ฝันร้ายรอบสองที่ไม่ได้หลอน แค่ล้มคว่ำกว่าเดิม
แม้หนังภาคแรกของ Five Nights At Freddy’s จะโดนวิจารณ์ทั้งด้านบวกและลบปะปนกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทำเงินในบ็อกซ์ออฟฟิศแบบถล่มทลาย จนสตูดิโอรีบเข็นภาคต่อออกมาอย่างรวดเร็ว
ทว่าเมื่อถึงคิวของ Five Nights At Freddy’s 2 สิ่งที่หลายคนหวังว่าจะเป็นการอัปเกรดความหลอน กลับกลายเป็น การดิ่งลงเหวแบบแทบไม่มีจุดให้เกาะ
ดราม่าคะแนนรีวิว: ต่ำกว่าภาคแรกแบบน่าใจหาย
เมื่อเปรียบเทียบกับภาคแรก คะแนนรีวิวของภาคสองเรียกได้ว่า ร่วงฮวบอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสื่อหลัก นักวิจารณ์ ไปจนถึงเสียงบ่นจากแฟน ๆ เกมต้นฉบับ
จุดที่ถูกวิจารณ์หนักเป็นพิเศษมีทั้ง
บทภาพยนตร์ ที่ขาดพลัง ไม่มีจุดให้ลุ้นจนต้องนั่งเกร็ง
การกำกับ ที่ไม่สามารถดึงบรรยากาศความกดดันและความกลัวออกมาได้เต็มที่
จังหวะการดำเนินเรื่อง ที่เรียบและเอื่อยเกินไป จนความหลอนกลายเป็นความง่วง
สิ่งที่แฟนเกมเจ็บใจที่สุดคือ หนัง ไม่สามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของเกมต้นฉบับ ออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งความอึดอัดในห้องเล็ก ๆ ความระแวงทุกครั้งที่มองกล้องวงจรปิด และความรู้สึกว่า “ตายได้ทุกวินาที” แทบไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพบนจอเงิน
เมื่อชื่อ Blumhouse ก็ช่วยกู้ไม่ไหว
ยิ่งพอมองไปที่ชื่อของ Blumhouse Productions ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการปั้นหนังสยองขวัญทุนไม่สูงแต่ไอเดียจัดจ้าน หลายคนยิ่งคาดหวังว่า Five Nights At Freddy’s 2 จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ “เล่นใหญ่ เล่นหลอน และเล่นจิต”
แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม
แฟนหนังสยองรู้สึกว่า สูตรสำเร็จของ Blumhouse ไม่ได้ถูกหยิบมาใช้แบบจริงจัง
แฟนเกมรู้สึกว่า เอกลักษณ์ของเกมถูกลดทอนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
การตอบรับในเชิงลบที่ถาโถมใส่ภาคสอง จึงไม่ใช่แค่แผลเล็ก ๆ แต่ อาจเป็นสัญญาณอันตรายต่ออนาคตของแฟรนไชส์นี้บนจอภาพยนตร์ เลยทีเดียว
อนาคตแฟรนไชส์: จากความหวังสู่คำถามใหญ่
ถ้ามองจากความสำเร็จด้านรายได้ของภาคแรก หลายคนเคยเชื่อว่า FNAF น่าจะกลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์หนังสยองขวัญยาว ๆ ได้ไม่ยาก
แต่การที่ภาคสองถูกวิจารณ์เละในระดับนี้ ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า
ทีมสร้าง เข้าใจเสน่ห์ของเกมจริง ๆ หรือไม่?
แฟรนไชส์นี้ยังมีอนาคตบนจอเงินอยู่ไหม ถ้ายังเดินในทิศทางเดิม?
ถ้ามีภาคต่อไป จะกล้าปรับโทน ปรับโครงเรื่อง และเพิ่มความกล้าในการเล่าแบบสุดทางหรือเปล่า?
เมื่อหนังสยองไม่สามารถทำให้คนกลัวได้จริง ๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่อนิเมทรอนิกในเรื่อง แต่คืออนาคตของแฟรนไชส์เองต่างหาก
สรุป: จากเกมหลอนระดับตำนาน สู่หนังภาคต่อที่หาทางกลับบ้านไม่เจอ
Five Nights At Freddy’s 2 ในฉบับภาพยนตร์ จึงกลายเป็นตัวอย่างของการดัดแปลงจากเกมสู่หนังที่ ไม่สามารถรักษาหัวใจดั้งเดิมของต้นฉบับ เอาไว้ได้
ความหลอนมี แต่ไม่สุด
บรรยากาศกดดันมี แต่ไม่แน่น
แฟนเกมมีความหวัง แต่หนังก็ทำมันหล่นหายไปกลางทาง
สำหรับคนที่รัก FNAF นี่อาจเป็นอีกหนึ่ง “ฝันร้าย” แต่ไม่ใช่ฝันร้ายแบบที่แฟน ๆ อยากจดจำบนจอภาพยนตร์สักเท่าไรนัก

