รับแอปรับแอป

Siri โฉมใหม่ของ Apple สะดุดอีกครั้ง ฟีเจอร์ AI เตรียมทยอยปล่อยแทนเปิดตัวครั้งเดียว

Phanuphong.T02-12

ความหวังของแฟน Apple ที่รอคอย Siri เวอร์ชันใหม่ภายใต้ Apple Intelligence อาจต้องรอกันต่ออีกหน่อย เพราะรายงานล่าสุดระบุว่าแผนเปิดตัวครั้งใหญ่กำลังเจออุปสรรค ทำให้ Apple ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ จากเดิมที่เตรียมเปิดตัวแบบครบชุด กลายเป็นทยอยปล่อยฟีเจอร์เป็นระยะตลอดปีนี้

ก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งลดขอบเขตบางโปรเจกต์ AI ลง ทั้งระบบตอบคำถามเชิงความรู้ (World Knowledge Answers), การยกเครื่อง Safari ด้วย AI และการปรับปรุงแอป Health แบบอัจฉริยะ ล่าสุด Siri เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน


เกิดอะไรขึ้น: Siri ที่ใช้ Gemini เป็นเบื้องหลัง เจอโรดบล็อก

Apple ได้เลือก Google Gemini มาเป็นแกนหลักของโมเดล AI รุ่นใหม่ ที่จะขับเคลื่อนทั้ง Foundation Models บนอุปกรณ์ และ Siri เวอร์ชันปรับปรุงใหม่

เป้าหมายคือทำให้ Siri สามารถ:

  • ทำคำสั่งในแอป (In-App Actions) ได้จริงจัง

  • เข้าใจบริบทส่วนตัว (Personal Context Awareness)

  • เข้าใจสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ (On-Screen Awareness)

  • ทำงานแบบเอเจนต์ (Agentic AI) ข้ามหลายแอปได้

ทั้งหมดนี้จะอยู่ภายใต้กรอบใหญ่ที่เรียกว่า Apple Intelligence


โครงสร้าง AI ใหม่ของ Apple ทำงานอย่างไร

Apple วางระบบแบบผสมผสาน:

  • งาน AI ง่าย ๆ ประมวลผลบนอุปกรณ์ (On-Device)

  • งานซับซ้อนส่งไปประมวลผลบน Private Cloud ของ Apple

ฝั่งคลาวด์จะใช้โมเดล Gemini แบบปรับแต่งพิเศษ ขนาดถึง 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์ (1.2-trillion-parameter model)

ข้อมูลที่ส่งไปจะเป็นแบบเข้ารหัส และไม่เก็บสถานะถาวร (stateless) เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว


เดิมทีจะเปิดตัวเมื่อไร

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Siri โฉมใหม่จะเปิดตัวช่วงครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีการระบุวันที่ 23 กุมภาพันธ์เป็นเป้าหมาย

แผนแรกคือรวมฟีเจอร์ทั้งหมดไว้ใน iOS 26.4 ที่กำหนดปล่อยในเดือนมีนาคม


แผนใหม่: ทยอยปล่อยฟีเจอร์แทน

ล่าสุดมีรายงานว่า Apple ต้องกระจายฟีเจอร์ออกไปในอัปเดตถัด ๆ ไปแทน

ไทม์ไลน์ที่อาจเกิดขึ้น:

  • บางฟีเจอร์เลื่อนไป iOS 26.5 (พฤษภาคม)

  • บางส่วนอาจขยับไปถึง iOS 27 (กันยายน)

นั่นหมายความว่า Siri ใหม่จะไม่เปิดตัวแบบ “ครบชุดในครั้งเดียว” อย่างที่เคยวางแผน


ฟีเจอร์ไหนเสี่ยงเลื่อนมากที่สุด

ฟีเจอร์ที่มีแนวโน้มเลื่อนมากที่สุดคือ การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเชิงลึก

ตัวอย่างที่ Apple ต้องการให้ทำได้คือ:

  • ค้นหาข้อความเก่า ๆ

  • ดึงลิงก์พอดแคสต์ที่เพื่อนส่งมา

  • แล้วเปิดเล่นทันทีด้วยคำสั่งเดียว

ฟีเจอร์แบบนี้ต้องอาศัยการเข้าใจบริบทส่วนตัวจำนวนมาก จึงมีความซับซ้อนสูงทั้งด้านเทคนิคและความเป็นส่วนตัว


In-App Actions ก็ยังมีปัญหา

อีกฟีเจอร์สำคัญคือการให้ Siri สั่งงานในแอปต่าง ๆ แบบข้ามแพลตฟอร์ม

เช่น:

  • สั่งแก้ไขรูป

  • ส่งไฟล์

  • จองคิว

  • ทำหลายขั้นตอนอัตโนมัติ

เมื่อฟีเจอร์นี้ยังมีปัญหา Apple จึงไม่สามารถเปิดตัว Siri โฉมใหม่แบบจัดเต็มในครั้งเดียวได้


ทำไม Apple ต้องระวังมากเป็นพิเศษ

ต่างจากบริษัท AI บางรายที่เน้นปล่อยฟีเจอร์เร็วแล้วค่อยแก้ทีหลัง Apple ให้ความสำคัญกับ:

  • ความเสถียร

  • ความเป็นส่วนตัว

  • ภาพลักษณ์แบรนด์

Siri ถูกวิจารณ์มาหลายปีว่า “ตามหลังคู่แข่ง” ดังนั้นการรีบปล่อยของที่ยังไม่พร้อมอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี


สะท้อนอะไรเกี่ยวกับ Apple Intelligence

การเลื่อนและทยอยปล่อยฟีเจอร์แสดงให้เห็นว่า:

  • การรวมโมเดลขนาดใหญ่ระดับ 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์เข้ากับระบบปิดของ Apple ไม่ใช่เรื่องง่าย

  • การผสาน Gemini กับระบบความเป็นส่วนตัวของ Apple ต้องใช้เวลา

  • การทำ Agentic AI ที่เข้าใจข้อมูลส่วนตัวลึก ๆ ซับซ้อนกว่าที่คิด


สรุป: Siri ใหม่ยังมา แต่จะมาแบบค่อยเป็นค่อยไป

แม้แผนเปิดตัว Siri โฉมใหม่จะสะดุด แต่ไม่ได้หมายความว่าโครงการถูกยกเลิก

Apple ยังเดินหน้าพัฒนา Apple Intelligence และ Gemini-backed Siri ต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนวิธีเปิดตัวจาก “ยกชุด” เป็น “ทยอยปล่อย”

สำหรับผู้ใช้ สิ่งที่อาจเห็นในปีนี้คือ:

  • ฟีเจอร์บางส่วนทยอยเพิ่ม

  • ความสามารถใหม่ค่อย ๆ ขยาย

  • การอัปเดตใหญ่สุดอาจเกิดช่วงปลายปี

ปีนี้จึงอาจเป็นปีเปลี่ยนผ่านของ Siri มากกว่าจะเป็นการปฏิวัติในครั้งเดียว