มูฟใหญ่เขย่าตลาดยานยนต์ใน SEA
มโนยนต์จับมือบอร์เนียว เดินเกมใหญ่ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ยานยนต์และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม
ดีลครั้งนี้ไม่ใช่แค่การร่วมทุนธรรมดา แต่คือการวางหมากเพื่อขยายตลาดใหม่ครอบคลุมทั้งประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมวางเป้ารายได้ทะยานสู่ 5,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี
งาน “Borneo Elevate Together พลังขับเคลื่อน เติบโตยกระดับ” ถูกจัดขึ้นเพื่อประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ใหม่ของทั้งสององค์กร วางหมุดหมายไปสู่การเป็นกำลังหลักในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุอุตสาหกรรมแบบครบวงจร
เบื้องหลังดีล: ทำไมมโนยนต์ถึงเทหมดหน้าตัก 100%

มโนยนต์เริ่มสร้างชื่อจากธุรกิจอะไหล่ยานยนต์ทดแทนตั้งแต่ปี 2509 ด้วยการร่วมมือกับผู้ผลิตอะไหล่แท้จากญี่ปุ่น ทำให้มีทั้งเครือข่ายซัพพลายเออร์ และความสามารถในการจัดหาชิ้นส่วนจากทั้งในและต่างประเทศ
จุดแข็งของกลุ่มมโนยนต์คือ
ประสบการณ์ยาวนานในตลาดอะไหล่ยานยนต์
ความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกแหล่งผลิตชิ้นส่วนแท้และเทียบเท่า
ทีมงานมืออาชีพที่เข้าใจความต้องการลูกค้าเชิงลึก
เดิมมโนยนต์ถือหุ้นบอร์เนียวเพียง 34% แต่วันนี้ขยับขึ้นมาถือหุ้นเต็ม 100% เพราะมองเห็นศักยภาพของโมเดลธุรกิจบอร์เนียวที่สามารถขยายตัวได้อีกมาก
หัวใจสำคัญคือ บอร์เนียวไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ทำให้เมื่อนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน ธุรกิจจึงมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด
บอร์เนียว: ผู้เล่น Unique ที่ครบทั้ง Value Chain

บอร์เนียวไม่ได้ทำธุรกิจแบบ “ซื้อมาขายไป” ทั่วไป แต่โดดเด่นด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมทุกมิติในห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บอร์เนียวแตกต่าง ได้แก่
ฐานลูกค้ากว่า 20,000 ราย ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม
สินค้าเกือบ 40 แบรนด์ ในพอร์ต
ทีมพนักงานผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 คน พร้อมดูแลลูกค้า
การทำการตลาดครบเครื่องในหลายรูปแบบ
เครือข่ายคลังสินค้ากระจายตัวทั่วประเทศจำนวน 10 แห่ง
จังหวัดที่มีคลังสินค้า ได้แก่
เชียงใหม่
ชลบุรี
นครราชสีมา
อุดรธานี
พิษณุโลก
ราชบุรี
สุราษฎร์ธานี
สงขลา
ปทุมธานี
พร้อมสำนักงานใหญ่
นอกจากนี้ บอร์เนียวยังใช้ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ในการบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กร ทำให้ทุกหน่วยงานใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และครบถ้วน ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจและการทำงานร่วมกัน
วิสัยทัศน์ 2026: จากผู้นำตลาดไทย สู่กำลังหลักของภูมิภาค
มุมมองธุรกิจของบอร์เนียวภายใต้การสนับสนุนจากกลุ่มมโนยนต์ คือการขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์ และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัว
สิ่งที่หล่อหลอมให้กลุ่มมโนยนต์เติบโตได้ต่อเนื่อง คือ
ความเข้าใจใน Value Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างลึกซึ้ง
ความสามารถในการเชื่อมโยงผู้เล่นทุกกลุ่มในระบบ ตั้งแต่ผู้ผลิตไปจนถึงผู้ใช้งานปลายทาง
ด้านบอร์เนียวเองก็มีจุดแข็งเฉพาะตัวจากการทำธุรกิจในไทยมาเกินกว่า 170 ปี ภายใต้องค์กรที่มีมาตรฐานระดับสากล และพร้อมปรับตัวตลอดเวลา
เมื่อสองดีเอ็นเอนี้มารวมกัน จึงกลายเป็นโมเดลการลงทุนที่ช่วย ยกระดับการทำงานทั้งระบบ ทำให้กลุ่มมโนยนต์แข็งแรงยิ่งขึ้น และบอร์เนียวเองก็ขยายขีดความสามารถทางธุรกิจไปอีกขั้น

กลยุทธ์เติบโต: Product Pillar ใหม่ และ New Revenue Stream
หลังการผนึกกำลัง ทั้งสองฝ่ายไม่ได้หยุดแค่การใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าเดิมหรือความสามารถในการจัดหาสินค้าเท่านั้น แต่ยังเตรียมสร้างเสาหลักธุรกิจใหม่เพิ่มอีก 1 กลุ่มสินค้า หรือ Product Pillar ใหม่ เพื่อใช้เป็นหนึ่งในแกนหลักของการเติบโตระยะยาว
การเพิ่มหมวดหมู่สินค้าและบริการนี้ จะช่วยให้
พอร์ตสินค้ามีความหลากหลายมากขึ้น
รองรับความต้องการของลูกค้าได้หลายกลุ่มมากขึ้น
เติมเต็มช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีใครตอบโจทย์
สร้างภาพลักษณ์องค์กรให้ทันสมัย แข่งขันได้ในระยะยาว
ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อนำไปสู่ New Revenue Stream หรือช่องทางรายได้รูปแบบใหม่ ที่ต่อยอดจากโครงสร้างธุรกิจเดิม ทำให้ระบบสินค้าและบริการสมบูรณ์และแข็งแรงมากกว่าเดิม

เป้าหมายรายได้ 5,000 ล้าน และการขยายสู่ SEA
เป้าหมายปลายทางชัดเจนมาก: ขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจอุปกรณ์ยานยนต์ ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค
ตัวเลขไฮไลต์ของแผนเติบโตมีดังนี้
ปี 2568 บอร์เนียวทำรายได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท
หลังการผนึกกำลัง ตั้งเป้าเติบโตเพิ่มอีก 60%
ภายใน 5 ปี รายได้รวมตั้งเป้าสู่ระดับ 5,000 ล้านบาท
ปี 2569 มีแผนเพิ่มสินค้าใหม่อีก 5 แบรนด์ ใน 2 กลุ่มหลัก คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ และวัสดุอุตสาหกรรม
การผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร ทั้งฐานลูกค้า คู่ค้า สินทรัพย์เดิม และความสามารถในการจัดหาสินค้า จะทำให้สามารถ
ตอบโจทย์ความต้องการตลาดได้ครบวงจรมากขึ้น
เจาะเข้าหลายอุตสาหกรรมได้ลึกและกว้างกว่าเดิม
ขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป้าหมายไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการสร้างมูลค่าให้ลูกค้าและคู่ค้า เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สรุป: จากโลคัลเพลเยอร์สู่ Regional Value Chain Player
ดีลมโนยนต์–บอร์เนียวคือการอัปเกรดจากการทำธุรกิจแบบเดี่ยว ๆ ไปสู่การสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมร่วมกัน
ด้วยการเชื่อมโยง Value Chain ทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ ดีลเลอร์ ไปจนถึงผู้ใช้งานปลายทาง ทั้งสองบริษัทกำลังขยับบทบาทจากผู้เล่นในประเทศ ไปสู่การเป็น กำลังหลักในห่วงโซ่อุตสาหกรรมของภูมิภาค SEA
นี่ไม่ใช่แค่การเติบโตของสององค์กร แต่คือการปักหมุดโอกาสใหม่ให้ทั้งลูกค้า คู่ค้า และตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์และวัสดุอุตสาหกรรมในภูมิภาคทั้งหมดด้วย

