รับแอปรับแอป

ปฏิทินวันหยุดญี่ปุ่น 2569: จองตั๋วให้ทัน เที่ยวให้คุ้มทุกเทศกาล!

ภูวดล พงศ์ไพศาล01-30

เปิดแพลนเที่ยวญี่ปุ่น 2569 ให้คุ้มทุกวันหยุด

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มี วันหยุดราชการแน่นทั้งปี แถมแต่ละช่วงก็มักมีงานเทศกาล กิจกรรมพิเศษ หรือบรรยากาศเฉพาะตัวให้ไปเก็บฟีลกันแบบจุใจ

ปี 2569 เลยกลายเป็นปีทองของสายเที่ยวที่อยากไปญี่ปุ่นแบบอินกับจังหวะชีวิตคนท้องถิ่นจริงๆ แต่ในความฟินก็มีข้อแลกเปลี่ยน ทั้งคนเยอะ ที่พักแพง และระบบขนส่งแน่นเอี๊ยด ถ้าอยากเที่ยวแล้วไม่หมดแรงหมดงบ ต้องวางแผนล่วงหน้าให้ละเอียดหน่อย

ไกด์นี้จะช่วยให้คุณใช้วันหยุดญี่ปุ่น 2569 ได้คุ้มสุด เที่ยวตรงสไตล์ที่ชอบ และไม่โดนเซอร์ไพรส์เรื่องฝูงชนกับราคา

ภาพรวมวันหยุดราชการญี่ปุ่นปี 2569

ก่อนจะกดจองตั๋วบิน สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ ปฏิทินวันหยุดราชการของญี่ปุ่น เพราะวันหยุดพวกนี้มักเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นวันหยุดยาวระดับชาติ กระทบทั้ง

  • ราคาโรงแรมและที่พัก

  • ความหนาแน่นของรถไฟ รถบัส และชินคันเซ็น

  • จำนวนคนในแลนด์มาร์กยอดฮิต

แค่รู้ตารางวันหยุด ก็เหมือนได้ อาวุธลับสำหรับการวางแผนเที่ยว ทั้งเลือกวัน เลือกเมือง และเลือกสไตล์ทริปให้เหมาะกับตัวเอง

ปฏิทินวันหยุดราชการญี่ปุ่นปี 2569

ในหนึ่งปี ญี่ปุ่นมีวันหยุดหลายช่วงที่สามารถต่อยอดเป็นทริปยาวๆ ได้ ลองใช้ปฏิทินนี้วางแพลนว่า จะไปฤดูไหน เมืองอะไร และอยากเก็บฟีลแบบไหนเป็นพิเศษ

วางแผนยังไง ให้วันหยุดญี่ปุ่นคุ้มจริง

การเที่ยวช่วงวันหยุดญี่ปุ่นมีทั้งด้านดีและข้อที่ต้องระวัง ถ้าเตรียมการไว้ดีตั้งแต่ต้น จะช่วยเซฟทั้งเงิน เวลา และพลังชีวิต ทำให้ทริปสนุกแบบไม่เหนื่อยเกิน

ข้อดีของการเที่ยวช่วงวันหยุดญี่ปุ่น

ช่วงวันหยุดราชการ มักมีบรรยากาศและกิจกรรมที่หาไม่ได้ในวันธรรมดา เช่น

  • ขบวนพาเหรดและเทศกาลใหญ่ตามเมืองต่างๆ

  • ร้านอาหารออก เมนูพิเศษเฉพาะเทศกาล

  • งานไฟประดับตามย่านดังในเมือง

  • ศาลเจ้าบางแห่งเปิดให้ไหว้ตั้งแต่เช้ามืด หรือจัดพิธีพิเศษ

  • พิพิธภัณฑ์บางที่เปิดรอบกลางคืนในช่วงจำกัด

ใครที่อยาก อินกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ล่าของกินพิเศษช่วงเทศกาล หรือชอบฟีลเมืองคึกคัก จะหลงรักการเที่ยวตามวันหยุดญี่ปุ่นแบบถอนตัวไม่ขึ้น

แต่เรื่องแผน…ต้องเป๊ะกว่าปกติ

ข้อเสียก็ชัดเจนเหมือนกัน:

  • ที่พักในเมืองยอดฮิตจะแพงขึ้นแบบรู้สึกได้

  • รถไฟสายหลัก โดยเฉพาะชินคันเซ็น เต็มเร็วมาก

  • แลนด์มาร์กดังใน Tokyo, Osaka, Kyoto คิวอาจยาวเป็นชั่วโมง

ถ้าไม่อยากใช้เวลาครึ่งวันไปกับการต่อคิว ลองเลี่ยงเมืองหลัก แล้วหันไปเก็บฟีลเมืองรอง เช่น Kanazawa, Nagano, Kagoshima, Fukuoka แทน จะได้ความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ แบบคนไม่แน่น แถมได้ค้นพบมุมที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ไปกัน

เที่ยววันหยุดยาวญี่ปุ่นแบบไม่พังทริป

วันหยุดยาวของญี่ปุ่นคือช่วงที่ประเทศทั้งประเทศพร้อมใจกันออกเดินทาง บรรยากาศสนุก ร้านค้าปรับเมนูเฉพาะเทศกาล เมืองต่างๆ ก็จัดกิจกรรมพิเศษเต็มไปหมด

แต่ในมุมของนักท่องเที่ยว ถ้าไม่เตรียมตัวดี ทริปที่ตั้งใจว่าจะมาพักใจอาจกลายเป็นภารกิจ ฝ่าฝูงชน แบบไม่มีพักได้เหมือนกัน

ความต้องการขนส่งพุ่งสูง

ในช่วงเทศกาลใหญ่ ชาวญี่ปุ่นเดินทางพร้อมกันทั่วประเทศ ทำให้

  • ชินคันเซ็นและรถบัสสายหลักมักเต็มตั้งแต่ 1–2 เดือนก่อนวันหยุด

  • ช่วง Golden Week หรือ Obon ยิ่งต้องแย่งจองหนักเป็นพิเศษ

วิธีรับมือคือ จองทุกอย่างล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น JR Pass ตั๋วรถไฟแบบจองที่นั่ง หรือแม้แต่รถเช่า อย่ารอไปลุ้นหน้างาน เพราะทั้งราคาและความเครียดจะพุ่งตามกันไป

ราคาที่พักในเมืองดัง

โซนฮิตอย่าง Shinjuku, Osaka, Kyoto มักขึ้นราคา 30–70% ในช่วงวันหยุดยาว ถ้าอยากประหยัดงบ ลองเปลี่ยนสไตล์เป็น

  • แคปซูลโฮเทล

  • เรียวกังท้องถิ่น

  • หรือเลือกพักในเมืองรองอย่าง Sapporo, Kanazawa, Fukuoka

จะได้ทั้งราคาน่ารักขึ้น และไม่ต้องแย่งห้องกับใคร

เวลาเปิด–ปิดที่เปลี่ยนไป

ในวันหยุดยาว บางอย่างจะไม่เป็นไปตามปกติ เช่น

  • ร้านบางร้านปิด 1–2 วัน

  • บางร้านเปิดช้ากว่าปกติ

  • บางสถานที่ท่องเที่ยวกลับเปิดเช้ากว่าทุกวัน

แนะนำให้ เช็กข้อมูลทุกเช้า ผ่านเว็บไซต์หรือ Google Maps และมีแผนสำรองไว้เสมอ เผื่อร้านหรือจุดหมายที่ตั้งใจไปหยุดกะทันหัน

แลนด์มาร์กยอดนิยมคนล้น

ช่วงวันหยุด เมืองหลักและสถานที่ดังคนจะหนาแน่นมาก โดยเฉพาะ

  • Tokyo Disneyland

  • Osaka Aquarium

  • โซนวัดและศาลเจ้าเกียวโต

บางจุดต้องต่อคิวเป็นชั่วโมง ถ้าไม่อยากหมดแรงกับการรอ ลองเปลี่ยนไป สายธรรมชาติ เช่น Mt. Takao, Nara, Kiso Valley หรือเส้นทางไฮกิ้งเบาๆ รับรองสงบกว่าเยอะ

วันหยุดสำคัญ & ไฮไลท์เที่ยวญี่ปุ่นตลอดปี

แต่ละเทศกาลของญี่ปุ่นมีเสน่ห์ต่างกันไป ถ้าเลือกวันดี ๆ ได้ ก็เหมือนกดสุ่มกล่องพิเศษที่เต็มไปด้วยบรรยากาศไม่ซ้ำกันเลย

🧧 วันปีใหม่ (1 มกราคม)

ช่วงปีใหม่เป็นฤดูกาลของ ฮัตสึโมเดะ หรือการไปไหว้พระครั้งแรกของปี นักท่องเที่ยวสามารถไปร่วมพิธีที่ศาลเจ้าใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและความหวังดี ๆ ต้อนรับปีใหม่

ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด:

  • ร้านค้าขายเครื่องรางปีใหม่หลากหลายแบบ

  • กล่องสุ่ม Fukubukuro ที่สายช้อปรอทั้งปี

  • งานประดับไฟฤดูหนาวสุดอลัง โดยเฉพาะแถว Roppongi, Shibuya, Sapporo

เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นปีด้วยการ ขอพร ถ่ายรูปสวย ๆ และซึมซับศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบเต็มหัวใจ

🌸 สัปดาห์ทอง Golden Week (29 เมษายน – 5 พฤษภาคม)

Golden Week คือช่วงที่ทั้งประเทศออกเดินทาง บรรยากาศคึกคักสุด ๆ เมืองต่าง ๆ มีงานและกิจกรรมแน่นไปหมด

สิ่งที่น่าสนใจ:

  • เทศกาล Children’s Day พร้อมธงปลาคาร์ฟสีสดเต็มเมือง

  • คนญี่ปุ่นเดินทางทั่วประเทศ ทำให้ได้เห็นไลฟ์สไตล์การเที่ยวของคนท้องถิ่นจริงๆ

ข้อควรระวังคือ ที่พักและรถไฟเต็มไวมาก ควร จองล่วงหน้า ให้จบตั้งแต่เนิ่น ๆ ถ้าไม่อินกับฝูงชน ลองหนีไปเมืองรองอย่าง Kanazawa, Nara, Kagoshima หรือ Nagano แช่ออนเซ็น ชมวิวธรรมชาติแบบสงบหน่อยก็ฟินไปอีกแบบ

🌊 วันทะเล (20 กรกฎาคม)

วันแห่งการขอบคุณท้องทะเลของญี่ปุ่น ทำให้ริมหาดและหมู่บ้านประมงมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ

กิจกรรมยอดนิยม:

  • ดำน้ำ พายเรือ และเล่นกิจกรรมทางน้ำ

  • แช่ออนเซ็นริมทะเลแบบชิลสุด

  • เทศกาลท้องถิ่นเล็ก ๆ ตามชายฝั่ง

เกาะและพื้นที่ที่ฮิตมาก ได้แก่ Okinawa, Enoshima, Miyakojima, Izu Peninsula น้ำทะเลใสสีฟ้าอมเขียว โรแมนติกทั้งตอนกลางวันและช่วงพระอาทิตย์ตก

อย่าลืมชิมอาหารทะเลสด ๆ เช่น ซาชิมิ หมึกยักษ์ หรือหอยเม่นแบบใหม่มาก วันทะเลเลยไม่ใช่แค่วันหยุด แต่เป็นโอกาส พักผ่อนแบบแนบชิดธรรมชาติ จริง ๆ

🎆 เทศกาลโอบ้ง (13 – 15 สิงหาคม)

โอบ้งคือเทศกาลรำลึกถึงบรรพบุรุษ และเป็นหนึ่งในช่วงไฮซีซั่นท่องเที่ยวที่คึกคักมาก

บรรยากาศจะเต็มไปด้วย:

  • การเต้น Bon Odori และชุดยูกาตะสีสวย

  • ซุ้มอาหารญี่ปุ่นแบบงานวัด เช่น Takoyaki, Taiyaki, Yakisoba

  • การจุดไฟหรือโชว์พลุตอนกลางคืน

เมืองอย่าง Kyoto, Tokushima และ Hiroshima มักจัดงานใหญ่ คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางพร้อมกันเยอะมาก ดังนั้น ที่พักควรถูกจองล่วงหน้า ให้เรียบร้อย

🍂 วันวิษุวัต (23 กันยายน)

วันวิษุวัตเป็นช่วงที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน และยังตรงกับจุดเริ่มต้นของ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี พอดี

เส้นทางฮิตสำหรับชมใบไม้แดง ได้แก่:

  • Nikko

  • Kawaguchiko

  • Arashiyama

  • Hokkaido

สีสันของภูเขาและต้นไม้จะค่อย ๆ ไล่จากเขียวเป็นเหลือง ส้ม และแดง กลายเป็นหนึ่งในภาพที่สวยที่สุดของปี แถมวัดและสุสานสำคัญยังมีผู้คนไปทำพิธีแสดงความกตัญญู เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบ สงบ มีความหมาย และได้พักใจกลางธรรมชาติ

🎌 วันวัฒนธรรม (3 พฤศจิกายน 2569)

วันวัฒนธรรมคือวันที่ทั้งประเทศเฉลิมฉลอง ศิลปะ วรรณกรรม และประวัติศาสตร์ อย่างจริงจัง

ทั่วญี่ปุ่นจะมี:

  • การแสดงคาบุกิ

  • งานเขียนพู่กันและพิธีชงชา

  • นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย

โดยเฉพาะที่ Tokyo National Museum และเมืองเก่าอย่าง Kanazawa จะเต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคแบบซามูไร บางเมืองยังมีขบวนพาเหรดชุดประวัติศาสตร์บนถนน เหมาะสำหรับคนที่อยากเข้าใจ ตัวตนของญี่ปุ่นให้ลึกกว่าการเที่ยวแบบผิวเผิน

🎄 คริสต์มาสและสิ้นปี (24 – 31 ธันวาคม)

คริสต์มาสในญี่ปุ่นมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่อื่น เพราะไม่ได้เน้นมุมศาสนา แต่เน้นความโรแมนติกและบรรยากาศเฉลิมฉลอง

สิ่งที่คุณจะได้เจอ:

  • เทศกาลไฟ Illumination ตามย่านดัง เช่น Shibuya, Ginza, Osaka, Kobe

  • เพลงคริสต์มาสเปิดคลอไปทั้งเมือง

  • ดินเนอร์สุดฮิตอย่างไก่ทอด KFC คู่กับเค้กสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมสุดยูนีก

คืนสิ้นปีตามวัดจะมีการตีระฆัง 108 ครั้ง และในเมืองอย่างโตเกียวก็มีงานนับถอยหลังสุดคึกคัก อากาศอาจหนาว แต่ฟีลลิ่งคือ อุ่นมาก

สิ่งที่ต้องเช็กในวันหยุดญี่ปุ่น

ก่อนแพ็กกระเป๋าบิน ควรรู้ไว้เลยว่า วันหยุดญี่ปุ่นไม่ได้กระทบแค่บรรยากาศท่องเที่ยว แต่ยังเกี่ยวกับระบบบริการทั้งประเทศด้วย

การขนส่งและการจราจร

ช่วง Golden Week, Obon หรือปีใหม่ แทบทุกอย่างจะแน่นกว่าปกติ:

  • รถไฟและรถบัสเต็มเร็วกว่าปกติ

  • บางสถานีอาจเพิ่มรอบพิเศษ แต่คนก็ยังเยอะอยู่ดี

ควรโหลดแอปดูเส้นทางและรอบรถแบบเรียลไทม์ เช่น JR East, Google Maps, Hyperdia หรือ Japan Travel by NAVITIME และถ้าต้องย้ายเมือง แนะนำเดินทาง เช้าตรู่หรือหลังสามทุ่ม จะช่วยเลี่ยงช่วงคนแน่นได้ดี

ภาครัฐและบริการสำคัญ

สถานที่ราชการหลักมักปิดในวันหยุดยาว เช่น

  • ไปรษณีย์

  • ศาลาว่าการและที่ว่าการอำเภอ

  • ธนาคารบางแห่ง

เรื่องแลกเงินหรือเอกสารควรจัดการล่วงหน้า นอกจากนี้ สถานพยาบาลบางที่เปิดแบบจำกัด ควรบันทึกเบอร์ฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์:

  • 119 สำหรับเหตุฉุกเฉินและรถพยาบาล

  • 110 สำหรับแจ้งตำรวจ

ร้านค้า ห้าง และร้านอาหาร

ด้านดีคือ ร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่ยังเปิด 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่ร้านเล็ก ๆ อย่างคาเฟ่ท้องถิ่น ร้านราเมง หรือร้านของฝากบางร้านอาจปิด 1–2 วัน

วิธีรับมือ:

  • เช็ก Google Maps และอ่านรีวิวล่าสุดก่อนเดินเข้าไป

  • บางห้างในโตเกียวจะปรับเวลาเปิด–ปิดให้พิเศษเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

  • ถ้าตั้งใจไปกินร้านดัง ควรจองผ่านแพลตฟอร์มจองร้านล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องไปรอลุ้นหน้าร้าน

สถานที่ท่องเที่ยว

แลนด์มาร์กใหญ่ ๆ อย่าง USJ, Tokyo Disneyland, วัดดังในเกียวโต หรือพิพิธภัณฑ์ระดับชาติ มักมีคิวยาวตั้งแต่ก่อนเปิดประตู

ถ้าไม่อยากใช้เวลาทั้งวันไปกับการต่อคิว:

  • ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าให้เรียบร้อย

  • หรือมองหาเมืองรองอย่าง Kanazawa, Okayama, Nagasaki แทน

เมืองเหล่านี้มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน แต่คนบางตากว่าเยอะ ทำให้เที่ยวได้สบายกว่า

ทริกเอาตัวรอดช่วงเทศกาลวันหยุดญี่ปุ่น

อยากเที่ยวช่วงเทศกาลแต่ไม่อยากแพ้ระบบ? ลองใช้ทริกเหล่านี้ช่วยเซฟทั้งเวลาและอารมณ์

จองทุกอย่างล่วงหน้าให้จบ

ไม่ว่าจะเป็น:

  • โรงแรมหรือเรียวกัง

  • ตั๋วรถไฟและที่นั่งชินคันเซ็น

  • ตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์หรือสวนสนุก

  • ร้านอาหารดังที่อยากไปให้ได้

ควรจัดการให้เรียบร้อย ก่อนเดินทางอย่างน้อย 1–2 เดือน เพราะยิ่งใกล้วัน ราคายิ่งสูง ตัวเลือกยิ่งน้อย

เลือกเวลาเดินทางให้ฉลาด

พยายามเลี่ยงช่วง 10.00–16.00 น. เพราะเป็นเวลาที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เริ่มออกเดินทางเที่ยวกัน

ลองปรับเป็น:

  • ออกเดินทางเช้าตรู่

  • หรือเคลื่อนตัวหลังสามทุ่ม

จะได้บรรยากาศโล่งขึ้นเยอะ แถมมีโอกาสได้นั่งชินคันเซ็นแบบไม่ต้องเบียดใคร

ใช้แอปช่วยเป็นผู้ช่วยส่วนตัว

แอปแนวผู้ช่วยการเดินทางที่รวมข้อมูลหลายอย่างไว้ในที่เดียว มักจะช่วยได้มาก เช่น

  • เช็คเส้นทางรถไฟแบบเรียลไทม์

  • ดูว่าร้านไหนเปิดจริงในวันนั้น

  • แปลภาษาญี่ปุ่นเป็นอังกฤษให้อัตโนมัติบางส่วน

เหมาะมากกับการแก้ปัญหาหน้างาน โดยเฉพาะในวันหยุดที่ทุกอย่างไม่ค่อยเป็นไปตามแผนเดิม

เลือกพักใกล้สถานีหลัก

ไม่ว่าจะ Tokyo, Osaka หรือ Kyoto ถ้าพักใกล้สถานีรถไฟใหญ่ ๆ จะประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง เช่น

  • Shin-Osaka

  • Ueno

  • Kyoto Station

สถานีเหล่านี้มักมีรถไฟตรงจากสนามบิน และต่อไปยังจุดเที่ยวอื่น ๆ ได้ง่าย ไม่ต้องต่อหลายต่อให้เหนื่อย

ก้าวข้ามเส้นทางเดิม ๆ

ญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่เมืองท็อปฮิตเท่านั้น เมืองรองหลายแห่งก็ สวย สงบ และมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เช่น

  • Kanazawa

  • Hakodate

  • Kiso Valley

  • Okayama

ลองเพิ่มสักเมืองธรรมชาติในทริป จะได้เห็นอีกมุมของญี่ปุ่นที่ต่างจากภาพจำแบบเมืองใหญ่

เลือกวันอย่างมีชั้นเชิง

ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ต้องไปช่วง Golden Week หรือ Obon แนะนำให้

  • เพิ่มวันก่อนหรือหลังเทศกาลสัก 2–3 วัน

จะเจอช่วงที่คนท้องถิ่นเริ่มกลับไปทำงานแล้ว เมืองจะโล่งลง ที่เที่ยวเดินสบายขึ้น และราคาที่พักก็เริ่มกลับมาสมเหตุสมผล

เก็บกระเป๋า พักใจ แล้วบินสู่ญี่ปุ่น

การไปญี่ปุ่นไม่ใช่แค่ทริปท่องเที่ยว แต่มักกลายเป็น การพักใจจากชีวิตประจำวัน แบบที่ใครไปแล้วก็มักอยากกลับไปซ้ำ

ไม่ว่าจะเป็น:

  • ซากุระบานเต็มเมืองในฤดูใบไม้ผลิ

  • คาเฟ่เล็ก ๆ ในย่านเก่า

  • วัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นสุดผ่อนคลาย

  • หรืออาหารข้างทางที่อร่อยจนลืมร้านหรู

ทุกฤดูมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองเสมอ

การวางแผนคร่าว ๆ ก่อนบิน เช่น เลือกเมืองให้ตรงฤดูกาล จองตั๋วล่วงหน้า และเผื่อสักหนึ่งวันที่ปล่อยให้ตัวเอง เดินเล่นแบบไม่มีแผน จะทำให้ทริปทั้งยืดหยุ่นและรู้สึกอิสระมากขึ้น

อย่าลืมเตรียม:

  • Pocket Wi-Fi หรือ eSIM

  • แอปเช็กระบบรถไฟและการเดินทาง

  • กระเป๋าใบเล็กสำหรับวันเดินเที่ยว

เพราะหัวใจของการเที่ยวญี่ปุ่น คือการใช้ชีวิตแบบ เบา สบาย และไม่เร่งตัวเองเกินไป

ถึงเวลาจัดกระเป๋า ใส่รองเท้าที่เดินแล้วสบาย หยิบกล้องคู่ใจ แล้วออกไปสร้างความทรงจำใหม่ในแดนอาทิตย์อุทัย ตามจังหวะวันหยุดญี่ปุ่นปี 2569 ที่คุณเลือกเองได้เลย