รับแอปรับแอป

REMY ลุยตลาดขนมสัตว์ Exotic เปิด 3 สูตรเจลเลียวิตามินซี เอาใจสายสัตว์ฟันแทะ

ก้องภพ แสนดี01-29

ขนมสุขภาพสาย Exotic มาแล้ว!

เรมี่ (REMY) แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงสัญชาติไทย เดินเกมบุกตลาดสัตว์เลี้ยงสาย Exotic แบบจริงจัง จับมือสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ชนิดพิเศษ เปิดตัว ขนมสุขภาพสำหรับสัตว์ฟันแทะ 3 สูตรใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Healthy Berry Plus Vit C ชูจุดขายดูแลสุขภาพ ปลอดส่วนผสมฟุ่มเฟือย ในราคาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเอื้อมถึงได้ง่าย

เป้าหมายไม่ใช่แค่ “มีสินค้าใหม่” แต่คือการปูทางไปสู่การเป็น ผู้นำตลาดอาหารสัตว์ Exotic ของไทย ในอนาคตอันใกล้

ตลาดสัตว์เลี้ยงโตไม่หยุด REMY โตแรง 100%

ภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่ายอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงในปี 2568 จะพุ่งไปแตะราว 3.98 แสนตัน เติบโตอีกราว 6% ตามจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฝั่งแมวที่มาแรงมากตลอดช่วง 3 ปีหลัง

ท่ามกลางการเติบโตนี้ REMY เองก็ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มที่ โดยในปีที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายเติบโต ทะลุ 100% เทียบกับปีแรกที่เข้าตลาด ซึ่งเกิดจากกลยุทธ์ชัดเจนคือ

  • เน้น คุณภาพและคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์

  • ไม่ลงไปแข่งสงครามราคาแบบตัดกันจนเจ็บตัว

โฟกัสที่ของดี มีคุณค่า แล้วให้ผลตอบแทนกลับมาในรูปของการเติบโตที่มั่นคง

Exotic Pet บูมแรง ช่องว่างที่ REMY มองเห็นก่อน

เทรนด์การเลี้ยงสัตว์แปลก หรือ Exotic Pet กำลังมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยู่คอนโดหรือมีพื้นที่จำกัด อยากเลี้ยงสัตว์ตัวเล็ก ๆ แปลกตา และสะท้อนตัวตนของเจ้าของ

REMY มองเห็นโอกาสในตลาดนี้ จึงร่วมมือกับ นายสัตวแพทย์เชาว์พันธ์ ยินหาญมิ่งมงคล จาก Animal Space Hospital ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ พัฒนาอาหารและขนมสำหรับสัตว์กลุ่มนี้โดยเฉพาะ

ช่วงเริ่มต้นจะโฟกัสไปที่ สัตว์ฟันแทะ เช่น หนูแกสบี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่

  • มีความต้องการในตลาดสูง

  • สินค้ามีให้เลือกค่อนข้างจำกัด

  • สินค้านำเข้าราคาแรง จับต้องยากสำหรับหลายคน

พูดง่าย ๆ คือ ดีมานด์มาแล้ว แต่ซัพพลายที่ “ดีและคุ้มค่า” ยังมีไม่พอ

จุดเด่นขนม Exotic ของ REMY

ขนมสาย Exotic ของ REMY ไม่ได้มาแบบเล่น ๆ แต่ตั้งใจออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งสัตว์เลี้ยงและคนเลี้ยงแบบครบมุม ด้วยจุดเด่นคือ

  • ใช้วัตถุดิบ Human Grade ระดับเดียวกับอาหารคน

  • ไม่เติมเกลือ ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใส่วัตถุกันเสีย

  • ทุกสูตรใส่สารอาหารเพิ่ม อย่างน้อย 2 ชนิด เพื่อเสริมโภชนาการ

สินค้ากลุ่มแรกที่เปิดตัวคือ ขนมแบบ Puree Jelly สำหรับสัตว์ฟันแทะ มาพร้อม 3 สูตรผลไม้ผสมสมุนไพรและวิตามินซี ได้แก่

  • สูตรสตรอว์เบอรี่ ผสมโหระพา และวิตามินซี

  • สูตรแบล็กเคอแรนต์ ผสมเมล็ดแฟลกซ์ และวิตามินซี

  • สูตรแครนเบอรี่ ผสมพาร์สลีย์ และวิตามินซี

ทุกสูตรออกแบบมาให้ช่วยเสริมสุขภาพ ควบคู่กับการเป็น “ขนม” ที่สัตว์กินได้อย่างเพลิดเพลิน

ราคาเข้าถึงง่าย ถูกกว่านำเข้าครึ่งหนึ่ง

ขนมเจลลี่สุขภาพกลุ่มนี้จะวางจำหน่ายในราคา 55 บาทต่อซอง (3 ชิ้น) โดยตั้งใจทำให้ราคาถูกกว่าสินค้านำเข้าประมาณ 50%

เหตุผลที่ทำราคาได้สบายกว่า เพราะ REMY มีฐานเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์เพื่อการส่งออกอยู่แล้ว ทำให้สามารถ

  • ควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี

  • นำเสนอสินค้าคุณภาพในราคาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยพร้อมจ่าย

ทุ่มงบ 20 ล้าน ปั้นคอนเทนต์-ดิจิทัล ดันการรับรู้

แผนการตลาดปี 2568 REMY เตรียมงบไว้ราว 20 ล้านบาท โดยโฟกัสไปที่การสร้างการรับรู้แบบเข้มข้นผ่านโลกออนไลน์และกิจกรรมหน้างานจริง

กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

  • ทำ คอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ Exotic ผ่านทีมสัตวแพทย์

  • รีวิวจากผู้เลี้ยงสัตว์แปลกจริง เสียงจริง ประสบการณ์จริง

  • กิจกรรมโรดโชว์ตามร้านเพตช็อปทั่วประเทศ เพื่อให้ได้ลองจับ ลองดู และรู้จักแบรนด์ใกล้ชิด

พร้อมทั้งเตรียมปล่อยแคมเปญ “REMY’s FRIENDs” และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์อย่างเป็นทางการในงาน Pet Expo Thailand 2025 ช่วงเดือนพฤษภาคม สายสัตว์เลี้ยง Exotic น่าจับตาดูให้ดี

ช่องทางขายแน่น พร้อมบุกต่างประเทศ

ในด้านการจัดจำหน่าย ปัจจุบันสินค้าของ REMY วางขายแล้วใน

  • โรงพยาบาลสัตว์และคลินิกกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ

  • ร้านเพตช็อปชั้นนำกว่า 300 ร้านค้า

และยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะมีแผน

  • ขยายเข้าสู่กลุ่ม Modern Pet Shop มากขึ้น

  • ดันช่องทางออนไลน์ให้เป็นอีกเสาหลัก

  • รุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย ที่เทรนด์ Exotic โตแรง เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ UAE และมาเลเซีย

ทำไม Exotic Pet ถึงมาแรง?

ฝั่งผู้เชี่ยวชาญอย่างนายสัตวแพทย์เชาว์พันธ์ มองว่า เทรนด์สัตว์เลี้ยงสาย Exotic กำลังพุ่งขึ้นเร็วมาก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ เช่น

  • ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่อาศัยในคอนโด ต้องการสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ดูแลง่าย

  • ความต้องการสัตว์เลี้ยงที่ แปลก ใหม่ ไม่ซ้ำใคร สื่อถึงตัวตนเจ้าของ

สัตว์อย่างกระต่าย แกสบี้ ชินชิลลา เต่า งู และนก จึงเริ่มถูกยอมรับและถูกเลี้ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ขณะเดียวกัน สัตว์ Exotic ก็ต้องการการดูแลที่ต่างจากสุนัขและแมว เหมาะกับเจ้าของที่

  • ศึกษาข้อมูลจริงจัง

  • เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการเฉพาะของแต่ละสายพันธุ์

ในมุมนี้ การมีผลิตภัณฑ์คุณภาพดี และราคาจับต้องได้จากแบรนด์อย่าง REMY จึงกลายเป็น ตัวช่วยสำคัญของผู้เลี้ยงกลุ่มนี้

REMY ในฐานะแบรนด์ไทยรายแรกที่เล่นตลาดนี้จริงจัง

การที่ REMY กระโดดเข้ามาเล่นตลาดอาหารสัตว์ Exotic แบบจัดเต็ม ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามอง เพราะมาพร้อมจุดแข็งที่น่าสนใจหลายด้าน

  • พัฒนาผลิตภัณฑ์ เฉพาะกลุ่ม ตามพฤติกรรมสัตว์ Exotic จริง ๆ

  • ใช้วัตถุดิบและสูตรที่โฟกัสทั้งความอร่อยและโภชนาการ

  • ตั้งราคาให้เข้าถึงได้ ไม่ใช่แค่ของพรีเมียมที่ต้องจ่ายแพงเสมอไป

  • ช่องทางการจัดจำหน่ายเริ่มครอบคลุมทั้งออฟไลน์และออนไลน์

ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ ทำให้ REMY มีศักยภาพสูงที่จะ เติบโตต่อเนื่อง และไต่อันดับขึ้นเป็นผู้นำตลาดอาหารสัตว์ Exotic ของไทย ในไม่ช้า

พอร์ตสินค้า วันนี้และแผนปีนี้

ปัจจุบันสัดส่วนผลิตภัณฑ์ของ REMY แบ่งคร่าว ๆ ได้ดังนี้

  • อาหารสุนัข: 35%

  • อาหารแมว: 55%

  • อาหารสัตว์ Exotic: ราว 15-20%

และในปีนี้ REMY ยังมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่รวม 30 รายการ แบ่งเป็น

  • ผลิตภัณฑ์สำหรับแมว: 10 รายการ

  • ผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัข: 10 รายการ

  • ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ Exotic: 10 รายการ

นั่นหมายความว่า สาย Exotic จะมีตัวเลือกสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกเพียบ ทั้งคนเลี้ยงและสัตว์เลี้ยงเตรียมตัวตื่นเต้นได้เลย

สรุป: ยุคของขนมสุขภาพสำหรับสัตว์ Exotic เพิ่งเริ่มต้น

ถ้าคุณคือคนเลี้ยงหนูแกสบี้ กระต่าย หรือสัตว์ฟันแทะสาย Exotic ทั้งหลาย นี่คือสัญญาณชัด ๆ ว่า ยุคที่ขนมของสัตว์เลี้ยงคุณมีทางเลือกสุขภาพดี ราคาไม่แรง กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

REMY ไม่ได้แค่ทำขนมให้น้องกินเล่น แต่กำลังผลักดันทั้งตลาด Exotic ของไทยให้เติบโตไปอีกขั้น พร้อมทำให้คำว่า “แบรนด์ไทยคุณภาพดี ราคาจับต้องได้” มีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนในโลกของอาหารสัตว์เลี้ยงด้วย