ZestBuy

นักพัฒนาสร้าง Goose แอปโอเพนซอร์สที่อาจปลดล็อก WHOOP จากค่าสมาชิกรายปี

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T06-08

WHOOP ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ติดตามสุขภาพและฟิตเนสที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มนักกีฬาและคนรักสุขภาพ แต่จุดที่ถูกวิจารณ์มาโดยตลอดคือโมเดลธุรกิจแบบสมาชิก ซึ่งผู้ใช้ต้องจ่ายค่าสมัครรายปีเพื่อเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและฟีเจอร์วิเคราะห์ต่าง ๆ แม้ว่าจะเป็นเจ้าของอุปกรณ์อยู่แล้วก็ตาม

ล่าสุดได้เกิดโปรเจกต์โอเพนซอร์สใหม่ชื่อ Goose ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในชุมชนผู้ใช้งาน WHOOP หลังนักพัฒนารายหนึ่งสามารถสร้างแอปที่เชื่อมต่อกับ WHOOP 5.0 และดึงข้อมูลสุขภาพออกมาได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งระบบสมาชิกของบริษัทเลย

Goose คืออะไร

Goose เป็นโปรเจกต์โอเพนซอร์สที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดลองว่าผู้ใช้จะสามารถใช้งานฮาร์ดแวร์ WHOOP ได้มากแค่ไหนโดยไม่ต้องพึ่งบริการสมัครสมาชิกอย่างเป็นทางการ

ตัวแอปสามารถเชื่อมต่อกับ WHOOP 5.0 ผ่าน Bluetooth และดึงข้อมูลจากอุปกรณ์มาแสดงผลได้โดยตรง เช่น อัตราการเต้นหัวใจ การนอนหลับ และข้อมูลสุขภาพพื้นฐานบางส่วน โดยข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในอุปกรณ์ของผู้ใช้เอง ไม่ต้องส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ WHOOP

จุดสำคัญคือแนวคิดแบบ Local-First ซึ่งหมายความว่าข้อมูลสุขภาพยังคงอยู่บนเครื่องของผู้ใช้เป็นหลัก ต่างจากระบบเดิมที่ต้องเชื่อมต่อกับบริการคลาวด์ของบริษัทเพื่อเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ

นักพัฒนาสร้างต้นแบบได้ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง

สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นข่าวคือผู้พัฒนาระบุว่าสามารถ Reverse Engineer ระบบการสื่อสารของ WHOOP 5.0 และสร้างต้นแบบการทำงานเบื้องต้นได้ภายในเวลาประมาณ 24 ชั่วโมงเท่านั้น

แอปสามารถอ่านข้อมูลดิบจากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ของ WHOOP ผ่าน Bluetooth Low Energy และนำมาประมวลผลใหม่เพื่อแสดงผลในรูปแบบที่ผู้ใช้เข้าใจได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ API อย่างเป็นทางการจาก WHOOP เลย

แม้จะยังเป็นเพียง Proof of Concept แต่ก็แสดงให้เห็นว่าข้อมูลจำนวนมากที่ถูกล็อกไว้หลังระบบสมาชิกนั้น ยังสามารถเข้าถึงได้ผ่านตัวฮาร์ดแวร์โดยตรงหากมีการพัฒนาเครื่องมือที่เหมาะสม

ยังไม่ใช่ตัวแทนแอป WHOOP ได้ในตอนนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาเองก็ย้ำว่า Goose ยังอยู่ในระดับ Pre-Alpha เท่านั้น และยังห่างไกลจากการเป็นแอปทดแทน WHOOP อย่างสมบูรณ์

ปัจจุบันแอปรองรับเฉพาะ WHOOP 5.0 รุ่นล่าสุดเท่านั้น ยังไม่รองรับอุปกรณ์รุ่นเก่า และใช้งานได้เฉพาะบน iPhone ขณะที่เวอร์ชัน Android ยังไม่มีการพัฒนาออกมา นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านประสิทธิภาพ ความหน่วง และความเสถียรอีกหลายจุดที่ต้องปรับปรุงก่อนใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ข้อมูลบางประเภทที่ WHOOP ใช้สร้างคะแนน Recovery, Strain หรือการวิเคราะห์เชิงลึกต่าง ๆ ก็ยังไม่สามารถทดแทนได้ครบถ้วนในเวลานี้

สะท้อนกระแสต่อต้าน Subscription Hardware

การเกิดขึ้นของ Goose ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ WHOOP เท่านั้น แต่ยังสะท้อนกระแสที่ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามกับโมเดล Subscription Hardware มากขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตอุปกรณ์สุขภาพหลายรายเริ่มเก็บค่าบริการรายเดือนหรือรายปีเพื่อปลดล็อกฟีเจอร์บางอย่าง แม้ว่าผู้ใช้จะซื้ออุปกรณ์มาแล้วก็ตาม ส่งผลให้เกิดชุมชนนักพัฒนาและผู้ใช้งานที่พยายามสร้างทางเลือกแบบโอเพนซอร์สเพื่อเข้าถึงข้อมูลของตัวเองโดยไม่ต้องเสียค่าบริการต่อเนื่อง

สำหรับ WHOOP เอง ค่าสมาชิกเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 199 ดอลลาร์ต่อปี และสามารถสูงขึ้นได้ตามแพ็กเกจที่เลือกใช้งาน ทำให้โปรเจกต์อย่าง Goose ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วจากผู้ใช้ที่ต้องการทดลองทางเลือกใหม่ ๆ

แม้ Goose จะยังไม่พร้อมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในปี 2026 แต่โปรเจกต์นี้ก็แสดงให้เห็นว่าแนวคิดการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์โดยตรงยังคงเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ และอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้งาน WHOOP ในอนาคต หากชุมชนนักพัฒนายังคงเดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์นี้ต่อไป

ที่มา androidauthority

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น