เลือกรองเท้าวิ่ง ASICS ให้ตรงสไตล์วิ่ง งบ และเป้าหมายสุขภาพ
1. ทำความรู้จักแบรนด์ ASICS และรองเท้าวิ่งเหมาะกับใคร
ASICS เป็นแบรนด์รองเท้าวิ่งที่ขึ้นชื่อเรื่อง การรองรับแรงกระแทกและความมั่นคง โดยเฉพาะเทคโนโลยี GEL / PureGEL และโฟมตระกูล FF BLAST ที่ช่วยลดแรงกดต่อข้อเข่าและข้อเท้า ทำให้วิ่งได้นุ่มสบายกว่า รองเท้าทั่วไป พร้อมอัปเปอร์ที่ระบายอากาศดี ลดอาการร้อนอับและเสียดสีในการวิ่งระยะไกล
จากข้อมูลรีวิวและการทดสอบหลายแหล่ง จะเห็นภาพร่วมว่า ASICS เหมาะกับนักวิ่งกลุ่มต่อไปนี้
คนที่ต้องการลดแรงกระแทก ป้องกันปวดเข่า ปวดส้นเท้า
นักวิ่งระยะไกลที่ต้องการรองเท้า Max Cushion ใส่วิ่งยาวสบาย ๆ (เช่น GEL-Nimbus, Superblast, Novablast)
คนเท้าแบนหรือมีอาการเท้าล้ม ที่ต้องการรองเท้า Stability ช่วยประคองเท้า (เช่น GEL-Kayano, GT-2000)
สายซ้อมทำเวลาและลงแข่ง ที่อยากได้รองเท้าตอบสนองดี น้ำหนักเบา (เช่น Novablast, Magic Speed, METASPEED)
2. วิธีเลือก ASICS รุ่นไหนดี: ดูจากสไตล์การวิ่ง น้ำหนักตัว และลักษณะเท้า
2.1 เลือกตามซีรีส์หลักของ ASICS
ในไลน์รองเท้าวิ่งถนนของ ASICS จะมีตระกูลหลัก ๆ ที่ถูกพูดถึงบ่อย และมีบุคลิกต่างกันชัดเจน
ASICS GEL Series – ครอบคลุมตั้งแต่นักวิ่งหน้าใหม่ถึงสายมาราธอน เน้นซัพพอร์ตและความนุ่ม
GEL-KAYANO 32 / 31: สาย Stability มี 4D GUIDANCE SYSTEM ช่วยประคองเท้าล้ม และ PureGEL ที่ส้น เหมาะกับเท้าแบน / Overpronation
GEL-NIMBUS 28 / 27 / 26: Max Cushion เน้นนุ่มสบาย ใช้โฟม FF BLAST PLUS / PLUS ECO + PureGEL เหมาะกับวิ่งยาวและคนเน้นความสบาย
GEL-CUMULUS 28: Daily Trainer ที่บาลานซ์ระหว่างนุ่มและตอบสนอง ใช้ PureGEL + FF BLAST MAX
NOVABLAST / SUPERBLAST / MEGABLAST – กลุ่มโฟมเด้ง ตอบสนองดี
NOVABLAST 5: โฟม FF BLAST MAX เด้ง นุ่ม น้ำหนักเบา เน้นวิ่งสนุก ทำความเร็ว
SUPERBLAST 3: ซ้อนโฟม FF LEAP + FF BLAST+ เป็น Super Trainer นุ่มมากแต่ยังมั่นคง เหมาะวิ่งยาวและซ้อมเข้ม
METASPEED / Magic Speed – สายทำเวลาและแข่ง
METASPEED SKY / EDGE TOKYO: มีแผ่นคาร์บอน + โฟมเกรดแข่ง FF BLAST TURBO / LEAP เน้นทำ PB
Magic Speed 4 / 5: ใช้แผ่นคาร์บอนร่วมกับ FF BLAST PLUS และ FF TURBO เหมาะเป็นรองเท้าซ้อมความเร็ว / ลงแข่งในงบย่อมเยากว่า METASPEED
2.2 เลือกจากวัสดุอัปเปอร์: ความกระชับและการระบายอากาศ
อัปเปอร์คือส่วนที่หุ้มเท้า วัสดุที่ต่างกันให้ฟีลต่างกัน
Engineered Mesh – ผ้าตาข่ายถักโครงสร้างต่างกันแต่ละจุด ระบายอากาศดีและยังช่วยประคองรูปเท้า เห็นในรุ่นอย่าง GEL-KAYANO 32, Magic Speed 4, GEL-NIMBUS 27
Engineered Jacquard Mesh – ผ้าตาข่ายทอลายละเอียด น้ำหนักเบาและทันสมัย ใช้ใน NOVABLAST 5, Gel-Excite 11 TR
Engineered Knit – ผ้าถักยืดหยุ่นสูง โอบเท้าเหมือนถุงเท้า นุ่ม ลดการเสียดสี (ปรากฏใน Nimbus 27/28 ตามรีวิว)
Motion Wrap / Woven Upper – อัปเปอร์บาง เบา มั่นคง เหมาะรองเท้าทำความเร็ว เช่น METASPEED, Superblast 2 Ekiden
Synthetic Leather / PU – ทนทาน ใช้เสริมส่วนที่ต้องการความแข็งแรง หรือในรุ่นเริ่มต้น
ถ้าคุณเน้นวิ่งยาวในอากาศร้อน หรือเหงื่อออกมาก ให้มองรุ่นที่ใช้ Engineered Mesh / Jacquard Mesh จะระบายอากาศได้ดีและไม่บีบเท้าเกินไป
2.3 เลือกจากเทคโนโลยีพื้นชั้นกลาง (Midsole)
โฟมของ ASICS มีหลายเกรด และแต่ละแบบถูกจูนให้ตอบโจทย์การวิ่งต่างกัน
PureGEL / GEL Technology – ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ช่วยดูดซับแรงกระแทกที่ส้นและหน้าเท้า ให้วิ่งนุ่ม ลดแรงสะเทือนขึ้นเข่า
FF BLAST PLUS / PLUS ECO – โฟมน้ำหนักเบา เน้นนุ่ม + มีแรงเด้งนุ่ม ๆ รุ่น ECO ใช้วัสดุจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน
ใช้ใน: GEL-KAYANO 32, GEL-NIMBUS 27, Magic Speed 4, Superblast 2 (ส่วนหนึ่ง)
FF BLAST MAX – นุ่มกว่าและเด้งกว่ารุ่น PLUS ใช้ใน
NOVABLAST 5, GT-2000 14, Gel-Cumulus 28 เป็นต้น เหมาะคนชอบฟีลเด้งสนุก แต่ยังควบคุมได้
FF BLAST TURBO / TURBO+ – โฟมเกรดแข่ง น้ำหนักเบา เด้งจัด ใช้ใน METASPEED, Superblast, Magic Speed บางรุ่น
FlyteFoam / FlyteFoam Propel – โฟมมาตรฐาน ทน ไม่ยุบง่าย ใช้ในรุ่นราคาย่อมเยาหรือสายเริ่มต้น เช่น Hyper Speed 5, Gel-Venture 10, Blade FF (รองเท้าแบด)
เลือกโฟมแบบง่าย ๆ:
เน้น นุ่มสบาย: GEL-NIMBUS (FF BLAST PLUS ECO + PureGEL), GEL-CUMULUS (FF BLAST MAX)
เน้น นุ่มเด้ง / วิ่งสนุก: NOVABLAST 5 (FF BLAST MAX), SUPERBLAST 3 (FF LEAP + FF BLAST+)
เน้น ประหยัด / ทน: รุ่นใช้ FlyteFoam, AMPLIFOAM เช่น Hyper Speed 5, Gel-Venture 10
2.4 เลือกจากพื้นชั้นนอก (Outsole) ให้เหมาะกับพื้นวิ่ง
ASICSGRIP – ยางสูตรยึดเกาะดีเยี่ยม โดยเฉพาะพื้นเปียกและเทรล
HYBRID ASICSGRIP – ผสม ASICSGRIP กับ AHAR/AHAR+ เพื่อทั้งเกาะและทน เห็นใน GEL-NIMBUS 27, GEL-KAYANO 32
AHAR / AHAR+ / AHAR LO – ยางทนสึกสูง ใช้ในรองเท้าวิ่งถนนทั่วไป เช่น NOVABLAST 5, GT-2000 14, Hyper Speed 5
GUIDANCE LINE – ร่องยาวใต้พื้นรองเท้า ช่วยประคองทิศทางการก้าวให้เป็นธรรมชาติ ลดล้า
ถ้าวิ่งถนนเรียบทั่วไป รุ่นที่ใช้ AHAR / AHAR+ / HYBRID ASICSGRIP จะเพียงพอ แต่ถ้าวิ่งบนพื้นเปียกบ่อยหรือมีผสมเทรลเล็กน้อย ให้มองหารุ่นที่มี ASICSGRIP เต็ม ๆ
2.5 เลือกให้เข้ากับรูปเท้า (Pronation)
การแมตช์รูปเท้ากับประเภทรองเท้าเป็นจุดสำคัญในการลดการบาดเจ็บ
เท้าแบน / เท้าล้ม (Overpronation)
เหมาะกับรองเท้า Stability ที่มีโครงสร้างประคองอุ้งเท้าด้านใน เช่น
GEL-KAYANO 32 / 31, GT-2000 13/14, GT-1000 15
เท้าปกติ (Neutral)
เหมาะกับรองเท้า Neutral เน้นยืดหยุ่นและกระจายแรงกระแทกธรรมชาติ
เช่น GEL-NIMBUS 28/27, GEL-CUMULUS 28, NOVABLAST 5, SUPERBLAST 3
เท้าโก่งสูง / ลงน้ำหนักด้านนอก (Underpronation / Supination)
ควรใช้รองเท้า Neutral ที่รองรับแรงกระแทกสูงเป็นพิเศษ เช่น
GEL-NIMBUS 28, GEL-CUMULUS 28

3. รุ่นฮิต ASICS สำหรับสายวิ่งถนน
3.1 GEL-KAYANO 32 – สายมั่นคงสำหรับเท้าแบน
จุดเด่นในข้อมูลรีวิว
ใช้ 4D GUIDANCE SYSTEM ประคองเท้าแบนและ Overpronation โดยไม่รู้สึกแข็งดันอุ้งเท้า
Midsole: FF BLAST PLUS ECO + PureGEL ที่ส้น ซับแรงกระแทกดี แต่ฟีลค่อนข้างเฟิร์มมากกว่า Nimbus
พื้นกว้าง (หน้าเท้า ~119.8 มม., ส้น ~97.2 มม.) ให้ความมั่นคงสูง
ข้อดี
เสถียรเหมือน “โต๊ะ” เหมาะกับคนต้องการรองรับดีมาก
ซัพแรงกระแทกดี เหมาะกับการวิ่งระยะไกล
ข้อเสียตามรีวิว
ฟีลเด้งน้อย / Energy return ต่ำ
น้ำหนักมากกว่ารุ่น Neutral
เหมาะกับ: คนเท้าแบน/เท้าล้ม น้ำหนักตัวเยอะ หรือคนที่ต้องการรองเท้าซัพพอร์ตเพื่อลดอาการปวดเข่า / ข้อเท้า
3.2 GEL-NIMBUS 27 / 28 – ราชาแห่งความนุ่มสบาย
GEL-NIMBUS 27
Midsole: FF BLAST PLUS ECO + PureGEL ที่ส้น
Outsole: HYBRID ASICSGRIP เกาะถนนดี
ฟีลวิ่ง: นุ่มมาก ซัพแรงกระแทกดี เหมาะ easy run, long run, recovery
GEL-NIMBUS 28 (ข้อมูลจากหลายรีวิว)
ปรับให้เบากว่า Nimbus 27 ประมาณ 20 กรัม (ในรีวิว) แต่ยังเน้น comfort-first
ยังคงใช้ FF BLAST+ + PureGEL แต่จูนให้ทรงนิ่งและไหลขึ้น
จุดสังเกตจาก RunRepeat
Shock absorption สูงทั้งส้น (137 SA) และหน้าเท้า (133 SA)
Energy return ต่ำ (ประมาณ 44–46%) ทำให้ไม่เด้งมาก
midsole สูง (Max stack) เหมาะคนอยากได้ความนุ่มมากกว่าความเร็ว
สรุป: ถ้าเป้าหมายคือ ความนุ่มและถนอมขา มากกว่าความเด้งทำเวลา ตระกูล Nimbus คือคำตอบ
3.3 GEL-CUMULUS 28 – Daily Trainer สายกลาง ๆ
ใช้ FF BLAST MAX + PureGEL
ได้รับคำชมว่าเป็น trainer ที่สมดุล นุ่มแต่ไม่ยวบ หนักกว่ารองเท้าวิบวับสายแข่งเล็กน้อย
เหมาะกับคนที่อยากได้รองเท้า คู่เดียวครบ ใช้ทั้งวิ่งถนน, วิ่งบนลู่วิ่ง และซ้อมทั่วไป
3.4 NOVABLAST 5 – จอมเด้งที่คนทดสอบยกให้ Best Overall
จากหลายรีวิว (ทั้งไทยและต่างประเทศ) Novablast 5 ถูกจัดเป็น
Best Overall / Best Asics Running Shoe
จุดเด่นในสเปก
โฟม FF BLAST MAX นุ่มและเด้งที่สุดในตระกูล Novablast
พื้นทรง Trampoline ช่วยเพิ่มแรงดีด
ฐานกว้าง (หน้า ~122 มม., ส้น ~97 มม.) แต่ยังยืดหยุ่นกว่ารองเท้า Max Stack ทั่วไป
ข้อสรุปจากรีวิวรวม
เหมาะกับทั้งวิ่งสั้น–ยาว, Easy – Tempo
เด้งสนุก แต่ไม่ถึงขั้นรองเท้าแข่งคาร์บอน
เหมาะกับ: สายวิ่งสนุก ชอบรองเท้าเบา เด้ง วิ่งเพลิน และอยากได้คู่เดียวใช้แทบทุกระยะ
3.5 SUPERBLAST / SUPERBLAST 3 – Super Trainer วิ่งยาว
ในข้อมูลมีทั้ง Superblast 2 Ekiden (ที่ขายในไทย) และรีวิวเชิงลึกของ Superblast 3 จาก RunRepeat
Midsole: คู่โฟม FF LEAP + FF BLAST+ (รุ่น 3) หรือ FF TURBO+ + FF BLAST+ ในรุ่นก่อน
Stack สูงมาก (ประมาณ 45–46 มม.) แต่ยังคงน้ำหนักเบา
จัดเป็นรองเท้าซ้อมระดับสูงสำหรับคนซ้อมระยะไกล ต้องการการปกป้องกล้ามเนื้อและข้อต่อดีมาก
ข้อเสียในรีวิว
ราคาแพง
ฟีลเด้งยังไม่เท่ารองเท้าบางคู่เพราะชั้นล่างใช้ FF BLAST+
เหมาะกับ: นักวิ่งที่วิ่งระยะไกลมาก ๆ ซ้อม Volume สูง และพร้อมจ่ายเพื่อความสบาย + เทคโนโลยีสูงสุดในรองเท้าซ้อม
3.6 Magic Speed / METASPEED – สายทำเวลาและแข่งจริงจัง
ข้อมูลในชุดมีทั้ง
Magic Speed 4/5 – มีแผ่นคาร์บอน + FF BLAST PLUS + โฟมแข่ง (เช่น FF LEAP/FF TURBO+ ขึ้นกับรุ่น)
เหมาะเป็นรองเท้า Tempo / Intervals / ซ้อมมาราธอน สำหรับคนอยากลองรองเท้าแผ่นคาร์บอนแต่ไม่อยากจ่ายราคา METASPEED
METASPEED SKY / EDGE TOKYO – ซูเปอร์ชูส์สายแข่ง
ใช้โฟม FF BLAST TURBO / LEAP + แผ่นคาร์บอนเต็มความยาว น้ำหนักเบามาก
แยกเป็นรุ่น SKY (เน้นยืดระยะก้าว) และ EDGE (เน้นเพิ่มรอบขา)
เหมาะกับ: นักวิ่งที่มีพื้นฐานดี วิ่งเพซเร็ว ต้องการรองเท้าลงแข่งล่า PB โดยเฉพาะ 10K–มาราธอน
4. รุ่น ASICS สำหรับวิ่งเทรลและใช้ออกกำลังกายในฟิตเนส
แม้ข้อมูลที่ให้มาจะเน้นรองเท้าถนน แต่ก็มีรุ่นที่เหมาะกับเทรล/พื้นผสมและใช้งานในยิมอยู่ด้วย
4.1 Gel-Venture 10
ระบุว่าเหมาะกับ วิ่งเทรล หรือ Cross Country
ใช้ AMPLIFOAM + Rearfoot GEL ซับแรงกระแทก และพื้นยางที่ออกแบบให้ยึดเกาะหลายผิวสัมผัส
น้ำหนักค่อนข้างมาก (320 กรัม) แต่ทนและเกาะพื้นดี เหมาะวิ่งทางดิน+ถนน หรือใช้เดินลุย
4.2 Gel-Excite 11 TR (เทรลผู้หญิง)
สำหรับวิ่งเทรล / Cross Country
Midsole: AMPLIFOAM PLUS + Rearfoot GEL
อัปเปอร์ Jacquard Mesh ทนและระบายอากาศได้ดี
4.3 Superblast 2 Ekiden
ในตารางไทย เขียนว่าเหมาะกับ
วิ่งเทรล หรือ Cross Country, วิ่งออกกำลังกายทั่วไป
ใช้ FF BLAST PLUS + FF TURBO+ และพื้น ASICSGRIP + AHAR LO
แม้จะไม่ใช่รุ่นเทรลเต็มตัว แต่พื้นยึดเกาะดี เหมาะกับพื้นผสม ถนน+ลูกรัง
4.4 รุ่นสำหรับฟิตเนส / ยิม
จากตาราง มีรุ่นที่ “เหมาะวิ่งในยิม” เช่น GEL-KAYANO 32, GT-2000 14
จุดร่วมคือ
ซัพพอร์ตดี พื้นยึดเกาะสูง
มิดโซลหนา ลดแรงกระแทกจากลู่วิ่งและการยืนออกกำลังกายนาน ๆ
สรุปเลือก ASICS รุ่นไหนดี ให้ตรงสไตล์วิ่งและงบประมาณ
จากข้อมูลทั้งหมด สามารถย่อแนวทางเลือกได้ดังนี้
ถ้าคุณเน้นวิ่งสบาย นุ่ม เซฟเข่า
เลือกตระกูล GEL-NIMBUS (27/28/26) หรือ GEL-CUMULUS 28
ถ้าคุณเท้าแบน / เท้าล้ม ต้องการความมั่นคง
เลือก GEL-KAYANO 32/31, GT-2000 14/13, GT-1000
ถ้าคุณเป็นสายทำความเร็ว วิ่งสนุก
เลือก NOVABLAST 5 เป็น Daily Trainer เด้ง ๆ
หรือ Magic Speed / METASPEED หากต้องการรองเท้าแผ่นคาร์บอนสำหรับซ้อม/แข่ง
ถ้าคุณต้องซ้อมหนัก ระยะไกลมาก ๆ และต้องการรองเท้าซ้อมระดับสูง
เลือก SUPERBLAST 3 / Superblast 2 Ekiden
ถ้าเป็นมือใหม่ งบจำกัด
มองรุ่นใช้ AMPLIFOAM / FlyteFoam เช่น Gel-Venture, Hyper Speed, GEL-Contend (มีระบุในบทความหนึ่ง)
สุดท้าย การเลือกว่า “ASICS รุ่นไหนดี” ต้องดูตัวเอง 3 เรื่องตามข้อมูลทั้งหมด
ลักษณะเท้า – ปกติ / แบน / โก่ง
สไตล์การวิ่ง – วิ่งชิล / วิ่งยาว / ทำเวลา
งบประมาณ – เริ่มต้น, กลาง, หรือพร้อมจ่ายเพื่อรุ่นท็อป
เมื่อรู้สามอย่างนี้แล้ว การไล่ดูซีรีส์และเทคโนโลยีจากข้อมูลข้างต้น จะช่วยให้คุณแมตช์รองเท้า ASICS คู่ที่เหมาะกับเท้าและเป้าหมายการวิ่งของตัวเองได้ง่ายและแม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องเดาสุ่มจากชื่อรุ่นเพียงอย่างเดียว


ความคิดเห็น