เปิดทริปสายรักสัตว์: เที่ยวสนุก ได้ความรู้ ได้รูปสวย
ในยุคที่การเรียนรู้ไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน สวนสัตว์และฟาร์มสัตว์กลายเป็นที่เที่ยวสุดป๊อป ทั้งสำหรับเด็กๆ ผู้ใหญ่ ครอบครัว คู่รัก ไปจนถึงสายเที่ยวลุยเดี่ยวที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติและสัตว์โลกแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงต่างประเทศ
แต่ละที่ก็มีคาแรกเตอร์ต่างกันไป บางแห่งเน้นโชว์โลมาและสัตว์แสนรู้ บางที่ขายความใกล้ชิดแบบเดินผ่านตัวกันเลย และบางแห่งคือสวรรค์ของสายอนุรักษ์ที่อยากให้เด็กๆ โตมากับความเข้าใจเรื่องธรรมชาติอย่างแท้จริง
มาลิสต์นี้กันแบบจุกๆ กับ 13 สวนสัตว์และที่เที่ยวแนวสัตว์ทั่วไทย จากเหนือจรดใต้ เลือกได้ตามสไตล์ ครอบครัว เพื่อน แฟน หรือทริปเติมแรงบันดาลใจส่วนตัวก็เอาอยู่
1. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี: ส่องสัตว์ยามค่ำคืนสุดระทึก
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (Chiang Mai Night Safari) คือแลนด์มาร์กของคนรักสัตว์ป่าและธรรมชาติที่อยากลองประสบการณ์แหวกแนวกว่าสวนสัตว์ทั่วไป เพราะที่นี่คือ สวนสัตว์กลางคืนแห่งแรกของไทย และยังติดโผหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่ให้ชมสัตว์ตอนช่วงเวลาที่พวกมันแอคทีฟที่สุด

ไฮไลต์หลักคือ รถรางซาฟารีกลางคืน ที่จะพาเข้าไปในโซนจำลองป่าธรรมชาติแบบสมจริง สัตว์หลายชนิดใช้ชีวิตกันอย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่ง สิงโต ไฮยีน่า ยีราฟ ม้าลาย หรือกวาง ซึ่งบางทีเข้ามาใกล้จนรู้สึกเหมือนเอื้อมมือไปลูบหัวได้ เรียกว่าตื่นเต้นกว่านั่งดูในกรงหลายเท่า
นอกจากรถราง ยังมีกิจกรรมให้เลือกเพียบ เช่น
การแสดงแสง สี เสียงในช่วงกลางคืน
โซนให้อาหารสัตว์ที่เด็กๆ เทใจให้
Walking Zone เดินชิลชมสัตว์ด้วยตัวเองแบบไม่เร่งรีบ
บริเวณรอบๆ มีทั้งร้านอาหาร พื้นที่พักผ่อน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เหมาะกับทั้งครอบครัว คู่รัก หรือแก๊งเพื่อนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศยามเย็นให้พิเศษขึ้นอีกระดับ
ที่ตั้ง: 33 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 11:00 - 22:00 น.
2. ดอลฟินนาเรียม พัทยา: โชว์โลมาแสนรู้ที่ทั้งซึ้งและฮา
ดอลฟินนาเรียม พัทยา (Pattaya Dolphinarium) คือที่เที่ยวแนวครอบครัวที่มาแรงสุดๆ ในเมืองพัทยา จุดขายหลักคือ โชว์โลมา ที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น และเต็มไปด้วยโมเมนต์น่ารัก รวมความประทับใจไว้ในโชว์เดียวจนเด็กๆ และผู้ใหญ่ต่างหลงรัก

ที่นี่ไม่ใช่เพียงเวทีโชว์ธรรมดา แต่เป็น ศูนย์ฝึกสัตว์น้ำระดับสากล ทุกโชว์ถูกออกแบบมาอย่างดี โลมากระโดดน้ำสูงกว่า 5 เมตร วาดรูปด้วยปาก และโชว์ความแสนรู้ที่เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือรัวๆ จากทุกที่นั่ง
ยังมี “แมวน้ำแสนซน” มาร่วมสร้างสีสัน ทำให้บรรยากาศภายในฮอลล์ยิ่งอบอุ่นเป็นกันเอง การแสดงใช้เวลาประมาณ 45 นาที เหมาะทุกวัย
สำหรับสายอยากใกล้ชิดสุดๆ ยังมีแพ็กเกจ ว่ายน้ำกับโลมา ภายใต้การดูแลของครูฝึกมืออาชีพ ต้องจองล่วงหน้าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ประสบการณ์นี้บอกเลยว่ามีครั้งเดียวในชีวิตก็ยังคุ้ม
พื้นที่ด้านในสะอาด กว้างขวาง มีที่นั่งสบาย ระบบแสงและเสียงครบ พร้อมทั้งมุมถ่ายรูป และร้านของที่ระลึกให้เก็บโมเมนต์ดีๆ กลับบ้าน
ที่ตั้ง: 555/5 หมู่ 1 อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150
เวลาเปิดทำการ: จันทร์ - อังคาร และพฤหัสบดี - อาทิตย์ 10:00 - 19:00 น. (หยุดทุกวันพุธ)
3. อควาเรีย ภูเก็ต: อควาเรียมใหญ่สุดในไทย ใต้ทะเลมาอยู่ในห้าง
ใครมาภูเก็ตแล้วอยากได้ที่เที่ยวแบบครอบครัวที่เดินสบายไม่ร้อน ต้องแวะ อควาเรีย ภูเก็ต (Aquaria Phuket) อควาเรียมขนาดใหญ่ที่รวมสัตว์น้ำกว่า 25,000 ตัวจากทั่วโลก และขึ้นชื่อว่าเป็นอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ตัวอควาเรียมตั้งอยู่ใน เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น B1 เดินทางง่าย แอร์เย็นสบาย ภายในแบ่งเป็นหลายโซน ตั้งแต่โซนแม่น้ำ ป่าดิบชื้น แนวปะการัง ไปจนถึงอุโมงค์ใต้น้ำสุดอลังการ
ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ อุโมงค์ใต้น้ำแบบพาโนรามา ที่ให้เดินท่ามกลางปลาฉลาม ปลากระเบน เต่าทะเล และสัตว์หายากที่ว่ายวนอยู่รอบตัว ให้ฟีลเหมือนดำน้ำโดยไม่ต้องเปียกสักหยด
ยังมีโซนสัตว์น้ำจืด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์หายากจากหลายภูมิภาค พร้อมป้ายข้อมูลแบบอินโฟกราฟิก เข้าใจง่าย ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศไปพร้อมกับความตื่นเต้น
ภายในยังมี Mermaid Cafe คาเฟ่ใต้น้ำให้นั่งจิบเครื่องดื่มชมตู้ปลายักษ์ และร้านของฝากธีมทะเลให้เลือกช้อปก่อนกลับ
ที่ตั้ง: 199 หมู่ 4 ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 83000 (ชั้น B1 เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า)
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 10:30 - 18:00 น.
4. Dolphin Show ภูเก็ต: โมเมนต์อบอุ่นระหว่างคนกับโลมา
“โชว์โลมาภูเก็ต” หรือ Dolphin Bay Phuket คืออีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมของภูเก็ตที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เพราะช่วยเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นวันพิเศษได้ง่ายๆ

เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ ความสัมพันธ์ระหว่างโลมากับครูฝึก ทำให้โชว์แต่ละรอบดูเป็นธรรมชาติและอบอุ่น โลมาถูกเพาะเลี้ยงในระบบที่ควบคุมดูแลอย่างเหมาะสม ทีมงานดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้นิสัยน้องๆ อ่อนโยนและเข้ากับคนได้ดี
การแสดงจัดเต็มทั้งการกระโดดสูง หมุนตัวกลางอากาศ ส่งเสียงคล้ายหัวเราะ และโชว์เล่นลูกบอลแบบมือโปร ยังมีโชว์วาดภาพด้วยปากที่บางครั้งถูกนำไปประมูลเพื่อการกุศล เป็นอีกมุมที่ทำให้การเที่ยวครั้งนี้มีความหมายมากขึ้น
ใครอยากเจาะลึกเรื่องโลมา ที่นี่มีโซนให้ความรู้เกี่ยวกับชีววิทยาและพฤติกรรม รวมถึงกิจกรรมเสริมอย่าง ให้อาหารโลมา หรือถ่ายภาพคู่แบบใกล้สุดๆ และยังสามารถลงเล่นน้ำกับโลมาได้โดยนัดหมายล่วงหน้า พร้อมทีมงานดูแลความปลอดภัยตลอดกิจกรรม
ที่ตั้ง: 33/50 ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83130
เวลาเปิดทำการ: ทุกวันจันทร์ และวันพุธ - อาทิตย์ 10:00 - 18:00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)
5. อันเดอร์วอเตอร์ เวิลด์ พัทยา: อุโมงค์ทะเลยาว 100 เมตร
สายหลงรักโลกใต้ทะเลต้องเก็บ อันเดอร์วอเตอร์ เวิลด์ พัทยา (Underwater World Pattaya) ไว้ในลิสต์ ที่นี่มีอุโมงค์ใต้น้ำแบบพาโนรามายาวกว่า 100 เมตร และสัตว์ทะเลมากกว่า 5,000 ตัวจากทั่วโลก

ด้านในจำลองบรรยากาศใต้ทะเลได้สมจริง แบ่งเป็นหลายโซน เช่น
โซนป่าชายเลน สายปลาน้ำกร่อยหายาก
โซนแนวปะการังเขตร้อน สีสันจัดเต็ม
โซนสัตว์น้ำลึก ที่รวมสัตว์ตัวใหญ่สุดว้าว
อุโมงค์ใต้น้ำคือจุดที่ทุกคนต้องหยุดถ่ายรูป เพราะจะได้เห็นปลาฉลาม ปลากระเบนแมนต้า และสัตว์ทะเลขนาดใหญ่แหวกว่ายอยู่รอบตัวราวกับเดินอยู่กลางมหาสมุทรจริงๆ
ยังมีโชว์ให้อาหารสัตว์น้ำ โดยนักประดาน้ำจะลงไปให้อาหารต่อหน้าแบบระยะประชิด ทั้งลุ้น ทั้งได้ความรู้ไปพร้อมกัน
อีกหนึ่งความพิเศษคือ โซนสัมผัส ที่ให้นักท่องเที่ยวทดลองจับสัตว์ทะเลขนาดเล็กอย่างปลาดาว ปูเสฉวน และหอยบางชนิดในรูปแบบที่ปลอดภัย เด็กๆ จะชอบเป็นพิเศษ
ที่ตั้ง: 22 หมู่ 11 ถนนสุขุมวิท ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 09:00 - 18:00 น.
6. Safari Park กาญจนบุรี: ซาฟารีสไตล์ ดูสัตว์แบบไม่มีกรง
ใครเบื่อสวนสัตว์แบบเดินดูผ่านกรง ต้องลอง Safari Park กาญจนบุรี สวนสัตว์เปิดสไตล์ซาฟารีที่เน้นประสบการณ์ใกล้ชิดสัตว์แบบเต็มขั้น

สวนสัตว์แห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อพลอย พื้นที่กว้างและแบ่งโซนชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งรถบัสของทางสวนสัตว์ หรือขับรถส่วนตัวเข้าไปในโซนซาฟารี ที่เต็มไปด้วยสัตว์ที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระ เช่น ยีราฟ ม้าลาย กวาง อูฐ นกกระจอกเทศ และโซนสัตว์นักล่าที่จัดพื้นที่แยกเพื่อความปลอดภัย แต่ยังดูได้ใกล้ชิด
ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ
กิจกรรมให้อาหารยีราฟ จากมือ ระดับความใกล้คือเลนส์มือถือแทบไม่ต้องซูม
กิจกรรม ป้อนนมลูกเสือ ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่มืออาชีพ เป็นอีกโมเมนต์ที่สร้างความตื่นเต้นและความทรงจำดีๆ ให้กับเด็กๆ ได้มากทีเดียว
ในโซนด้านในยังมีคาเฟ่ ร้านอาหาร และของที่ระลึก บรรยากาศรอบล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติ ทำให้ทริปนี้ได้ทั้งความสนุกและความสงบไปพร้อมกัน
ที่ตั้ง: 40/2 หมู่ 5 ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี 71160
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 09:00 - 17:00 น.
7. Bonanza Exotic Park เขาใหญ่: สวนสัตว์สไตล์ชิลกลางป่าเขา
Bonanza Exotic Park คือสวนสัตว์ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา แม้ขนาดจะไม่ใหญ่เท่าสวนสัตว์ดังๆ แต่เรื่องบรรยากาศและความอบอุ่นนั้นกินใจคนรักสัตว์ไปเต็มๆ

ที่นี่เป็นสวนสัตว์กึ่งเปิด จัดพื้นที่ให้สัตว์อยู่ทั้งในกรงและโซนกึ่งธรรมชาติ เน้นความใกล้ชิดและเป็นกันเอง สัตว์เด่นๆ ได้แก่
อัลปาก้าขนฟูนุ่มจากอเมริกาใต้
ยีราฟตัวสูงที่สามารถป้อนอาหารได้
ลูกสิงโตขาวสุดเท่
แพนด้าแดงที่ชอบนอนเล่นบนกิ่งไม้
นกหลากหลายสายพันธุ์สีสันสดใส
ทุกโซนถูกออกแบบให้เหมาะกับนิสัยสัตว์ เน้นให้สัตว์อยู่สบายที่สุด ทั้งกรงใหญ่ ร่มไม้เยอะ และแหล่งน้ำเล็กๆ สำหรับคลายร้อน นักท่องเที่ยวยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับบางชนิดได้ เช่น ป้อนอาหารยีราฟ หรือลูบขนอัลปาก้า ทำให้เด็กๆ ตื่นเต้นสุดๆ
ทำเลของ Bonanza Exotic Park อยู่ในโครงการ Bonanza Khao Yai Resort จัดทริปแบบวันเดียวจบได้ง่าย จะมาพักผ่อน ถ่ายรูป หรือพาเด็กๆ มาเรียนรู้เรื่องสัตว์ก็ลงตัว
ที่ตั้ง: 236 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
- เวลาเปิดทำการ:
จันทร์ - ศุกร์ 09:00 - 17:00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 09:00 - 18:00 น.
8. สวนนกยูง กวางดาว & แกะสามพราน: ฟีลฟาร์มอบอุ่นใกล้กรุงเทพฯ
ขับรถจากกรุงเทพฯ แป๊บเดียว ก็ถึง สวนนกยูง กวางดาว & แกะสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่เที่ยวแนวธรรมชาติสำหรับทุกวัย โดยเฉพาะครอบครัวที่อยากพาเด็กออกมาเรียนรู้นอกห้องเรียนแบบไม่ไกลเมือง

แม้ชื่อจะขึ้นต้นด้วยนกยูง แต่ที่นี่มีสัตว์น่ารักให้เจออีกเพียบ เช่น
กวางดาวที่เดินเล่นกันแบบชิลๆ
แกะขนฟูที่เข้าไปป้อนอาหารได้
กระต่ายตัวเล็กที่รอให้เด็กๆ ไปเล่นด้วย
ปลาคาร์ฟหลากสีในบ่อกลางสวน
การจัดพื้นที่เรียบง่ายและกลมกลืนกับธรรมชาติ เดินชมได้สบายไม่ซับซ้อน กิจกรรมยอดฮิตคือ ป้อนอาหารสัตว์ มีทั้งหญ้าแห้ง เมล็ดพืช และผักสดให้เลือกซื้อ สัตว์ส่วนใหญ่คุ้นกับคนมาก ทำให้เข้าใกล้ง่าย โดยเฉพาะนกยูงที่ชอบแผ่หางโชว์ความสง่างาม เป็นช็อตทองสำหรับคนรักการถ่ายรูป
ในสวนร่มรื่น มีมุมพักผ่อน มุมถ่ายภาพ และห้องน้ำสะอาด พร้อมร้านเครื่องดื่มให้เติมพลัง ระดับราคาเข้าชมก็น่ารักมาก เหมาะจะเป็นทริปสั้นๆ แต่คุ้มค่าในวันหยุด
ที่ตั้ง: ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 08:00 - 17:30 น.
9. สวนสัตว์เปิดเขาเขียว: ป่าใหญ่จำลองของคนรักสัตว์
สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี คือตำนานสายสวนสัตว์ของไทย ด้วยพื้นที่กว้างกว่า 5,000 ไร่ และการจัดแสดงในสไตล์ใกล้เคียงธรรมชาติ ทำให้ที่นี่เป็นมากกว่าสวนสัตว์ แต่คือพื้นที่เรียนรู้นิเวศขนาดใหญ่

การจัดแสดงเน้นรูปแบบ เปิดโล่ง สัตว์อย่างม้าลาย กวาง วัวแดง ยีราฟ หรือฮิปโปจะอยู่ในพื้นที่กว้าง เหมือนอยู่ในถิ่นอาศัยจริง นักท่องเที่ยวสามารถชมได้จากรถยนต์ส่วนตัว หรือรถรางของสวนสัตว์ที่มีบริการ
กิจกรรมในสวนสัตว์มีให้เลือกเยอะมาก เช่น
โชว์ช้างแสนรู้ ทั้งเดินทรงตัว เตะฟุตบอล วาดภาพ
ขบวนเพนกวินเดินพาเหรดสุดน่ารัก
กิจกรรมให้อาหารยีราฟ ม้าลาย หรือลิงกระรอกแบบระยะใกล้
อีกหนึ่งทีเด็ดคือ Khao Kheow Night Safari หรือซาฟารีกลางคืน นั่งรถรางชมสัตว์ยามค่ำพร้อมวิทยากรบรรยาย ให้ฟีลผจญภัยแบบปลอดภัยสุดๆ
สวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังทำหน้าที่เป็นศูนย์อนุรักษ์และวิจัยสัตว์หายาก เช่น เสือโคร่ง ชะนี ช้างป่า และนกพื้นถิ่นเสี่ยงสูญพันธุ์ ภายในมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้องน้ำ และร้านของที่ระลึกครบถ้วน
ที่ตั้ง: 235 หมู่ 7 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20110
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 09:00 - 18:00 น.
10. Viva Foresta Farm จันทบุรี: ฟาร์มสัตว์แปลกกลางภูเขา
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสูดอากาศดีๆ ท่ามกลางภูเขา พร้อมทำความรู้จักสัตว์หายากแบบใกล้ชิด Viva Foresta Farm ที่อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี คือคำตอบที่ใช่มาก

ฟาร์มแห่งนี้รวบรวมสัตว์แปลกจากหลายประเทศ เช่น
ลามะจากอเมริกาใต้
เต่าซูคาต้ายักษ์ขวัญใจสาย Slow Life
ม้าแคระขี้อ้อน
ลาแคระสุดกวน
สัตว์ทุกตัวถูกดูแลโดยทีมงานที่เข้าใจพฤติกรรมสัตว์ ทำให้พวกมันเชื่องและเป็นมิตรกับผู้มาเยือนสุดๆ
บรรยากาศรอบฟาร์มโอบล้อมด้วยขุนเขา มีโซนพักผ่อนเรียบง่าย ทั้งม้านั่งใต้ต้นไม้ ลานหญ้าให้นั่งเล่นรับลม และจุดชมวิวมุมสูง ถ่ายรูปออกมาสวยแบบไม่ต้องพยายาม เหมาะมากกับคนที่อยากพักใจหนีเมืองสักวัน
ที่ตั้ง: ตำบลนายายอาม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 09:00 - 18:00 น.
11. Oasis Sea World จันทบุรี: โลกของโลมาสายพันธุ์ไทย
อีกหนึ่งที่เที่ยวสายสัตว์ทะเลในจันทบุรีคือ Oasis Sea World ที่เน้นทั้งความบันเทิงและมิติของการอนุรักษ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะโลมาสายพันธุ์ไทยที่หาดูได้ไม่ง่าย

ที่นี่มีโลมาสายพันธุ์ไทยแท้ ทั้งโลมาสีชมพูและโลมาหัวบาตร ให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด ความเด่นของที่นี่คือการเปิดโอกาสให้ลงเล่นน้ำกับโลมาภายใต้มาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทำให้ทุกวัยสามารถมีประสบการณ์สุดพิเศษร่วมกับน้องโลมาได้แบบอุ่นใจ
ยังมีการแสดงโชว์โลมาที่โชว์ความฉลาดและความน่ารัก ทั้งการกระโดด การเล่นลูกบอล และท่าพิเศษต่างๆ ที่สะท้อนความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างโลมากับครูฝึก
ด้านในยังมีโซนให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเล และบทบาทด้านการอนุรักษ์ของสถานที่แห่งนี้ เสริมด้วยร้านของที่ระลึกและร้านอาหารเล็กๆ ให้แวะพักก่อนกลับ
ที่ตั้ง: 48/2 หมู่ 5 ตำบลปากน้ำ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี 22130
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 09:00 - 18:00 น.
12. สวนสัตว์โคราช: เที่ยวเพลินในร่มไม้ พร้อมโชว์งูสุดลุ้น
สวนสัตว์โคราชในตัวเมืองนครราชสีมา คือสวนสัตว์บรรยากาศร่มรื่นที่รวมทั้งความรู้ ความสนุก และธรรมชาติไว้ในที่เดียว พื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้เดินได้แบบไม่ร้อนจนเกินไป

ที่นี่มีสัตว์หลากหลายตั้งแต่สัตว์ตัวเล็กอย่างนกหรือสัตว์ฟันแทะ ไปจนถึงสัตว์ใหญ่ เช่น ช้าง กระทิง และกวาง การจัดโซนคำนึงถึงนิสัยของสัตว์แต่ละชนิด เพื่อให้สัตว์อยู่ได้อย่างสบายและปลอดภัย
หนึ่งในไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาดูคือ โชว์งู ที่ถูกออกแบบให้ทั้งให้ความรู้และตื่นเต้นไปพร้อมกัน มีงูเหลือมหลายสายพันธุ์กว่า 20 ตัวมาโชว์ โดยเจ้าหน้าที่จะสาธิตการจัดการงูและเล่าพฤติกรรมต่างๆ อย่างปลอดภัย ช่วยให้คนดูเข้าใจและมองงูในมุมใหม่มากขึ้น
ยังมีกิจกรรมให้อาหารนกและสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กบางโซน ซึ่งเหมาะกับเด็กๆ ที่อยากสัมผัสสัตว์จากระยะใกล้
ที่ตั้ง: ตำบลไชยมงคล อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000
เวลาเปิดทำการ: ทุกวัน 08:00 - 17:00 น.
13. Camel Republic ชะอำ: สวนสัตว์ + สวนสนุก + มุมถ่ายรูปในที่เดียว
ปิดท้ายลิสต์ด้วย Camel Republic ที่ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี สถานที่ท่องเที่ยวครบสูตร ทั้งสวนสัตว์ขนาดเล็ก สวนสนุก และคอมเพล็กซ์พักผ่อนสำหรับครอบครัวในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนสุดเก๋

ด้านสวนสัตว์มีสัตว์น่ารักให้ชมหลายชนิด เช่น
อัลปาก้าขนหนูนุ่ม
ลาและกระต่ายแสนน่ารัก
นกฟลามิงโก้สีชมพูสุดฟรุ้งฟริ้ง
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและป้อนอาหารได้แบบใกล้ชิด ถ่ายรูปคู่ได้แบบเต็มเฟรม
พื้นที่โดยรวมตกแต่งสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน มีมุมถ่ายภาพสวยๆ กระจายอยู่ทั่ว เหมาะกับทั้งสายครอบครัวและสายถ่ายรูปลงโซเชียล นอกจากนี้ยังมีโซนเครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็ก เติมความสนุกให้ครบสูตรทริปครอบครัว
ด้านในมีร้านอาหารและร้านไอศกรีมให้นั่งพัก บรรยากาศสบาย มีเจ้าหน้าที่ดูแลทั้งสัตว์และความปลอดภัยของผู้เข้าชมตลอดเวลา บางช่วงยังมีจัดอีเวนต์พิเศษ เช่น งานเทศกาลและกิจกรรมสำหรับเด็ก เพิ่มสีสันให้ทริปได้อีกขั้น
ที่ตั้ง: ถนนเพชรเกษม อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 76120
- เวลาเปิดทำการ:
จันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี, ศุกร์ 10:00 - 18:00 น.
เสาร์, อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ 09:30 - 18:30 น.
สรุป: 13 ที่เที่ยวสัตว์ทั่วไทย ที่มากกว่าการ “ไปดูสัตว์”
สวนสัตว์และฟาร์มสัตว์เหล่านี้ไม่ใช่แค่สถานที่เดินดูสัตว์ผ่านรั้ว แต่คือ พื้นที่แห่งการเรียนรู้ ความสนุก และแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติในแบบจับต้องได้
ทั้ง 13 แห่งมีเอกลักษณ์ต่างกันออกไป
บางที่เหมาะกับทริปครอบครัวสายชิล
บางที่คือสวรรค์ของคนรักโลกใต้ทะเลและโลมา
บางแห่งเอาใจสายอนุรักษ์ที่อยากเรียนรู้เรื่องสัตว์หายาก
และบางที่ก็คือสนามเด็กเล่นของสายแอดเวนเจอร์
ลองเลือกสักหนึ่งจุดหมายในลิสต์นี้ แล้วออกไปเจอโลกของสัตว์ให้ใกล้กว่าที่เคย คุณอาจได้ทั้งรูปสวย เรื่องเล่าดีๆ และทริปที่กลายเป็นความทรงจำระยะยาวของทั้งบ้านโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

