เมื่อศิลปะไม่ได้มีไว้แค่สวย แต่มีไว้ช่วยหมาแมวจร
ที่วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ย่านพระนคร มีการจัดงานศิลปะที่ชื่อไม่ธรรมดาอย่าง “อัณฑะเหมียวครองเมือง + หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา” งานเล็ก ๆ แต่ไอเดียใหญ่โต เพราะใช้ ศิลปะและการออกแบบ มาเล่าเรื่องปัญหาแมวและหมาจรในชุมชนเมืองแบบตรงใจและเข้าใจง่าย
ในงานนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงานจากหลายภาคส่วนลงพื้นที่ร่วมชมงาน และยังร่วมเพ้นท์สีบนภาพนูนต่ำ “อัณฑะเหมียว” ด้วยตัวเอง กลายเป็นโมเมนต์ที่ศิลปะ การเมืองท้องถิ่น และความห่วงใยสัตว์จรเดินมาชนกันอย่างลงตัว

ทำไมหมาแมวจรถึงเป็นปัญหาใหญ่ของเมือง
เบื้องหลังงานนี้ ไม่ได้มีแค่ภาพสวย ๆ แต่คือการสื่อสารว่า หมาแมวจรไม่ใช่เรื่องเล็กของเมือง
จำนวนสัตว์จรจัดเพิ่มต่อเนื่องจากการไม่ทำหมัน
ขาดคนอุปการะและการดูแลระยะยาว
กลายเป็นปัญหาทั้งด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และสวัสดิภาพสัตว์
กรุงเทพมหานครเองได้เดินหน้าทำหมันหมาแมวจำนวนกว่า 50,000 ตัวภายในปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่พอหากไม่มีคนในเมืองร่วมมือ ทั้งการทำหมันสัตว์เลี้ยงของตัวเอง และการเปิดใจรับอุปการะสัตว์จรแทนการซื้อ
ถ้าคนเมืองช่วยกันคนละนิด ปัญหานี้จะเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งชีวิตเราและชีวิตน้อง ๆ ก็จะปลอดภัยและมีความสุขมากขึ้นไปพร้อมกัน
“อัณฑะเหมียวครองเมือง + หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา” คืออะไร
งานนี้จัดโดยโครงการ จรจัดสรร (Stand For Strays) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week 2025 งานออกแบบระดับใหญ่ที่เปลี่ยนทั้งเมืองให้กลายเป็นพื้นที่ทดลองไอเดียใหม่ ๆ
หัวใจของโปรเจกต์นี้คือการใช้ งานออกแบบและงานศิลปะเป็นภาษา ในการเล่าเรื่องชีวิตหมาแมวจรในเมือง
ภายในงานมีการนำเสนอปัญหาสัตว์จรด้วยวิธีที่เข้าถึงง่ายและชวนคิดต่อ เช่น
การใช้ตัวละครแมวจรและหมาจรเป็นตัวแทนเสียงที่มักไม่มีใครได้ยิน
การจำลองชีวิตสัตว์จรในพื้นที่เมืองที่เราเดินผ่านทุกวันแต่ไม่เคยสังเกต
การออกแบบผลงานศิลปะที่ทำให้คำว่า “ทำหมัน” ดูไม่ได้น่ากลัว แต่น่าเข้าใจและน่าร่วมมือ
สองช่วงเวลาของงาน: แมวครองเมือง และหมาน้อยธรรมดา
การจัดงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญที่เล่าเรื่องต่างมุมกัน แต่เชื่อมโยงด้วยเป้าหมายเดียวคือช่วยสัตว์จร
ช่วงแรก: “อัณฑะเหมียวครองเมือง”
จัดระหว่างวันที่ 15 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 เน้นประเด็นแมวจรในเมือง การขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และการมองแมวจรในมุมใหม่ช่วงสอง: “หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา”
จัดระหว่างวันที่ 21 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 โฟกัสไปที่หมาจร และความธรรมดาที่ไม่ควรถูกมองข้าม
ทั้งสองช่วงจัดขึ้นที่วิทยาลัยเพาะช่าง เปิดให้เข้าชมฟรี เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงประเด็นนี้ได้ง่ายที่สุด
ยินดีต้อนรับกลับบ้าน: เมื่อพื้นที่จัดงานกลายเป็นบ้านของหมาแมวจร
หนึ่งในไอเดียที่โดดเด่นของงาน คือการออกแบบพื้นที่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”
แทนที่เราจะมองหมาแมวจรเป็น “คนนอก” พื้นที่จัดงานถูกออกแบบให้เหมือนบ้าน ที่เราได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับน้อง ๆ อย่างใกล้ชิด
มีการพาแมวจรและหมาจรจากศูนย์พักพิงของกรุงเทพมหานครออกมาอยู่ในงาน
เปิดโอกาสให้คนที่มาชมงานได้ทำความรู้จักกับตัวจริงเสียงจริง
สร้างบรรยากาศเหมือนการลองใช้ชีวิตร่วมกันก่อน “พากลับบ้านจริง”
นี่คือรูปแบบการหาบ้านแบบเชิงรุก ที่ไม่ได้รอให้คนไปถึงศูนย์พักพิง แต่พาน้อง ๆ มาหาคนกลางเมืองแทน เหมือนศิลปะกำลังบอกว่า “บ้านของพวกเขาอาจจะเป็นคุณก็ได้”
กิจกรรมแน่น ๆ เพื่อคนรักหมาแมวตัวจริง
ภายในงานไม่ได้มีแค่การเดินชมภาพหรือถ่ายรูปเช็กอินเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมที่ทั้งสนุกและมีสาระสำหรับคนรักสัตว์ทุกกลุ่ม
กิจกรรมให้ความรู้และเวิร์กช็อปต่าง ๆ เช่น
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี ดูแลสุขภาพกายและใจของหมาแมว
ความรู้เรื่องการทำหมันสัตว์เลี้ยง ทำไมสำคัญต่อทั้งเจ้าของและเมือง
นิทรรศการศิลปะที่เล่าเรื่องการทำหมันหมาแมวจร และการเพิ่มจำนวนที่ไม่หยุดหากเราไม่เริ่มลงมือ
นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อปสายคราฟต์และสายทาสสัตว์โดยเฉพาะ:
เวิร์กช็อปเพ้นท์ชามอาหารสัตว์เลี้ยง เติมความตั้งใจให้ของใช้ประจำวัน
กิจกรรมถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง ฝึกมองน้อง ๆ ผ่านสายตาแบบศิลปิน
ไฮไลต์สุดยูนีกอย่างการ เพ้นท์สีภาพ “อัณฑะเหมียว” และ “อัณฑะหมาน้อย” บนเฟรม ที่ทั้งแสบทั้งน่ารัก แต่แฝงสารสำคัญเรื่องการทำหมัน
รายได้จากกิจกรรมเหล่านี้จะถูกนำไปสมทบทุนเพื่อทำหมันหมาแมวจรต่อไป กลายเป็นวงจรดี ๆ ที่เริ่มจากความสนุกและลงท้ายด้วยการช่วยชีวิต
เมื่อทั้งเมืองร่วมมือ ปัญหาสัตว์จรไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
สิ่งที่ทำให้งานนี้ทรงพลังไม่ใช่แค่เนื้อหาหรือดีไซน์ แต่คือ การรวมพลังจากทุกภาคส่วน
ภาครัฐที่ช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ
ภาคเอกชนและองค์กรต่าง ๆ ที่ร่วมลงแรงและทรัพยากร
NGOs ที่ทำงานกับสัตว์จรอย่างจริงจังต่อเนื่อง
ศิลปิน นักวาด นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ อาจารย์ และนักศึกษามากกว่า 600 คนที่มาร่วมกันขยับประเด็นนี้ให้ดังขึ้น
คนทั่วไปที่ตั้งใจมาดูงาน เล่นกับหมาแมว และเปิดใจรับสารสำคัญกลับบ้าน
นี่ไม่ใช่แค่งานศิลปะ แต่คือการทดลองสร้างเมืองที่เห็นหัวหมาแมวจร และเชื่อว่าเราทุกคนมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะด้วยการอุปการะ ทำหมัน บริจาค หรือแชร์ความรู้ต่อให้คนรอบตัว
สรุป: ศิลปะหนึ่งเฟรม เปลี่ยนชีวิตได้หลายชีวิต
งาน “อัณฑะเหมียวครองเมือง + หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา” แสดงให้เห็นชัดว่า ถ้าเล่าเรื่องถูกวิธี ปัญหาที่คนเคยมองข้าม ก็กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากมีส่วนร่วมแก้ไข
สำหรับคนรักหมาแมว นี่คือเคสที่น่าศึกษามากว่า ศิลปะและการออกแบบสามารถเป็นเครื่องมือด้านสวัสดิภาพสัตว์ได้อย่างทรงพลังแค่ไหน
และสำหรับคนเมืองทุกคน ต่อให้คุณไม่ได้ไปร่วมงาน ก็ยังเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงได้จากสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัว เช่น
ทำหมันสัตว์เลี้ยงของตัวเอง
พิจารณาอุปการะแทนการซื้อเมื่อต้องการเลี้ยงสัตว์
ช่วยแชร์ความรู้เรื่องการทำหมันและการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบให้คนรอบตัว
เพราะสุดท้าย เมืองที่ดี ไม่ได้วัดแค่จากตึก ถนน หรือรถไฟฟ้า แต่ วัดจากวิธีที่เราปฏิบัติต่อสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่าเราในเมืองเดียวกัน

