เจาะเทรนด์ท่องเที่ยว 2025 ของสามเจเนอเรชันใหญ่
AirAsia MOVE แพลตฟอร์มจองการเดินทางชั้นนำของเอเชีย เจ้าของรางวัล Asia’s Best Travel Booking App จาก World Travel Tech Awards ต่อเนื่อง 3 ปี นำฐานข้อมูลการจองหลายล้านรายการ ทั้งเที่ยวบิน โรงแรม และบริการเสริม มาวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางของคนไทย 3 เจเนอเรชันหลักในปี 2025 ได้แก่ Baby Boomers, Gen X และ Millennials
อินไซท์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข แต่คือคำตอบว่าแต่ละช่วงวัย คิด วางแผน และใช้จ่ายกับการเดินทางต่างกันอย่างไร และผู้เล่นสายท่องเที่ยวควรออกแบบสินค้า โปรโมชั่น และแพ็กเกจแบบไหนถึงจะ “เข้าเป้า” จริงๆ
มุมมองจาก AirAsia MOVE: เดินทางยุคนี้ต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
ผู้บริหาร AirAsia MOVE สรุปภาพรวมได้ชัดเจนว่า แม้ทุกเจเนอเรชันมีเป้าหมายร่วมกันคือการเดินทางที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ แต่ ลำดับความสำคัญและวิธีตัดสินใจต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่คนที่เน้นความสบายและการวางแผนล่วงหน้า ไปจนถึงสายตัดสินใจเร็วที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และโปรโมชัน
ด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งเที่ยวบิน โรงแรม และบริการเสริม AirAsia MOVE จึงมองบทบาทของตัวเองเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง อินไซท์จากดาต้า กับ การออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว ที่ตอบโจทย์นักเดินทางแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างยั่งยืนในวันนี้ จึงต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความร่วมมือ ไม่ใช่แค่โปรโมชั่นแรงเพียงอย่างเดียว
Baby Boomers: สายคอมฟอร์ต ผู้รักการวางแผนและเสน่ห์วัฒนธรรม
กลุ่ม Baby Boomers (เกิดปี 1946–1964) คือเจเนอเรชันที่มองการเดินทางเป็นเรื่องจริงจัง เน้นความมั่นใจ สะดวกสบาย และปลอดภัย ทุกอย่างต้องถูกคิดและวางแผนให้ลงตัวก่อนออกเดินทาง
พวกเขาชอบจองล่วงหน้า เลือกช่วงเวลาเดินทางที่อากาศดีและไม่วุ่นวายจนเกินไป และมักให้รางวัลตัวเองด้วยประสบการณ์ที่ดูพรีเมียม มีดีเทล และแฝงคุณค่าทางวัฒนธรรม
ภาพรวมของ Baby Boomers:
นิยมเดินทางแบบเดี่ยวหรือคู่ มากกว่าทริปครอบครัวใหญ่
เลือกจุดหมายปลายทางระยะใกล้ที่คุ้นเคย
ชอบแพ็กเกจที่ “ครบจบ” พร้อมอัปเกรดบริการให้สบายใจ
เน้นประสบการณ์สงบ ลึกซึ้ง มากกว่าทริปผจญภัยตื่นเต้นสุดขั้ว
พฤติกรรมการเดินทางของ Baby Boomers
การจองล่วงหน้า (Booking Behavior)
การจองของกลุ่มนี้ชัดเจนมากว่าเป็นสายวางแผน โดยการจองส่วนใหญ่กระจุกในช่วง 15–30 วัน และ 31–60 วัน ก่อนเดินทาง
ส่วนการจองแบบฉุกเฉิน 0–3 วันก่อนบินมีสัดส่วนค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เดินทางแบบเดี่ยวหรือคู่ยิ่งเห็นภาพของการวางแผนล่วงหน้ายาวชัดเจนช่วงเวลาเดินทาง (Travelling Period)
ความต้องการเดินทางของ Baby Boomers มีรูปแบบตามฤดูกาลชัดเจน โดยพีคในช่วง ไตรมาส 1 (27.9%) และ ไตรมาส 4 (27.0%) เดือนมกราคมและธันวาคมคือช่วงคึกคักที่สุด
กลางปีโดยเฉพาะไตรมาส 2 และ 3 ความต้องการเดินทางจะชะลอลง สะท้อนว่ากลุ่มนี้เลือกเดินทางเมื่อสภาพอากาศเหมาะสมและเดินทางได้อย่างสบายเป็นหลักรูปแบบการเดินทาง (Solo / Couple / Group)
ทริปของ Baby Boomers ส่วนใหญ่เป็น ทริปเดี่ยวหรือทริปคู่ การเดินทางแบบครอบครัวใหญ่มีสัดส่วนต่ำ
สิ่งนี้สะท้อนว่าพวกเขาต้องการจังหวะการเดินทางที่ผ่อนคลาย เป็นส่วนตัว และควบคุมแผนต่างๆ ได้ด้วยตัวเองเส้นทางในประเทศ (Domestic Route Preference)
ภายในประเทศ Baby Boomers นิยมเส้นทางหลักไปเมืองท่องเที่ยวและเมืองภูมิภาคที่พร้อม เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย
ปัจจัยสำคัญคือความสะดวกในการเดินทาง การเชื่อมต่อสนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ มากกว่าการไปจุดหมายแนวผจญภัยหรือพื้นที่ไกลความเจริญเส้นทางต่างประเทศ (International Route Preference)
สำหรับทริปต่างประเทศ พวกเขามักเลือกจุดหมายระยะใกล้ในเอเชียที่คุ้นเคย เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และตลาดใกล้เคียง
เงื่อนไขสำคัญคือ ความสะดวกในการเดินทาง วีซ่าไม่ยุ่งยาก ระบบสาธารณสุขได้มาตรฐาน และมีความใกล้เคียงกันทางวัฒนธรรมบริการเสริมและการอัปเกรด (Ancillaries & Upgrades)
Baby Boomers เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้ม อัปเกรดที่นั่งและซื้อบริการเสริมสูงที่สุด เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันอื่น ไม่ว่าจะเป็นสัมภาระเพิ่ม หรือประกันการเดินทาง
พวกเขายอมจ่ายเพื่อแลกกับความสบาย ความสบายใจ และการลดความเสี่ยง โดยเฉพาะประสบการณ์ที่สงบ ลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน
โอกาสสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว: จะชนะใจ Baby Boomers ต้องเล่นเกม “พรีเมียมแบบสบายใจ”
เพื่อเข้าถึงกลุ่มนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการควรพิจารณา:
พัฒนาแพ็กเกจระดับพรีเมียมที่ เน้นความสะดวกสบายเป็นหัวใจ
รวมบริการสำคัญให้ครบ เช่น อัปเกรดที่นั่ง + สัมภาระ + ประกันการเดินทาง
วางดีลให้ตรงกับช่วงการจองล่วงหน้า 15–60 วันก่อนเดินทาง
เสนอแพ็กเกจ พักระยะยาวเชิงสุขภาพ หรือทริปเนิบๆ ในเมืองที่เดินทางง่าย มีบริการรับส่งระดับพรีเมียม และคอนเซียร์จในจุดหมาย
โฟกัสจุดหมายที่เชื่อมต่อสะดวก ช่วงฤดูกาลเดินทางหลัก ไตรมาส 1 และ 4 และเล่าเรื่องให้ชัดว่าทริปนี้ “สบายและปลอดภัย” แค่ไหน
หัวใจคือ การขายความสบายใจ บวกกับวัฒนธรรมและความละเอียดอ่อนของประสบการณ์
Gen X: นักเดินทางสายสมดุล ระหว่างความสบาย ความคุ้มค่า และเวลาครอบครัว
กลุ่ม Gen X (เกิดปี 1965–1980) เป็นเจเนอเรชันที่โดดเด่นด้านการบาลานซ์ทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งงาน ครอบครัว และเวลาพักผ่อน ทำให้สไตล์การท่องเที่ยวของพวกเขาเต็มไปด้วยคำว่า “คุ้มค่า ใช้ได้จริง และเป็นมิตรกับครอบครัว”
พวกเขานิยมวางแผนล่วงหน้าในระยะกลาง ไม่สั้นเกินไปแต่ไม่เร็วเกินจำเป็น เลือกเดินทางปลายปีเป็นหลัก จุดหมายต้องเดินทางง่าย เหมาะกับครอบครัว และโฟกัสประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ มากกว่าทริปโหดๆ ผจญภัยสุดตัว
พฤติกรรมหลักของ Gen X
การจองล่วงหน้า (Booking Behaviour)
Gen X วางแผนทริปแบบ ระยะกลาง โดยการจองมากที่สุดกระจุกในช่วง 15–30 วัน ก่อนเดินทาง รองลงมาคือช่วง 8–14 วัน และ 31–60 วัน
การจองแบบปุ๊บปั๊บ 0–3 วันก่อนบินมีสัดส่วนต่ำ สะท้อนนิสัยที่บาลานซ์ระหว่างการเตรียมตัวล่วงหน้าและการเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับความยืดหยุ่นช่วงเวลาเดินทาง (Traveling Period)
ความต้องการเดินทางของ Gen X พีคชัดใน ไตรมาส 4 (31.1%) โดย เดือนธันวาคม คือจุดที่มียอดการจองและที่นั่งสูงที่สุด
กลางปี (ไตรมาส 2 และ 3) ความต้องการเดินทางจะลดลง ก่อนค่อยๆ ฟื้นตัวตั้งแต่เดือนตุลาคม สะท้อนภาพการใช้วันหยุดปลายปีไปกับการท่องเที่ยวที่วางแผนไว้แล้วเส้นทางในประเทศ (Domestic Routes Preference)
สำหรับเส้นทางในประเทศ Gen X นิยมเมืองใหญ่ที่พร้อมด้านการท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย อุดรธานี
ปัจจัยหลักคือ การเดินทางสะดวก การเชื่อมต่อสนามบินดี เหมาะกับการพาเด็กหรือผู้สูงวัยไปด้วย มากกว่าทริปที่ต้องลุยเยอะๆเส้นทางต่างประเทศ (International Routes Preference)
เมื่อต้องบินออกนอกประเทศ Gen X ยังโฟกัสเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย โดยจุดหมายยอดนิยมคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม
เหตุผลสำคัญคือ ความสะดวก ความคุ้นเคย และบรรยากาศไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนในครอบครัวเพลิดเพลินได้บริการเสริมและการอัปเกรด (Ancillaries & Upgrades)
กลุ่มนี้มักเลือกซื้อบริการเสริมที่จำเป็น เช่น สัมภาระเพิ่มและประกันเดินทาง และมีแนวโน้มอัปเกรดที่นั่งมากขึ้นเมื่อเดินทางพร้อมครอบครัว
พฤติกรรมแบบนี้สะท้อนความคิดที่ให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่า ความน่าเชื่อถือ และบริการที่ใช้ประโยชน์ได้จริง มากกว่าการอัปเกรดฟุ่มเฟือยแบบฉับพลัน
กลยุทธ์เข้าหา Gen X: ขาย “ความคุ้มค่า + ครอบครัวแฮปปี้”
เพื่อตอบโจทย์ Gen X พันธมิตรสายท่องเที่ยวควร:
เน้นกลยุทธ์การจองล่วงหน้าแบบ ระยะกลาง 15–30 วัน เป็นจุดยิงหลัก
สื่อสาร “คุณค่าที่ชัดเจน” มากกว่าดีลเร่งด่วนแบบหวือหวาแต่ใช้จริงไม่ค่อยได้
ออกแบบแพ็กเกจครอบครัวที่รวม เที่ยวบิน + สัมภาระ + ประกันเดินทาง เป็นชุดเดียว
เสนอออปชันอัปเกรดที่นั่งแบบเลือกเพิ่มได้เฉพาะทริปครอบครัว หรือไฟลต์ที่ใช้เวลานานหน่อย
ดันจุดหมายในประเทศและเส้นทางระยะใกล้ในเอเชียที่เดินทางง่าย และขายภาพ ทริปสบายๆ สไตล์ครอบครัว + ไลฟ์สไตล์ครบ ช่วงปลายปี
กับ Gen X คีย์เวิร์ดไม่ใช่ “ถูกที่สุด” แต่คือ “คุ้มที่สุดสำหรับทั้งบ้าน”
Millennials & Gen Y: สายสปอนเทเนียส ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และโปรโมชัน
สำหรับ Millennials / Gen Y (เกิดปี 1981–1996) การเดินทางไม่ใช่แค่พักผ่อน แต่คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และตัวตน พวกเขาเดินทางบ่อย ชอบลองอะไรใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากกว่าสินทรัพย์
สไตล์การวางแผนของกลุ่มนี้คือ สปอนเทเนียสอย่างมีเป้าหมาย ตัดสินใจเร็ว แต่ยังมองเรื่องความคุ้มค่าไปพร้อมกัน โดยมีโซเชียลมีเดียและคอนเทนต์ออนไลน์เป็นแรงผลักดันสำคัญ
พฤติกรรมหลักของ Millennials
การจอง (Booking Behaviour)
กลุ่มนี้ชอบจองค่อนข้างใกล้วันเดินทาง โดยการจองกระจุกสูงสุดในช่วง 15–30 วัน ก่อนออกเดินทาง
การจองระยะสั้นใกล้วันเดินทางก็ยังมีสัดส่วนสูง แสดงให้เห็นว่าแม้จะชอบความชัดเจนระดับหนึ่ง แต่ก็พร้อมลุยทริปปุบปับถ้าเจอดีลดีและคุ้มค่าช่วงเวลาการจองและเดินทาง (Booking & Traveling Period)
Millennials เดินทางกระจายตลอดทั้งปี โดย:ไตรมาส 1: 24.9%
ไตรมาส 2: 24.6%
ไตรมาส 3: 22.7%
พีคสูงสุดใน ไตรมาส 4 (27.9%) จากอานิสงส์วันหยุดปลายปี
ไตรมาส 3 จะชะลอลงเล็กน้อย ก่อนฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่เดือนตุลาคม และเดือนธันวาคมกลายเป็นเดือนที่มียอดการจองที่นั่งสูงที่สุด
เส้นทางในประเทศ (Domestic Routes)
ในไทย กลุ่มนี้ชอบเมืองที่ผสมระหว่างท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี
โจทย์ของพวกเขาคือเมืองที่มีความหลากหลาย เดินทางสั้นๆ ได้ง่าย และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่พร้อม ทั้งคาเฟ่ ที่พัก และโลเคชันถ่ายรูปสวยเส้นทางต่างประเทศ (International Routes)
สำหรับทริปต่างประเทศ Millennials โฟกัสเส้นทางระยะใกล้ในเอเชียเหมือนกัน จุดหมายยอดฮิต ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม
ปัจจัยหลักคือเสน่ห์ด้านไลฟ์สไตล์ ความสะดวกในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และแรงบันดาลใจจากคอนเทนต์ท่องเที่ยวบนโซเชียลบริการเสริมและประสบการณ์ (Ancillaries & Experience Preference)
แม้จะเดินทางบ่อย แต่ค่าใช้จ่ายต่อการจองของกลุ่มนี้อยู่ในระดับ ปานกลาง และเน้นความคุ้มค่า
พวกเขา ไม่ค่อยอัปเกรดที่นั่ง แต่ซื้ออาหารบนเครื่อง บริการเสริม และบริการรับส่งสนามบินอย่างสม่ำเสมอ เลือกลงทุนกับสิ่งที่ช่วยให้ประสบการณ์ดีขึ้นจริง เช่น ความสะดวก ความสนุก และโมเมนต์ที่ “ถ่ายรูปแล้วแชร์ได้” มากกว่าความหรูหรา
โอกาสสำหรับพันธมิตร: ถ้าอยากได้ใจ Millennials ต้องเร็ว โดน และแชร์ได้
สำหรับกลุ่มนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวควรโฟกัสไปที่:
แคมเปญ Flash Sales และดีลระยะสั้นที่ยิงตรงเข้า “หน้าต่างการตัดสินใจ” ช่วง 15–30 วันก่อนเดินทาง
โปรโมชันแบบ สะสมพอยต์ หรือรางวัลที่เห็นผลชัดเมื่อเดินทางบ่อย
แพ็กเกจที่พักและประสบการณ์แบบ “ถ่ายรูปสวย แชร์แล้วปัง” เช่น โรงแรมดีไซน์เก๋ คาแรกเตอร์ชัด หรือโลเคชันที่เป็นแลนด์มาร์กบนโซเชียล
แพ็กเกจ Workation ที่ยืดหยุ่น เช็กอินทำงานได้ เช็กเอาต์ไปเที่ยวต่อแบบไม่สะดุด
บริการเสริมอย่างอาหารและรถรับส่งสนามบินที่จองง่ายในแอปเดียว
การผสานกิจกรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ มีศักยภาพในการเป็นกระแส เช่น ทัวร์ลับ ร้านโลเคชันลับ หรือกิจกรรมที่เล่าเรื่องลงโซเชียลได้อย่างมีสตอรี่
หัวใจของ Millennials คือประสบการณ์ที่เล่าเรื่องได้ และดีลที่รู้สึกว่าฉลาดเลือก
AirAsia MOVE: ข้อเสนอท่องเที่ยวที่จูนตรงทุกเจเนอเรชัน
เพื่อรองรับพฤติกรรมที่แตกต่างกันของ Baby Boomers, Gen X และ Millennials ทาง AirAsia MOVE เดินหน้าปั้นข้อเสนอแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมทั้ง เที่ยวบิน โรงแรม และแพ็กเกจ SNAP! (เที่ยวบิน+โรงแรม)
ข้อเสนอเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การวางแผนทริปของทุกเจเนอเรชัน ง่ายขึ้น คุ้มค่าขึ้น และสอดคล้องกับสไตล์การเดินทางของตัวเอง โดยทั้งหมดสามารถจองได้ผ่านแอป AirAsia MOVE เพียงช่องทางเดียว
ผู้ใช้สามารถ:
จองเที่ยวบินแอร์เอเชียในราคาพิเศษ ที่ถูกกว่าช่องทางอื่นบางประเภท
รับส่วนลดโรงแรมประจำเดือนด้วยโค้ดโปรโมชันที่กำหนด
ใช้ส่วนลดพิเศษสำหรับแพ็กเกจเที่ยวบิน+โรงแรมในช่วงวันที่กำหนดตามเงื่อนไข
เลือกข้อเสนอเพิ่มเติมจากสายการบินพันธมิตรหลากหลายเจ้า เพื่อเพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าในการเดินทาง
แนวคิดคือทำให้ทุกวันเป็น “วันพร้อมออกเดินทาง” ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว ทริปสุขภาพ หรือทริปสายคอนเทนต์
แพลตฟอร์มเดียว ครอบคลุมทุกสไตล์การเดินทาง
AirAsia MOVE วางตัวเองเป็นแพลตฟอร์มจองการเดินทางแบบครบวงจรในแอปเดียว ที่รองรับ:
การจองเที่ยวบินจากมากกว่า 700 สายการบินทั่วโลก
ตัวเลือกโรงแรมมากกว่า 1 ล้านแห่ง ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่บัดเจ็ตไปจนถึงพรีเมียม
ไม่ว่าคุณจะเป็น Baby Boomer ที่ให้ความสำคัญกับความสบาย Gen X ที่ต้องบาลานซ์ครอบครัวและความคุ้มค่า หรือ Millennials ที่ไล่ล่าประสบการณ์ใหม่ๆ AirAsia MOVE ต้องการเป็นเครื่องมือให้ทุกคน ออกแบบทริปในแบบของตัวเองได้ง่ายที่สุด
ไม่ว่าจะโฟกัสที่:
ความสะดวกสบาย
ความคุ้มค่า
ความยืดหยุ่น
หรือการออกไปค้นพบโลกใหม่ๆ
ดาต้าจากพฤติกรรมการจองของแต่ละเจเนอเรชัน กำลังถูกแปลงเป็นดีล แพ็กเกจ และประสบการณ์ ที่ทำให้การเดินทางในปี 2025 ของคุณ ฉลาดขึ้น สนุกขึ้น และตรงใจมากขึ้นกว่าที่เคย

