ความหวังของแฟน Apple ที่รอคอย Siri เวอร์ชันใหม่ภายใต้ Apple Intelligence อาจต้องรอกันต่ออีกหน่อย เพราะรายงานล่าสุดระบุว่าแผนเปิดตัวครั้งใหญ่กำลังเจออุปสรรค ทำให้ Apple ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ จากเดิมที่เตรียมเปิดตัวแบบครบชุด กลายเป็นทยอยปล่อยฟีเจอร์เป็นระยะตลอดปีนี้
ก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งลดขอบเขตบางโปรเจกต์ AI ลง ทั้งระบบตอบคำถามเชิงความรู้ (World Knowledge Answers), การยกเครื่อง Safari ด้วย AI และการปรับปรุงแอป Health แบบอัจฉริยะ ล่าสุด Siri เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
เกิดอะไรขึ้น: Siri ที่ใช้ Gemini เป็นเบื้องหลัง เจอโรดบล็อก
Apple ได้เลือก Google Gemini มาเป็นแกนหลักของโมเดล AI รุ่นใหม่ ที่จะขับเคลื่อนทั้ง Foundation Models บนอุปกรณ์ และ Siri เวอร์ชันปรับปรุงใหม่
เป้าหมายคือทำให้ Siri สามารถ:
ทำคำสั่งในแอป (In-App Actions) ได้จริงจัง
เข้าใจบริบทส่วนตัว (Personal Context Awareness)
เข้าใจสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ (On-Screen Awareness)
ทำงานแบบเอเจนต์ (Agentic AI) ข้ามหลายแอปได้
ทั้งหมดนี้จะอยู่ภายใต้กรอบใหญ่ที่เรียกว่า Apple Intelligence
โครงสร้าง AI ใหม่ของ Apple ทำงานอย่างไร
Apple วางระบบแบบผสมผสาน:
งาน AI ง่าย ๆ ประมวลผลบนอุปกรณ์ (On-Device)
งานซับซ้อนส่งไปประมวลผลบน Private Cloud ของ Apple
ฝั่งคลาวด์จะใช้โมเดล Gemini แบบปรับแต่งพิเศษ ขนาดถึง 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์ (1.2-trillion-parameter model)
ข้อมูลที่ส่งไปจะเป็นแบบเข้ารหัส และไม่เก็บสถานะถาวร (stateless) เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว
เดิมทีจะเปิดตัวเมื่อไร
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Siri โฉมใหม่จะเปิดตัวช่วงครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีการระบุวันที่ 23 กุมภาพันธ์เป็นเป้าหมาย
แผนแรกคือรวมฟีเจอร์ทั้งหมดไว้ใน iOS 26.4 ที่กำหนดปล่อยในเดือนมีนาคม

แผนใหม่: ทยอยปล่อยฟีเจอร์แทน
ล่าสุดมีรายงานว่า Apple ต้องกระจายฟีเจอร์ออกไปในอัปเดตถัด ๆ ไปแทน
ไทม์ไลน์ที่อาจเกิดขึ้น:
บางฟีเจอร์เลื่อนไป iOS 26.5 (พฤษภาคม)
บางส่วนอาจขยับไปถึง iOS 27 (กันยายน)
นั่นหมายความว่า Siri ใหม่จะไม่เปิดตัวแบบ “ครบชุดในครั้งเดียว” อย่างที่เคยวางแผน
ฟีเจอร์ไหนเสี่ยงเลื่อนมากที่สุด
ฟีเจอร์ที่มีแนวโน้มเลื่อนมากที่สุดคือ การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเชิงลึก
ตัวอย่างที่ Apple ต้องการให้ทำได้คือ:
ค้นหาข้อความเก่า ๆ
ดึงลิงก์พอดแคสต์ที่เพื่อนส่งมา
แล้วเปิดเล่นทันทีด้วยคำสั่งเดียว
ฟีเจอร์แบบนี้ต้องอาศัยการเข้าใจบริบทส่วนตัวจำนวนมาก จึงมีความซับซ้อนสูงทั้งด้านเทคนิคและความเป็นส่วนตัว
In-App Actions ก็ยังมีปัญหา
อีกฟีเจอร์สำคัญคือการให้ Siri สั่งงานในแอปต่าง ๆ แบบข้ามแพลตฟอร์ม
เช่น:
สั่งแก้ไขรูป
ส่งไฟล์
จองคิว
ทำหลายขั้นตอนอัตโนมัติ
เมื่อฟีเจอร์นี้ยังมีปัญหา Apple จึงไม่สามารถเปิดตัว Siri โฉมใหม่แบบจัดเต็มในครั้งเดียวได้
ทำไม Apple ต้องระวังมากเป็นพิเศษ
ต่างจากบริษัท AI บางรายที่เน้นปล่อยฟีเจอร์เร็วแล้วค่อยแก้ทีหลัง Apple ให้ความสำคัญกับ:
ความเสถียร
ความเป็นส่วนตัว
ภาพลักษณ์แบรนด์
Siri ถูกวิจารณ์มาหลายปีว่า “ตามหลังคู่แข่ง” ดังนั้นการรีบปล่อยของที่ยังไม่พร้อมอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
สะท้อนอะไรเกี่ยวกับ Apple Intelligence
การเลื่อนและทยอยปล่อยฟีเจอร์แสดงให้เห็นว่า:
การรวมโมเดลขนาดใหญ่ระดับ 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์เข้ากับระบบปิดของ Apple ไม่ใช่เรื่องง่าย
การผสาน Gemini กับระบบความเป็นส่วนตัวของ Apple ต้องใช้เวลา
การทำ Agentic AI ที่เข้าใจข้อมูลส่วนตัวลึก ๆ ซับซ้อนกว่าที่คิด
สรุป: Siri ใหม่ยังมา แต่จะมาแบบค่อยเป็นค่อยไป
แม้แผนเปิดตัว Siri โฉมใหม่จะสะดุด แต่ไม่ได้หมายความว่าโครงการถูกยกเลิก
Apple ยังเดินหน้าพัฒนา Apple Intelligence และ Gemini-backed Siri ต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนวิธีเปิดตัวจาก “ยกชุด” เป็น “ทยอยปล่อย”
สำหรับผู้ใช้ สิ่งที่อาจเห็นในปีนี้คือ:
ฟีเจอร์บางส่วนทยอยเพิ่ม
ความสามารถใหม่ค่อย ๆ ขยาย
การอัปเดตใหญ่สุดอาจเกิดช่วงปลายปี
ปีนี้จึงอาจเป็นปีเปลี่ยนผ่านของ Siri มากกว่าจะเป็นการปฏิวัติในครั้งเดียว

