ZestBuy

คู่มือเลือกครีมบำรุงผิวหน้าให้ตรงสภาพผิว

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI04-23

ทำไมครีมบำรุงผิวหน้าจึงสำคัญต่อการดูแลผิว

ครีมบำรุงผิวหน้าเป็นสกินแคร์พื้นฐานที่ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีและแข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งช่วยเติมและล็อกความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว ลดปัญหาผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ สิว และริ้วรอย จากข้อมูลหลายบทความระบุว่า หากผิวไม่ได้รับการบำรุงอย่างเหมาะสม ผิวจะเสื่อมโทรม แห้งกร้าน หมองคล้ำ และเกิดการอุดตันง่าย ส่งผลให้สิวและริ้วรอยมาเร็วกว่าเดิม

การใช้ครีมบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอจึงมีประโยชน์ทั้งในด้านช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นล้ำลึก และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น ยิ่งเมื่อผสานกับการใช้กันแดดและการทำความสะอาดผิวที่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้จะยิ่งชัดเจนและยั่งยืนมากขึ้น


ทำความรู้จักประเภทของครีมบำรุงผิวหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวคุณ

จากข้อมูลเปรียบเทียบสภาพผิวพบว่า แต่ละคนมีลักษณะผิวแตกต่างกัน จึงควรเลือกครีมให้ตรงประเภทผิวและปัญหาหลักของตัวเองเป็นอันดับแรก

ผิวแห้ง

ผิวแห้งมักมีอาการตึง ลอก และขาดความชุ่มชื้น จึงควรเลือกครีมที่

  • ช่วยเติมน้ำและล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวได้มากที่สุด

  • มีสารกลุ่ม Humectant เช่น กรดไฮยาลูรอนิก กลีเซอรีน วิตามิน B5

  • สามารถใช้ร่วมกับน้ำมันธรรมชาติ เช่น สควาเลน หรือน้ำมันบางชนิดเพื่อช่วยเป็นเกราะลดการระเหยของน้ำ

  • เนื้อครีมมักเข้มข้นกว่าเนื้อครีมสำหรับผิวมัน

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เน้นชุ่มชื้น เช่น

  • Kiehl’s Ultra Facial Cream – เนื้อครีมเข้มข้น ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น มี Squalane, Glacial Glycoprotein, Glycerin ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน เหมาะกับผิวแห้งและผิวธรรมดา

  • Eucerin Ultrasensitive Aquaporin Nourishing Gel Cream – เนื้อเจลครีมเบา แต่เน้นเติมน้ำให้เซลล์ผิวด้วย Glyceryl Glucoside ช่วยให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้น

ผิวมัน

ผิวมันมีน้ำมันส่วนเกินมาก เสี่ยงต่อการอุดตันและเกิดสิวง่าย หลักในการเลือกครีมคือ

  • เน้นเพิ่มน้ำให้ผิว แต่ไม่เพิ่มความมัน

  • เลือกสูตร Water-Based หรือเจล เนื้อบางเบา

  • หลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน

  • อาจมีสารช่วยผลัดเซลล์ผิวเล็กน้อยเพื่อลดการอุดตัน

แนวทางจากข้อมูลครีมสำหรับคนหน้ามัน เช่น

  • เลือกสูตร Oil-Free, เนื้อบางเบา ซึมไว

  • มองหาส่วนผสมควบคุมความมัน เช่น Niacinamide, Zinc, Salicylic Acid, Green Tea, Witch Hazel

  • หลีกเลี่ยงน้ำมันหนัก ๆ โกโก้บัตเตอร์ ซิลิโคนบางชนิด กรดลอริก และลาโนลินที่อาจอุดตันรูขุมขน

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวมัน/ผิวเป็นสิวง่าย เช่น

  • La Roche Posay Effaclar K+ / Effaclar K [+] – เนื้อเจลฟลูอิด บางเบา สูตร Non-Comedogenic มี LHA, Salicylic Acid ช่วยผลัดเซลล์ ลดการอุดตัน มี Airlicium ช่วยดูดซับความมัน เหมาะกับผิวมัน ผิวผสม และผิวเป็นสิว

  • NIVEA MEN ครีมบำรุงผิวหน้า – เนื้อครีมบางเบา มีคาร์นิทีนช่วยควบคุมความมัน วิตามินอีและกลีเซอรีนช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เหมาะกับผิวมันและผิวผสม

ยังมีลิสต์ “ครีมสำหรับคนหน้ามัน” หลายแบรนด์ที่เน้นเนื้อเจลและสูตร Oil-Free เช่น MizuMi, Bioderma Sébium Sensitive, Laneige Water Bank Blue Hyaluronic Gel Cream, Plantnery Tea Tree Day Cream SPF30 เป็นต้น ซึ่งจุดร่วมคือบางเบา ช่วยควบคุมความมัน ลดการอุดตัน และไม่หนักผิว

ผิวผสม

ผิวผสมมักมันบริเวณ T-zone และแห้งบริเวณแก้ม การเลือกครีมควรอยู่ตรงกลางระหว่างผิวแห้งและผิวมัน คือ

  • ให้ความชุ่มชื้นเพียงพอ แต่ไม่หนักหรือมันเกินไป

  • เนื้อเจลครีมหรือโลชั่นบางเบาเหมาะกับผิวประเภทนี้

ตัวอย่างเช่น Eucerin Ultrasensitive Aquaporin Gel Cream ที่เน้นเติมน้ำให้ผิว เนื้อไม่เหนอะหนะ เหมาะกับผิวธรรมดา–ผิวผสม

ผิวบอบบาง แพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่ายต้องระวังเรื่องส่วนผสมที่ก่อการระคายเคืองและค่า pH ของผลิตภัณฑ์ โดยควรเลือก

  • สูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และสีสังเคราะห์

  • ค่า pH ไม่ต่างจากผิวมากเกินไป เพื่อลดโอกาสการระคายเคืองและการสูญเสียน้ำ

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่พยายามลดสารเสี่ยงตามข้อมูล เช่น

  • Cerave Facial Moisturising Lotion – มี Ceramide, Hyaluronic Acid, Niacinamide ไม่มีน้ำมัน น้ำหอม พาราเบน ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง

  • Kiehl’s Ultra Facial Cream – ปราศจากสี น้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน ใช้ได้กับผิวบอบบาง

ผิวผู้ชาย

ข้อมูลระบุว่าผู้ชายมักมีผิวมันเพราะต่อมไขมันทำงานมาก จึงควรเลือกครีมที่

  • ให้ความชุ่มชื้น เติมน้ำ แต่หลีกเลี่ยงน้ำมันเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตัน

  • เนื้อเจลหรือโลชั่นบางเบา ไม่เหนอะหนะ

  • อาจมีสารช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น เรตินอล ไนอะซินาไมด์ หรือ BHA เพื่อลดผิวหยาบกร้าน

ตัวอย่างเช่น NIVEA MEN ครีมบำรุงผิวหน้า ที่ช่วยควบคุมความมันและให้ความชุ่มชื้นพร้อมกัน


ส่วนผสมสำคัญในครีมบำรุงที่ควรมองหาและหลีกเลี่ยง

การดูฉลากส่วนผสมช่วยให้เลือกครีมได้ตรงปัญหาผิวมากขึ้น ข้อมูลจากหลายบทความสรุปกลุ่มสารสำคัญที่น่าสนใจได้ดังนี้

กลุ่มให้ความชุ่มชื้นและเสริมเกราะผิว

  • Hyaluronic Acid, Glycerin, Vitamin B5 – ช่วยเติมน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในเซลล์ผิว เหมาะทั้งผิวแห้งและผิวมันที่ขาดน้ำ

  • Ceramide, Squalane – ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ลดการสูญเสียน้ำ เหมาะกับผิวแห้งและผิวที่เกราะผิวอ่อนแอ

  • ตัวอย่าง: Cerave Facial Moisturising Lotion, INGU Green Tea Calming Cream, Eucerin GG Hydro Booster

กลุ่มไวท์เทนนิงและผลัดเซลล์ผิว (ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ)

  • กรดไกลโคลิก (AHA) – ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น

  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) – มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ ยับยั้งการสร้างเม็ดสี และช่วยผลัดเซลล์ผิว

  • กรดโคจิก, Arbutin – ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี ลดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

  • Niacinamide (วิตามิน B3) – ช่วยลดการสร้างเมลานินและผลัดเซลล์ผิวใหม่ ลดรอยดำรอยแดง

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้แนวคิดนี้ เช่น

  • LANEIGE Radian-C Cream – มี Vitamin C, Melasolv, Vitamin E ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแดด

  • GARNIER Light Complete Spotless 24 HRs Program – ใช้วิตามินซีเข้มข้น 3 เท่า ร่วมกับสารสกัดยูซุเลมอน ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส จุดด่างดำและรอยสิวดูจางลง

ข้อมูลผู้เชี่ยวชี้แจงว่า การใช้ครีมที่มีสารผลัดเซลล์ในกลุ่มนี้ต่อเนื่องไม่ได้ทำให้ผิวบางลง แต่ช่วยให้การผลัดเซลล์ตามธรรมชาติดีขึ้น ต่างจากการสครับแรง ๆ อย่างไรก็ตาม หากเกิดการระคายเคืองควรหยุดใช้ทันที

กลุ่มลดสิว ลดการอุดตันและอักเสบ

สำหรับผิวเป็นสิวและผิวมัน ข้อมูลแนะนำให้มองหาส่วนผสม

  • Vitamin A / Retinol / อนุพันธ์วิตามินเอ – ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตัน และกระตุ้นการสร้างผิวใหม่

  • Salicylic Acid (BHA) – ละลายในไขมันได้ดี ซึมลงต่อมไขมัน ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน เหมาะกับสิวอุดตันและสิวเสี้ยน

  • BHA อื่น ๆ – ช่วยผลัดเซลล์อย่างอ่อนโยน ลดโอกาสเกิดสิวใหม่

  • Tea Tree Oil – ช่วยลดการอักเสบและยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อสิว

  • Zinc – ควบคุมความมันส่วนเกิน ลดการอักเสบและช่วยต้านแบคทีเรีย

ผลิตภัณฑ์ที่มีแนวทางนี้ เช่น

  • La Roche Posay Effaclar K+/Effaclar K [+] – มี LHA และ Salicylic Acid ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตัน พร้อมสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดผิวอักเสบ

  • กลุ่มครีมสำหรับคนหน้ามัน เช่น Vichy Normaderm, Some By Mi AHA-BHA-PHA 30Days Miracle Cream, SKINTIFIC 3X Acid Anti-Acne Gel Moisturizer ที่เน้น AHA/BHA/PHA และสารปลอบประโลมผิว

นอกจากนี้ ยังเน้นว่าควรเลือกสูตร ปราศจากน้ำมัน หรือ Non-Comedogenic เพื่อลดโอกาสรูขุมขนอุดตัน และควรระวังการแพ้สารกันเสีย น้ำหอม ที่อาจทำให้สิวเห่อหรือผิวอักเสบ

กลุ่มต้านริ้วรอยและชะลอความเสื่อมของผิว

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไขมันใต้ผิวลดลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยง่าย ส่วนผสมที่ช่วยเรื่องริ้วรอย ได้แก่

  • วิตามิน A / Retinol / เรตินิลปาล์มิเตท – ช่วยผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำ เช่นใน Smooth E Gold Cream, Ponds Age Miracle, Smooth E Gold มี Retinyl Palmitate

  • วิตามิน C – ต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงและกระจ่างใส เช่น LANEIGE Radian-C Cream, GARNIER Light Complete

  • วิตามิน E – ช่วยลดเลือนริ้วรอยและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง เช่น ใน LANEIGE Radian-C Cream, Smooth E Gold Cream

  • Coenzyme Q10 – ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มความยืดหยุ่น เช่น SEBAMED Anti-Ageing Q10 Protection Cream

สำหรับริ้วรอยลึก มีคำแนะนำให้มองหาครีมที่เน้นส่วนผสมลดริ้วรอยเฉพาะ เช่น เรตินอล อนุพันธ์วิตามินเอเข้มข้น เพื่อช่วยให้ริ้วรอยดูลดเลือนลง แต่ก็ต้องใช้ร่วมกับการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ

กลุ่มที่ควรระวังหรือหลีกเลี่ยงในบางผิว

จากข้อมูลที่มี ไม่ได้ระบุรายชื่อสารต้องห้ามเชิงเด็ดขาด แต่มีแนวทางระวังสำหรับบางสภาพผิว

  • ผิวมัน/เป็นสิว: ควรเลี่ยงส่วนผสมที่อาจอุดตันผิว เช่น น้ำมันบางชนิด โกโก้บัตเตอร์ ซิลิโคนบางประเภท กรดลอริก และลาโนลิน

  • ผิวแพ้ง่าย: ควรหลีกเลี่ยงน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และสารกันเสียที่อาจระคายเคือง

  • ผู้ตั้งครรภ์: ข้อมูลระบุว่าควรหลีกเลี่ยงเรตินิลปาล์มิเตทใน Smooth E Gold Cream ซึ่งเป็นอนุพันธ์วิตามินเอ


ขั้นตอนการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

หลายบทความเน้นว่า ครีมบำรุงจะเห็นผลดีเมื่ออยู่ใน Skincare Routine ที่เหมาะสม โดยลำดับพื้นฐานที่แนะนำมีดังนี้

  1. ล้างหน้า (Cleanser)

    • ขจัดสิ่งสกปรก ความมัน และคราบเครื่องสำอางให้หมด เพื่อให้ผิวพร้อมรับครีมบำรุง

  2. โทนเนอร์ (Toner)

    • ช่วยปรับสมดุลผิวหลังล้างหน้า และเตรียมผิวให้พร้อมรับสารบำรุงจากเซรั่มและครีม

  3. เซรั่ม (Serum)

    • มีสารบำรุงเข้มข้น เน้นแก้ปัญหาเฉพาะ เช่น ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอย หรือสิว เมื่อทาก่อนครีม จะช่วยให้สารบำรุงซึมลึกและตรงจุดมากขึ้น

  4. ครีมบำรุงผิว (Moisturizer)

    • ทำหน้าที่ล็อกความชุ่มชื้น และเสริมเกราะผิวให้แข็งแรง เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรข้ามไม่ว่าผิวประเภทใด

  5. ครีมกันแดด (Sunscreen – ตอนกลางวัน)

    • ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ลดโอกาสเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอย

สำหรับการมาสก์หน้า เช่น Sleeping Mask แนะนำให้ใช้ หลังล้างหน้าและก่อนทาครีมประจำ หรือบางสูตรใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงกลางคืน เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวเร่งด่วนและล็อกความชุ่มชื้นระหว่างนอน


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ครีมบำรุงและวิธีแก้ไข

ข้อมูลจากหลายแหล่งสะท้อนปัญหาที่มักเกิดขึ้นและแนวทางปรับแก้ เช่น

1. เลือกครีมไม่ตรงสภาพผิว

  • ผิวมันใช้ครีมมันเกินไป → หน้ามันเยิ้ม สิวอุดตันง่าย

  • ผิวแห้งใช้เนื้อบางเกินไป → ผิวยังแห้งตึง ไม่ชุ่มชื้นพอ

แก้ไข: เริ่มจากรู้สภาพผิวตัวเองให้ชัด แล้วเลือกสูตรเนื้อครีมและส่วนผสมให้เหมาะตามที่กล่าวไปข้างต้น

2. ไม่เติมความชุ่มชื้นเพราะคิดว่าผิวมันอยู่แล้ว

ข้อมูลจากบทความสำหรับผิวมันย้ำว่า คนผิวมันก็ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เพราะผิวมันอาจ “ขาดน้ำ” ถ้าไม่เติมน้ำให้ผิว ผิวจะยิ่งผลิตน้ำมันเพิ่ม ทำให้หน้ามันกว่าเดิมและเสี่ยงสิวมากขึ้น

แก้ไข: เลือกมอยส์เจอไรเซอร์สูตร Oil-Free เนื้อเจลหรือเนื้อบางเบา ช่วยเติมน้ำโดยไม่เพิ่มน้ำมัน

3. ใช้สารผลัดเซลล์หรือไวท์เทนนิงโดยไม่ระวัง

การใช้ AHA, BHA, เรตินอล และวิตามินซี สามารถช่วยเรื่องสิวและจุดด่างดำได้ แต่หากใช้มากเกินไปหรือไม่เหมาะกับสภาพผิว อาจเกิดการระคายเคือง แดง แสบ หรือผิวลอกได้

แก้ไข:

  • เริ่มจากความถี่ต่ำ ๆ แล้วค่อยเพิ่มตามการตอบสนองของผิว

  • หากมีอาการระคายเคืองควรหยุดใช้ทันที

  • ควรทาครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอ โดยเฉพาะตอนกลางวันที่ใช้สารกลุ่มผลัดเซลล์

4. ใช้ผลิตภัณฑ์หลายชิ้นแต่ไม่ดูภาพรวม

บางคนใช้สกินแคร์หลายขั้นตอน แต่ไม่ได้คำนึงว่าส่วนผสมแต่ละชิ้นซ้ำซ้อนหรือแรงเกินไปเมื่อใช้ร่วมกัน ทำให้ผิวระคายเคืองง่าย

แก้ไข:

  • เน้นพื้นฐานให้ชัดเจน: ทำความสะอาด – มอยส์เจอไรเซอร์ – กันแดด

  • ค่อยเพิ่มเซรั่มหรือผลิตภัณฑ์เฉพาะทางทีละชนิด เพื่อสังเกตผลและปฏิกิริยาของผิวได้ง่ายขึ้น


คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: เคล็ดลับการเลือกและใช้ครีมบำรุงผิวหน้า

ข้อมูลจากแพทย์ผิวหนังที่อ้างถึงในบทความต่าง ๆ มีแนวทางร่วมกันที่น่าสรุปได้ดังนี้

  1. เลือกจากปัญหาผิวเป็นหลัก
    ดูก่อนว่ากังวลเรื่องไหนมากที่สุด เช่น ความแห้ง สิว หมองคล้ำ ริ้วรอย แล้วเลือกครีมที่เน้นแก้ปัญหานั้น โดยดูจากส่วนผสม

  2. เลือกให้ตรงสภาพผิว

    • ผิวมัน: เนื้อบางเบา Water-Based ไม่มีน้ำมัน

    • ผิวแห้ง: เนื้อครีมเข้มข้น เติมและกักเก็บความชุ่มชื้น

    • ผิวแพ้ง่าย: สูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน

  3. ดูค่า pH ของครีม
    หากต่างจากผิวมากเกินไป อาจทำให้เกิดการสูญเสียน้ำ เป็นผื่นระคายเคืองและอักเสบได้

  4. ครีมแบบ All In One เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยหรือปัญหาผิวไม่มาก
    ครีมที่รวมหลายคุณสมบัติในหนึ่งเดียวสะดวกและตอบโจทย์คนที่ผิวค่อนข้างแข็งแรง แต่ความเข้มข้นของสารแต่ละด้านอาจไม่สูงเท่าผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง จึงอาจเห็นผลช้ากว่าในปัญหาเฉพาะจุด

  5. ใช้ต่อเนื่องและปกป้องผิวจากแสงแดด
    ไม่ว่าครีมบำรุงจะมีส่วนผสมดีแค่ไหน หากไม่ทากันแดด ผิวก็ยังถูกทำร้ายจากรังสี UV ทำให้โครงสร้างผิวเสื่อมลงและเกิดริ้วรอยง่ายขึ้น


รีวิวและแนะนำครีมบำรุงผิวยอดนิยมสำหรับแต่ละปัญหาผิว

จากข้อมูลที่รวบรวม มีการจัดลิสต์ครีมบำรุงหลายกลุ่มตามปัญหาผิวและสภาพผิว ตัวอย่างที่โดดเด่น ได้แก่

1. กลุ่มเพิ่มความชุ่มชื้นและฟื้นฟูเกราะผิว

  • Cerave Facial Moisturising Lotion
    มี Ceramide, Hyaluronic Acid, Niacinamide ใช้เทคโนโลยีช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นยาวนาน ไม่มีน้ำมัน น้ำหอม พาราเบน เหมาะสำหรับผิวแห้ง ผิวธรรมดา และผิวแพ้ง่าย

  • Kiehl’s Ultra Facial Cream
    เนื้อครีมเข้มข้น เติมน้ำและรักษาสมดุลความชุ่มชื้น มี Squalane และสารสกัดไกลโคโปรตีนจากธารน้ำแข็ง ช่วยซ่อมแซมผิว ปราศจากสี น้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน

  • Eucerin Ultrasensitive Aquaporin Nourishing Gel Cream
    ใช้เทคโนโลยี GG Hydro Booster ช่วยให้น้ำผ่านเข้าสู่เซลล์ผิวได้ทั่วถึง เติมและกักเก็บความชุ่มชื้น เนื้อเจลกึ่งครีม ไม่เหนอะหนะ

2. กลุ่มสิวและผิวมัน

  • La Roche Posay Effaclar K+/Effaclar K [+]
    เนื้อเจลฟลูอิด ซึมง่าย สูตร Non-Comedogenic มี LHA และ Salicylic Acid ช่วยผลัดเซลล์ ขจัดสิ่งอุดตัน Zinc และวิตามินอีช่วยลดการผลิตน้ำมันและต้านอนุมูลอิสระ เหมาะกับผิวมัน ผิวผสม และผิวเป็นสิวง่าย

  • NIVEA MEN ครีมบำรุงผิวหน้า
    เนื้อครีมบางเบา ซึมไว มี Carnitine ช่วยควบคุมความมัน วิตามินอีและกลีเซอรีนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมสารกันแดดปกป้องผิวจาก UV

  • กลุ่ม 9 ครีมสำหรับคนหน้ามัน (MizuMi, Bioderma Sébium Sensitive, Laneige Water Bank Blue Hyaluronic Gel Cream, Plantnery Tea Tree Day Cream SPF30, INGU, Vichy Normaderm, Some By Mi, Skinsista V Pore Minimizing, SKINTIFIC 3X Acid) มีจุดร่วมคือเน้นควบคุมความมัน ลดการอุดตัน และปลอบประโลมผิว

3. กลุ่มผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ และฝ้ากระ

  • LANEIGE Radian-C Cream
    มี Vitamin C, Vitamin E และ Melasolv ช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแดด ลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เนื้อครีมบางเบา ไม่เหนอะหนะ ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

  • GARNIER Light Complete Spotless 24 HRs Program
    ใช้วิตามินซีเข้มข้น 3 เท่า ผสานสารสกัดจากยูซุเลมอน ช่วยปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น จุดด่างดำและรอยสิวดูจางลง เนื้อครีมบางเบา ซึมง่าย ไม่ทิ้งความมัน

  • Smooth E Cream Plus White (จากข้อมูลสรุปอื่น)
    รวมสารอย่าง Alpha-Arbutin, Licorice Extract และ Centella Asiatica ช่วยลดการเกิดเม็ดสีและรอยด่างดำ พร้อมบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้น

4. กลุ่มริ้วรอยและยกกระชับ

  • Olay Regenerist Whip
    มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อวิปบางเบา ใช้เทคโนโลยี Active Rush ให้ครีมแตกตัวเป็นของเหลวซึมไว มี Niacinamide, Amino-Peptide Complex, สารสกัดจากผลคารอบ ช่วยลดเลือนริ้วรอยและกระชับผิว พร้อมคุมมันได้ยาวนาน ตามข้อมูลอ้างว่าสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยและความกระชับเมื่อใช้ต่อเนื่อง

  • SK-II R.N.A.POWER AIRY MILKY LOTION
    โลชั่นเนื้อเบา สูตรเข้มข้น มี RNArchitect Complex ที่ประกอบด้วย PITERA™ และสารสกัดอื่น ๆ ช่วยฟื้นฟูผิวล้ำลึก ลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และดูอ่อนเยาว์

  • SULWHASOO Concentrated Ginseng Renewing Cream EX
    ใช้ส่วนผสมจากโสมเกาหลีเข้มข้น พร้อมสารสกัดจากรากแอสตรากาลัสและรากต้นหม่อนสีขาว ช่วยฟื้นบำรุงผิวล้ำลึก ลดเลือนริ้วรอยทั้งตื้นและลึก ทำให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายใน

  • SEBAMED Anti-Ageing Q10 Protection Cream
    มี Coenzyme Q10 เป็นส่วนผสมหลัก ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มความยืดหยุ่นและยกกระชับผิว เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

  • Ponds Age Miracle Facial Cream Wrinkle Corrector Day Cream
    มีวิตามิน B3 และเทคโนโลยี Retinol-C Complex ช่วยลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวดูกระชับและกระจ่างใส มีสารกันแดด SPF18 PA+++ เนื้อครีมสีชมพูซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ

5. กลุ่มฟื้นฟูผิวเร่งด่วนและผิวโทรมจากพักผ่อนน้อย

  • Viocell Intensive Sleeping Mask
    สลีปปิ้งมาสก์เนื้อเจลใส อุดมด้วยสารสกัดจากผักและผลไม้สีม่วง 9 ชนิด มีประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีถึง 2 เท่า พร้อม AHA ธรรมชาติที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เหมาะกับผิวแห้ง ผิวโทรมจากการนอนดึกหรือใส่แมสก์จนระคายเคือง ไม่มีพาราเบน แอลกอฮอล์ น้ำหอม

  • กลุ่มครีมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมเกราะผิว เช่น Cerave, Kiehl’s, PHYSIOGEL Soothing Care A.I. Cream, Dr.Pong Advanced Skin Detoxifying Cream เหมาะกับผิวที่อ่อนล้า แพ้ง่าย หรือถูกทำร้ายจากสิ่งแวดล้อม


สร้างผิวสวยสุขภาพดีได้ด้วยครีมบำรุงที่ใช่

ข้อมูลจากหลายบทความสอดคล้องกันว่า การทาครีมบำรุงผิวหน้าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย สิ่งสำคัญคือ

  • เลือกครีมให้เหมาะกับ สภาพผิว (มัน แห้ง ผสม แพ้ง่าย)

  • เลือกตาม ปัญหาผิวหลัก (สิว หมองคล้ำ ริ้วรอย ผิวขาดน้ำ)

  • ใส่ใจ ส่วนผสมหลัก และความอ่อนโยนต่อผิว

  • ใช้ครีมร่วมกับ การทำความสะอาดผิวที่ดี เซรั่ม กันแดด และการพักผ่อนที่เพียงพอ

เมื่อเลือกและใช้ครีมได้ตรงจุดอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการดูแลไลฟ์สไตล์และการปกป้องผิวจากแสงแดด ผิวหน้าก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาดูชุ่มชื้น เรียบเนียน และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาวได้จากการบำรุงที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น