แบรนด์ไทยกลับมาปัง ฟีดโซเชียลลุกเป็นไฟ
ปีนี้ไม่ว่าจะไถฟีดช่องไหน ทั้งไอจี ติ๊กต็อก หรือเฟซบุ๊ก ก็มีแต่ลุคจาก แบรนด์เสื้อผ้าไทย เต็มหน้าจอไปหมด ทั้งดารา อินฟลูเอนเซอร์ ไปจนถึงสายแฟสายช้อปเวลาเที่ยวต่างก็เทใจให้แบรนด์ไทยกันแบบรัว ๆ
พูดได้เลยว่าใครอินเรื่องแฟชั่น ถ้ายังไม่รู้จัก 5 แบรนด์นี้คือเอาท์มาก เพราะขึ้นฟีดบ่อยแบบ “เห็นทุกวัน” จนต้องแอบกดเซฟ เก็บเป็นลิสต์ไว้ช้อปตอนออกทริป หรือก่อนขึ้นเครื่องทุกครั้ง
มาดูกันว่าใน 5 แบรนด์นี้มีตัวโปรดของคุณแล้วกี่แบรนด์ และยังมีแบรนด์ไหนที่ต้องรีบไปฟอลโลว์เพิ่มด่วน ๆ
1. STYLIST SHOP – Soft Girl x Retro Romantic ที่ใส่เมื่อไหร่ก็รอด
ถ้าให้เลือกหนึ่งแบรนด์ที่ มาแรงสุดในสายหวานโทนเกาหลี–วินเทจ ปีนี้ ชื่อของ STYLIST SHOP ต้องโผล่ขึ้นมาคนแรก ๆ แน่นอน
สไตล์ของแบรนด์คือสาย Soft Girl x Retro Romantic ที่หยิบกลิ่นอายเกาหลียุค 2000s มาผสมกับดีไซน์ร่วมสมัย ใส่แล้วได้ลุคผู้หญิงหวานนุ่ม แต่ไม่เลี่ยน และยังมีคาแรกเตอร์ชัดแบบเห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นสไตล์ STYLIST SHOP
โทนสีของแบรนด์จะเน้นสีอ่อนละมุน
ครีม นู้ด ชมพูหวาน ฟ้าพาสเทล
เนื้อผ้านุ่ม ๆ อย่างผ้าริบ ผ้าถัก ผ้าซาตินผสมลูกไม้
ดีเทลคือจุดที่ทำให้เสื้อผ้าไม่ธรรมดา
กระดุมหนาแน่นแบบซิกเนเจอร์ ดูน่ารักและยูนีค
เดรสสายเดี่ยวคู่กระโปรงลูกไม้ ที่จะใส่ไปเรียน ไปเดท หรือไปคาเฟ่ก็เอาอยู่หมด
ภาพรวมคือสไตล์ “ผู้หญิงดูเรียบร้อย นุ่มนวล แต่มีตัวตนชัดเจน” ใส่ได้บ่อยในชีวิตจริง ไม่ได้สวยแค่ในรูป
หน้าร้าน / Pop-Up
สายช้อปที่ชอบลองไซซ์ ลองผ้าจริงต้องแวะ
สาขา Siam Square Soi 2 – คอนเซ็ปต์เป็นเหมือน Experimental Space มีคอลเลกชันพิเศษให้ลองก่อนใคร แถมยังมีมุมฟิตเช็กถ่ายรูปโทนพาสเทลสไตล์วินเทจเกาหลี
Central Ladprao ชั้น G
เหมาะกับใคร?
สายหวานแต่ไม่อยากดูเด็กเกิน
คนที่ชอบลุคเกาหลี 2000s แบบคุมโทนพาสเทลนุ่ม ๆ
สายเที่ยว–สายคาเฟ่ที่อยากได้ลุคถ่ายรูปแล้วฟีดไอจีสวยเป็นโทนเดียวกัน
2. MITR – ความหวานโบฮีเมียนที่ไปไกลถึงระดับอินเตอร์
ปี 2025 คือปีของ Mitr แบบเต็มตัว เพราะไม่ใช่แค่ดังในไทย แต่ยังถูกมิกซ์ลงลุคของไอดอลเกาหลีและดาราต่างประเทศเพียบ จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่ โกอินเตอร์แรงที่สุดตอนนี้
สไตล์ของ Mitr คือความหวานโรแมนติกที่ผสมโบฮีเมียน–วินเทจ เน้นซิลูเอตต์พลิ้ว เบาสบาย และดีเทลงานเย็บมือที่ดูแพงมาก
คีย์ลุคหลัก ๆ ได้แก่
ลุคสาย cottagecore วินเทจโรแมนติก
เดรสยาวฟองฟู ผ้าลูกไม้ แขนพองระบาย
งานริบบิ้นเย็บมือ ชิ้นผ้าต่อแบบแฮนด์เมด การจับจีบเป็นลายดอก
ฟีลรวมคือ “ผู้หญิงที่รักธรรมชาติ ชอบงานคราฟต์ และมีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายาม” เป็นความหวานโทนยุโรปวินเทจที่เลียนแบบได้ยากมาก
หน้าร้าน / Flagship & Pop-Up
คนชอบงานดีเทลแน่น ๆ ต้องลองไปสัมผัสของจริงที่หน้าร้าน
Flagship: Siam Square Soi 2 – บรรยากาศเหมือนสตูดิโอศิลปะเล็ก ๆ โทนอุ่น ใช้ไม้และผ้าลินิน ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรีแฟชั่น มักมีคอลเลกชันพิเศษเข้าไวที่สุด
Siam Paragon ชั้น 3
Icon Siam ชั้น F.2
Central Ladprao ชั้น G
เหมาะกับใคร?
สายหวานที่โตแล้ว แต่อยากได้ลุคละมุนมีมิติ
คนที่อินกับความวินเทจ โรแมนติก และงานแฮนด์เมด
สายแฟสายเที่ยวที่อยากได้เดรสสวย ๆ ใส่ไปทริปทะเล ภูเขา หรือเมืองยุโรป
3. MERGE – สายเท่ Edgy ที่ทำให้เดนิมกลับมาครองเมือง
ถ้าฝั่งหวานเขามาแรง ฝั่งเท่เองก็ไม่ยอมใคร MERGE คือชื่อที่สายแฟสายสตรีทพูดถึงเยอะที่สุดในปีนี้ เพราะทำให้ลุคเท่ดูเฉียบแบบ “ใส่แล้วคาแรกเตอร์มาเลย”
ซิลูเอตต์หลักจะออกแนว perfect-fitted เข้ารูปกำลังดี ผสมกับความดาร์คกรันจ์สไตล์ Y2K ให้ฟีลเท่แบบมีสตอรี่ โดยเฉพาะปีนี้ที่เด่นสุด ๆ คือ
กางเกงยีนส์ทรงซิกเนเจอร์ต่าง ๆ
กระเป๋าโลโก้ MERGE ตัวใหญ่ ที่ดาราและอินฟลูถือกันทั่วฟีด
จุดเด่นของ MERGE คือการหยิบความเป็น Y2K มาผสมกับกรันจ์ แล้วตีความใหม่ให้ใส่ได้จริงในทุกวัน
เดนิมทรง oversize หรือหลวมซ้อนเลเยอร์
ผ้ายีนส์แข็งลายฟอกพิเศษ
การเย็บตะเข็บหนาแน่นที่มองแว้บเดียวก็รู้ว่าเป็น MERGE
ใครที่อยากได้ลุคแบบ เท่ดุแบบไม่ต้องอธิบายเยอะ นี่คือแบรนด์ที่ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งชิ้น
กระเป๋า MERGE – ไอเทม uniform bag แห่งปี 2025
ไถโซเชียลปีนี้ ถ้าไม่เคยเห็นกระเป๋าโลโก้ใหญ่ของ MERGE คือแทบเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะรุ่นยอดฮิตอย่าง
A DAY BAG MINI / A DAY BAG
รุ่นผ้าไนลอนทรง slouchy สบาย ๆ
รุ่นหนังสีน้ำตาล–ดำที่เข้าได้กับทุกลุค
หลายคนยกให้เป็น “กระเป๋ายูนิฟอร์มของสายเท่–มินิมอล” ที่ถือได้ตั้งแต่ไปทำงาน ไปยิม จนถึงไปคาเฟ่วันหยุด
หน้าร้าน
สายสตรีทต้องแวะไปลองฟิตกางเกงยีนส์และสะพายกระเป๋าหน้ากระจกให้จุใจ
Flagship Store: Siam Square Soi 2
สาขาอื่น ๆ เช่น Mega Bangna, Eastville, Fashion Island, Westgate (มีสลับอัปเดตสาขาแนะนำเช็กผ่านช่องทางของแบรนด์โดยตรง)
เหมาะกับใคร?
คนที่อยากอัปเกรดลุคยีนส์ให้ดูแฟชั่นขึ้น แต่ยังแมทช์ง่าย
สายมินิมอล–เท่ ที่ชอบโทนเข้ม เนี้ยบ และดีเทลแน่น
สายเที่ยวเมือง ที่อยากได้ชุดเดินทั้งวันแต่ยังดูคูลในรูป
4. LOOKBOOK LOOKBOOK – สายหวานโตแบบ The Girl Next Door
พูดถึงแบรนด์ที่ ออกอะไรปุ๊บ Sold Out ปั๊บ ปีนี้ LOOKBOOK LOOKBOOK คือตัวจริง เสียงจริงในหมวดเสื้อผ้าไทยสายหวานใสที่คนทั้งในไทยและต่างประเทศตามเก็บกันแบบจริงจัง
หลายคอลเลกชันขายหมดเร็วมาก แถมยังมีคอลแลบสุดฮอตกับศิลปินดังอย่าง วี–วิโอเลต วอเทียร์ ที่ทำให้หลายชิ้นกลายเป็นของหายากในเวลาไม่นาน
จุดแข็งของแบรนด์คือการเข้าใจ “ความน่ารักแบบโต ๆ กำลังดี” ไม่เด็กไป ไม่หวานเลี่ยนเกิน เน้นดีเทลที่ละเอียดแต่พอดี
ระบายเล็ก ๆ ที่วางดีมาก ไม่ทำให้ดูตุ๊กตาเกิน
ลายปักดอกนุ่ม ๆ และผ้าบางเบาใส่สบาย
คัตติ้งช่วยปรับทรงให้ดูซอฟต์ขึ้นทันทีที่ใส่
ฟีลโดยรวมคือ “สาวบ้านข้าง ๆ ที่แต่งตัวดูตั้งใจ แต่ไม่เยอะ” คัตติ้งคือสิ่งที่ลูกค้าชมบ่อยมาก เพราะใส่ง่าย ไม่โป๊ แต่ยังดูหวานมีเสน่ห์ในแบบผู้หญิงยุคใหม่
หน้าร้าน / Pop-Up Store
อัปเดตตามข้อมูลล่าสุดในโซเชียลของแบรนด์ จะมีทั้งสาขาหลักและ Pop-Up หมุนเวียน
Central Ladprao
CentralWorld
Mega Bangna
Pop-Up Store ตามห้างใหญ่ (เช่น Siam Center และอีเวนต์รายเดือนต่าง ๆ ที่มักประกาศล่วงหน้า)
เหมาะกับใคร?
สาย soft girl ที่อยากได้ลุคใส ๆ แต่ยังดูมีสไตล์
คนที่ชอบชุดใส่ไปทำงาน ต่อด้วยคาเฟ่หรือดินเนอร์ได้เลย
สายเที่ยวที่ชอบแพ็กเสื้อตัวเดียว แต่มีรูปสวยได้ทั้งทริป
5. BEMING – คาร์ดิแกนทุกสีที่ต้องมีติดตู้
มาถึงแบรนด์ที่สายคาเฟ่–สายท่องเที่ยวต้องเลิฟ เพราะเป็นไอเทมที่ พกไปทริปไหนก็ได้ใช้จริงทุกทริป นั่นคือ BEMING แบรนด์คาร์ดิแกนตัวท็อปของปี 2025
เอกลักษณ์ของ BEMING คือ
มีคาร์ดิแกนแทบทุกทรง ทุกสี ทุกโทนที่คิดออก
ราคาจับต้องได้ ทำให้หลายคนเก็บทีเป็นเซ็ต
ใส่ได้ทุกวัน ทั้งวันเรียน วันเที่ยว และวันทำงาน
ลุคของแบรนด์คือ คิวท์แบบมินิมอลโทนอุ่น เน้นใช้งานจริงแต่ไม่ทิ้งความน่ารัก เหมาะกับทั้งวัยมหาลัยจนถึงวัยทำงาน
ไอเทมซิกเนเจอร์คือคาร์ดิแกนที่มีหลายรุ่นมากกว่า 5 เวอร์ชัน และแทบทุกซีซันจะมี สีใหม่ ให้ตามเก็บเสมอ นอกจากนั้นยังมี
เสื้อคอปกตัวสุภาพใส่งานออฟฟิศ
เสื้อแขนยาวที่เหมาะกับลุค casual หรือวันไป café hopping
หน้าร้าน & Pop-Up Store
จากข้อมูลล่าสุดบนช่องทางของแบรนด์ จะสามารถตามไปช้อปออฟไลน์ได้ที่
Robinson (หลายสาขา)
Central
The Mall
Mega Bangna
Matchbox
Pop-Up ตามห้างต่าง ๆ ที่หมุนเวียนทั้งปี (มักมีอัปเดตเป็นไฮไลต์ POP-UP STORE)
เหมาะกับใคร?
คนที่ชอบพกคาร์ดิแกนขึ้นเครื่องหรือใส่เดินห้าง
สายมินิมอลที่ชอบเสื้อผ้าเบสิกคุณภาพดี แมทช์ง่าย
คนที่อยากได้เสื้อตัวเดียวที่ใส่ได้ทั้งทริปแบบไม่เบื่อ
สรุป: ก่อนเก็บกระเป๋าเที่ยว เปิดฟีดเช็ก 5 แบรนด์นี้ก่อน
ทั้ง 5 แบรนด์นี้คือภาพรวมของ แฟชั่นเสื้อผ้าไทยในปี 2025 ที่ไม่ได้ฮิตแค่ในฟีด แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งวันเรียน ทำงาน เที่ยวคาเฟ่ หรือออกทริปต่างประเทศ
สายหวาน–วินเทจ: ลองส่อง STYLIST SHOP, Mitr, LOOKBOOK LOOKBOOK
สายเท่–สตรีท: ต้องมี MERGE ติดตู้สักชิ้น
สายเบสิกใช้ได้จริงทุกทริป: คาร์ดิแกนจาก BEMING คือไอเทมห้ามขาด
ก่อนทริปหน้าจะเริ่ม ลองเปิดลิสต์นี้เช็กตู้เสื้อผ้า ว่าคุณมีไอเทมจากแบรนด์ไทยตัวไหนแล้วบ้าง และตัวไหนที่ต้องรีบไปสอยเพิ่มก่อนขึ้นเครื่องรอบหน้า

