่ 2 : เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายที่โรงแรม ซึ่งเป็นจุดนัดส่งตัวเด็ก
ล่อซื้อกลางคืน ตกลงราคากลางร้านเหล้า
สายลับนั่งเก็บข้อมูลอยู่ในร้านจนถึงประมาณ 23.00 น. และสามารถ ตกลงซื้อบริการทางเพศกับเด็กหญิง อายุเพียง 16 ปี ซึ่งใช้นามสมมุติว่า “น้องเอ” ได้สำเร็จ
ราคาที่ตกลงกันคือ 3,500 บาท โดยมีรายละเอียดการจ่ายเงินชัดเจน:
จ่ายส่วนหนึ่งเป็นค่าหัวคิวให้กับเจ้าของหรือผู้ดูแลร้าน 300 บาท ผ่านการโอนเงินเข้า QR Code ชื่อบัญชี น.ส.อมิตาดาฯ
ส่วนค่าตัวน้องเอ ตกลงกันที่อีก 3,500 บาท
ทุกขั้นตอนถูกวางแผนอย่างแนบเนียน เพื่อให้มีหลักฐานชัดเจนพอจะเอาผิด

บุกสองจุดพร้อมกัน ร้านแตก–โรงแรมไม่รอด
เมื่อสายลับแจ้งสัญญาณว่าได้พาน้องเอไปถึงโรงแรมและอยู่ในห้องแล้ว ชุดปฏิบัติการทั้งสองทีมก็เริ่มเคลื่อนทันที
ชุดที่ 1 บุกเข้าไปในร้าน แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแจ้งเหตุผลการตรวจค้น ภายในร้านพบ นางสาวอมิตาดาฯ แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลร้านอย่างชัดเจน
ในระหว่างการตรวจค้น ยังพบว่ามีพนักงานเสิร์ฟที่อายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 4 คน ทำงานอยู่ในร้าน
ชุดที่ 2 เคลื่อนกำลังไปยังโรงแรม เข้าช่วยเหลือ “น้องเอ” ได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่จะเกิดความเสียหายมากไปกว่านี้
ภาพรวมของปฏิบัติการครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า เด็กจำนวนไม่น้อยถูกผลักดันเข้าสู่ระบบการค้าบริการทางเพศในพื้นที่ที่ดูเหมือนเป็น “ร้านเหล้าธรรมดา” เท่านั้น
ของกลางที่ยึดได้ บอกเล่าเรื่องจริงแบบไม่ต้องตีความ
นอกจากการช่วยเหลือเหยื่อและควบคุมตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางที่ตอกย้ำรูปแบบการกระทำผิดอย่างชัดเจน ได้แก่
ถุงยางอนามัยฉีกพร้อมใช้แล้ว 1 ชิ้น
ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 4 ใบ ที่ใช้ในการปฏิบัติการอำพราง พร้อมสำเนา 1 แผ่น
โทรศัพท์มือถือ OPPO A57 จำนวน 1 เครื่อง ใช้เป็นช่องทางติดต่อและประสานงาน
แผ่น QR Code สำหรับรับโอนเงิน ระบุชื่อบัญชี น.ส.อมิตาดาฯ จำนวน 1 แผ่น

จากร้านเหล้าไปโรงพัก และอนาคตของเด็กที่ถูกดึงเข้าเกมมืด
หลังจากปฏิบัติการในคืนดังกล่าว นางสาวอมิตาดาฯ ถูกนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดไปยัง สภ.ขลุง จังหวัดจันทบุรี เพื่อทำบันทึกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการค้าประเวณีเด็ก
ด้านเด็กหญิงผู้เสียหายทั้งหมด รวมถึงน้องเอและเด็กเสิร์ฟวัยต่ำกว่า 18 ปี ที่พบในร้าน ถูกส่งมอบให้กับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดจันทบุรี เพื่อเข้าสู่ กระบวนการคุ้มครอง ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และดูแลด้านสวัสดิภาพในระยะยาว
เมื่อการเที่ยวบาร์ไม่ใช่แค่เรื่องสนุก แต่พาไปแตะโลกมืด
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนที่ชอบออกเที่ยวบาร์ นั่งดื่มร้านเหล้าบรรยากาศสนุก อาจต้องหันมามองอีกมุมว่า บางพื้นที่บันเทิงอาจซ่อนธุรกิจสีเทา–สีดำเอาไว้ โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กและเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้อง
สิ่งที่ควรจำให้ขึ้นใจคือ:
หากเห็นบาร์หรือร้านเหล้าใช้เด็กหน้าตายังดูเป็นนักเรียนมาคอยนั่งดริงก์กับลูกค้า ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
การทำเป็นไม่สนใจ อาจเท่ากับปล่อยให้ระบบค้ามนุษย์ดำเนินต่อไป
หากพบพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าข่ายค้ามนุษย์ สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที
เพราะ การเที่ยวให้สนุก ไม่ควรต้องแลกกับอนาคตของเด็กคนหนึ่ง และทุกคนในวงการเที่ยวบาร์เอง ก็มีส่วนช่วยกันปิดช่องธุรกิจมืดเหล่านี้ได้เหมือนกัน

