รับแอปรับแอป

เจเนอเรชันท่องเที่ยว 2025: จองยังไง ไปไหน และจ่ายแบบไหนถึงจะตรงใจ Baby Boomers – Gen X – Millennials

พีรพัฒน์ สุขสม01-30

เจาะเทรนด์ท่องเที่ยว 2025 ของสามเจเนอเรชันใหญ่

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มจองการเดินทางชั้นนำของเอเชีย เจ้าของรางวัล Asia’s Best Travel Booking App จาก World Travel Tech Awards ต่อเนื่อง 3 ปี นำฐานข้อมูลการจองหลายล้านรายการ ทั้งเที่ยวบิน โรงแรม และบริการเสริม มาวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางของคนไทย 3 เจเนอเรชันหลักในปี 2025 ได้แก่ Baby Boomers, Gen X และ Millennials

อินไซท์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข แต่คือคำตอบว่าแต่ละช่วงวัย คิด วางแผน และใช้จ่ายกับการเดินทางต่างกันอย่างไร และผู้เล่นสายท่องเที่ยวควรออกแบบสินค้า โปรโมชั่น และแพ็กเกจแบบไหนถึงจะ “เข้าเป้า” จริงๆ

มุมมองจาก AirAsia MOVE: เดินทางยุคนี้ต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ผู้บริหาร AirAsia MOVE สรุปภาพรวมได้ชัดเจนว่า แม้ทุกเจเนอเรชันมีเป้าหมายร่วมกันคือการเดินทางที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ แต่ ลำดับความสำคัญและวิธีตัดสินใจต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่คนที่เน้นความสบายและการวางแผนล่วงหน้า ไปจนถึงสายตัดสินใจเร็วที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และโปรโมชัน

ด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งเที่ยวบิน โรงแรม และบริการเสริม AirAsia MOVE จึงมองบทบาทของตัวเองเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง อินไซท์จากดาต้า กับ การออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว ที่ตอบโจทย์นักเดินทางแต่ละกลุ่มอย่างแท้จริง

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างยั่งยืนในวันนี้ จึงต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความร่วมมือ ไม่ใช่แค่โปรโมชั่นแรงเพียงอย่างเดียว

Baby Boomers: สายคอมฟอร์ต ผู้รักการวางแผนและเสน่ห์วัฒนธรรม

กลุ่ม Baby Boomers (เกิดปี 1946–1964) คือเจเนอเรชันที่มองการเดินทางเป็นเรื่องจริงจัง เน้นความมั่นใจ สะดวกสบาย และปลอดภัย ทุกอย่างต้องถูกคิดและวางแผนให้ลงตัวก่อนออกเดินทาง

พวกเขาชอบจองล่วงหน้า เลือกช่วงเวลาเดินทางที่อากาศดีและไม่วุ่นวายจนเกินไป และมักให้รางวัลตัวเองด้วยประสบการณ์ที่ดูพรีเมียม มีดีเทล และแฝงคุณค่าทางวัฒนธรรม

ภาพรวมของ Baby Boomers:

  • นิยมเดินทางแบบเดี่ยวหรือคู่ มากกว่าทริปครอบครัวใหญ่

  • เลือกจุดหมายปลายทางระยะใกล้ที่คุ้นเคย

  • ชอบแพ็กเกจที่ “ครบจบ” พร้อมอัปเกรดบริการให้สบายใจ

  • เน้นประสบการณ์สงบ ลึกซึ้ง มากกว่าทริปผจญภัยตื่นเต้นสุดขั้ว

พฤติกรรมการเดินทางของ Baby Boomers

  • การจองล่วงหน้า (Booking Behavior)
    การจองของกลุ่มนี้ชัดเจนมากว่าเป็นสายวางแผน โดยการจองส่วนใหญ่กระจุกในช่วง 15–30 วัน และ 31–60 วัน ก่อนเดินทาง
    ส่วนการจองแบบฉุกเฉิน 0–3 วันก่อนบินมีสัดส่วนค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เดินทางแบบเดี่ยวหรือคู่ยิ่งเห็นภาพของการวางแผนล่วงหน้ายาวชัดเจน

  • ช่วงเวลาเดินทาง (Travelling Period)
    ความต้องการเดินทางของ Baby Boomers มีรูปแบบตามฤดูกาลชัดเจน โดยพีคในช่วง ไตรมาส 1 (27.9%) และ ไตรมาส 4 (27.0%) เดือนมกราคมและธันวาคมคือช่วงคึกคักที่สุด
    กลางปีโดยเฉพาะไตรมาส 2 และ 3 ความต้องการเดินทางจะชะลอลง สะท้อนว่ากลุ่มนี้เลือกเดินทางเมื่อสภาพอากาศเหมาะสมและเดินทางได้อย่างสบายเป็นหลัก

  • รูปแบบการเดินทาง (Solo / Couple / Group)
    ทริปของ Baby Boomers ส่วนใหญ่เป็น ทริปเดี่ยวหรือทริปคู่ การเดินทางแบบครอบครัวใหญ่มีสัดส่วนต่ำ
    สิ่งนี้สะท้อนว่าพวกเขาต้องการจังหวะการเดินทางที่ผ่อนคลาย เป็นส่วนตัว และควบคุมแผนต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

  • เส้นทางในประเทศ (Domestic Route Preference)
    ภายในประเทศ Baby Boomers นิยมเส้นทางหลักไปเมืองท่องเที่ยวและเมืองภูมิภาคที่พร้อม เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย
    ปัจจัยสำคัญคือความสะดวกในการเดินทาง การเชื่อมต่อสนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ มากกว่าการไปจุดหมายแนวผจญภัยหรือพื้นที่ไกลความเจริญ

  • เส้นทางต่างประเทศ (International Route Preference)
    สำหรับทริปต่างประเทศ พวกเขามักเลือกจุดหมายระยะใกล้ในเอเชียที่คุ้นเคย เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และตลาดใกล้เคียง
    เงื่อนไขสำคัญคือ ความสะดวกในการเดินทาง วีซ่าไม่ยุ่งยาก ระบบสาธารณสุขได้มาตรฐาน และมีความใกล้เคียงกันทางวัฒนธรรม

  • บริการเสริมและการอัปเกรด (Ancillaries & Upgrades)
    Baby Boomers เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้ม อัปเกรดที่นั่งและซื้อบริการเสริมสูงที่สุด เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันอื่น ไม่ว่าจะเป็นสัมภาระเพิ่ม หรือประกันการเดินทาง
    พวกเขายอมจ่ายเพื่อแลกกับความสบาย ความสบายใจ และการลดความเสี่ยง โดยเฉพาะประสบการณ์ที่สงบ ลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน

โอกาสสำหรับธุรกิจท่องเที่ยว: จะชนะใจ Baby Boomers ต้องเล่นเกม “พรีเมียมแบบสบายใจ”

เพื่อเข้าถึงกลุ่มนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการควรพิจารณา:

  • พัฒนาแพ็กเกจระดับพรีเมียมที่ เน้นความสะดวกสบายเป็นหัวใจ

  • รวมบริการสำคัญให้ครบ เช่น อัปเกรดที่นั่ง + สัมภาระ + ประกันการเดินทาง

  • วางดีลให้ตรงกับช่วงการจองล่วงหน้า 15–60 วันก่อนเดินทาง

  • เสนอแพ็กเกจ พักระยะยาวเชิงสุขภาพ หรือทริปเนิบๆ ในเมืองที่เดินทางง่าย มีบริการรับส่งระดับพรีเมียม และคอนเซียร์จในจุดหมาย

  • โฟกัสจุดหมายที่เชื่อมต่อสะดวก ช่วงฤดูกาลเดินทางหลัก ไตรมาส 1 และ 4 และเล่าเรื่องให้ชัดว่าทริปนี้ “สบายและปลอดภัย” แค่ไหน

หัวใจคือ การขายความสบายใจ บวกกับวัฒนธรรมและความละเอียดอ่อนของประสบการณ์

Gen X: นักเดินทางสายสมดุล ระหว่างความสบาย ความคุ้มค่า และเวลาครอบครัว

กลุ่ม Gen X (เกิดปี 1965–1980) เป็นเจเนอเรชันที่โดดเด่นด้านการบาลานซ์ทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งงาน ครอบครัว และเวลาพักผ่อน ทำให้สไตล์การท่องเที่ยวของพวกเขาเต็มไปด้วยคำว่า “คุ้มค่า ใช้ได้จริง และเป็นมิตรกับครอบครัว”

พวกเขานิยมวางแผนล่วงหน้าในระยะกลาง ไม่สั้นเกินไปแต่ไม่เร็วเกินจำเป็น เลือกเดินทางปลายปีเป็นหลัก จุดหมายต้องเดินทางง่าย เหมาะกับครอบครัว และโฟกัสประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ มากกว่าทริปโหดๆ ผจญภัยสุดตัว

พฤติกรรมหลักของ Gen X

  • การจองล่วงหน้า (Booking Behaviour)
    Gen X วางแผนทริปแบบ ระยะกลาง โดยการจองมากที่สุดกระจุกในช่วง 15–30 วัน ก่อนเดินทาง รองลงมาคือช่วง 8–14 วัน และ 31–60 วัน
    การจองแบบปุ๊บปั๊บ 0–3 วันก่อนบินมีสัดส่วนต่ำ สะท้อนนิสัยที่บาลานซ์ระหว่างการเตรียมตัวล่วงหน้าและการเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับความยืดหยุ่น

  • ช่วงเวลาเดินทาง (Traveling Period)
    ความต้องการเดินทางของ Gen X พีคชัดใน ไตรมาส 4 (31.1%) โดย เดือนธันวาคม คือจุดที่มียอดการจองและที่นั่งสูงที่สุด
    กลางปี (ไตรมาส 2 และ 3) ความต้องการเดินทางจะลดลง ก่อนค่อยๆ ฟื้นตัวตั้งแต่เดือนตุลาคม สะท้อนภาพการใช้วันหยุดปลายปีไปกับการท่องเที่ยวที่วางแผนไว้แล้ว

  • เส้นทางในประเทศ (Domestic Routes Preference)
    สำหรับเส้นทางในประเทศ Gen X นิยมเมืองใหญ่ที่พร้อมด้านการท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย อุดรธานี
    ปัจจัยหลักคือ การเดินทางสะดวก การเชื่อมต่อสนามบินดี เหมาะกับการพาเด็กหรือผู้สูงวัยไปด้วย มากกว่าทริปที่ต้องลุยเยอะๆ

  • เส้นทางต่างประเทศ (International Routes Preference)
    เมื่อต้องบินออกนอกประเทศ Gen X ยังโฟกัสเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย โดยจุดหมายยอดนิยมคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม
    เหตุผลสำคัญคือ ความสะดวก ความคุ้นเคย และบรรยากาศไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนในครอบครัวเพลิดเพลินได้

  • บริการเสริมและการอัปเกรด (Ancillaries & Upgrades)
    กลุ่มนี้มักเลือกซื้อบริการเสริมที่จำเป็น เช่น สัมภาระเพิ่มและประกันเดินทาง และมีแนวโน้มอัปเกรดที่นั่งมากขึ้นเมื่อเดินทางพร้อมครอบครัว
    พฤติกรรมแบบนี้สะท้อนความคิดที่ให้ความสำคัญกับ ความคุ้มค่า ความน่าเชื่อถือ และบริการที่ใช้ประโยชน์ได้จริง มากกว่าการอัปเกรดฟุ่มเฟือยแบบฉับพลัน

กลยุทธ์เข้าหา Gen X: ขาย “ความคุ้มค่า + ครอบครัวแฮปปี้”

เพื่อตอบโจทย์ Gen X พันธมิตรสายท่องเที่ยวควร:

  • เน้นกลยุทธ์การจองล่วงหน้าแบบ ระยะกลาง 15–30 วัน เป็นจุดยิงหลัก

  • สื่อสาร “คุณค่าที่ชัดเจน” มากกว่าดีลเร่งด่วนแบบหวือหวาแต่ใช้จริงไม่ค่อยได้

  • ออกแบบแพ็กเกจครอบครัวที่รวม เที่ยวบิน + สัมภาระ + ประกันเดินทาง เป็นชุดเดียว

  • เสนอออปชันอัปเกรดที่นั่งแบบเลือกเพิ่มได้เฉพาะทริปครอบครัว หรือไฟลต์ที่ใช้เวลานานหน่อย

  • ดันจุดหมายในประเทศและเส้นทางระยะใกล้ในเอเชียที่เดินทางง่าย และขายภาพ ทริปสบายๆ สไตล์ครอบครัว + ไลฟ์สไตล์ครบ ช่วงปลายปี

กับ Gen X คีย์เวิร์ดไม่ใช่ “ถูกที่สุด” แต่คือ “คุ้มที่สุดสำหรับทั้งบ้าน”

Millennials & Gen Y: สายสปอนเทเนียส ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และโปรโมชัน

สำหรับ Millennials / Gen Y (เกิดปี 1981–1996) การเดินทางไม่ใช่แค่พักผ่อน แต่คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และตัวตน พวกเขาเดินทางบ่อย ชอบลองอะไรใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากกว่าสินทรัพย์

สไตล์การวางแผนของกลุ่มนี้คือ สปอนเทเนียสอย่างมีเป้าหมาย ตัดสินใจเร็ว แต่ยังมองเรื่องความคุ้มค่าไปพร้อมกัน โดยมีโซเชียลมีเดียและคอนเทนต์ออนไลน์เป็นแรงผลักดันสำคัญ

พฤติกรรมหลักของ Millennials

  • การจอง (Booking Behaviour)
    กลุ่มนี้ชอบจองค่อนข้างใกล้วันเดินทาง โดยการจองกระจุกสูงสุดในช่วง 15–30 วัน ก่อนออกเดินทาง
    การจองระยะสั้นใกล้วันเดินทางก็ยังมีสัดส่วนสูง แสดงให้เห็นว่าแม้จะชอบความชัดเจนระดับหนึ่ง แต่ก็พร้อมลุยทริปปุบปับถ้าเจอดีลดีและคุ้มค่า

  • ช่วงเวลาการจองและเดินทาง (Booking & Traveling Period)
    Millennials เดินทางกระจายตลอดทั้งปี โดย:

    • ไตรมาส 1: 24.9%

    • ไตรมาส 2: 24.6%

    • ไตรมาส 3: 22.7%

    • พีคสูงสุดใน ไตรมาส 4 (27.9%) จากอานิสงส์วันหยุดปลายปี

    ไตรมาส 3 จะชะลอลงเล็กน้อย ก่อนฟื้นตัวชัดเจนตั้งแต่เดือนตุลาคม และเดือนธันวาคมกลายเป็นเดือนที่มียอดการจองที่นั่งสูงที่สุด

  • เส้นทางในประเทศ (Domestic Routes)
    ในไทย กลุ่มนี้ชอบเมืองที่ผสมระหว่างท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี
    โจทย์ของพวกเขาคือเมืองที่มีความหลากหลาย เดินทางสั้นๆ ได้ง่าย และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่พร้อม ทั้งคาเฟ่ ที่พัก และโลเคชันถ่ายรูปสวย

  • เส้นทางต่างประเทศ (International Routes)
    สำหรับทริปต่างประเทศ Millennials โฟกัสเส้นทางระยะใกล้ในเอเชียเหมือนกัน จุดหมายยอดฮิต ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม
    ปัจจัยหลักคือเสน่ห์ด้านไลฟ์สไตล์ ความสะดวกในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และแรงบันดาลใจจากคอนเทนต์ท่องเที่ยวบนโซเชียล

  • บริการเสริมและประสบการณ์ (Ancillaries & Experience Preference)
    แม้จะเดินทางบ่อย แต่ค่าใช้จ่ายต่อการจองของกลุ่มนี้อยู่ในระดับ ปานกลาง และเน้นความคุ้มค่า
    พวกเขา ไม่ค่อยอัปเกรดที่นั่ง แต่ซื้ออาหารบนเครื่อง บริการเสริม และบริการรับส่งสนามบินอย่างสม่ำเสมอ เลือกลงทุนกับสิ่งที่ช่วยให้ประสบการณ์ดีขึ้นจริง เช่น ความสะดวก ความสนุก และโมเมนต์ที่ “ถ่ายรูปแล้วแชร์ได้” มากกว่าความหรูหรา

โอกาสสำหรับพันธมิตร: ถ้าอยากได้ใจ Millennials ต้องเร็ว โดน และแชร์ได้

สำหรับกลุ่มนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวควรโฟกัสไปที่:

  • แคมเปญ Flash Sales และดีลระยะสั้นที่ยิงตรงเข้า “หน้าต่างการตัดสินใจ” ช่วง 15–30 วันก่อนเดินทาง

  • โปรโมชันแบบ สะสมพอยต์ หรือรางวัลที่เห็นผลชัดเมื่อเดินทางบ่อย

  • แพ็กเกจที่พักและประสบการณ์แบบ “ถ่ายรูปสวย แชร์แล้วปัง” เช่น โรงแรมดีไซน์เก๋ คาแรกเตอร์ชัด หรือโลเคชันที่เป็นแลนด์มาร์กบนโซเชียล

  • แพ็กเกจ Workation ที่ยืดหยุ่น เช็กอินทำงานได้ เช็กเอาต์ไปเที่ยวต่อแบบไม่สะดุด

  • บริการเสริมอย่างอาหารและรถรับส่งสนามบินที่จองง่ายในแอปเดียว

  • การผสานกิจกรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ มีศักยภาพในการเป็นกระแส เช่น ทัวร์ลับ ร้านโลเคชันลับ หรือกิจกรรมที่เล่าเรื่องลงโซเชียลได้อย่างมีสตอรี่

หัวใจของ Millennials คือประสบการณ์ที่เล่าเรื่องได้ และดีลที่รู้สึกว่าฉลาดเลือก

AirAsia MOVE: ข้อเสนอท่องเที่ยวที่จูนตรงทุกเจเนอเรชัน

เพื่อรองรับพฤติกรรมที่แตกต่างกันของ Baby Boomers, Gen X และ Millennials ทาง AirAsia MOVE เดินหน้าปั้นข้อเสนอแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมทั้ง เที่ยวบิน โรงแรม และแพ็กเกจ SNAP! (เที่ยวบิน+โรงแรม)

ข้อเสนอเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การวางแผนทริปของทุกเจเนอเรชัน ง่ายขึ้น คุ้มค่าขึ้น และสอดคล้องกับสไตล์การเดินทางของตัวเอง โดยทั้งหมดสามารถจองได้ผ่านแอป AirAsia MOVE เพียงช่องทางเดียว

ผู้ใช้สามารถ:

  • จองเที่ยวบินแอร์เอเชียในราคาพิเศษ ที่ถูกกว่าช่องทางอื่นบางประเภท

  • รับส่วนลดโรงแรมประจำเดือนด้วยโค้ดโปรโมชันที่กำหนด

  • ใช้ส่วนลดพิเศษสำหรับแพ็กเกจเที่ยวบิน+โรงแรมในช่วงวันที่กำหนดตามเงื่อนไข

  • เลือกข้อเสนอเพิ่มเติมจากสายการบินพันธมิตรหลากหลายเจ้า เพื่อเพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าในการเดินทาง

แนวคิดคือทำให้ทุกวันเป็น “วันพร้อมออกเดินทาง” ไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัว ทริปสุขภาพ หรือทริปสายคอนเทนต์

แพลตฟอร์มเดียว ครอบคลุมทุกสไตล์การเดินทาง

AirAsia MOVE วางตัวเองเป็นแพลตฟอร์มจองการเดินทางแบบครบวงจรในแอปเดียว ที่รองรับ:

  • การจองเที่ยวบินจากมากกว่า 700 สายการบินทั่วโลก

  • ตัวเลือกโรงแรมมากกว่า 1 ล้านแห่ง ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่บัดเจ็ตไปจนถึงพรีเมียม

ไม่ว่าคุณจะเป็น Baby Boomer ที่ให้ความสำคัญกับความสบาย Gen X ที่ต้องบาลานซ์ครอบครัวและความคุ้มค่า หรือ Millennials ที่ไล่ล่าประสบการณ์ใหม่ๆ AirAsia MOVE ต้องการเป็นเครื่องมือให้ทุกคน ออกแบบทริปในแบบของตัวเองได้ง่ายที่สุด

ไม่ว่าจะโฟกัสที่:

  • ความสะดวกสบาย

  • ความคุ้มค่า

  • ความยืดหยุ่น

  • หรือการออกไปค้นพบโลกใหม่ๆ

ดาต้าจากพฤติกรรมการจองของแต่ละเจเนอเรชัน กำลังถูกแปลงเป็นดีล แพ็กเกจ และประสบการณ์ ที่ทำให้การเดินทางในปี 2025 ของคุณ ฉลาดขึ้น สนุกขึ้น และตรงใจมากขึ้นกว่าที่เคย