เศรษฐกิจฝืด แต่ครัวไทยกลับคึกคัก
เมื่อเศรษฐกิจไม่เป็นใจ คนไทยเลยลดการกินนอกบ้าน แล้วหันกลับเข้าครัวมากขึ้น
แต่ด้วยค่าครองชีพที่แพงขึ้น การซื้อของทีละเยอะๆ เข้าบ้านเหมือนเดิมก็เริ่มไม่ไหว หลายบ้านเลยเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ เป็นการ ซื้อของเข้าบ้านครั้งละน้อยชิ้น แต่ซื้อถี่ขึ้นบ่อยๆ แทน
ข้อมูลจาก The 1 Insight ชี้ให้เห็นว่า เทรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคหมวด Grocery ในปีนี้เติบโตขึ้น สะท้อนภาพชัดเจนว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้คนไทยทุกช่วงวัยกลับมาใช้ครัวที่บ้านมากกว่าเดิม
วัตถุดิบทำอาหารโตพุ่ง ทั้งปริมาณและความถี่
รายงานระบุว่า สินค้ากลุ่มวัตถุดิบทำอาหาร เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า และไม่ได้โตแค่ปริมาณการซื้อ แต่ยังโตในมิติของ “ความถี่ในการซื้อ” ด้วย
สาเหตุหลักคือ ผู้บริโภคไทยทุกวัยใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น เลือกลดการกินตามร้านอาหาร แล้วหันมาเน้นซื้ออาหารและวัตถุดิบกลับมาทำกินเองที่บ้าน
ช่วย ควบคุมค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ดีกว่า
เลือกคุณภาพวัตถุดิบเองได้
ดูแลสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัวได้มากขึ้น
จากซื้อรายสัปดาห์ กลายเป็นซื้อรายวัน
การวิเคราะห์เชิงลึกพบว่า พฤติกรรมสำคัญที่เปลี่ยนไปคือ คนไทยไม่รอซื้อของแค่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อีกต่อไป
แต่กลับ ขยับมาซื้อของในวันธรรมดามากขึ้น เหมือนแบ่งจ่าย แบ่งซื้อเป็นรอบสั้นๆ แทนการเหมาของเยอะๆ ทีเดียว
นั่นหมายความว่า หลายบ้านเปลี่ยนจากซื้อของ “แบบรายสัปดาห์” มาเป็น “แบบรายวัน” ช่วยให้กระจายค่าใช้จ่าย และลดภาระการจ่ายครั้งใหญ่ในคราวเดียว
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ในหมวด Grocery หรือการซื้อของเข้าบ้านนั้น ต่างจังหวัดมียอดใช้จ่ายต่อครั้งสูงกว่ากรุงเทพฯ ถึง 2 เท่า อย่างมีนัยสำคัญ
พื้นที่นอกเขตเมืองและหัวเมืองใหญ่จึงกลายเป็น ตลาดสำคัญของสินค้าหมวด Grocery ในปีนี้ ทั้งในแง่ยอดใช้จ่ายและโอกาสการเติบโต
Silver Spenders: กลุ่มสูงวัยที่ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพ
หากมองแบบแยกตาม Generation จะพบว่า กลุ่ม Silver Spenders หรือผู้สูงวัย เป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายต่อคนสูงที่สุด สูงกว่าภาพรวมถึง 3 เท่า
เหตุผลคือ พวกเขาให้ความสำคัญกับ คุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร เลือกซื้อ
เนื้อสัตว์คุณภาพดี
ผักออร์แกนิก หรือผักปลอดสาร
กลุ่มนี้จึงยอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อแลกกับสิ่งที่มองว่า “ดีกับสุขภาพ” ในระยะยาว
ด้านกลุ่มที่ถือว่าเป็น ตัวขับเคลื่อนหลักของหมวด Grocery จริงๆ คือ
Gen X
ครอบครัว Millennial Family
พวกเขามักซื้อสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ ผักสด และเครื่องปรุงพื้นฐาน เน้นทั้ง ความหลากหลายและคุณภาพ เพราะเป็นกลุ่มที่ ทำอาหารกินที่บ้านเป็นประจำ เกือบทุกวัน
Gen Y – Gen Z: ชีวิตเร่งรีบ ต้องทั้งสะดวกและดีต่อสุขภาพ
ในฝั่งคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z ที่ยังอยู่ในวัยทำงาน เต็มไปด้วยการเดินทาง การทำงานที่เร่งรีบและเวลาจำกัด พฤติกรรมการกินจึงผสมผสานระหว่าง
การทำอาหารเองบ้างในบางมื้อ
การพึ่ง “สินค้าสะดวกทาน” ที่พร้อมกินหรือเตรียมง่าย
สินค้าที่ฮิตในกลุ่มนี้ ได้แก่
โยเกิร์ต
อาหารแช่แข็ง
ขนมปัง
พร้อมสลับกับอาหารสายเฮลท์ตี้ เช่น
เครื่องดื่มโปรตีน
นมทางเลือก (เช่น นมถั่ว นมธัญพืช)
เรียกได้ว่าเป็นสไตล์การกินแบบ “สมดุลระหว่างความสะดวกและความใส่ใจสุขภาพ” ตามวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่
วิกฤตเศรษฐกิจ แต่โอกาสใหม่ของ Grocery และ Health Trend
แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่การหยุดนิ่งของผู้บริโภค ตรงกันข้าม คนไทยกำลัง “ปรับวิธีใช้ชีวิตและการใช้จ่ายให้รอบคอบขึ้น”
ในวิกฤตนี้จึงซ่อนโอกาสสำคัญไว้หลายด้าน โดยเฉพาะในเทรนด์
Grocery (ของกินเข้าบ้าน)
Delivery (บริการส่งถึงบ้าน)
Health Trend (เทรนด์รักสุขภาพ)
เมื่อคนไทยลดการกินนอกบ้าน ร้านอาหารอาจขายได้น้อยลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง สินค้ากลุ่มวัตถุดิบและอาหารสำหรับทำกินในบ้านกลับเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ประกอบการที่มองเกมขาดสามารถปรับตัวได้ด้วยการ
ให้ความสำคัญกับบริการ Delivery มากขึ้น
กระจายสินค้าไปยัง หลายแพลตฟอร์ม เพื่อเข้าถึงคนเมืองที่ทำงานยาวตั้งแต่เช้าจนค่ำ
โฟกัสสินค้าแนว “สุขภาพ + สะดวก” ซึ่งตอบโจทย์ทั้งคนทำงานและคนใส่ใจสุขภาพ
หนึ่งในตัวอย่างสินค้าที่มีศักยภาพเติบโตดีในช่วงเศรษฐกิจท้าทายคือ นมโปรตีนสูง (High-protein Milk) ที่ตอบโจทย์ทั้งคนรักสุขภาพ คนออกกำลังกาย และคนที่อยากได้ตัวช่วยเสริมโปรตีนแบบดื่มง่าย สะดวก และเก็บได้นาน
แล้วคุณล่ะ เลือกครัวบ้านหรือร้านข้างนอก?
เมื่อภาพรวมชี้ชัดว่า คนไทยกลับเข้าครัวมากขึ้น กินนอกบ้านน้อยลง ซื้อของน้อยชิ้นแต่ซื้อบ่อย และหันมาใส่ใจสุขภาพมากกว่าเดิม
คำถามที่น่าสนใจคือ…
ตอนนี้คุณกลับเข้าครัวแล้วหรือยัง?
หรือสำหรับคุณแล้ว การกินนอกบ้านยังรู้สึกว่า คุ้มกว่า สบายกว่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากกว่าอยู่ดี?

