Matterhorn เมืองในฝันที่เหมือนหลุดออกมาจากโปสการ์ด
ลองจินตนาการว่า ตื่นเช้ามาแล้วเปิดม่านออกไป เห็นยอดเขา Matterhorn ทรงพีระมิดตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
รอบตัวคือบ้านไม้ชาเลต์สุดอบอุ่น ท่ามกลางป่าสนเขียว ๆ เงียบสงบเหมือนโลกอีกใบหนึ่ง เป็นการชาร์จแบตให้ชีวิตแบบที่แค่ได้มาอยู่ก็รู้สึกว่าคุ้มแล้ว
รู้จัก Zermatt สวรรค์ปลอดรถยนต์ของสายเดินเขา
Matterhorn ตั้งอยู่ใกล้เมืองเล็ก ๆ ชื่อ Zermatt ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองนี้มีเสน่ห์มากเพราะเป็นเขต ปลอดรถยนต์น้ำมัน จริงจัง
ในเมืองจะมีแค่
รถไฟฟ้าขนาดเล็ก
แท็กซี่ไฟฟ้า
รถม้า
ผลคืออากาศดี เงียบสงบ และบรรยากาศชิลสุด ๆ ถ้าจะเข้าเมืองต้องนั่งรถไฟเท่านั้น ทำให้ฟีลเหมือนเดินอยู่เมืองรีสอร์ตกลางเขาแบบแท้จริง
Matterhorn ในฤดูใบไม้ร่วงคือมุมโรแมนติกสุด ๆ ทุ่งหญ้าสีทองโอบล้อมยอดเขา ให้ฟีลเดินป่าช้า ๆ แล้วหยุดนั่งมองวิวได้แบบไม่รู้เบื่อ
เดินทางไป Zermatt ยังไงให้ลื่นไหล
การมาถึง Zermatt ไม่ยากเลย แถมวิวระหว่างทางยังสวยจนต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายตลอดทาง
วิธีเดินทางหลัก ๆ คือ
บินเข้าประเทศสวิตเซอร์แลนด์: ลงสนามบินใหญ่ เช่น Zurich (ZRH) หรือ Geneva (GVA)
นั่งรถไฟของ SBB: จากเมืองใหญ่ต่อรถไฟไปยัง Visp หรือ Brig
เปลี่ยนขบวนเป็น Matterhorn Gotthard Bahn: จาก Visp/Brig ขึ้นรถไฟท้องถิ่นสายนี้ต่อเข้า Zermatt
ทริกสำคัญ: ถ้าใช้ Swiss Travel Pass การเดินทางด้วยรถไฟจะสะดวกมาก และครอบคลุมเส้นทางส่วนใหญ่ แถมได้นั่งชมวิวภูเขา แม่น้ำ หุบเขาแบบจุก ๆ ไปตลอดทาง
กระเช้าลอยฟ้าที่ Zermatt คืออีกหนึ่งไฮไลต์ เพราะได้เห็น Matterhorn แบบ วิวพาโนรามา 360° โดยไม่ต้องเดินให้เหนื่อย ใครเน้นรูปสวย ๆ ต้องลอง
เลือกที่พักยังไงให้ได้วิว Matterhorn แบบจัง ๆ
ที่ Zermatt มีที่พักให้เลือกเยอะมาก แต่ถ้าอยากได้นอนมอง Matterhorn จากเตียงตัวเอง ต้องวางแผนนิดนึง
แนวทางเลือกที่พัก:
โรงแรม/อพาร์ตเมนต์สไตล์ Chalet
เลือกห้องที่มีคำว่า “Matterhorn View” มักจะได้ห้องที่หันหน้าเข้าหายอดเขาโดยตรงทำเลบนเนินเขา
ถ้าเลือกที่พักที่อยู่สูงหน่อยหรือห่างจากสถานีรถไฟออกมาเล็กน้อย มักจะได้วิวโล่ง ๆ เห็นทั้งหมู่บ้าน + Matterhorn แบบไม่มีตึกบังเช่าบ้านทั้งหลัง (Chalet)
เหมาะกับสายครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน อยากใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น ทำอาหารกินเอง ชิลยาว ๆ หลายคืน
สายวิวห้ามพลาด: จุดชม Matterhorn ที่ต้องไปให้ได้
ถ้ามาแล้วเห็น Matterhorn แค่จากตัวเมืองอย่างเดียว บอกเลยว่ายังไม่สุด ต้องลองขึ้นเขาไปตามจุดชมวิวต่าง ๆ เหล่านี้
Gornergrat (กอร์เนอร์กราต)
นั่งรถไฟไต่เขา Gornergrat Bahn ขึ้นไปถึงราว ๆ 3,089 เมตร จากตรงนี้จะเห็น Matterhorn ชัดแบบเต็มตา พร้อมวิวธารน้ำแข็ง Gorner Glacier ที่อลังการมากMatterhorn Glacier Paradise
ขึ้นกระเช้าไปถึงระดับความสูงราว 3,883 เมตร ถือเป็นหนึ่งในจุดที่เข้าถึงได้ด้วยกระเช้าที่สูงที่สุดในยุโรป มีทั้งถ้ำน้ำแข็งและวิว 360 องศา รอบตัวคือทะเลภูเขาแบบสุดจริง
เส้นทางแถว Riffelseeweg คือจุดเริ่มต้นของภารกิจล่า “เงากระจก” ของ Matterhorn ที่ทั้งเดินง่ายและวิวดีแบบเกินคุ้ม
ตามรอยมุมรูปสวย: เส้นทางเดินป่าใกล้เมือง
รอบ Zermatt มีเส้นทางเดินเขาที่ไม่โหดมาก แต่ให้วิวสวยระดับโปสการ์ด โดยเฉพาะช่วง ปลายกันยายน – ตุลาคม ที่ภูเขาเปลี่ยนสีเป็นทองทั้งแถบ
เส้นทางแนะนำ:
Riffelalp – Riffelsee
เส้นนี้เดินไม่ยาก แต่วิวดีมาก หลายช่วงจะเห็น Matterhorn ตั้งอยู่ตรงกลางหุบเขาแบบในรูป ที่ปลายทางคือ ทะเลสาบ Riffelsee ที่มีเงาสะท้อน Matterhorn บนผิวน้ำ ถ้าวันไหนลมสงบ บอกเลยว่าสวยเหมือนภาพวาดบริเวณ Furi หรือ Blatten
ถ้าเน้นฟีลหมู่บ้านชาเลต์ ทุ่งหญ้า และ Matterhorn เป็นฉากหลัง ลองเดินเส้นที่ระดับความสูงไม่มากแถวนี้ จะได้ทั้งฟีลเดินเล่นและวิวโคซี่ ๆ ไปพร้อมกัน
ช่วงเวลาทองสำหรับถ่ายรูป:
เช้ามาก ๆ: แสงนุ่ม เงาสะท้อนบนผิวน้ำชัด
บ่ายแก่ ๆ: แสงเฉียงตกกระทบเนินเขา ทำให้สีทองของทุ่งหญ้าดูมีมิติ และยอด Matterhorn ดูเด่นชัดขึ้น
บรรยากาศบนทางเดินไป Riffelsee คือโลกอีกใบหนึ่ง แม้จะหนาวแต่ทุกก้าวคือวิวที่อยากหยุดถ่ายรูปไปตลอดทาง
ไปฤดูไหน วิวแบบไหนรออยู่
แต่ละฤดูของ Zermatt ให้ฟีล Matterhorn ไม่เหมือนกัน เลือกตามสไตล์ที่ชอบได้เลย
ฤดูร้อน (มิถุนายน – กันยายน)
เหมาะกับสายเดินป่าเต็มตัว ทางเปิดเยอะ อากาศสบาย ต้นไม้เขียวขจี เดินไปทางไหนก็สดชื่นฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม)
คือฟีลเดียวกับภาพทุ่งหญ้าสีทองเลย ช่วงนี้จะมี Golden Autumn ทุ่งหญ้ากลายเป็นสีทอง ต้นสน Larch เปลี่ยนเป็นสีเหลือง วิวเดินป่าสวยมาก อากาศเย็นสบาย เดินได้นานไม่เหนื่อยง่ายฤดูหนาว (ธันวาคม – เมษายน)
โลกของสายสกีและสโนว์บอร์ด เมืองถูกคลุมด้วยหิมะสีขาว Matterhorn ก็กลายเป็นยอดเขาหิมะเต็มตัว บรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบ
ช่วงใบไม้ร่วงคือจังหวะที่ Matterhorn เหมือนสวมชุดสีทอง ต้นสนเปลี่ยนสีตัดกับหิมะบนยอดเขา สวยแบบสะกดสายตา
ทำความรู้จักเส้นทาง 5 ทะเลสาบสุดปัง
ถ้าพูดถึงเส้นทางเดินป่าใน Zermatt ที่ทั้งดัง ทั้งสวย และทั้งถ่ายรูปมัน มือใหม่ก็เดินได้ ต้องยกให้ Five Lakes Walk (5-Seenweg)
ระหว่างทางจะผ่านทะเลสาบอัลไพน์ทั้งหมด 5 แห่ง โดยแต่ละแห่งมีคาแรกเตอร์ต่างกันไป
Stellisee (สเตลลิเซ)
ทะเลสาบในตำนานที่ขึ้นชื่อว่าเป็น มุมเงาสะท้อน Matterhorn ที่สวยสุด ถ้าไปเช้าตรู่ก่อนลมมา ผิวน้ำจะนิ่งเหมือนกระจก ภาพที่ได้คือยอดเขาสะท้อนกลับแบบเป๊ะมากGrindjisee (กรินจิเซ)
บรรยากาศเงียบ ๆ รายล้อมด้วยพุ่มไม้และพืชหายาก ฟีลออกแนวลึกลับ เป็นธรรมชาติแบบดิบ ๆ หน่อยGrünsee (กรึนเซ)
ทะเลสาบสีเขียวสมชื่อ ถึงจะไม่สะท้อน Matterhorn แบบเป๊ะ ๆ แต่เหมาะมากสำหรับหยุดพักกินข้าวกลางวัน นั่งชิลดูวิวภูเขารอบ ๆMoosjisee (มูสจิเซ)
น้ำในทะเลสาบเป็นสีเทอร์ควอยซ์อมเขียวแบบนม ๆ เกิดจากตะกอนธารน้ำแข็ง สีไม่เหมือนที่ไหน ถ่ายรูปคู่กับ Matterhorn แล้วคอนทราสต์สวยมากLeisee (เลเซ)
อยู่ใกล้สถานี Sunnegga เหมาะกับครอบครัว มีสนามเด็กเล่น และช่วงฤดูร้อนยังลงเล่นน้ำได้อีกด้วย
Five Lakes Walk: เส้นทางเดินป่าที่สายถ่ายรูปต้องไป
เส้นทาง 5-Seenweg คือไฮไลต์ตัวจริงของคนรักการเดินป่าเบา ๆ และชอบเก็บภาพ Matterhorn จากหลายมุม
ข้อมูลเบื้องต้นของเส้นทาง
ชื่อทางการ: 5-Seenweg (เส้นทางหมายเลข 11)
ระยะทาง: ประมาณ 9.8 – 11 กม. (แล้วแต่จุดแวะและทางที่เลือก)
ใช้เวลาเดิน: ราว 2.5 – 3.5 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลายืนถ่ายรูปเพลิน ๆ)
ระดับความยาก: ง่ายถึงปานกลาง ทางส่วนใหญ่เป็นทางลง จึงไม่โหดกับเข่ามาก
ช่วงที่เหมาะสม: มิถุนายน – กันยายน/ตุลาคม (ควรเช็คก่อนว่าเส้นทางเปิดครบหรือยัง)
ไปยังจุดเริ่มต้นของ Five Lakes Walk ยังไง
ลำดับการเดินทางสำหรับเริ่มเส้นทางนี้แบบชิล ๆ คือ
จากตัวเมือง Zermatt นั่งรถรางใต้ดิน (Funicular) ขึ้นไปที่สถานี Sunnegga
จาก Sunnegga ต่อกระเช้า (Gondola) ไปที่สถานี Blauherd
เส้นทาง 5-Seenweg จะเริ่มจาก Blauherd แล้วเดินไล่ผ่านทะเลสาบทั้ง 5 แห่ง ก่อนกลับมาจบที่ Sunnegga จากนั้นนั่งรถรางกลับลงเมือง Zermatt
เคล็ดลับเล็ก ๆ ให้เดินสนุกและได้รูปสวย
ก่อนลุยเส้นทาง Five Lakes Walk หรือเส้นอื่น ๆ แถบ Matterhorn มีทริกที่ช่วยให้ทริปฟินขึ้นเยอะ
ออกเดินเช้า ๆ
เริ่มประมาณ 08:00–09:00 น. กำลังดี แดดเริ่มส่องยอดเขา แถมมีลุ้นได้เงาสะท้อนน้ำแบบนิ่ง ๆ ที่ทะเลสาบแรก ๆเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
ถึงจะเป็นทางลงซะส่วนใหญ่ แต่รองเท้าเดินป่าดี ๆ จะช่วยเซฟเข่าและข้อเท้าได้เยอะ อย่าลืมน้ำดื่ม
ครีมกันแดด
เสื้อกันลม/กันฝน
เพราะอากาศบนเขาสวิสเปลี่ยนเร็วมากจริง ๆ
ทริกปิดทริป: ของกินเล็ก ๆ แต่ฟีลใหญ่
ถ้าอยากเพิ่มความอินกับ Matterhorn ให้สุด ลองพกช็อกโกแลต Toblerone ขึ้นไปกินบนเขาดูสิ เพราะรูปทรงของมันได้แรงบันดาลใจมาจากยอด Matterhorn นี่แหละ
นั่งกินช็อกโกแลต มองยอดเขาต้นฉบับอยู่ตรงหน้า บอกเลยว่าฟีลมันใช่มาก ๆ
เมือง Zermatt เองก็เดินสนุก เดินช้า ๆ เลียบร้านรวงเล็ก ๆ สูดอากาศเย็น ๆ ให้เต็มปอด เก็บรูป เก็บโมเมนต์สวย ๆ กลับมา รับรองว่าทริปนี้จะกลายเป็นหนึ่งใน ทริปเดินป่าที่ประทับใจที่สุด ในชีวิตได้แบบไม่ยากเลย

