แม้ชื่อของ BTS จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์วงการเพลงโลกในฐานะวงที่สร้างปรากฏการณ์ระดับสากล แต่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้น กลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน ความคาดหวัง และภาระทางอารมณ์ที่สมาชิกแต่ละคนต้องแบกรับเอาไว้เงียบๆ โดยหนึ่งในเสียงที่ออกมาเล่าถึงช่วงเวลานั้นอย่างตรงไปตรงมาคือ j-hope สมาชิกผู้เป็นพลังบวกของวง
j-hope ได้เปิดใจถึงประสบการณ์ด้านจิตใจและอารมณ์ในช่วงที่ BTS กำลังโด่งดังสุดขีด ระหว่างการเป็นแขกรับเชิญในรายการวาไรตี้ชื่อดัง Pinggyego ซึ่งดำเนินรายการโดยพิธีกรระดับชาติอย่าง Yoo Jae Suk บทสนทนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าถึงความสำเร็จ แต่เป็นการเผยด้านที่เปราะบางของชีวิตศิลปินที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น 💭
เมื่อคำถามธรรมดา กลายเป็นประตูสู่ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
ระหว่างรายการ Yoo Jae Suk ได้ถามคำถามที่ดูเรียบง่ายว่า “สิ่งที่ยากที่สุดในการทำอาชีพนี้คืออะไร” แต่สำหรับ j-hope คำถามนั้นกลับพาเขาย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความกดดันอย่างมหาศาล โดยเฉพาะช่วงประมาณปี 2018 ซึ่งเป็นปีที่ BTS พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดของชื่อเสียงระดับโลก
ในเวลานั้น BTS ไม่ได้เป็นเพียงวง K-pop แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในยุโรปและอเมริกา พวกเขาขึ้นแสดงบนเวทีระดับโลก คว้ารางวัลมากมาย และมีแฟนเพลงจากทุกมุมโลก แต่ในขณะเดียวกัน แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน 🌍

ความสำเร็จที่มาพร้อมความกลัว
j-hope เล่าว่า ในช่วงเวลานั้นเขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความรักและความสนใจที่ได้รับนั้นมากเกินไปหรือไม่ เขาเริ่มรู้สึกว่าการถูกจับตามองจากสายตาของผู้คนทั่วโลกไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเสมอไป
เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ช่วงประมาณปี 2018 วง BTS ได้รับความรักมากมายจนผมเริ่มสงสัยว่าเราสมควรได้รับความสนใจมากขนาดนี้ไหม และสายตาที่คนอื่นมองเข้ามาก็เริ่มกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว”
คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงอีกด้านหนึ่งของความสำเร็จ ที่ไม่ได้มีเพียงเสียงปรบมือ แต่ยังเต็มไปด้วยความคาดหวังที่หนักอึ้งและความกลัวว่าจะทำพลาดหรือไม่ดีพอ 😔
เมื่อเสียงตอบรับที่ดี กลายเป็นความท่วมท้น
สิ่งที่หลายคนอาจไม่คาดคิดคือ แม้เสียงตอบรับที่ดีจะเป็นสิ่งที่ศิลปินใฝ่ฝัน แต่เมื่อมันมากเกินไป กลับสามารถกลายเป็นภาระทางอารมณ์ได้ j-hope อธิบายว่า แม้โดยปกติการได้รับการยอมรับจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ในช่วงเวลานั้นมันกลับรู้สึก “ท่วมท้นเกินไป”
เขายอมรับว่า ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาเพียงคนเดียว สมาชิกคนอื่นๆ ของ BTS เองก็มีช่วงเวลาที่จิตตกและต้องเผชิญกับความเปราะบางทางอารมณ์เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบไม่เคยถูกพูดถึงในที่สาธารณะ 💔

เบื้องหลังรอยยิ้มของ BTS
ภาพลักษณ์ของ BTS ในสายตาผู้ชมทั่วโลก คือวงที่เต็มไปด้วยพลังบวก รอยยิ้ม และแรงบันดาลใจ แต่ j-hope ย้ำว่า เบื้องหลังภาพเหล่านั้น สมาชิกแต่ละคนก็เป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีความกลัว ความไม่มั่นใจ และวันที่อ่อนแอไม่ต่างจากใคร
การต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ หมายถึงการไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด และต้องแบกรับความคาดหวังจากแฟนเพลง สื่อ และอุตสาหกรรมดนตรีในเวลาเดียวกัน สิ่งเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยตรง 🧠
Love Yourself ไม่ใช่แค่ข้อความถึงแฟนเพลง
หนึ่งในสิ่งที่ช่วยพา BTS ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้ คือแนวคิด Love Yourself ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของผลงานและข้อความที่วงสื่อสารกับแฟนเพลงทั่วโลก
j-hope เล่าว่า แนวคิดนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ฟังเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่สมาชิกวงเองต้องนำกลับมาใช้กับตัวเองด้วย เขากล่าวว่า
“ไอเดียนี้ไม่ใช่แค่สำหรับคนอื่นเท่านั้น แต่เรายังนำมันมาใช้ได้ด้วย”
เมื่อพวกเขาเริ่มโอบรับแนวคิดนี้อย่างแท้จริง มันก็กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาค้นพบความแข็งแกร่งจากภายใน ✨
การเขียนเพลงในฐานะการเยียวยาใจ
สำหรับ BTS และ j-hope การเขียนเพลงไม่ใช่แค่การสร้างผลงานเพื่อความบันเทิง แต่เป็นกระบวนการเยียวยาและทำความเข้าใจกับอารมณ์ของตัวเอง
j-hope อธิบายว่า แม้พวกเขาจะเป็นผู้ส่งผ่านข้อความ Love Yourself ไปยังแฟนเพลง แต่ในขณะเดียวกัน นั่นก็เป็นข้อความที่พวกเขาเองต้องได้ยินเช่นกัน การถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทเพลงช่วยให้สมาชิกวงได้เรียนรู้ เติบโต และรับมือกับอารมณ์ที่ซับซ้อนในช่วงเวลานั้น 🎶

Yet To Come และช่วงเวลาหยุดพักของ BTS
BTS ปล่อยผลงานร่วมกันล่าสุดอย่าง Yet To Come ในปี 2022 ก่อนที่สมาชิกจะทยอยเข้ารับราชการทหารและหันไปโฟกัสกับผลงานเดี่ยวของตัวเอง ช่วงเวลานี้ถูกมองว่าเป็นการหยุดพักที่จำเป็น ทั้งในแง่ร่างกายและจิตใจ
การได้แยกย้ายไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ทำให้สมาชิกแต่ละคนมีโอกาสทบทวนตัวตน ความต้องการ และความสัมพันธ์กับดนตรีและการเป็นศิลปิน 💜
การกลับมารวมตัวอีกครั้งหลังปลดประจำการ
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สมาชิก BTS ทุกคนได้ปลดประจำการครบแล้ว ซึ่งเป็นข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเพลงทั่วโลก โดย j-hope ได้อัปเดตถึงการเตรียมคัมแบ็กของวงอย่างจริงใจ
เขาเผยว่า แม้จะตื่นเต้นกับการกลับมาทำกิจกรรมวง แต่ก็มีความกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันครบทั้ง 7 คนมานานเกือบ 3–4 ปี การกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งจึงต้องอาศัยการปรับตัวและความเข้าใจซึ่งกันและกันมากกว่าที่เคย 🔄
ความตั้งใจที่จะทำให้การกลับมาครั้งนี้ดีที่สุด
j-hope กล่าวอย่างจริงใจว่า เขาคิดอยู่บ่อยๆ ว่าจะทำงานร่วมกับสมาชิกคนอื่นอย่างไรให้ราบรื่นที่สุดเมื่อกลับมารวมตัวกัน เพราะเวลาที่ผ่านไปทำให้ทุกคนเติบโตและเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวเอง
“ผมอยากทำให้มันดี” ประโยคสั้นๆ นี้สะท้อนถึงความตั้งใจ ความห่วงใย และความรับผิดชอบที่เขามีต่อวงและแฟนเพลงอย่างแท้จริง 💜

การพูดถึงสุขภาพจิตในวงการ K-pop
การที่ j-hope ออกมาเปิดใจพูดถึงปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพจิตในวงการ K-pop ซึ่งมักถูกคาดหวังให้ศิลปินดูสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ
คำพูดของเขาช่วยย้ำเตือนว่า แม้จะประสบความสำเร็จเพียงใด ศิลปินก็ยังต้องการความเข้าใจ พื้นที่ปลอดภัย และการดูแลจิตใจไม่ต่างจากคนทั่วไป 🌱
เรื่องราวที่ j-hope เปิดเผย ไม่ใช่เพียงการเล่าถึงความยากลำบากในอดีต แต่เป็นการส่งสารสำคัญถึงทุกคนว่า ความสำเร็จไม่ได้ลบล้างความเปราะบางของมนุษย์
จากช่วงเวลาที่ BTS โด่งดังที่สุด
สู่ความกดดันที่ถาโถม
และการยึดมั่นในแนวคิด Love Yourself เพื่อประคองใจตัวเอง
คำพูดของ j-hope ทำให้แฟนเพลงได้เห็นอีกด้านหนึ่งของศิลปินที่พวกเขารัก และย้ำเตือนว่า การรักตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นกระบวนการที่ต้องเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน
ในวันที่ BTS กำลังเตรียมกลับมาอีกครั้ง เสียงเปิดใจของ j-hope จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวในอดีต แต่เป็นรากฐานสำคัญของการเดินต่อไปอย่างแข็งแรงและจริงใจ ทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง 💜✨

