รับแอปรับแอป

Five Nights At Freddy's 2 ดำดิ่งจอเงินไม่รอด: รีวิวสู่หุบเหวความผิดหวังของแฟนเกมสยอง

พงษ์เทพ อินทรชัย01-30

ฝันร้ายรอบสองที่ไม่ได้หลอน แค่ล้มคว่ำกว่าเดิม

แม้หนังภาคแรกของ Five Nights At Freddy’s จะโดนวิจารณ์ทั้งด้านบวกและลบปะปนกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทำเงินในบ็อกซ์ออฟฟิศแบบถล่มทลาย จนสตูดิโอรีบเข็นภาคต่อออกมาอย่างรวดเร็ว

ทว่าเมื่อถึงคิวของ Five Nights At Freddy’s 2 สิ่งที่หลายคนหวังว่าจะเป็นการอัปเกรดความหลอน กลับกลายเป็น การดิ่งลงเหวแบบแทบไม่มีจุดให้เกาะ

ดราม่าคะแนนรีวิว: ต่ำกว่าภาคแรกแบบน่าใจหาย

เมื่อเปรียบเทียบกับภาคแรก คะแนนรีวิวของภาคสองเรียกได้ว่า ร่วงฮวบอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสื่อหลัก นักวิจารณ์ ไปจนถึงเสียงบ่นจากแฟน ๆ เกมต้นฉบับ

จุดที่ถูกวิจารณ์หนักเป็นพิเศษมีทั้ง

  • บทภาพยนตร์ ที่ขาดพลัง ไม่มีจุดให้ลุ้นจนต้องนั่งเกร็ง

  • การกำกับ ที่ไม่สามารถดึงบรรยากาศความกดดันและความกลัวออกมาได้เต็มที่

  • จังหวะการดำเนินเรื่อง ที่เรียบและเอื่อยเกินไป จนความหลอนกลายเป็นความง่วง

สิ่งที่แฟนเกมเจ็บใจที่สุดคือ หนัง ไม่สามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของเกมต้นฉบับ ออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งความอึดอัดในห้องเล็ก ๆ ความระแวงทุกครั้งที่มองกล้องวงจรปิด และความรู้สึกว่า “ตายได้ทุกวินาที” แทบไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพบนจอเงิน

เมื่อชื่อ Blumhouse ก็ช่วยกู้ไม่ไหว

ยิ่งพอมองไปที่ชื่อของ Blumhouse Productions ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการปั้นหนังสยองขวัญทุนไม่สูงแต่ไอเดียจัดจ้าน หลายคนยิ่งคาดหวังว่า Five Nights At Freddy’s 2 จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ “เล่นใหญ่ เล่นหลอน และเล่นจิต”

แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม

  • แฟนหนังสยองรู้สึกว่า สูตรสำเร็จของ Blumhouse ไม่ได้ถูกหยิบมาใช้แบบจริงจัง

  • แฟนเกมรู้สึกว่า เอกลักษณ์ของเกมถูกลดทอนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

การตอบรับในเชิงลบที่ถาโถมใส่ภาคสอง จึงไม่ใช่แค่แผลเล็ก ๆ แต่ อาจเป็นสัญญาณอันตรายต่ออนาคตของแฟรนไชส์นี้บนจอภาพยนตร์ เลยทีเดียว

อนาคตแฟรนไชส์: จากความหวังสู่คำถามใหญ่

ถ้ามองจากความสำเร็จด้านรายได้ของภาคแรก หลายคนเคยเชื่อว่า FNAF น่าจะกลายเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์หนังสยองขวัญยาว ๆ ได้ไม่ยาก

แต่การที่ภาคสองถูกวิจารณ์เละในระดับนี้ ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า

  • ทีมสร้าง เข้าใจเสน่ห์ของเกมจริง ๆ หรือไม่?

  • แฟรนไชส์นี้ยังมีอนาคตบนจอเงินอยู่ไหม ถ้ายังเดินในทิศทางเดิม?

  • ถ้ามีภาคต่อไป จะกล้าปรับโทน ปรับโครงเรื่อง และเพิ่มความกล้าในการเล่าแบบสุดทางหรือเปล่า?

เมื่อหนังสยองไม่สามารถทำให้คนกลัวได้จริง ๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่อนิเมทรอนิกในเรื่อง แต่คืออนาคตของแฟรนไชส์เองต่างหาก

สรุป: จากเกมหลอนระดับตำนาน สู่หนังภาคต่อที่หาทางกลับบ้านไม่เจอ

Five Nights At Freddy’s 2 ในฉบับภาพยนตร์ จึงกลายเป็นตัวอย่างของการดัดแปลงจากเกมสู่หนังที่ ไม่สามารถรักษาหัวใจดั้งเดิมของต้นฉบับ เอาไว้ได้

  • ความหลอนมี แต่ไม่สุด

  • บรรยากาศกดดันมี แต่ไม่แน่น

  • แฟนเกมมีความหวัง แต่หนังก็ทำมันหล่นหายไปกลางทาง

สำหรับคนที่รัก FNAF นี่อาจเป็นอีกหนึ่ง “ฝันร้าย” แต่ไม่ใช่ฝันร้ายแบบที่แฟน ๆ อยากจดจำบนจอภาพยนตร์สักเท่าไรนัก