คู่มือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รอบใหม่ 4–21 มิ.ย. ลงทะเบียนให้ผ่านในครั้งเดียว
1. ภาพรวมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 4–21 มิ.ย. 2569
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เป็นการ “รีเซ็ตระบบ” บัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหญ่ รัฐบาลมีมติให้กระทรวงการคลังจัดรอบลงทะเบียนใหม่ เพื่อ
ทบทวนสิทธิของผู้มีบัตรเดิมปี 2565 กว่า 13.18–13.19 ล้านคน
เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยที่เข้าเกณฑ์ใหม่เข้าถึงสวัสดิการได้ทั่วถึง
ปรับเกณฑ์ตรวจสอบให้ละเอียดขึ้น เน้นช่วย “ผู้เดือดร้อนจริง”
ช่วงเวลาสำคัญ
เปิดลงทะเบียน / ยืนยันสิทธิ: 4–21 มิถุนายน 2569
ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ: 17 กรกฎาคม 2569
ผู้ผ่านเกณฑ์รอบแรก เริ่มใช้สิทธิ: 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ยื่นอุทธรณ์สำหรับผู้ไม่ผ่าน: 17–31 กรกฎาคม 2569
แก้ไขข้อมูลตามเกณฑ์ให้ครบ: ภายใน 16 สิงหาคม 2569
ประกาศผลรอบอุทธรณ์: 14 กันยายน 2569
ผู้ผ่านรอบอุทธรณ์ เริ่มใช้สิทธิ: 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
โครงการนี้มุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง โดยปรับเกณฑ์คัดกรองจาก “รายครอบครัว” มาเป็น “รายบุคคล” และเข้มงวดเรื่องรายได้ ทรัพย์สิน หนี้สิน และสถานะทางสังคมมากขึ้น
2. คุณสมบัติสำคัญที่ต้องเข้าใจ: รายได้ ทรัพย์สิน และสถานะครัวเรือน
2.1 คุณสมบัติพื้นฐาน
ผู้ขอลงทะเบียนต้องมีคุณสมบัติทั่วไปดังนี้
สัญชาติไทย
อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน
2.2 กลุ่มที่ “ไม่มีสิทธิ์” ลงทะเบียน (เกณฑ์คัดออกหลัก)
หากเข้าเงื่อนไขต่อไปนี้ จะถูกตัดสิทธิ์แม้รายได้จะไม่เกินเกณฑ์ก็ตาม
ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง
บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
นักเรียน นักศึกษา
ข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน ผู้ถือหุ้น หรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือมหาชนจำกัด
ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ หรือถือครองตราสารหนี้
ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญ ที่ชำระเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ ในฐานะ บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
2.3 เงื่อนไขด้านทรัพย์สิน หนี้สิน และการเงิน
ต้องเข้าเกณฑ์ต่อไปนี้ ครบทุกข้อ
ไม่มีบัตรเครดิต ไม่ว่าช่วงเวลาใด
วงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชี ทุกประเภท ไม่เกิน 100,000 บาท
เงินฝาก + สลากออมทรัพย์รวมกัน ทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท
อสังหาริมทรัพย์และที่ดินต้องไม่เกินเพดาน (ดูรายละเอียดในหัวข้อ 3)
ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้นยานพาหนะบางประเภทตามเกณฑ์ (หัวข้อ 3)
โครงการปี 2569 ย้ำชัดว่าใช้การตรวจสอบแบบรายบุคคล และ ไม่ใช้รายได้เฉลี่ยครอบครัว เหมือนปี 2565 อีกต่อไป
3. เกณฑ์รายได้ 100,000 บาทต่อปี: แบบรายบุคคล และรายจ่ายให้บุคคลอื่น
โครงสร้างใหม่ของปี 2569 เน้น “รายบุคคล” ให้ตรวจง่ายและตรงกลุ่มมากขึ้น
3.1 เพดานรายได้รายบุคคล
ต้องเป็นผู้มี รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีต่อคน
ในปี 2569 ไม่คำนวณรายได้เฉลี่ย “รายครัวเรือน” อีกแล้ว
3.2 รายจ่ายที่จ่ายให้ผู้อื่น
มีการเพิ่มเกณฑ์ใหม่ด้าน “รายจ่าย”
จำนวนเงินที่ “จ่ายให้บุคคลอื่น” ต้อง ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
กล่าวคือ ทั้งฝั่งรายได้ที่ได้รับ และรายจ่ายที่จ่ายออกให้บุคคลอื่น ต่างต้องไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อปี เพื่อสะท้อนฐานะการเงินที่แท้จริง
3.3 เพดานทรัพย์สินและหนี้สิน
ทรัพย์สินทางการเงิน
เงินฝาก + สลากออมทรัพย์ รวมทุกประเภท ทุกบัญชี ไม่เกิน 100,000 บาท
หนี้สิน / สินเชื่อ
ต้อง “ไม่มีวงเงินสินเชื่อ” หรือหากมี ต้องเป็นวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทและทุกบัญชี ไม่เกิน 100,000 บาท (อ้างอิงจากข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ)
3.4 อสังหาริมทรัพย์
ต้องไม่เป็น “ผู้มีกรรมสิทธิ์” เกินเพดานที่กำหนด ดังนี้
ห้องชุด (คอนโดฯ): พื้นที่รวมทุกแห่ง ไม่เกิน 35 ตร.ม.
บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว ตึกแถว รวมทุกแห่ง ไม่เกิน 25 ตารางวา
กรณีเป็นเกษตรกร: ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกัน ไม่เกิน 10 ไร่ (รวมที่ดิน ส.ป.ก.)
กรณีไม่ใช่เกษตรกร: ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกัน ไม่เกิน 1 ไร่
3.5 ยานพาหนะ
ต้อง ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือยานพาหนะอื่น
- ยกเว้นสามารถมีได้อย่างละไม่เกิน 1 คัน ในกลุ่มต่อไปนี้
รถจักรยานยนต์ (ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี)
รถยนต์สามล้อ
รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
รถใช้งานเกษตรกรรม
4. เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนลงทะเบียน (ออฟไลน์–ออนไลน์)
เพื่อให้การลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิรอบใหม่ผ่านง่าย และไม่ต้องแก้ข้อมูลหลายรอบ ควรเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนเริ่มขั้นตอนในทุกช่องทาง
เอกสาร/ข้อมูลหลักที่ต้องใช้
บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด (ตัวจริง)
ข้อมูลรายได้ในรอบปี (เพื่อเช็กว่าไม่เกิน 100,000 บาท)
ข้อมูลการโอนเงิน / รายจ่ายที่จ่ายให้บุคคลอื่น (ใช้ประเมินไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)
ข้อมูลบัญชีเงินฝาก / สลากออมทรัพย์ (ยอดรวมต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
ข้อมูลวงเงินสินเชื่อทุกบัญชี (ต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
ข้อมูลทรัพย์สิน: บ้าน ที่ดิน ห้องชุด และยานพาหนะที่ตนมีกรรมสิทธิ์
ข้อมูลประกันชีวิต (เพื่อตรวจสอบว่าเบี้ยไม่เกิน 12,000 บาท/ปี หากเกินจะไม่มีสิทธิ)
ข้อมูลครอบครัวในระบบภาษี: ตรวจสอบว่าตนเองถูกใช้เป็น ผู้ลดหย่อนภาษี หรือไม่ (บิดา มารดา คู่สมรส บุตร)
สำหรับการยื่นผ่านหน่วยงานรัฐ ต้องเตรียมบัตรประชาชนตัวจริง และหากมีการลงทะเบียนในนามครอบครัวหรือเกี่ยวข้องกับสมาชิกครัวเรือน อาจต้องใช้เอกสารความสัมพันธ์ตามที่หน่วยงานกำหนด
5. ขั้นตอนลงทะเบียนและยืนยันตัวตน: ธนาคาร–เป๋าตัง–เว็บไซต์
5.1 ช่องทางลงทะเบียน / ยืนยันสิทธิ 5 ช่องทางหลัก
ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย ระหว่าง 4–21 มิ.ย. 2569 ผ่านช่องทางต่อไปนี้
แอปพลิเคชันเป๋าตัง
แอปพลิเคชันทางรัฐ
เว็บไซต์โครงการ
ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ธนาคารออมสิน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
5.2 ภาพรวมขั้นตอนทีละลำดับ
ตรวจสอบคุณสมบัติขั้นต้น (รายได้ ทรัพย์สิน สถานะการทำงาน/การศึกษา และการถือครองทรัพย์สิน) ว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่
เตรียมเอกสารและข้อมูลสำคัญให้พร้อม (ตามหัวข้อที่ 4)
เลือกช่องทางยืนยันสิทธิที่สะดวก – แอปฯ, เว็บไซต์ หรือไปที่ธนาคาร/หน่วยงานรัฐ
กรอกข้อมูลตามบัตรประชาชน และตอบคำถามด้านรายได้ ทรัพย์สิน หนี้สิน ให้ตรงความจริง
ตรวจสอบข้อมูลก่อนกดยืนยันการลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ
รอผลการตรวจสอบในวันที่ 17 ก.ค. 2569 ผ่านช่องทางเดิมที่ใช้ลงทะเบียน หรือหน่วยรับลงทะเบียน
หาก “ผ่านเกณฑ์” สำหรับผู้ไม่เคยมีบัตรมาก่อน ให้ดำเนินการ ยืนยันตัวตน (KYC) ผ่านแอปเป๋าตัง หรือที่หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. เป็นต้นไป
เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ส.ค. 2569 (รอบปกติ) หรือ 1 ต.ค. 2569 (สำหรับผู้ผ่านรอบอุทธรณ์)
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะออกสำรวจ “ผู้ตกสำรวจ” ผ่านฐานข้อมูล จปฐ. และสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ แล้วช่วยลงทะเบียนให้โดยตรงในพื้นที่
6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีตรวจ–แก้ข้อมูล
จากเกณฑ์ใหม่ที่เข้มข้นขึ้น ปัญหาที่ทำให้คนจำนวนหนึ่ง “ไม่ผ่านคัดกรอง” มักเกี่ยวข้องกับ
6.1 กลุ่มสถานะต้องห้าม ที่มักมองข้าม
เป็นนักเรียน/นักศึกษา แต่ยังลงทะเบียน
ถูกใช้ชื่อเป็น ผู้ลดหย่อนภาษี (บิดา มารดา บุตร คู่สมรส) โดยไม่รู้ตัว
เป็นผู้เอาประกันชีวิตแบบสามัญ โดยจ่ายเบี้ยเกิน 12,000 บาทต่อปี
มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน กรรมการ หรือมีบัญชีหุ้น/ตราสารหนี้
วิธีแก้:
ตรวจสอบสถานะของตนกับผู้มีรายได้ในครอบครัวเรื่องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี และทบทวนกรมธรรม์ประกันชีวิต บัญชีหลักทรัพย์ และสถานะในนิติบุคคลก่อนลงทะเบียน
6.2 ข้อมูลสินเชื่อ – ทรัพย์สินทางการเงินไม่ตรงเกณฑ์
วงเงินสินเชื่อทุกบัญชีรวมกันเกิน 100,000 บาท แต่เข้าใจผิดว่าใช้เกณฑ์หนี้บ้าน/รถแบบเดิม
ยอดเงินฝากรวมกับสลากเกิน 100,000 บาท
วิธีแก้:
ตรวจสอบวงเงินสินเชื่อและยอดเงินฝากจริงจากธนาคารทุกแห่งก่อนลงทะเบียน หากพบว่าเกินเพดาน จะไม่เข้าเกณฑ์ในรอบนี้
6.3 การใส่ข้อมูลไม่ตรงข้อเท็จจริง
เนื่องจากปี 2569 ใช้ระบบฐานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ (เช่น บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ฯลฯ) หากกรอกข้อมูลไม่ตรง จะตรวจพบและถูกตัดสิทธิได้ง่ายขึ้น
วิธีแก้:
หากลงทะเบียนไปแล้ว และพบว่าข้อมูลบางส่วนไม่ตรง สามารถใช้ช่วงอุทธรณ์ (17–31 ก.ค. 2569) เพื่อแก้ไขข้อมูลที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายใน 16 ส.ค. 2569
7. วิธีตรวจผลลงทะเบียน ตรวจสอบสิทธิ และอุทธรณ์หากไม่ผ่าน
7.1 การตรวจผลและตรวจสอบสิทธิ
หลังปิดรับลงทะเบียน จะมีการประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค. 2569 ผ่านช่องทางต่อไปนี้
แอปพลิเคชันเป๋าตัง
แอปพลิเคชันทางรัฐ
- เว็บไซต์โครงการ
หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารรัฐที่ร่วมรายการ
สามารถใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน และประเภทสิทธิที่ได้รับ
7.2 แนวทางอุทธรณ์เมื่อไม่ผ่านเกณฑ์
หากผลตรวจสอบออกมาเป็น “ไม่ผ่านคุณสมบัติ” สามารถดำเนินการได้ดังนี้
ยื่นอุทธรณ์ ผ่านช่องทางเดิมที่ใช้ลงทะเบียน ได้แก่ แอปเป๋าตัง แอปทางรัฐ เว็บไซต์โครงการ หรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ระหว่าง 17–31 ก.ค. 2569
ตรวจสอบเกณฑ์ที่ไม่ผ่าน (เช่น รายได้เกิน วงเงินสินเชื่อเกิน อยู่ในกลุ่มต้องห้าม ฯลฯ) ตามที่ระบบแจ้ง
แก้ไขข้อมูล/สถานะ ให้ผ่านทุกเกณฑ์ โดยติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่แจ้ง ภายในวันที่ 16 ส.ค. 2569
รอฟังผลการอุทธรณ์ ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศวันที่ 14 ก.ย. 2569
หากผ่านรอบอุทธรณ์ ให้ไปยืนยันตัวตน และเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดช่องทางสอบถามเพิ่มเติม เช่น Helpdesk ระบบยืนยันการลงทะเบียน สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำนักบริหารการทะเบียน (มท.) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และสายด่วน พม. 1300 ตามข้อมูลที่ระบุไว้ในข่าว
8. สวัสดิการที่จะได้รับเมื่อผ่านเกณฑ์
ผู้ที่ผ่านการคัดกรองและยืนยันตัวตนครบถ้วน จะได้รับสวัสดิการพื้นฐานดังนี้
วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบเกษตร
300 บาทต่อคนต่อเดือน
ใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อการศึกษา วัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม ที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม
80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน จากร้านที่กระทรวงพลังงานกำหนด
ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ
750 บาทต่อคนต่อเดือน
- ใช้ได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท เช่น
รถเมล์ ขสมก.
รถ บขส.
BTS, MRT, รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
รถไฟ
รถเอกชนร่วม ขสมก./บขส. และรถเอกชน
รถสองแถวรับจ้าง
เรือโดยสารสาธารณะ
ไม่จำกัดวงเงินตามประเภทยานพาหนะ (ใช้รวมกันในเพดาน 750 บาท)
อุดหนุนค่าไฟฟ้า
315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
หากใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้ได้รับสิทธิต้องรับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมดเอง
อุดหนุนค่าน้ำประปา
100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
หากใช้เกิน 100 บาทแต่ไม่เกิน 315 บาท ยังได้รับสนับสนุน 100 บาท และจ่ายส่วนเกินเอง
หากใช้น้ำเกิน 315 บาท ต้องรับภาระค่าน้ำทั้งหมดเอง
สวัสดิการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระค่าครองชีพด้านจำเป็นของผู้มีรายได้น้อย เช่น การกินอยู่ การเดินทาง และค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
9. เช็กลิสต์ก่อนยืนยันตัวตน: ตรวจให้ครบก่อนกดสมัคร
ก่อนจะลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิระหว่างวันที่ 4–21 มิ.ย. 2569 แนะนำให้เช็กตัวเองตามรายการนี้
ด้านรายได้และการเงิน
[ ] รายได้ทั้งปีของตนเอง ไม่เกิน 100,000 บาท
[ ] เงินที่จ่ายให้บุคคลอื่นตลอดปี ไม่เกิน 100,000 บาท
[ ] เงินฝาก + สลากออมทรัพย์รวมกันทุกบัญชี ไม่เกิน 100,000 บาท
[ ] วงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชี ทุกประเภท ไม่เกิน 100,000 บาท
[ ] ไม่มีบัตรเครดิต
ด้านทรัพย์สิน
[ ] ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ (ยกเว้นมอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 300 ซีซี, รถสามล้อ, รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง, รถเกษตรกรรม อย่างละไม่เกิน 1 คัน)
[ ] ห้องชุดรวมทุกแห่งไม่เกิน 35 ตร.ม.
[ ] บ้านเดี่ยว/ทาวน์เฮาส์/ห้องแถว/ตึกแถว รวมทุกแห่งไม่เกิน 25 ตารางวา
[ ] หากเป็นเกษตรกร: ที่ดิน + ที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 10 ไร่
[ ] หากไม่ใช่เกษตรกร: ที่ดิน + ที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1 ไร่
ด้านสถานะส่วนบุคคล
[ ] ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
[ ] ไม่เป็นนักเรียน/นักศึกษา
[ ] ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
[ ] ไม่เป็นผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
[ ] ไม่ถือหุ้น/ไม่เป็นกรรมการ/หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
[ ] ไม่มีบัญชีหุ้นหรือทะเบียนถือครองตราสารหนี้
[ ] ไม่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสามัญที่จ่ายเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาท/ปีขึ้นไป
[ ] ไม่ถูกใช้ชื่อเป็นผู้ลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
เมื่อเช็กครบทุกข้อและเข้าเกณฑ์ จึงค่อยดำเนินการลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิในช่วงกำหนด จะช่วยเพิ่มโอกาสผ่านเกณฑ์ และลดปัญหาต้องอุทธรณ์หรือแก้ไขข้อมูลภายหลังได้มาก
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์โครงการ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th รวมถึงช่องทางติดต่อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในข่าว เพื่อให้การลงทะเบียนรอบใหม่ปี 2569 เป็นไปอย่างถูกต้องและไม่พลาดสิทธิที่ควรได้รับ


ความคิดเห็น