ทำไมสาวสายทำสีถึงหลง “บลอนด์ขี้เถ้า” กันทั้งไทม์ไลน์
สีผมบลอนด์ขี้เถ้า (Ash Blonde) ช่วงนี้มาแรงแบบหยุดไม่อยู่ 🔝 หลายคนฝันถึงสีนี้ ชื่นชมรูปใน Pinterest / IG ไม่หยุด เพราะมันให้ลุค มั่นใจ ดูแพง มีคลาส และนิ่งเท่ ในเวลาเดียวกัน
แต่ต้องพูดตรง ๆ ว่า สีนี้ไม่ได้ได้มาง่าย ๆ และไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะ ถ้าเลือกพลาดจากสายหรูอาจกลายเป็นซีด หมอง โทรมได้เหมือนกัน
ในบทความนี้เราจะชวนมาดูให้ชัด ว่าควรย้อมบลอนด์ขี้เถ้าดีไหม เหมาะกับลักษณะไหน โทนไหนสวย รวมถึงวิธีดูแลให้สีอยู่ทนนานแบบไม่พังผม


ทำความรู้จักสีบลอนด์ขี้เถ้าให้ลึกกว่าคำว่า “เทา ๆ คูล ๆ”
โทนแอชจัดอยู่ในกลุ่ม น้ำตาลอ่อนโทนเย็น ไม่ใช่สีที่เจอได้ง่ายทั่วทั้งศีรษะตามธรรมชาติ ส่วนมากจะเห็นเป็นเส้น ๆ บางจุดบนผมคนที่มีพื้นเดิมน้ำตาลอ่อน และมักเจอในคนลุคสลาฟมากกว่าชนชาติอื่น
เพราะสีมันสวยเกินจะปล่อยผ่าน ช่างเลยมักใช้เทคนิคการย้อมต่าง ๆ สร้างโทนนี้ขึ้นมาแทน

กว่าจะได้โทนแอชที่สวย ช่างต้องวิเคราะห์หลายอย่าง ทั้งสีผมจริง ระดับความเข้ม เม็ดสีเดิม เพื่อเลือกสีย้อมที่เข้าเป้าพอดี ถ้าคำนวนไม่ดี สีสุดท้ายอาจกลายเป็นเหลืองจัดหรือเทาหม่นหมองแทนที่จะดูแพง
เพราะขั้นตอนมันมีความเสี่ยงและซับซ้อน ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ทำที่ร้านมากกว่าลองมั่วเองที่บ้าน โดยเฉพาะคนที่พื้นผมไม่สว่าง หรือเคยย้อมมาหลายรอบแล้ว
หัวใจของโทนขี้เถ้าคือ “ความเย็นแบบ understated” คือเย็นแต่ไม่โวยวาย ไม่เขียว ไม่ม่วงจนเวอร์
คนส่วนใหญ่จะมองสีนี้ว่าให้ฟีล ละมุน หรู ดูซับซ้อน และถ้าทำเข้ากับหน้าจะทำให้ลุคยูนีคมาก ๆ

จุดแข็ง–จุดอ่อนของสีบลอนด์ขี้เถ้า
ข้อดีที่ทำให้คนยิ่งมองยิ่งหลง:
ให้ภาพลักษณ์ที่ เด่นแบบไม่ต้องตะโกน เพราะโทนนี้ไม่ค่อยเกิดตามธรรมชาติในเวอร์ชันที่เป๊ะ
ทำให้หน้าดูนุ่มลง ฟีลหวานโรแมนติกขึ้น แต่ยังมีความคูลไม่เลี่ยน
ช่วยดึงความเนียนของผิวหน้าให้เด่นขึ้น ถ้าผิวดีคือปัง
ข้อเสียที่ต้องคิดให้ดีก่อนย้อม:
เรื่อง เลือกโทนผิดนิดเดียวอาจพังทั้งภาพ ได้ผลไม่เหมือนในหัวบ่อยมาก

ใครบ้างที่เกิดมาเข้ากับสีบลอนด์ขี้เถ้า
โทนบลอนด์ขี้เถ้าธรรมชาติแบบเนียน ๆ ถ้าเจอในชีวิตจริง ส่วนใหญ่จะเป็นคนโทนสลาฟ ผิวขาว ดวงตาอ่อน ๆ เพราะโทนโดยรวมของเค้าอยู่ในโซนเย็นอยู่แล้ว
เวลาเลือกสีนี้เราจะไม่ได้ใช้กฎ “ธรรมชาติไม่หลอกเรา” แบบเดิมอย่างเดียว แต่ต้องถามต่อว่า ถ้าเรา “เสริม” ธรรมชาติด้วย ash จะดีขึ้นหรือดร็อปลง
ที่น่าสนใจคือ บางครั้ง “ความไม่เข้ากัน” ระหว่างสีผม ผิว และตากลับกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้ลุคดูแฟชั่นมาก ๆ ถ้าเล่นถูก
สิ่งที่ต้องคิดให้ครบก่อนตัดสินใจ:
สีผิว
สีตา
โทนโดยรวมของลุค (ฤดูร้อน/ฤดูหนาว/ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูใบไม้ร่วง)
อายุ

โดยภาพรวม สาวโทนฤดูหนาวและฤดูร้อน มีโอกาสรอดสูงกับบลอนด์ขี้เถ้า เพราะองค์ประกอบภายนอกมีความเย็นอยู่แล้ว
ถ้าผิวมีรอยแดงเด่น ๆ หรือออกชมพูจัด สีบลอนด์ขี้เถ้ามักจะไม่ช่วย แถมตอกย้ำให้หน้าดูแดงไม่สบายผิวมากขึ้น
ตัวช่วยเช็กง่าย ๆ ว่าพอมีลุ้นไหม:
ผิวไม่มีบลัชธรรมชาติจัด ๆ แดง ๆ
ตาออกโทนเย็น เช่น เทา เขียวค่อนไปทางเย็น หรือน้ำตาลเย็น
แต่อย่าลืมว่า กฎทั้งหมดเป็นแค่ไกด์ ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย ถ้าอยากลองจริง ๆ แนะนำให้ใช้แอปลองสีผมก่อน จะได้เห็นภาพตัวเองชัด ๆ

เช็กให้ชัวร์ ก่อนย้อมจริง: เหมาะหรือไม่เหมาะ
เพราะสีนี้ไม่ได้เกิดในธรรมชาติแบบต่อเนื่อง เวลาเอามาทำทั้งหัวเลย โอกาสเกิดความ “ขัดแย้ง” ระหว่างสีผมกับผิว/ตาก็สูงมาก ซึ่งอาจจะออกมาเป็นสองทางสุดโต่ง:
ทางหนึ่ง = ดูแฟชั่น แพง สไตล์จัด
อีกทาง = ดูปลอม แข็ง และเสียรสนิยม
เช็กลิสต์สำคัญที่ควรคิดก่อนตัดสินใจ:
ประเภทสีผิวโดยรวม (ฤดูร้อน/ฤดูหนาว/ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูใบไม้ร่วง)
สีผิวจริง
สีตา
อายุ
โดยภาพรวม บลอนด์ขี้เถ้ามักเข้ากับสาวโทนฤดูหนาวและฤดูร้อนมากที่สุด

สาวผิวเข้มหรือผิวมะกอกบางคนก็เล่นโทนนี้ได้ ถ้าผิวไม่มีรอยแดงจัดและไม่มีอันเดอร์โทนอุ่นช็อกโกแลตแรง ๆ สีจะดูคูล แพง และคมมาก
โทนฤดูร้อน – ผมเดิมออกอ่อน ผิวมีบลัชได้บ้างไม่ขัด สีตาเย็น พอเจอโทนขี้เถ้าแล้วโดยรวมจะดูกลมกลืน
โทนฤดูใบไม้ผลิ – ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโทนอุ่นเยอะทั้งในผิวและดวงตา ช่างมักจะประเมินเป็นรายเคส ถ้าเล่นพลาดจะดูหมองง่าย

โทนฤดูใบไม้ร่วง – โดยมากไม่เข้ากับสีแอชเลย ตาทอง น้ำตาลทอง หรือผิวโกลว์จัดจะไปคนละทางกับผมขี้เถ้า ทำให้ดูเหมือนองค์ประกอบไม่เข้ากัน
อีกจุดที่ต้องคิดคือ อายุ สีนี้มีแนวโน้มทำให้หน้าดูโตขึ้นเล็กน้อย
ช่วงอายุ 20–30 ปี ผลต่างอาจไม่ชัดมาก แถมบางคนยิ่งดูมีมิติขึ้น
แต่ถ้าอายุประมาณ 50+ และกังวลเรื่องหน้าดูแก่เกินไป สีขี้เถ้าอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ปลอดภัยสุด
ถ้ามีผมหงอกเยอะอยู่แล้ว การใช้เอฟเฟกต์ขี้เถ้าเพื่อกลบและ blend กับหงอก กลับกลายเป็นทริคที่เวิร์กมาก

ส่องเฉดบลอนด์ขี้เถ้ายอดฮิต
นักทำสีมักแบ่งบลอนด์ขี้เถ้าออกเป็นหลายโทน เพื่อให้เลือกให้เข้ากับผิวและสไตล์ได้ง่ายขึ้น ส่วนใหญ่จะเข้าได้ดีกับสาวโทนฤดูร้อน/ฤดูหนาวที่ดวงตาค่อนข้างสว่าง
1. ขี้เถ้าโทนอ่อน (Ash Light Blonde)
โทนนี้คือบลอนด์ขี้เถ้าสว่าง ฟุ้ง นวล ช่วยให้หน้าดูละมุน โรแมนติก ผู้หญิงมาก แต่ยังคูล ๆ อยู่ เป็นเฉดที่เซเลบฮอลลีวูดหลายคนใช้สร้างลุค angelic blonde ที่มีอันเดอร์โทนอมฟ้าเบา ๆ

2. บลอนด์ขี้เถ้าธรรมชาติ
โทนนี้จะมี โน้ตสีเทาอ่อน ๆ แบบดูเหมือนเกิดมาเป็นแบบนี้ ผู้ผลิตสีย้อมแทบทุกเจ้าใส่เฉดนี้ไว้ในพาเลตต์เสมอ อีกชื่อที่ได้ยินบ่อยคือ “เถ้ารัสเซีย”

3. ไข่มุก (Pearl Ash)
เฉดไข่มุกจะให้ประกายมุกบนพื้นบลอนด์ เหมาะกับคนที่ผมเดิมอ่อน หรือบลอนด์อยู่แล้ว และยิ่งสวยเวลาเล่นหลายเฉดในเทคนิคไฮไลท์

4. ขี้เถ้าระดับกลาง
โทนนี้จะให้ฟีลหม่นแบบ “หมอกบาง ๆ” บนลอนผม บางแบรนด์มีโทนคาราเมล–แอช ที่แทรกทั้งโน้ตทองและเทา ทำให้สีดูมีมิติ
แปลกแต่จริง โทนนี้กลับเข้าได้ดีกับสาวตาน้ำตาล/น้ําตาลเข้มที่ผิวเนียนเรียบ

5. ขี้เถ้าเข้ม
โทนนี้เหมาะมากกับคนผิวขาวจัดเหมือนพอร์ซเลน และดวงตาคม ๆ จะทำให้ผมดูมีประกายเงินลึก ๆ ดูหรูและลึกลับ

6. แอชเบจ
โทนนี้คือการผสมระหว่าง ความอบอุ่นของเบจกับความเย็นของแอช ผลลัพธ์คือสีที่ดูสดใส เข้ากับสาวอารมณ์ดี สนุกสนานสุด ๆ ถ้าเอาไปทำไฮไลท์แบบ 3 มิติ โดยใช้โทนธรรมชาติเป็นเบส แล้วไฮไลท์ด้วยแอชเบจจะยิ่งดูแพง

7. เถ้าบริสุทธิ์
เฉดนี้คือสายแฟสุด ดูสวยเป็นพิเศษกับคนตาฟ้า/เทาอ่อน เพราะทำให้ไม่มีอะไรมาแย่งซีนจากดวงตา ส่งผลให้ดวงตาดูลึกและมีเสน่ห์มากขึ้นหลังทำสี

8. เถ้าสีน้ำตาล
เฉดนี้พบได้ในธรรมชาติบ่อยที่สุด และเข้ากันได้ดีกับสาวผมสีน้ำตาล ตาน้ำตาล เป็นการเบรกความอุ่นด้วยโทนเย็นเล็กน้อย
ชื่อเรียกที่เจอบ่อยของโทนนี้ เช่น:
เกาลัดเย็น
อเมทิสต์
ถั่วเย็น
ฮาเซลนัทเย็น
ช่างบางคนไม่จัดโทนนี้เป็นบลอนด์ขี้เถ้าเต็มตัว เพราะฐานน้ำตาลชัดกว่าส่วนเทา

9. บลอนด์ขี้เถ้าผสมทองแดง
สำหรับคนที่เคยเล่นผมทองแดงมาก่อนและไม่อยากทิ้งความจัดจ้านไปเลย บางแบรนด์มีโทนบลอนด์ขี้เถ้าผสมทองแดง ซึ่งจะเข้ากันมากกับผิวมะกอกและดวงตาสีเขียวหรือน้ำตาล

จุดที่หลายคนสับสน:
บลอนด์ขี้เถ้ากับบลอนด์แพลตตินั่มคล้ายกันจริง แต่ต่างกันตรงที่:
แอช = สะท้อนแสงอมเทามากกว่า
แพลตตินั่ม = ให้ประกายเงินชัด ๆ
เลือกแบรนด์สีบลอนด์ขี้เถ้ายังไงให้รอด
ถ้าอยากเล่นโทนนี้ แนะนำให้เลือกจาก แบรนด์ที่มีชื่อและเคยมีคนใช้รีวิวจริง จะปลอดภัยกว่าสีย้อมถูก ๆ ที่ให้สีเพี้ยนง่าย
แบรนด์ที่มักถูกเลือกใช้บ่อย:
Essex จาก Estelle – แบรนด์จากรัสเซีย มีเฉดแอชทั้งกลาง เข้ม บลอนด์เข้ม มุก โลหะ ฯลฯ

Matrix Color Sync – มีเฉดแอชหลายระดับ ทั้งเข้ม อ่อน และโทนกับผมสีน้ำตาล

Syoss – มีเฉดขี้เถ้าเยอะ สีทน ใช้ง่าย และโดยมากไม่ค่อยก่ออาการแพ้

Palette – มีบลอนด์ขี้เถ้าหลายระดับ ตั้งแต่กลางไปจนถึงโทนแอชจัด

Garnier – มีเฉดแอชให้เลือกจำนวนมาก และเป็นแบรนด์ที่คนใช้ทำเองที่บ้านบ่อย

Revlon ColorSilk – มีเฉดแอชเยอะเช่นกัน
Indola – มีบลอนด์แอชตั้งแต่โทนเข้ม ทอง ไปจนถึงอ่อน ที่เกาะเส้นได้ดี
เลือกสูตรสีให้เหมาะกับพื้นผม
ผมพื้นสว่าง
ถ้าผมเดิมค่อนข้างสว่าง และไม่เคยผ่านงานย้อมมืออาชีพหนัก ๆ มาก่อน ส่วนใหญ่สามารถย้อมเป็นบลอนด์ขี้เถ้าได้เลยโดยไม่ต้องฟอกแรง
แต่อย่างไรก็ต้องเตรียมใจเรื่อง โทนเหลือง ที่อาจโผล่มา ถ้าต้องการโทนเย็นเป๊ะมาก ๆ ช่างมักจะเลือกใช้สีระดับมืออาชีพ เช่น Majirel Cool Cover หรือ L’Oreal Professionnel ซึ่งช่วยให้ได้โทนเย็นชัดในครั้งเดียว แถมกลบหงอกได้ดี
สำหรับผมอ่อน ช่างมักเลือกเบอร์แถว ๆ 9.1 หรือ 9.11 เพื่อได้โทนเย็นสวยเนียน

ผมพื้นเข้ม
คนผมเข้มที่อยากไปถึงบลอนด์ขี้เถ้าต้องยอมรับก่อนว่า หนีการฟอกไม่พ้น ในการเปลี่ยนสี เม็ดสีธรรมชาติจะถูกดึงออก แล้วแทนด้วยเม็ดสีใหม่ ซึ่งต้องใช้การทำให้สว่างทีละสเต็ป
เพื่อไม่ทำร้ายผมจนเกินไป ช่างมักค่อย ๆ ไล่ความสว่าง 2–3 ครั้ง แทนการฟอกทีเดียวสุดทาง แล้วค่อยลงแอชทับทีหลัง
ในงานเคสผมเข้ม ช่างมักใช้ Majirel Cool Cover หรือ L’Oreal Professionnel แล้วเริ่มจากโทนที่เข้มกว่า เช่น 8.1 หรือ 8.11 รอบแรก เพื่อให้ผมดูเป็นธรรมชาติและไม่ช็อกเกินไป

เล่นสีแบบซับซ้อน: Ombre, Shatush, Balayage และ “เกลือพริกไทย”
การย้อมไม่จำเป็นต้องเป็นสีเดียวทั้งหัว เทคนิคระบายสีซับซ้อนช่วยให้ผมดูแพง มีมิติ และทนต่อการงอกของผมใหม่ได้ดีขึ้น
Ombre แอชบลอนด์
Ombre คือการไล่สีที่มีความต่างค่อนข้างชัดระหว่างช่วงโคนและปลาย เหมาะมากกับผมสั้น–ประบ่า โดยเฉพาะทรงบ๊อบหรือคางเสมอ
ในเวอร์ชันบลอนด์ขี้เถ้า ปลายผมจะเป็นโทนแอชสว่าง ส่วนโคนจะคงสีใกล้ธรรมชาติไว้ เป็นทางเลือกที่ ดูแฟชั่นและยังช่วยลดความถี่ในการเติมโคน ได้ดี

Shatush
Shatush คือเทคนิคระบายสีที่เน้นความเป็นธรรมชาติสูง ใช้เฉดที่ใกล้เคียงกับสีพื้นจริง แตกต่างกันแค่ไม่กี่ระดับ ให้ผลเหมือนผมโดนแดดแล้วมีมิติฟุ้ง ๆ มากกว่าโทนซัดเปลี่ยนทั้งหัว
Balayage
Balayage คือการใช้หลายฮาล์ฟโทนปาดตามความยาวให้สีไล่กันนุ่ม ๆ “เหมือนถูกวาดทีละช่อ” โคนผมส่วนใหญ่จะปล่อยใกล้สีจริง ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องโคนไวมาก
เทคนิคนี้ยิ่งสวยมากกับ ผมหยักศกหรือดัดลอน เพราะลอนจะช่วยโชว์มิติของสีได้ชัด

ไฮไลท์สไตล์ “เกลือพริกไทย”
เทคนิคนี้กำลังฮิตมาก แต่ต้องบอกว่าไม่ใช่ช่างทุกคนทำได้สวย “เกลือพริกไทย” คือการสร้างเอฟเฟกต์คล้ายผมหงอกแฟชั่น ที่ดูแพง เนี้ยบ และยูนีค
มันช่วยทั้ง พรางหงอกเดิม และ เสริมให้หงอกกลายเป็นความจงใจ แทนที่จะเป็นจุดด้อย เทคนิคนี้ต้องฟอกก่อน แล้วตามด้วยการปรับโทนให้ได้สีเทา–เงินที่พอดี
เหมาะสุดกับคนผมอ่อน แต่ด้วยเทคนิคสมัยนี้ ผมแทบทุกสีสามารถเล่นลุคนี้ได้ถ้าทำกับมือโปร

ความละเอียดอ่อนที่ห้ามมองข้ามเวลาอยากทำ “แอช” เอง
สีน้ำตาลแอชและบลอนด์ขี้เถ้าเป็นหนึ่งในสีที่ เสี่ยงพังที่สุดถ้าทำเองแบบไม่มีพื้นฐาน ช่างจึงมักแนะนำให้ทำในร้านโดยเฉพาะถ้าพื้นผมต่างจากโทนที่อยากได้มาก
ถ้าไม่แน่ใจ แนะนำให้ลองลงสีเฉพาะช่อเล็ก ๆ ใกล้หูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ

หลังจากเห็นผลบนเส้นทดลองแล้ว จะพอรู้ทันทีว่าสีนี้เข้ากับหน้าเราหรือเปล่า
ถ้าอยากลองทำเอฟเฟกต์ “ขี้เถ้า” เองที่บ้าน ควรยึดกฎเหล่านี้ไว้ให้แน่น:
บำรุงเส้นล่วงหน้า – เพราะส่วนใหญ่ขั้นตอนจะมีการฟอกก่อน ผมต้องแบกรับสารเคมีหนัก ๆ อย่างน้อย 1 เดือนก่อนทำสี ควรเน้นมาสก์ให้ความชุ่มชื้นและวิตามินสำหรับผม
เลือกสีให้ถูกประเภท – ให้ความสำคัญกับสีสายมืออาชีพมากกว่าสีบ้าน ๆ ราคาถูก และใช้แชมพู/บาล์มเติมเม็ดสีโทนเย็นช่วยคุมหลังย้อม
เรื่องการฟอก – ถ้าพื้นผมเข้มกว่าที่อยากได้สามระดับขึ้นไป ต้องเตรียมใจสำหรับการทำให้สว่าง: ผมธรรมชาติ = ฟอกให้จาง, ผมเคยย้อม = ต้องล้างสีเก่าออกก่อน และอาจต้องทำหลายรอบ
เตรียมอุปกรณ์ให้ครบ – แปรงย้อม กิ๊บแบ่งช่อ หวีฟันถี่ ถุงมือ
ลงสีในที่แสงสว่างชัดเจนเท่านั้น แสงมืดทำให้เห็นไม่ครบและเสี่ยงสีไม่ทั่ว/เพี้ยนง่าย
ขั้นตอนสำคัญตอนลงสี:
ผสมสี ตามคู่มือผู้ผลิตแบบเป๊ะ ๆ ห้ามใส่น้ำมัน/บาล์มลงไปเอง เพราะอาจทำให้ปฏิกิริยาสีเพี้ยนจนออกคนละเรื่อง
แบ่งช่อและเริ่มลงสีจากบริเวณกลาง–กระหม่อม ไล่ไปด้านหลังศีรษะ แล้วค่อยเก็บช่วงขมับและหน้าม้า
ทิ้งสีไว้ตามเวลาที่แบรนด์กำหนด ห้ามปล่อยเกินด้วยความหวังว่าจะติดกว่าปกติ เพราะได้แค่ผมแห้งเสีย ไม่ได้สีที่ดีขึ้น
ล้างออกด้วยน้ำปริมาณมากจนกว่าน้ำจะใส แล้วค่อยลงบาล์มบำรุงที่มาพร้อมกล่องถ้ามี

ราคาโดยประมาณถ้าทำที่ซาลอน
ราคาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความยาว ความหนาผม เทคนิคที่ใช้ ระดับช่าง และพื้นที่ที่ไปทำ
สำหรับการทำบลอนด์ขี้เถ้าแบบเทคนิคซับซ้อนผมยาวปานกลาง ในซาลอนระดับดี ราคาเฉลี่ยจะอยู่แถว ๆ 6,000–7,000 รูเบิล และอาจขึ้นไปถึงประมาณ 15,000 รูเบิล ในร้านไฮเอนด์มาก ๆ ส่วนถ้าหาช่างฟรีแลนซ์หรือร้านเล็ก บางทีอาจเริ่มที่ประมาณ 2,000–3,000 รูเบิล
ทำยังไงให้เฉดบลอนด์ขี้เถ้าอยู่สวยนานที่สุด
โทนนี้หลุดง่ายและมีแนวโน้มกลายเป็นเหลือง/ส้มเร็ว ถ้าไม่ดูแลดี ๆ คุณจะต้องใช้ ผลิตภัณฑ์ช่วยคุมโทนสี เช่น แชมพูม่วง บาล์ม และมาสก์ปรับสี
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักเป็นสีม่วงเข้ม เวลาใช้จะล้างออกเกือบหมด เหลือแค่เม็ดสีบาง ๆ เคลือบผิวผมเพื่อหักล้างความเหลือง
หลายช่างแนะนำให้ใช้แชมพูสูตร ปราศจากซัลเฟต เพื่อช่วยให้สีอยู่ทนนานขึ้นและอ่อนโยนต่อผมที่ผ่านการฟอก

หลังย้อมแล้ว ต้องดูแลลอนยังไงบ้าง
ไม่ว่าจะใช้สีย้อมทนแค่ไหน การสระผม เป่าไดร์ และโดนแดด ล้วนทำให้สีจางและผมกลับไปใกล้โทนเดิมเร็วขึ้น
หลังกลายเป็นสายแอชเต็มตัวแล้ว ควรดูแลเพิ่มแบบจริงจัง โดยหลัก ๆ คือ:
อย่าสระผมทันทีหลังย้อม รออย่างน้อย 2 วัน เพื่อให้เม็ดสีเซ็ตตัว
ทำมาสก์ฟื้นฟูผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
พยายาม ปล่อยให้ผมแห้งเอง ลดการใช้ไดร์และความร้อนจัด
หลีกเลี่ยงการหวีผมตอนเปียก เพราะผมหลังฟอกเปราะง่ายมาก
ลดการสัมผัสน้ำคลอรีน (สระว่ายน้ำ) อุณหภูมิสูงจัด และแดดแรง ถ้าจำเป็นให้ใช้ผลิตภัณฑ์กันความร้อน/กันแดดสำหรับผม
เลือกใช้แปรงขนธรรมชาติหรือแปรงที่ออกแบบมาสำหรับผมเสียโดยเฉพาะ
นวดหนังศีรษะเบา ๆ ก่อนนอน ช่วยกระตุ้นเลือดและลดโอกาสผมร่วง
ทุก ๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ เติมโทนด้วยแชมพู/บาล์มผสมเม็ดสีเพื่อไม่ให้แอชหลุดจนเหลือง

ถ้าดูแลครบตามนี้ โทนขี้เถ้าจะอยู่สวยได้นานขึ้นมาก ผมจะยังนุ่ม มีน้ำหนัก และไม่แห้งกระด้างจนต้องตัดทิ้ง
การใช้ไลน์ผลิตภัณฑ์ดูแลผมทำสีโดยเฉพาะ จะช่วยให้รักษาโทนและสภาพผมได้ดีที่สุด

สรุป: แอชบลอนด์เหมาะกับคุณไหม?
สีบลอนด์ขี้เถ้าเป็นเฉดที่ให้ความรู้สึก สูงส่ง หรู และมีความเป็นขุนนางเบา ๆ ถ้าเลือกเฉดให้เข้ากับหน้า จะทำให้ลุคโดยรวมดู sophisticated แบบไม่ต้องพยายามมาก
แต่สำหรับคนที่ลุคโดยรวมออกเอเชียจัด หรืออยู่ในกลุ่มโทนฤดูใบไม้ร่วงที่มีอันเดอร์โทนอุ่นชัด สีนี้มักทำให้หน้า ซีด หม่น และดูไม่สบาย ได้ง่าย จึงไม่ใช่สีที่ปลอดภัยที่สุด
ถ้าอยากเปลี่ยนลุคแรง ๆ สักครั้ง สีบลอนด์ขี้เถ้าคือหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่าที่จะลอง แต่ควรเริ่มจากการ
ประเมินสีผิว–สีตา–โทนโดยรวมของตัวเอง
ปรึกษาช่างที่มีประสบการณ์งานแอชจริง
เตรียมใจและเตรียมผมให้พร้อมสำหรับการบำรุงหนัก ๆ หลังทำ
แอชที่สวยไม่ใช่แค่เรื่องสี แต่เป็นเรื่องของการเลือกให้เข้ากับตัวเรามากที่สุดต่างหาก

