เปิดแพลนเที่ยวญี่ปุ่น 2569 ให้คุ้มทุกวันหยุด
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มี วันหยุดราชการแน่นทั้งปี แถมแต่ละช่วงก็มักมีงานเทศกาล กิจกรรมพิเศษ หรือบรรยากาศเฉพาะตัวให้ไปเก็บฟีลกันแบบจุใจ
ปี 2569 เลยกลายเป็นปีทองของสายเที่ยวที่อยากไปญี่ปุ่นแบบอินกับจังหวะชีวิตคนท้องถิ่นจริงๆ แต่ในความฟินก็มีข้อแลกเปลี่ยน ทั้งคนเยอะ ที่พักแพง และระบบขนส่งแน่นเอี๊ยด ถ้าอยากเที่ยวแล้วไม่หมดแรงหมดงบ ต้องวางแผนล่วงหน้าให้ละเอียดหน่อย
ไกด์นี้จะช่วยให้คุณใช้วันหยุดญี่ปุ่น 2569 ได้คุ้มสุด เที่ยวตรงสไตล์ที่ชอบ และไม่โดนเซอร์ไพรส์เรื่องฝูงชนกับราคา
ภาพรวมวันหยุดราชการญี่ปุ่นปี 2569
ก่อนจะกดจองตั๋วบิน สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ ปฏิทินวันหยุดราชการของญี่ปุ่น เพราะวันหยุดพวกนี้มักเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นวันหยุดยาวระดับชาติ กระทบทั้ง
ราคาโรงแรมและที่พัก
ความหนาแน่นของรถไฟ รถบัส และชินคันเซ็น
จำนวนคนในแลนด์มาร์กยอดฮิต
แค่รู้ตารางวันหยุด ก็เหมือนได้ อาวุธลับสำหรับการวางแผนเที่ยว ทั้งเลือกวัน เลือกเมือง และเลือกสไตล์ทริปให้เหมาะกับตัวเอง
ปฏิทินวันหยุดราชการญี่ปุ่นปี 2569
ในหนึ่งปี ญี่ปุ่นมีวันหยุดหลายช่วงที่สามารถต่อยอดเป็นทริปยาวๆ ได้ ลองใช้ปฏิทินนี้วางแพลนว่า จะไปฤดูไหน เมืองอะไร และอยากเก็บฟีลแบบไหนเป็นพิเศษ
วางแผนยังไง ให้วันหยุดญี่ปุ่นคุ้มจริง
การเที่ยวช่วงวันหยุดญี่ปุ่นมีทั้งด้านดีและข้อที่ต้องระวัง ถ้าเตรียมการไว้ดีตั้งแต่ต้น จะช่วยเซฟทั้งเงิน เวลา และพลังชีวิต ทำให้ทริปสนุกแบบไม่เหนื่อยเกิน
ข้อดีของการเที่ยวช่วงวันหยุดญี่ปุ่น
ช่วงวันหยุดราชการ มักมีบรรยากาศและกิจกรรมที่หาไม่ได้ในวันธรรมดา เช่น
ขบวนพาเหรดและเทศกาลใหญ่ตามเมืองต่างๆ
ร้านอาหารออก เมนูพิเศษเฉพาะเทศกาล
งานไฟประดับตามย่านดังในเมือง
ศาลเจ้าบางแห่งเปิดให้ไหว้ตั้งแต่เช้ามืด หรือจัดพิธีพิเศษ
พิพิธภัณฑ์บางที่เปิดรอบกลางคืนในช่วงจำกัด
ใครที่อยาก อินกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ล่าของกินพิเศษช่วงเทศกาล หรือชอบฟีลเมืองคึกคัก จะหลงรักการเที่ยวตามวันหยุดญี่ปุ่นแบบถอนตัวไม่ขึ้น
แต่เรื่องแผน…ต้องเป๊ะกว่าปกติ
ข้อเสียก็ชัดเจนเหมือนกัน:
ที่พักในเมืองยอดฮิตจะแพงขึ้นแบบรู้สึกได้
รถไฟสายหลัก โดยเฉพาะชินคันเซ็น เต็มเร็วมาก
แลนด์มาร์กดังใน Tokyo, Osaka, Kyoto คิวอาจยาวเป็นชั่วโมง
ถ้าไม่อยากใช้เวลาครึ่งวันไปกับการต่อคิว ลองเลี่ยงเมืองหลัก แล้วหันไปเก็บฟีลเมืองรอง เช่น Kanazawa, Nagano, Kagoshima, Fukuoka แทน จะได้ความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ แบบคนไม่แน่น แถมได้ค้นพบมุมที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ไปกัน
เที่ยววันหยุดยาวญี่ปุ่นแบบไม่พังทริป
วันหยุดยาวของญี่ปุ่นคือช่วงที่ประเทศทั้งประเทศพร้อมใจกันออกเดินทาง บรรยากาศสนุก ร้านค้าปรับเมนูเฉพาะเทศกาล เมืองต่างๆ ก็จัดกิจกรรมพิเศษเต็มไปหมด
แต่ในมุมของนักท่องเที่ยว ถ้าไม่เตรียมตัวดี ทริปที่ตั้งใจว่าจะมาพักใจอาจกลายเป็นภารกิจ ฝ่าฝูงชน แบบไม่มีพักได้เหมือนกัน
ความต้องการขนส่งพุ่งสูง
ในช่วงเทศกาลใหญ่ ชาวญี่ปุ่นเดินทางพร้อมกันทั่วประเทศ ทำให้
ชินคันเซ็นและรถบัสสายหลักมักเต็มตั้งแต่ 1–2 เดือนก่อนวันหยุด
ช่วง Golden Week หรือ Obon ยิ่งต้องแย่งจองหนักเป็นพิเศษ
วิธีรับมือคือ จองทุกอย่างล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น JR Pass ตั๋วรถไฟแบบจองที่นั่ง หรือแม้แต่รถเช่า อย่ารอไปลุ้นหน้างาน เพราะทั้งราคาและความเครียดจะพุ่งตามกันไป
ราคาที่พักในเมืองดัง
โซนฮิตอย่าง Shinjuku, Osaka, Kyoto มักขึ้นราคา 30–70% ในช่วงวันหยุดยาว ถ้าอยากประหยัดงบ ลองเปลี่ยนสไตล์เป็น
แคปซูลโฮเทล
เรียวกังท้องถิ่น
หรือเลือกพักในเมืองรองอย่าง Sapporo, Kanazawa, Fukuoka
จะได้ทั้งราคาน่ารักขึ้น และไม่ต้องแย่งห้องกับใคร
เวลาเปิด–ปิดที่เปลี่ยนไป
ในวันหยุดยาว บางอย่างจะไม่เป็นไปตามปกติ เช่น
ร้านบางร้านปิด 1–2 วัน
บางร้านเปิดช้ากว่าปกติ
บางสถานที่ท่องเที่ยวกลับเปิดเช้ากว่าทุกวัน
แนะนำให้ เช็กข้อมูลทุกเช้า ผ่านเว็บไซต์หรือ Google Maps และมีแผนสำรองไว้เสมอ เผื่อร้านหรือจุดหมายที่ตั้งใจไปหยุดกะทันหัน
แลนด์มาร์กยอดนิยมคนล้น
ช่วงวันหยุด เมืองหลักและสถานที่ดังคนจะหนาแน่นมาก โดยเฉพาะ
Tokyo Disneyland
Osaka Aquarium
โซนวัดและศาลเจ้าเกียวโต
บางจุดต้องต่อคิวเป็นชั่วโมง ถ้าไม่อยากหมดแรงกับการรอ ลองเปลี่ยนไป สายธรรมชาติ เช่น Mt. Takao, Nara, Kiso Valley หรือเส้นทางไฮกิ้งเบาๆ รับรองสงบกว่าเยอะ
วันหยุดสำคัญ & ไฮไลท์เที่ยวญี่ปุ่นตลอดปี
แต่ละเทศกาลของญี่ปุ่นมีเสน่ห์ต่างกันไป ถ้าเลือกวันดี ๆ ได้ ก็เหมือนกดสุ่มกล่องพิเศษที่เต็มไปด้วยบรรยากาศไม่ซ้ำกันเลย
🧧 วันปีใหม่ (1 มกราคม)
ช่วงปีใหม่เป็นฤดูกาลของ ฮัตสึโมเดะ หรือการไปไหว้พระครั้งแรกของปี นักท่องเที่ยวสามารถไปร่วมพิธีที่ศาลเจ้าใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและความหวังดี ๆ ต้อนรับปีใหม่
ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด:
ร้านค้าขายเครื่องรางปีใหม่หลากหลายแบบ
กล่องสุ่ม Fukubukuro ที่สายช้อปรอทั้งปี
งานประดับไฟฤดูหนาวสุดอลัง โดยเฉพาะแถว Roppongi, Shibuya, Sapporo
เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นปีด้วยการ ขอพร ถ่ายรูปสวย ๆ และซึมซับศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบเต็มหัวใจ
🌸 สัปดาห์ทอง Golden Week (29 เมษายน – 5 พฤษภาคม)
Golden Week คือช่วงที่ทั้งประเทศออกเดินทาง บรรยากาศคึกคักสุด ๆ เมืองต่าง ๆ มีงานและกิจกรรมแน่นไปหมด
สิ่งที่น่าสนใจ:
เทศกาล Children’s Day พร้อมธงปลาคาร์ฟสีสดเต็มเมือง
คนญี่ปุ่นเดินทางทั่วประเทศ ทำให้ได้เห็นไลฟ์สไตล์การเที่ยวของคนท้องถิ่นจริงๆ
ข้อควรระวังคือ ที่พักและรถไฟเต็มไวมาก ควร จองล่วงหน้า ให้จบตั้งแต่เนิ่น ๆ ถ้าไม่อินกับฝูงชน ลองหนีไปเมืองรองอย่าง Kanazawa, Nara, Kagoshima หรือ Nagano แช่ออนเซ็น ชมวิวธรรมชาติแบบสงบหน่อยก็ฟินไปอีกแบบ
🌊 วันทะเล (20 กรกฎาคม)
วันแห่งการขอบคุณท้องทะเลของญี่ปุ่น ทำให้ริมหาดและหมู่บ้านประมงมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ
กิจกรรมยอดนิยม:
ดำน้ำ พายเรือ และเล่นกิจกรรมทางน้ำ
แช่ออนเซ็นริมทะเลแบบชิลสุด
เทศกาลท้องถิ่นเล็ก ๆ ตามชายฝั่ง
เกาะและพื้นที่ที่ฮิตมาก ได้แก่ Okinawa, Enoshima, Miyakojima, Izu Peninsula น้ำทะเลใสสีฟ้าอมเขียว โรแมนติกทั้งตอนกลางวันและช่วงพระอาทิตย์ตก
อย่าลืมชิมอาหารทะเลสด ๆ เช่น ซาชิมิ หมึกยักษ์ หรือหอยเม่นแบบใหม่มาก วันทะเลเลยไม่ใช่แค่วันหยุด แต่เป็นโอกาส พักผ่อนแบบแนบชิดธรรมชาติ จริง ๆ
🎆 เทศกาลโอบ้ง (13 – 15 สิงหาคม)
โอบ้งคือเทศกาลรำลึกถึงบรรพบุรุษ และเป็นหนึ่งในช่วงไฮซีซั่นท่องเที่ยวที่คึกคักมาก
บรรยากาศจะเต็มไปด้วย:
การเต้น Bon Odori และชุดยูกาตะสีสวย
ซุ้มอาหารญี่ปุ่นแบบงานวัด เช่น Takoyaki, Taiyaki, Yakisoba
การจุดไฟหรือโชว์พลุตอนกลางคืน
เมืองอย่าง Kyoto, Tokushima และ Hiroshima มักจัดงานใหญ่ คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางพร้อมกันเยอะมาก ดังนั้น ที่พักควรถูกจองล่วงหน้า ให้เรียบร้อย
🍂 วันวิษุวัต (23 กันยายน)
วันวิษุวัตเป็นช่วงที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน และยังตรงกับจุดเริ่มต้นของ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี พอดี
เส้นทางฮิตสำหรับชมใบไม้แดง ได้แก่:
Nikko
Kawaguchiko
Arashiyama
Hokkaido
สีสันของภูเขาและต้นไม้จะค่อย ๆ ไล่จากเขียวเป็นเหลือง ส้ม และแดง กลายเป็นหนึ่งในภาพที่สวยที่สุดของปี แถมวัดและสุสานสำคัญยังมีผู้คนไปทำพิธีแสดงความกตัญญู เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบ สงบ มีความหมาย และได้พักใจกลางธรรมชาติ
🎌 วันวัฒนธรรม (3 พฤศจิกายน 2569)
วันวัฒนธรรมคือวันที่ทั้งประเทศเฉลิมฉลอง ศิลปะ วรรณกรรม และประวัติศาสตร์ อย่างจริงจัง
ทั่วญี่ปุ่นจะมี:
การแสดงคาบุกิ
งานเขียนพู่กันและพิธีชงชา
นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย
โดยเฉพาะที่ Tokyo National Museum และเมืองเก่าอย่าง Kanazawa จะเต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคแบบซามูไร บางเมืองยังมีขบวนพาเหรดชุดประวัติศาสตร์บนถนน เหมาะสำหรับคนที่อยากเข้าใจ ตัวตนของญี่ปุ่นให้ลึกกว่าการเที่ยวแบบผิวเผิน
🎄 คริสต์มาสและสิ้นปี (24 – 31 ธันวาคม)
คริสต์มาสในญี่ปุ่นมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่อื่น เพราะไม่ได้เน้นมุมศาสนา แต่เน้นความโรแมนติกและบรรยากาศเฉลิมฉลอง
สิ่งที่คุณจะได้เจอ:
เทศกาลไฟ Illumination ตามย่านดัง เช่น Shibuya, Ginza, Osaka, Kobe
เพลงคริสต์มาสเปิดคลอไปทั้งเมือง
ดินเนอร์สุดฮิตอย่างไก่ทอด KFC คู่กับเค้กสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งกลายเป็นธรรมเนียมสุดยูนีก
คืนสิ้นปีตามวัดจะมีการตีระฆัง 108 ครั้ง และในเมืองอย่างโตเกียวก็มีงานนับถอยหลังสุดคึกคัก อากาศอาจหนาว แต่ฟีลลิ่งคือ อุ่นมาก
สิ่งที่ต้องเช็กในวันหยุดญี่ปุ่น
ก่อนแพ็กกระเป๋าบิน ควรรู้ไว้เลยว่า วันหยุดญี่ปุ่นไม่ได้กระทบแค่บรรยากาศท่องเที่ยว แต่ยังเกี่ยวกับระบบบริการทั้งประเทศด้วย
การขนส่งและการจราจร
ช่วง Golden Week, Obon หรือปีใหม่ แทบทุกอย่างจะแน่นกว่าปกติ:
รถไฟและรถบัสเต็มเร็วกว่าปกติ
บางสถานีอาจเพิ่มรอบพิเศษ แต่คนก็ยังเยอะอยู่ดี
ควรโหลดแอปดูเส้นทางและรอบรถแบบเรียลไทม์ เช่น JR East, Google Maps, Hyperdia หรือ Japan Travel by NAVITIME และถ้าต้องย้ายเมือง แนะนำเดินทาง เช้าตรู่หรือหลังสามทุ่ม จะช่วยเลี่ยงช่วงคนแน่นได้ดี
ภาครัฐและบริการสำคัญ
สถานที่ราชการหลักมักปิดในวันหยุดยาว เช่น
ไปรษณีย์
ศาลาว่าการและที่ว่าการอำเภอ
ธนาคารบางแห่ง
เรื่องแลกเงินหรือเอกสารควรจัดการล่วงหน้า นอกจากนี้ สถานพยาบาลบางที่เปิดแบบจำกัด ควรบันทึกเบอร์ฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์:
119 สำหรับเหตุฉุกเฉินและรถพยาบาล
110 สำหรับแจ้งตำรวจ
ร้านค้า ห้าง และร้านอาหาร
ด้านดีคือ ร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่ยังเปิด 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่ร้านเล็ก ๆ อย่างคาเฟ่ท้องถิ่น ร้านราเมง หรือร้านของฝากบางร้านอาจปิด 1–2 วัน
วิธีรับมือ:
เช็ก Google Maps และอ่านรีวิวล่าสุดก่อนเดินเข้าไป
บางห้างในโตเกียวจะปรับเวลาเปิด–ปิดให้พิเศษเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
ถ้าตั้งใจไปกินร้านดัง ควรจองผ่านแพลตฟอร์มจองร้านล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องไปรอลุ้นหน้าร้าน
สถานที่ท่องเที่ยว
แลนด์มาร์กใหญ่ ๆ อย่าง USJ, Tokyo Disneyland, วัดดังในเกียวโต หรือพิพิธภัณฑ์ระดับชาติ มักมีคิวยาวตั้งแต่ก่อนเปิดประตู
ถ้าไม่อยากใช้เวลาทั้งวันไปกับการต่อคิว:
ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าให้เรียบร้อย
หรือมองหาเมืองรองอย่าง Kanazawa, Okayama, Nagasaki แทน
เมืองเหล่านี้มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน แต่คนบางตากว่าเยอะ ทำให้เที่ยวได้สบายกว่า
ทริกเอาตัวรอดช่วงเทศกาลวันหยุดญี่ปุ่น
อยากเที่ยวช่วงเทศกาลแต่ไม่อยากแพ้ระบบ? ลองใช้ทริกเหล่านี้ช่วยเซฟทั้งเวลาและอารมณ์
จองทุกอย่างล่วงหน้าให้จบ
ไม่ว่าจะเป็น:
โรงแรมหรือเรียวกัง
ตั๋วรถไฟและที่นั่งชินคันเซ็น
ตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์หรือสวนสนุก
ร้านอาหารดังที่อยากไปให้ได้
ควรจัดการให้เรียบร้อย ก่อนเดินทางอย่างน้อย 1–2 เดือน เพราะยิ่งใกล้วัน ราคายิ่งสูง ตัวเลือกยิ่งน้อย
เลือกเวลาเดินทางให้ฉลาด
พยายามเลี่ยงช่วง 10.00–16.00 น. เพราะเป็นเวลาที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เริ่มออกเดินทางเที่ยวกัน
ลองปรับเป็น:
ออกเดินทางเช้าตรู่
หรือเคลื่อนตัวหลังสามทุ่ม
จะได้บรรยากาศโล่งขึ้นเยอะ แถมมีโอกาสได้นั่งชินคันเซ็นแบบไม่ต้องเบียดใคร
ใช้แอปช่วยเป็นผู้ช่วยส่วนตัว
แอปแนวผู้ช่วยการเดินทางที่รวมข้อมูลหลายอย่างไว้ในที่เดียว มักจะช่วยได้มาก เช่น
เช็คเส้นทางรถไฟแบบเรียลไทม์
ดูว่าร้านไหนเปิดจริงในวันนั้น
แปลภาษาญี่ปุ่นเป็นอังกฤษให้อัตโนมัติบางส่วน
เหมาะมากกับการแก้ปัญหาหน้างาน โดยเฉพาะในวันหยุดที่ทุกอย่างไม่ค่อยเป็นไปตามแผนเดิม
เลือกพักใกล้สถานีหลัก
ไม่ว่าจะ Tokyo, Osaka หรือ Kyoto ถ้าพักใกล้สถานีรถไฟใหญ่ ๆ จะประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง เช่น
Shin-Osaka
Ueno
Kyoto Station
สถานีเหล่านี้มักมีรถไฟตรงจากสนามบิน และต่อไปยังจุดเที่ยวอื่น ๆ ได้ง่าย ไม่ต้องต่อหลายต่อให้เหนื่อย
ก้าวข้ามเส้นทางเดิม ๆ
ญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่เมืองท็อปฮิตเท่านั้น เมืองรองหลายแห่งก็ สวย สงบ และมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เช่น
Kanazawa
Hakodate
Kiso Valley
Okayama
ลองเพิ่มสักเมืองธรรมชาติในทริป จะได้เห็นอีกมุมของญี่ปุ่นที่ต่างจากภาพจำแบบเมืองใหญ่
เลือกวันอย่างมีชั้นเชิง
ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ต้องไปช่วง Golden Week หรือ Obon แนะนำให้
เพิ่มวันก่อนหรือหลังเทศกาลสัก 2–3 วัน
จะเจอช่วงที่คนท้องถิ่นเริ่มกลับไปทำงานแล้ว เมืองจะโล่งลง ที่เที่ยวเดินสบายขึ้น และราคาที่พักก็เริ่มกลับมาสมเหตุสมผล
เก็บกระเป๋า พักใจ แล้วบินสู่ญี่ปุ่น
การไปญี่ปุ่นไม่ใช่แค่ทริปท่องเที่ยว แต่มักกลายเป็น การพักใจจากชีวิตประจำวัน แบบที่ใครไปแล้วก็มักอยากกลับไปซ้ำ
ไม่ว่าจะเป็น:
ซากุระบานเต็มเมืองในฤดูใบไม้ผลิ
คาเฟ่เล็ก ๆ ในย่านเก่า
วัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นสุดผ่อนคลาย
หรืออาหารข้างทางที่อร่อยจนลืมร้านหรู
ทุกฤดูมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองเสมอ
การวางแผนคร่าว ๆ ก่อนบิน เช่น เลือกเมืองให้ตรงฤดูกาล จองตั๋วล่วงหน้า และเผื่อสักหนึ่งวันที่ปล่อยให้ตัวเอง เดินเล่นแบบไม่มีแผน จะทำให้ทริปทั้งยืดหยุ่นและรู้สึกอิสระมากขึ้น
อย่าลืมเตรียม:
Pocket Wi-Fi หรือ eSIM
แอปเช็กระบบรถไฟและการเดินทาง
กระเป๋าใบเล็กสำหรับวันเดินเที่ยว
เพราะหัวใจของการเที่ยวญี่ปุ่น คือการใช้ชีวิตแบบ เบา สบาย และไม่เร่งตัวเองเกินไป
ถึงเวลาจัดกระเป๋า ใส่รองเท้าที่เดินแล้วสบาย หยิบกล้องคู่ใจ แล้วออกไปสร้างความทรงจำใหม่ในแดนอาทิตย์อุทัย ตามจังหวะวันหยุดญี่ปุ่นปี 2569 ที่คุณเลือกเองได้เลย

