รับแอปรับแอป

เมื่อต้องตายวนลูป 13 คืน: อ่าน Until Dawn เวอร์ชันหนังสยองแล้วขนลุกเป็นวงกลม

วรพล ศรีรุ่ง01-29

คืนอาทิตย์เหงา ๆ กับหนังสยองจากเกมดัง

เย็นวันอาทิตย์ที่อากาศชื้น ๆ แบบนี้ ขอหยิบหนังสยองขวัญขึ้นมาดูหลังจากดองเน็ตฟลิกซ์ไว้นานเกินไป เรื่องที่เลือกคือเวอร์ชันภาพยนตร์ของเกมดัง Until Dawn แต่ในฐานะคนที่ไม่เคยเล่นเกม ไม่เคยดูแคสต์ ไม่รู้อะไรล่วงหน้าเลย ก็เลยตัดสินใจดูแบบ มือใหม่สุด ๆ วัดกันไปเลยว่าหนังอย่างเดียวจะเอาอยู่ไหม

จุดเริ่มต้น: ตามหาน้องสาวที่หายไปกลางป่า

โครงเรื่องเปิดมาด้วยกลุ่มเพื่อนห้าคนออกทริปไปยังพื้นที่ห่างไกล เพื่อสืบเบาะแสการหายตัวไปของ เมลาณี น้องสาวของ โคลเวอร์ ที่ขาดการติดต่อไปกว่าหนึ่งปี

สิ่งเดียวที่โคลเวอร์มี คือร่องรอยในคลิปวิดีโอที่เมลาณีเคยอัดไว้และส่งมาให้ก่อนจะหายตัวไป เธอเลยชวนเพื่อนอีกสี่คนมาร่วมภารกิจสืบลึกลับครั้งนี้ เรียกว่าไปกันครบทุก archetype ของกลุ่มเด็กวัยรุ่นในหนังสยอง

  • แมกซ์: แฟนหนุ่มที่กำลังมีปัญหาคาใจกับโคลเวอร์ ความสัมพันธ์ฝืด ๆ นี่แหละตัวดี ทำให้ตึงเครียดตั้งแต่ยังไม่ทันเจอผี

  • นิหน่า: ผู้หญิงสายแข็งของกลุ่ม เท่และแกร่งแบบที่เหมือนจะรับมือทุกดราม่าได้

  • เอ๊บ: หนุ่มดวงซวยประจำเรื่อง ที่โชว์ให้เห็นตั้งแต่แรกว่า “กูจะตายก่อนเพื่อนแน่ ๆ”

  • เมแกน: สาวเชื้อสายเอเชียที่ดูนิ่ง ๆ แต่พกสกิลรับสัญญาณเหนือธรรมชาติมาด้วยแบบเต็มสตรีม

ทั้งหมดเดินตามเบาะแสไปจนถึงบ้านหลังหนึ่งกลางความมืด มาตรฐานหนังสยอง: บ้านกลางป่าที่ไม่มีใครควรเข้าไป แต่นางก็ยังเข้า

คืนติดลูปในบ้าน: ตายซ้ำ ตายวน ตายกันอย่างโหด

คืนนั้นทุกคนติดอยู่ในบ้าน และตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา หนังเปลี่ยนโหมดเต็มตัวเข้าสู่ความโหดแบบไม่ให้พักหายใจ เพราะ ทุกคนตายอย่างน่าอนาถใจมาก

  • เอ๊บ ถูกจัดหนักด้วยการถูกหั่นครึ่งตัวแบบไม่เหลือมูฟออน

  • แมกซ์ โดนแทงตาทะลุกะโหลก ทรงนี้คือไม่เหลือพื้นที่ให้จินตนาการต่อ

แล้วเรื่องมันไม่ได้จบที่ตายแล้วจบนะ เพราะทุกคืนพวกเขาจะเหมือนถูกรีเซ็ตให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และพยายามหนีตายอีกรอบ วนไปแบบนี้ซ้ำ ๆ

ข้อมูลที่พอจะสรุปได้จากการตายวนของแต่ละวันคือ ถ้าอยากรอดออกไปจากนรกวนลูปนี้ ทุกคนต้องมีชีวิตให้ผ่านช่วงเวลานาฬิกาทราย ให้ได้ในแต่ละคืน

ยิ่งกว่านั้น บางคืนตัวละครบางคน รอดได้ แต่กลับเลือกฆ่าตัวตายเอง เพื่อให้สามารถ “ไปต่อด้วยกัน” แบบกลุ่ม เรียกว่าไม่ใช่แค่หนีตาย แต่ยังมีความดราม่าความสัมพันธ์ให้คิดตามด้วย

วิธีตายพิสดาร: แค่ดื่มน้ำก็ระเบิด

หนังไม่หยุดอยู่ที่การฆ่าแบบธรรมดา แต่ใส่ไอเดียตายแบบหลุดโลกเข้ามาอย่างดุเดือด โดยเฉพาะ วิธีตายด้วยน้ำ ที่ค่อนข้างจำติดตา

  • ถ้าดื่มน้ำมากเกินไป ร่างจะระเบิดทั้งตัวในทีเดียว

  • ถ้าดื่มทีละนิด ก็จะค่อย ๆ ระเบิดออกเป็นชิ้นส่วนไปทีละส่วน

และถ้าใครคิดว่าจะหนีออกจากบ้านแล้วรอดไปได้สบาย ๆ พอกลับไปถึงถนนหลักใกล้บ้าน จะพบกับ เงาสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ ยืนเฝ้าอยู่ข้างนอก พร้อมสังหารทุกคนที่พยายามหนี

สรุปคือ จะอยู่ก็ตาย จะหนีก็ไม่รอด บรรยากาศเรื่องเลยยิ่งอึดอัดทบซ้อนเข้าไปอีก

ความลับของเหมืองเก่า และหมอผู้ไม่เคยคิดจะรักษาใครจริง ๆ

เมื่อเรื่องค่อย ๆ คลี่คลาย ทุกคนเริ่มรวมชิ้นส่วนข้อมูลได้ว่าพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่นั้น เคยเป็นบริเวณเหมืองเก่าที่เคยเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่ คนตายไปมากกว่า 100 ศพ เพราะขุดเหมืองลึกเกินจนถล่มมาทับคนงาน

คนที่เข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตในอดีตมีชื่อว่า ด็อกเตอร์อลัน ฮิล แต่แทนที่เขาจะทำหน้าที่แพทย์ผู้ช่วยชีวิตคน เขากลับลากผู้รอดชีวิตไปเป็น หนูทดลอง แทน

ในวิดีโอเทปเก่า ๆ ที่กลุ่มวัยรุ่นได้เจอ ถูกบันทึกภาพของผู้ที่เคยถูกทดลองไว้ ซึ่งประสบการณ์ที่คนเหล่านั้นเคยเจอนั้น เหมือนเป๊ะกับสิ่งที่วัยรุ่นกลุ่มนี้กำลังเผชิญอยู่

ด็อกเตอร์ฮิลมีความเชื่อสุดโต่งว่า

  • การดันมนุษย์ให้ตกอยู่ในความกลัวสุดขั้ว

  • จะทำให้มนุษย์ค่อย ๆ กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดที่เขาเรียกว่า Wendingo

ตามบันทึก คนที่ถูกทดลองจะอยู่ได้ไม่เกิน 11 วัน ก่อนจะกลายร่างเป็นเวนดิงโก้อย่างสมบูรณ์ นั่นหมายความว่า เวลา คือศัตรูตัวฉกาจของทุกคนในบ้านหลังนี้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าไป

คืนที่ 13: เมื่อเวลาไม่ตรงกับความทรงจำ

เรื่องเดินมาถึงจุดที่เริ่มทำให้คนดูรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลกับ “เวลา” ในบ้านหลังนี้

เพื่อนหลายคนยืนยันว่าคืนนั้นคือ คืนที่ 5 ของการติดอยู่ในบ้าน แต่ นิหน่า กลับบอกว่า นี่คือคืนที่ 13 แล้ว เธออ้างอิงจากสมุดที่เธอเขียนชื่อทุกคืน ก่อนที่ตัวเองจะตายในแต่ละรอบ

จุดสำคัญคือ ในบันทึกที่ผ่านมา ไม่มีใครเคยเขียนชื่อข้ามคืนที่ 13 ได้เลย ทุกคนจะกลายร่างเป็นเวนดิงโก้ในคืนนี้ทั้งหมด ดังนั้นคืนนี้จึงเป็นเหมือน โอกาสสุดท้าย ที่จะหนีออกจากฝันร้ายนี้ให้ได้จริง ๆ

แม้ทุกคนจะจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ไม่ชัด แต่เอ๊บก็เปิดคลิปจากโทรศัพท์ให้ดู เป็นหลักฐานว่าพวกเขาเคยผ่านอะไรมาแล้วบ้าง

คลิปที่เห็นมีตั้งแต่ฉากที่

  • โคลเวอร์โดนผึ้งใช้ใบหน้าเป็นรูทางเข้าแบบสยองสุดขีด

  • เสียงไซเรนดังทั้งเมืองแบบโลกกำลังพัง

  • และมีภาพด็อกเตอร์อลัน ฮิล เดินเข้ามาพลิกศพของทุกคนอย่างเยือกเย็น

พูดง่าย ๆ คือพวกเขา ตายมาหลายรอบจนจำไม่ได้แล้ว ว่านี่คือรอบที่เท่าไหร่ของการวนลูป

โคลเวอร์: หัวใจของความกลัว และเครื่องยนต์ของสัตว์ประหลาด

ถึงจุดหนึ่งของเรื่อง โคลเวอร์ได้เผชิญหน้ากับ ด็อกเตอร์อลัน ฮิล แบบตัวต่อตัว ในห้องสนทนาที่เหมือนห้องรับคำปรึกษาทางจิต แต่บรรยากาศกลับน่ากลัวกว่านั้นมาก

หมอเริ่มเล่าประวัติการรักษาของเธอออกมาแบบละเอียด

  • เธอมีภาวะซึมเศร้ารุนแรง

  • เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วสองครั้งแต่ไม่สำเร็จ

  • มีภาวะวิตกกังวลในระดับหนัก

พื้นที่สยองขวัญแห่งนี้ทำหน้าที่เหมือน ตัวขยายสัญญาณ ดึงเอาความกลัวและความวิตกของโคลเวอร์ออกมาแล้วปั้นให้กลายเป็นรูปธรรมในโลกจริง สิ่งที่เธอกลัวจึงไม่ใช่แค่ภาพในหัว แต่ถูกขยายจนกลายเป็นสัตว์ประหลาดและเหตุการณ์สยองที่ทุกคนต้องเจอ

พูดอีกแบบคือ โคลเวอร์กลายเป็นเหมือนมอเตอร์ที่ขับเคลื่อนให้ความสยองทั้งหมดทำงาน ถ้าไม่มีความกลัวของเธอ ทุกอย่างอาจไม่เกิดขึ้นในรูปนี้ด้วยซ้ำ

แล้วจุดหักลำเล็ก ๆ แต่สะใจคนดูก็เกิดขึ้นระหว่างการคุย โคลเวอร์ใช้จังหวะหนึ่งผลักแก้วกาแฟของหมอให้โดนน้ำที่หยดลงมาจากเพดาน น้ำหยดผสมกาแฟนี้กลายเป็นกับดัก หมอดื่มเข้าไปแล้ว ร่างระเบิด แบบเดียวกับที่เธอและเพื่อนเคยเจอมาก่อนหน้า

การระเบิดของหมอคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พวกเขาหลุดจากลูปนรกในที่สุด

สรุป: เมื่อความกลายเป็นสัตว์ประหลาดไล่ล่าเราเอง

ถ้าดูแบบไม่รู้มาก่อนว่าเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเกม จะสัมผัสได้ชัดมากว่าหนังเล่นกับประเด็น “ความกลัวภายในมนุษย์” ได้ตรงและดิบไม่เบา

  • บ้านหลังนี้คือกับดักทางจิตที่บิดเวลา

  • การตายซ้ำ ๆ คือการทดสอบขีดจำกัดของใจคน

  • เวนดิงโก้ไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาด แต่คือผลลัพธ์ของความกลัวที่ถูกเร่งปฏิกิริยา

ที่น่าสนใจคือ ตัวละครที่เหมือนเหยื่อที่สุดอย่างโคลเวอร์ กลับเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อโลกสยองใบนี้มากที่สุดเช่นกัน เธอทั้งเป็นแหล่งพลังให้ความสยองทำงาน และในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่หาทางตัดวงจรนรกนี้ได้ด้วยตัวเอง

Until Dawn เวอร์ชันหนังสยองจึงไม่ได้พาเราแค่หนีผีในบ้านกลางป่า แต่ลากเราไปสำรวจด้านมืดในจิตใจ ที่บางครั้งน่ากลัวกว่าสัตว์ประหลาดในเงามืดเสียอีก