รับแอปรับแอป

ศิลปะอัณฑะแมว-หมาน้อยสั่นทั้งเมือง: เมื่องานดีไซน์กลายเป็นอาวุธช่วยหมาแมวจร

ธีรเดช จิตต์ดี01-29

เมื่อศิลปะไม่ได้มีไว้แค่สวย แต่มีไว้ช่วยหมาแมวจร

ที่วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ย่านพระนคร มีการจัดงานศิลปะที่ชื่อไม่ธรรมดาอย่าง “อัณฑะเหมียวครองเมือง + หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา” งานเล็ก ๆ แต่ไอเดียใหญ่โต เพราะใช้ ศิลปะและการออกแบบ มาเล่าเรื่องปัญหาแมวและหมาจรในชุมชนเมืองแบบตรงใจและเข้าใจง่าย

ในงานนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงานจากหลายภาคส่วนลงพื้นที่ร่วมชมงาน และยังร่วมเพ้นท์สีบนภาพนูนต่ำ “อัณฑะเหมียว” ด้วยตัวเอง กลายเป็นโมเมนต์ที่ศิลปะ การเมืองท้องถิ่น และความห่วงใยสัตว์จรเดินมาชนกันอย่างลงตัว

ทำไมหมาแมวจรถึงเป็นปัญหาใหญ่ของเมือง

เบื้องหลังงานนี้ ไม่ได้มีแค่ภาพสวย ๆ แต่คือการสื่อสารว่า หมาแมวจรไม่ใช่เรื่องเล็กของเมือง

  • จำนวนสัตว์จรจัดเพิ่มต่อเนื่องจากการไม่ทำหมัน

  • ขาดคนอุปการะและการดูแลระยะยาว

  • กลายเป็นปัญหาทั้งด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย และสวัสดิภาพสัตว์

กรุงเทพมหานครเองได้เดินหน้าทำหมันหมาแมวจำนวนกว่า 50,000 ตัวภายในปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่พอหากไม่มีคนในเมืองร่วมมือ ทั้งการทำหมันสัตว์เลี้ยงของตัวเอง และการเปิดใจรับอุปการะสัตว์จรแทนการซื้อ

ถ้าคนเมืองช่วยกันคนละนิด ปัญหานี้จะเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งชีวิตเราและชีวิตน้อง ๆ ก็จะปลอดภัยและมีความสุขมากขึ้นไปพร้อมกัน

“อัณฑะเหมียวครองเมือง + หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา” คืออะไร

งานนี้จัดโดยโครงการ จรจัดสรร (Stand For Strays) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week 2025 งานออกแบบระดับใหญ่ที่เปลี่ยนทั้งเมืองให้กลายเป็นพื้นที่ทดลองไอเดียใหม่ ๆ

หัวใจของโปรเจกต์นี้คือการใช้ งานออกแบบและงานศิลปะเป็นภาษา ในการเล่าเรื่องชีวิตหมาแมวจรในเมือง

ภายในงานมีการนำเสนอปัญหาสัตว์จรด้วยวิธีที่เข้าถึงง่ายและชวนคิดต่อ เช่น

  • การใช้ตัวละครแมวจรและหมาจรเป็นตัวแทนเสียงที่มักไม่มีใครได้ยิน

  • การจำลองชีวิตสัตว์จรในพื้นที่เมืองที่เราเดินผ่านทุกวันแต่ไม่เคยสังเกต

  • การออกแบบผลงานศิลปะที่ทำให้คำว่า “ทำหมัน” ดูไม่ได้น่ากลัว แต่น่าเข้าใจและน่าร่วมมือ

สองช่วงเวลาของงาน: แมวครองเมือง และหมาน้อยธรรมดา

การจัดงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญที่เล่าเรื่องต่างมุมกัน แต่เชื่อมโยงด้วยเป้าหมายเดียวคือช่วยสัตว์จร

  • ช่วงแรก: “อัณฑะเหมียวครองเมือง”
    จัดระหว่างวันที่ 15 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 เน้นประเด็นแมวจรในเมือง การขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว และการมองแมวจรในมุมใหม่

  • ช่วงสอง: “หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา”
    จัดระหว่างวันที่ 21 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 โฟกัสไปที่หมาจร และความธรรมดาที่ไม่ควรถูกมองข้าม

ทั้งสองช่วงจัดขึ้นที่วิทยาลัยเพาะช่าง เปิดให้เข้าชมฟรี เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงประเด็นนี้ได้ง่ายที่สุด

ยินดีต้อนรับกลับบ้าน: เมื่อพื้นที่จัดงานกลายเป็นบ้านของหมาแมวจร

หนึ่งในไอเดียที่โดดเด่นของงาน คือการออกแบบพื้นที่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”

แทนที่เราจะมองหมาแมวจรเป็น “คนนอก” พื้นที่จัดงานถูกออกแบบให้เหมือนบ้าน ที่เราได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับน้อง ๆ อย่างใกล้ชิด

  • มีการพาแมวจรและหมาจรจากศูนย์พักพิงของกรุงเทพมหานครออกมาอยู่ในงาน

  • เปิดโอกาสให้คนที่มาชมงานได้ทำความรู้จักกับตัวจริงเสียงจริง

  • สร้างบรรยากาศเหมือนการลองใช้ชีวิตร่วมกันก่อน “พากลับบ้านจริง”

นี่คือรูปแบบการหาบ้านแบบเชิงรุก ที่ไม่ได้รอให้คนไปถึงศูนย์พักพิง แต่พาน้อง ๆ มาหาคนกลางเมืองแทน เหมือนศิลปะกำลังบอกว่า “บ้านของพวกเขาอาจจะเป็นคุณก็ได้”

กิจกรรมแน่น ๆ เพื่อคนรักหมาแมวตัวจริง

ภายในงานไม่ได้มีแค่การเดินชมภาพหรือถ่ายรูปเช็กอินเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมที่ทั้งสนุกและมีสาระสำหรับคนรักสัตว์ทุกกลุ่ม

กิจกรรมให้ความรู้และเวิร์กช็อปต่าง ๆ เช่น

  • การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี ดูแลสุขภาพกายและใจของหมาแมว

  • ความรู้เรื่องการทำหมันสัตว์เลี้ยง ทำไมสำคัญต่อทั้งเจ้าของและเมือง

  • นิทรรศการศิลปะที่เล่าเรื่องการทำหมันหมาแมวจร และการเพิ่มจำนวนที่ไม่หยุดหากเราไม่เริ่มลงมือ

นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อปสายคราฟต์และสายทาสสัตว์โดยเฉพาะ:

  • เวิร์กช็อปเพ้นท์ชามอาหารสัตว์เลี้ยง เติมความตั้งใจให้ของใช้ประจำวัน

  • กิจกรรมถ่ายภาพสัตว์เลี้ยง ฝึกมองน้อง ๆ ผ่านสายตาแบบศิลปิน

  • ไฮไลต์สุดยูนีกอย่างการ เพ้นท์สีภาพ “อัณฑะเหมียว” และ “อัณฑะหมาน้อย” บนเฟรม ที่ทั้งแสบทั้งน่ารัก แต่แฝงสารสำคัญเรื่องการทำหมัน

รายได้จากกิจกรรมเหล่านี้จะถูกนำไปสมทบทุนเพื่อทำหมันหมาแมวจรต่อไป กลายเป็นวงจรดี ๆ ที่เริ่มจากความสนุกและลงท้ายด้วยการช่วยชีวิต

เมื่อทั้งเมืองร่วมมือ ปัญหาสัตว์จรไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

สิ่งที่ทำให้งานนี้ทรงพลังไม่ใช่แค่เนื้อหาหรือดีไซน์ แต่คือ การรวมพลังจากทุกภาคส่วน

  • ภาครัฐที่ช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการ

  • ภาคเอกชนและองค์กรต่าง ๆ ที่ร่วมลงแรงและทรัพยากร

  • NGOs ที่ทำงานกับสัตว์จรอย่างจริงจังต่อเนื่อง

  • ศิลปิน นักวาด นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ อาจารย์ และนักศึกษามากกว่า 600 คนที่มาร่วมกันขยับประเด็นนี้ให้ดังขึ้น

  • คนทั่วไปที่ตั้งใจมาดูงาน เล่นกับหมาแมว และเปิดใจรับสารสำคัญกลับบ้าน

นี่ไม่ใช่แค่งานศิลปะ แต่คือการทดลองสร้างเมืองที่เห็นหัวหมาแมวจร และเชื่อว่าเราทุกคนมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะด้วยการอุปการะ ทำหมัน บริจาค หรือแชร์ความรู้ต่อให้คนรอบตัว

สรุป: ศิลปะหนึ่งเฟรม เปลี่ยนชีวิตได้หลายชีวิต

งาน “อัณฑะเหมียวครองเมือง + หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา” แสดงให้เห็นชัดว่า ถ้าเล่าเรื่องถูกวิธี ปัญหาที่คนเคยมองข้าม ก็กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากมีส่วนร่วมแก้ไข

สำหรับคนรักหมาแมว นี่คือเคสที่น่าศึกษามากว่า ศิลปะและการออกแบบสามารถเป็นเครื่องมือด้านสวัสดิภาพสัตว์ได้อย่างทรงพลังแค่ไหน

และสำหรับคนเมืองทุกคน ต่อให้คุณไม่ได้ไปร่วมงาน ก็ยังเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงได้จากสิ่งเล็ก ๆ ใกล้ตัว เช่น

  • ทำหมันสัตว์เลี้ยงของตัวเอง

  • พิจารณาอุปการะแทนการซื้อเมื่อต้องการเลี้ยงสัตว์

  • ช่วยแชร์ความรู้เรื่องการทำหมันและการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบให้คนรอบตัว

เพราะสุดท้าย เมืองที่ดี ไม่ได้วัดแค่จากตึก ถนน หรือรถไฟฟ้า แต่ วัดจากวิธีที่เราปฏิบัติต่อสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอกว่าเราในเมืองเดียวกัน